แชร์

EP.2069   พรหมลิขิต คู่กับ ยมขีดเขี่ย (อ. 6 ต.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 15 ต.ค. 2026
6 ผู้เข้าชม
EP.2069   พรหมลิขิต คู่กับ ยมขีดเขี่ย  
พรหมลิขิต ส่งมาตลอดเวลาเพื่อให้เราสมปรารถนา แต่ขณะเดียวกันบาปที่เราทำมาตั้งแต่ภพเก่าชาติเก่า ก็คือ ยมขีดเขี่ย ส่งเป็นคลื่นพลังกรรมลงมาให้เราผิดหวังให้เรามีทุกขเวทนา  ทำอย่างไรจึงจะได้รับคลื่นลิขิตจากพระพรหมเยอะๆ ทำอย่างไรจะพ้นหรือหลีกหนีคลื่นขีดเขี่ยจากพระยมให้มากที่สุด จิตตัวเดียว จิตเป็นสิ่งสำคัญที่สุด 
จิตเดิมแท้เป็นประภัสสร จิตเก่าจริง ๆ ที่จุติมา ที่เกิดมาเป็นจิตสวยงาม เป็นจิตที่มีเมตตา เป็นจิตแห่งพรหมลิขิต
          สวัสดีทุกท่าน  6 เดือนตุลาคม พุทธศักราช 2569  และคริสต์ศักราช 2026 วันอังคาร แรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  เวลาแต่ละวัน อย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อย ต้องให้ได้อะไรบ้าง วันนี้เป็นวันคล้ายวันมงคลอันสำคัญของคุณกรวุฒิ เผอิญโชค หรือคุณโจอี้ ถือเป็นวันคล้ายวันเกิด กับคุณนพวรรณ ใจเย็น ก็เป็นวันคล้ายวันเกิด 
ก็ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อันมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นพระรัตนตรัยอันสูงสุดของโลก เป็นที่ยึดมั่นถือมั่น ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายมาอำนวยอวยพรให้กับคุณกรวุฒิ และคุณนพวรรณ ให้มีความสุขความเจริญ ปรารถนาสิ่งใดก็ขอให้ได้สิ่งนั้นดั่งสมความปรารถนา ขอให้เป็นสิริมงคลโดยปราศจากทุกข์โศกโรคภัยไข้เจ็บ อุปสรรคและหนี้สิน อย่าได้มีมาแผ้วพาน ก็ขอให้สุขสันต์วันเกิด รายของคุณกรวุฒิเป็นความเมตตาของคุณอุบลวรรณ หรือป้าจ๋า รายของคุณนพวรรณเป็นความปรารถนาดีจากคุณแม่ คือ คุณอัมพร  
ก็พ่อแม่ พี่ป้าน้าอา ทั้งหลายทั้งปวง ก็อย่างนี้แหล่ะมีความห่วงใยลูกหลาน ตอนนี้ก็ลูกหลานในสมัยนี้ก็คงจะมีบ้างแต่น้อยเต็มที ที่จะมีความห่วงใยพ่อแม่ พี่ป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย ก็คงจะไม่เหมือนสมัยเก่าๆ แต่ถ้าเด็กบางคนมีจิตสำนึกที่สูงส่งระลึกถึงพระคุณของพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ก็ถือว่า เป็นเด็กประเสริฐ 
วันนี้เราก็มาคุยกันเรื่องของคนมีจิตประเสริฐ “จิตประเสริฐ” ก็คือ จิตที่มีความเมตตา ความเมตตาเป็นหลักใหญ่ในการที่จะทำให้คนเข้าถึงพรหมลิขิต  ความหมายจริงๆ ที่คนยังเข้าใจผิดกันซะส่วนใหญ่ว่า พรหมลิขิตเกิดจากการคล้ายๆ กับว่า บันดาล หรือสั่งการ หรือส่งพลัง จากพระพรหมที่นั่งอยู่บนสวรรค์ แล้วก็ทำมืออย่างนี้ ส่งแสงลงมาให้ แล้วก็กล่าวคำอวยพร ความจริงมันก็มีเค้านะ มีเค้าว่า พระพรหมส่งคำอวยพรลงมา แต่พระพรหมไม่ได้นั่งอยู่บนสวรรค์เป็นองค์ๆ ที่ตามรูปแบบนั้น  รูปอันนั้นเป็นรูปเคารพที่ทำให้เป็นศูนย์รวม เป็นศูนย์รวมหมายถึงว่า เป็นที่นัดพบ  สมมติเห็นพระพรหมแปดมือสี่หน้า ก็เท่ากับว่า เป็นจุดที่นัดพบ จุดนัดพบระหว่างพลังศักดิ์สิทธิ์คือ บุญเก่า บุญเก่าของคนที่ทำมา ก็มารวมกันที่ความรู้สึกนึกคิดของคนที่ว่า พระพรหมนั่งอยู่ตรงนี้ แต่ความจริงพระพรหมไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้น เป็นเพียงแค่พลังงาน พลังงานศักดิ์สิทธิ์เขาเรียกว่า รังสีแห่งพรหม
          คือ ตลอดเวลาคนเราที่เดินไปเดินมา นั่ง นอน ยืน เดิน อยู่ ก็จะมีคลื่นชนิดหนึ่งส่งลงมาที่ ขออภัย หน้าผากกับตรงนี้เขาเรียกว่า “ต่อมจอมประสาท” ภาษาการแพทย์เขาเรียกว่า  ไพเนียลแกรนด์ (Pineal Grand)  ไพเนียลแกรนด์ก็ส่งลงมา แต่คนส่วนใหญ่ได้รับน้อยมาก หรือถึงกับไม่ค่อยได้รับเลย 
พอรับได้น้อย หรือไม่ได้รับเลย หรือยิ่งถ้าไม่ได้รับเลยนี่อันตรายมาก คนก็ไม่เข้าใจ ตระเวนหาพระพรหมว่า เมื่อไหร่พระพรหมจะมาดลบันดาลให้ฉันมีพรหมลิขิตสักที เพราะว่าเราจะบอกว่า มี 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเป็นพระพรหม ก็ลิขิตชะตาชีวิตมนุษย์ พรหมลิขิตเท่าไหร่ๆ ก็ดีทั้งนั้นล่ะ  ลิขิตสิบครั้ง ลิขิตร้อยครั้ง ลิขิตพันครั้ง ลิขิตหมื่นครั้ง แสนครั้ง ล้านครั้ง ดีทั้งนั้น ให้ประโยชน์เราทั้งนั้น แต่ส่วนมากจะกี่ครั้งก็แล้วแต่ คนที่จิตยังเข้าไม่ถึงความเป็นจริงของคำว่า จิตเมตตา 
คนจิตเมตตาไม่ใช่ว่า ต้องเป็นคนเสียเปรียบ หรือถูกเอาเปรียบไปหมด นั่นไม่ใช่นะ จิตเมตตามันเป็นระดับหนึ่ง คนก็ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่า พรหมลิขิตทำไมไม่ส่งมาให้ฉันเสียที ฉันรอแล้วรออีก   รอแล้วรออีก รออยู่นั่นล่ะ เมื่อไหร่พรหมลิขิตจะส่งมาถึงฉันซะที ฉันจะได้เปลี่ยนฐานะ หรือมีฐานะดียิ่งๆ ขึ้นไป โดยที่ไม่คิดหรอกว่า ตัวเองรับพรหมลิขิตได้ไม่เต็มที่ หรือบางวัน บางอาทิตย์  บางเดือน บางปี แทบจะไม่ได้รับเลย เพราะจิตขาดซึ่งเมตตา ขาดซึ่งอุเบกขา ก็ไม่ค่อยได้รับ กลายเป็นรับแต่อะไร รับสิ่งตรงกันข้ามคือ ยมขีดเขี่ย แทนที่พระพรหมจะส่งพรหมลิขิตลงมาให้เข้าที่เข้าทาง เปล่า ส่งลงมาไม่ได้รับหรอก แต่กลายเป็นไปรับของพระยม พระยมส่งอะไรลงมา พรหมส่งลิขิตลงมา พระยมส่งขีดเขี่ยลงมาแบบซี้ซั้วส่งเดชขีดส่งเดชไปอย่างนั้นแหล่ะ ขีดอย่างเสียไปมิได้ แล้วชีวิตมันก็ยุ่งเหยิง ชีวิตไม่เป็นระเบียบ ไม่เป็นตามที่มีเป้าหมาย เพราะว่าชีวิตของคนเรามี 2 ประเภท ก็คือ พรหมลิขิต กับ ยมขีดเขี่ย แล้วคนก็ส่วนใหญ่ไปรับยมขีดเขี่ย มากกว่ารับพรหมลิขิต 
           ถ้าเราเปรียบเทียบคลื่นฟิสิกส์ คลื่นฟิสิกส์ที่มีพลังลงมา สอดแทรกลงมา ถ้าพรหมลิขิตเป็นเหมือนคลื่นสอดแทรก สอดแทรกลงมาเท่าไหร่ เท่าไหร่ ก็รับได้ แต่ถ้ายมขีดเขี่ยเป็นเหมือนคลื่นแทรกสอด บางทีแทรกสอดก็เป็นผลดี แต่แทรกสอดจากพญายมหรือพระยมไม่ดี เป็นคลื่นที่ให้โทษ เพราะว่าเป็นคลื่นขีดเขี่ย ไม่ใช่คลื่นลิขิต 
ปัญหาก็เกิดขึ้นว่า ทำอย่างไรฉันจึงจะได้รับคลื่นลิขิตจากพระพรหมเยอะๆ ทำอย่างไรฉันจะพ้น หรือหลีกหนีคลื่นขีดเขี่ยจากพระยมให้มากที่สุด จิตตัวเดียว จิตเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
          คนบางคนนี่ไม่เข้าใจกับเขาจริงๆ จะคุยเรื่องอะไร จะฟังเขาคุยเรื่องอะไรให้ฟัง ไม่ว่าเขาจะพูดเรื่องอะไร เขาจะแสดงเรื่องอะไร เขาจะทำเรื่องอะไร จิตขาดเมตตา จิตอ่อนก็ไม่ได้นะ จิตเมตตาไม่จำเป็นต้องอ่อน จิตขาดเมตตา พูดไปก็แบบประเภทกัดฟัน จะเอากันให้ตายไปข้างหนึ่ง ก่อนเข้ามานี่ก็เจอภาพที่น่าสลดหดหู่ใจในยูทูป ก็คงไม่เล่าล่ะ เรื่องอะไรเดี๋ยวจะเป็นการไปเข้าไปในความรู้สึกที่ไม่ดี 
          เพราะฉะนั้น คนที่คิดไม่เป็นก็คิดว่า ตั้งตาคอย เมื่อไหร่ฉันจะรวย เมื่อไหร่ฉันจะประสบความสำเร็จล่ะ เมื่อไหร่ฉันจะพบมิตรที่ดีล่ะ เมื่อไหร่ฉันจะพบโชคลาภกับเขาสักทีล่ะ คิดปรารถนาด้วยกันทุกคน แต่จิตแตกต่างห่างกันไกล บางคนมีเมตตาสูงแต่ยังไม่ถึงเวลาแห่งพรหมลิขิต  บางคนถึงเวลาแห่งพรหมลิขิตแล้วขาดเมตตา มีแต่ความพยาบาทอาฆาต มีแต่ความมุ่งร้าย มีแต่ความคิดที่จะทำร้าย ที่จะทำลาย สิ่งนู้น สิ่งนี้ สิ่งนั้น มันก็กลายเป็นการปิดกั้น ปิดกั้นพรหมลิขิตของตัวเอง และมิหนำซ้ำยังเปิดอ้ารับยมขีดเขี่ย เข้ามาในชีวิตตัวเองอีก 
ถ้ามันเป็นอย่างนี้ เราจะบริหารเรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนสักเท่าไหร่ เท่าไหร่ เท่าไหร่ ก็ไม่ได้ผล บริหารไปก็ป่วยการ เพราะจิตเดิมแท้เป็นประภัสสร นั่นล่ะคือ จิตแห่งพรหม จิตเดิมแท้เป็นประภัสสร จิตเก่าจริงๆ ที่จุติมา ที่เกิดมาเป็นจิตสวยงาม เป็นจิตที่มีเมตตา เป็นจิตแห่งพรหมลิขิต 
          ตอนนี้ปัญหาก็เกิดขึ้นว่า แล้วมันทำใจยาก จะให้ทำยังไง นี่ก็ธรรมดาทุกคนก็เป็นอย่างนี้แหล่ะ คือ มันเป็นปุถุชนไม่ใช่อรหันต์ จะให้ฉันมีเมตตา จะให้ฉันมีกรุณา จะให้ฉันมีมุทิตา จะให้ฉันอุเบกขา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ส่งเงินมาซิ รางวัลที่ 1 นะ เอามาทุกๆ งวดเลย งวดนี้ก็ถูกรางวัลที่ 1 งวดต่อไปก็ถูก งวดต่อไปก็ถูก ถูก ส่งมาเลย ส่งมาเลย แล้วฉันสัญญานะว่า ฉันจะมีจิตเมตตาให้เต็มที่เลย โอ้ว แม่เจ้าพ่อเจ้าคิดอย่างนี้มันเพ้อฝัน มันตรงกันข้าม นั่นคือ ความโลภ นั่นคือ ความโลภ คนที่จะแสวงหาลาภต้องจิตว่าง จิตเป็นประภัสสร จิตขาดซึ่งความพยาบาทอาฆาต ส่วนการบริหารงานนั่นอีกเรื่องหนึ่งนะ จะบริหารบุคคล จะจัดการกับบุคคลที่ร่วมงานอย่างไร นั่นอีกเรื่องหนึ่ง 
          เพราะฉะนั้น นี่คือ สิ่งที่เราฝากคำไว้ก่อนว่า “พรหมลิขิต คู่กับ ยมขีดเขี่ย” ยังมีเหตุผลอีกมาก ยังไม่ใช่แค่นี้ เราพูดไม่ค่อยเต็มปาก ตอนนี้น้ำกำลังท่วมมาก แต่ว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราถึง 31 ธันวาคม เราน้ำท่วมปาก คนพูดน้ำท่วมปากตลอด ถึงจะผ่านหน้าน้ำท่วมไปแล้ว มันก็ไม่หายท่วม มันท่วมปากอยู่ตลอด เพราะฉะนั้น เริ่มต้นตรงนี้นะ เรามาให้โจทย์ไว้ก่อนว่า “พรหมลิขิตส่งมาอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้เราสมปรารถนา แต่ขณะเดียวกันบาปที่เราทำมาตั้งแต่ภพเก่าชาติเก่า ไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ ก็คือ ยมขีดเขี่ย ก็ส่งเป็นคลื่นพลังกรรมลงมา ให้เราผิดหวัง ให้เรามีทุกขเวทนา ซึ่งตรงข้ามกับพรหมลิขิตให้เราสมหวังและสมปรารถนา” 
ก็ขอดูผลงานของผู้อาสาในวันนี้ก่อน คุณพรทิพย์ พุตติ คุณอิ๋ว หรือแม่เง็กนึ้ง  2068  “สิ่งที่เป็นอำนาจสำคัญในการขับเคลื่อนพรหมลิขิต นอกจากพระพรหมลิขิตแล้ว เราต้องมีจิตเมตตา และเราจะทำอย่างไรให้พ้นอำนาจขีดเขี่ยของพระยม มีตัวเดียวที่จะเป็นตัวขับเคลื่อน ก็คือ สิ่งที่ตรงกันข้ามกับเมตตา ก็คือ เสน่ห์หา อันนี้อีกกรณี อีกมุมหนึ่งนะ อย่าเพิ่งเอาไปตีความผิดๆ แล้วก็ตีความแบบไม่สุภาพ หรือเสียหาย 
แต่ขอยืนยันสิ่งที่ตรงกันข้ามกับเมตตาก็คือ เสน่หา ตรงนี้คือ ตัวขับเคลื่อนของบุพเพสันนิวาส อันนี้แยกออกมาเลยนะ แยกออกมาอีกทีหนึ่ง อีกโจทย์หนึ่ง แต่ก็อยู่ในพรหมลิขิตนั่นแหล่ะ มันเป็นทั้งคุณและโทษมากมายมหาศาลที่มนุษย์ทุกคนต้องระวัง แล้วก็รักษาการปฏิบัติต่อเรื่องเสน่ห์หากับความรักและเมตตาให้เหมาะสมและถูกต้อง ถ้าปฏิบัติผิดพลาดก็เกิดเป็นเรื่องเสียหายต่อชะตาชีวิต”
          สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องแยกเป็น 2 เวอร์ชั่นนะ พรหมลิขิต กับ ยมขีดเขี่ย แล้วก็เมตตากับเสน่หา อีกเวอร์ชั่นหนึ่งนะ แล้วเราจะคุยกันเมื่อมีโอกาสพบกัน และมีเวลาพอที่จะชี้แจงรายละเอียดกันได้ ก็ขอขอบคุณ คุณพรทิพย์ พุตติ และขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวกลับมาสวดมนต์สวดพรหลังจากฟังเพลงจบลงแล้ว ขอขอบคุณที่ทนฟังอีกครั้งหนึ่ง
          เพลงที่จบลงไปชื่อสั้นๆ แต่ความหมายนั้นยาวไกลมาก ชื่อเพลงก็คือ สูตรความรัก ซึ่งความรักมันเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญของพรหมลิขิต และถ้าตรงข้ามกับความรัก ก็คือ ความเกลียด  ก็เกลียดก็ต้องมีเหตุผลนะ ไม่ใช่เกลียดโดยปราศจากเหตุผล เช่น นาย ก. เป็นคนดีแต่ถูกเกลียดชังอย่างนี้ ไม่ถูกต้อง นาย ข. เป็นคนชั่ว ถูกเกลียดชัง ถูกต้อง  อันนี้ก็ต้องแยกให้ดีด้วย เพลง สูตรความรัก  คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 1 ครูธวัช คณิตกุล ทำนองและเสียงร้อง AI  จัดทำโดย คุณพัทธนันท์ พิมานพงศ์ภัทร 
เนื้อเพลงมีอยู่ว่า สูตรที่หนึ่ง ความรักคือ ความลับ มันลึกซึ้งอย่างนี้ คนถึงเบื่อที่จะไป ที่จะมาฟังแล้วก็ต้องนำไปคิด เขาบอกรำคาญจัง คิดยาก แต่คุ้มค่านะ เขาบอกคุ้มคลั่งมากกว่า ไม่คุ้มค่า   ความรักคือ ความลับ ที่พระพรหมจับใส่ไว้ในตัวมนุษย์ จิตกำกับ วิญญาณกำหนด จิตวิญญาณเกินกำกับ เกินกำหนด พระยมเก็บหมด สูตรที่หนึ่งนะ  สูตรที่สอง ความรักคือ วิถีทางลัดที่นำพาไปสู่ฤทธิ์ทางใจ  ฤทธิ์ทางใจ เขาเรียกมโนมยิทธิ พร้อมทั้งธรรมมะในภายในจิต  
ตรงนี้ก็ขอซ้ำอีกทีหนึ่ง สูตรที่หนึ่ง ความรักคือ ความลับ ที่พระพรหมจับใส่ไว้ในตัวมนุษย์ จับใส่แล้วมันลึกซึ้งขนาดไหน  จิตกำกับ วิญญาณกำหนด จิตวิญญาณเกินกำกับ เกินกำหนด พระยมเก็บหมด  อันแรกเป็นความรักที่พระพรหมจับใส่ไว้ในตัวมนุษย์  จิตกำกับ ถ้ากำกับไม่อยู่ก็กลายเป็นพระยม พระยมจะมาจัดการกับคนที่ขาดซึ่งความรักที่มนุษย์ควรจะมี บางคนหน้าตาเป็นมนุษย์แต่จิตใจไม่ใช่มนุษย์อย่างนี้ไม่ไหว สูตรที่สอง ความรักคือ วิถีทางลัด ที่นำพาไปสู่ฤทธิ์ทางใจ  พร้อมทั้งธรรมะในภายในจิต ก็คงไม่ยากเกินไปสำหรับผู้ที่มีความเพียร แต่อย่าเพียรจนเพี้ยนนะ ถ้าเพียรจนเพี้ยนไม่มีประโยชน์แล้วยังเกิดโทษอีก 
อ. 6 ต.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.2012   คนที่มีเทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ สิ่งที่ต้องระวังคือ ระวังเรื่องอารมณ์ (ส. 25 ก.ค. 2569)
องค์เขาเป็นคลื่นพลังกรรม ที่เข้ามาประสานกับอารมณ์ ขณะนั้นอารมณ์ของคุณอยู่ในลักษณะไหน ถ้าเป็นอารมณ์ที่ประณีต ไม่ใช่อารมณ์ป่วนจิต หรือเพียงแค่จิตไปรับรู้อารมณ์ จิตก็จะรับงานต่อไป พอจิตรับงานต่อไป ตอนนี้ก็เป็นอันที่เชื่อถือได้แล้วว่า ปรากฏการณ์ทางศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดาทั้งหลาย  มีผลดีแน่ มีประโยชน์แน่ๆ
28 ก.ค. 2026
EP. 1861   สร้างสวรรค์ทั้งเป็น แล้วหลีกหนีนรกทั้งที่ยังไม่ตาย  ทำอย่างไรจึงจะมีปาฏิหาริย์ที่ดีเกิดขึ้น  เริ่มต้นจากตัวเราก่อน  1. อารมณ์    2. จิต      3. วิญญาณ  ที่ทำงานคือ ร่างกาย  จุดสุดท้ายคือ วิญญาณสร้างราศี (พฤ. 29 ม.ค. 2569)
สร้างสวรรค์ทั้งเป็น แล้วหลีกหนีนรกทั้งที่ยังไม่ตาย  ทำอย่างไรจึงจะมีปาฏิหาริย์ที่ดีเกิดขึ้น  เริ่มต้นจากตัวเราก่อน  1. อารมณ์    2. จิต      3. วิญญาณ  ที่ทำงานคือ ร่างกาย  จุดสุดท้ายคือ วิญญาณสร้างราศี กายต้องการความคล่อง จิตต้องการความนิ่ง  วิญญาณเบาบางจากโลภ โกรธ หลง  กิเลส ตัณหา อุปาทาน  โดยเฉพาะอุปาทานทางเหนือสามัญวิสัย มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ชีวิตสับสนวุ่นวาย
3 ก.พ. 2026
EP.1927    ของวิเศษจะต้องเกิดจากคนที่มีความเก่งกล้าสามารถและไม่ชั่ว คนเก่งกล้าสามารถแล้วต่อหาง มีหางยื่นออกมา คือ หางแห่งความชั่ว มันไม่มีประโยชน์ที่จะมาสร้างสิ่งวิเศษเลย เก่งกล้าสามารถ เป็นศักยภาพที่จะต้องไม่มีหางยื่นออกมา หางที่ยื่นออกมา ต้องปิดท้ายด้วย
ต่อให้คุณเก่งแล้วเก่งอีก เก่งจนไม่รู้จะเก่งยังไง แต่ขาดจรรยาธรรม จริยธรรม หางโผล่ชี้ไปข้างหลัง หัวซุนไปข้างหน้า ท้องขนานกับพื้นโลก มนุษย์ที่ไปเอาเยี่ยงเดรัจฉาน ต่ำกว่าภูมิตัวเองลงไป เก่งให้ตายก็ไม่มีศักดิ์สิทธิ์ เพราะสูตรของเราคือ “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” (จ.20 เม.ย. 2569)
25 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy