แชร์

EP.1927    ของวิเศษจะต้องเกิดจากคนที่มีความเก่งกล้าสามารถและไม่ชั่ว คนเก่งกล้าสามารถแล้วต่อหาง มีหางยื่นออกมา คือ หางแห่งความชั่ว มันไม่มีประโยชน์ที่จะมาสร้างสิ่งวิเศษเลย เก่งกล้าสามารถ เป็นศักยภาพที่จะต้องไม่มีหางยื่นออกมา หางที่ยื่นออกมา ต้องปิดท้ายด้วย

อัพเดทล่าสุด: 26 เม.ย. 2026
4 ผู้เข้าชม
EP.1927    ของวิเศษจะต้องเกิดจากคนที่มีความเก่งกล้าสามารถและไม่ชั่ว คนเก่งกล้าสามารถแล้วต่อหาง มีหางยื่นออกมา คือ หางแห่งความชั่ว มันไม่มีประโยชน์ที่จะมาสร้างสิ่งวิเศษเลย เก่งกล้าสามารถ เป็นศักยภาพที่จะต้องไม่มีหางยื่นออกมา หางที่ยื่นออกมา ต้องปิดท้ายด้วยคุณความดี 
ต่อให้คุณเก่งแล้วเก่งอีก เก่งจนไม่รู้จะเก่งยังไง แต่ขาดจรรยาธรรม จริยธรรม หางโผล่ชี้ไปข้างหลัง หัวซุนไปข้างหน้า ท้องขนานกับพื้นโลก มนุษย์ที่ไปเอาเยี่ยงเดรัจฉาน ต่ำกว่าภูมิตัวเองลงไป เก่งให้ตายก็ไม่มีศักดิ์สิทธิ์ เพราะสูตรของเราคือ “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ”
          
สวัสดีทุกท่าน ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก เป็นอานาปานสติ  แต่ถ้าลมหายใจเข้าแล้วไม่ออก แล้วออกแต่ไม่เข้า เป็นมรณานุสติ อันหนึ่งเป็นความตาย อันหนึ่งเป็นความเป็น อานาปานสติ คือ ลมหายใจให้ชีวิต  เมื่อลมหายใจเลิกให้ชีวิต ก็คือ ไม่เข้าไม่ออก แต่คนเราก็ยังไม่ยอมที่จะยอมรับความจริงว่า ชีวิตหนึ่งก็พึ่งแค่อากาศ โดยเฉพาะลมหายใจ แต่เราก็ทำอะไรๆ ที่ให้เป็นที่เดือดร้อนต่อตัวเองและแก่ผู้อื่นกันมากมาย 
          เอาล่ะ ข้อคิด เดี๋ยวจะสะกิดความรู้สึกหลายคนมากไปว่า มีแต่ว่า มีแต่ว่า ว่า ทำไมไม่ชม ชมมันง่าย ชมแบบส่งๆ ก็ชมได้ แต่ว่า มันต้องเอาเหตุผลมาว่า 
วันนี้วันจันทร์ที่ 20 เดือนเมษายน เป็นเดือน 4 ของสากล พุทธะ คริสต์ 69 และ 26 เป็นข้างขึ้น 4 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเมีย  เราจะคุยอะไรกันดี ก็เหมือนแม่ครัว แม่ครัวเข้าครัว เพื่อจะปรุงอาหารแล้วก็ถามผู้รับประทานว่า จะรับประทานอาหารชนิดใด  อาหารของเรามีอาหารทั้งสามัญ สามัญทั่วไปธรรมดาและเหนือสามัญ ไม่ทั่วไปไม่ธรรมดา เป็นวิเศษ  ทีนี้ของวิเศษไม่ใช่ของเศษ  ถ้าเราจะเป็นผู้วิเศษ แล้วเอาความวิเศษของเราออกมาใช้ ต้องเอามาให้ครบ ถ้าเอามาไม่ครบ คุณไม่ได้เอาของวิเศษมาใช้หรอก คุณเอาแต่เศษมันมาใช้ ก็บอกแล้วว่า ของมันวิเศษ เหนือเศษ ไม่ใช่ต่ำกว่าเศษ แล้วไม่ใช่เศษ มันวิเศษ 
ของวิเศษ จะต้องเกิดจากคนที่มีความเก่ง กล้า สามารถ และไม่ชั่ว คนเก่ง กล้า สามารถแล้วต่อหาง มีหางยื่นออกมา คือ หางแห่งความชั่ว มันไม่มีประโยชน์ที่จะมาสร้างสิ่งวิเศษเลย  เก่ง กล้า สามารถเป็นศักยภาพที่จะต้องไม่มีหางยื่นออกมา หางที่ยื่นออกมาต้องปิดท้ายด้วยคุณความดี เป็นคนมีเมตตา  คนหลายคนอยากเป็นผู้วิเศษ แต่มีหางที่ไม่พึงประสงค์ยื่นออกมาจากความเก่งกล้าสามารถ เสร็จแล้วปล่อยให้หางมันตวัดซ้าย ตวัดขวา เกะกะ แล้วบางทีมีสีด้วย อย่างนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ
           เพราะว่าผู้วิเศษ คือ ผู้ศักดิ์สิทธิ์ ศักยภาพคือ ความเก่ง กล้า สามารถ เป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  ความศักดิ์สิทธิ์คือ ความวิเศษ จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ  แต่ศักยภาพนั้นต้องเป็นศักยภาพนั้นต้องเรียบร้อย มีความหมายในความเป็นผู้วิเศษ ไม่ใช่มนุษย์เศษเดน มนุษย์ที่เป็นเศษเดน พยายามจะสร้างตัวเอง บอกผู้อื่นว่า ฉันเป็นผู้วิเศษ อย่างนี้ก็เป็นการไม่เข้าหลักการ หลักการของเราที่บอกว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” 
ความศักดิ์สิทธิ์มีความครบถ้วน 5 ประการ 1. ศักดิ์สิทธิ์  2. อิทธิฤทธิ์  3. ปาฏิหาริย์   ปาฏิหาริย์ก็คือ พลังวิเศษ  4. เทพเทวดา ต้องเป็นเทพที่มีเมตตา เทพที่ดี  5. เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง ที่บริสุทธิ์  ถ้าไม่บริสุทธิ์ปั๊บ ลงล่างเลย 
          คนเก่งมีฐานของศักยภาพ แต่มีหางที่ไม่พึงประสงค์ อย่างที่เขาเรียกว่า คบคนนี้ทำตัว ประพฤติตัวเหมือนเลื้อยคลาน เลื้อยคลาน  มนุษย์กับสัตว์ต่างกัน มนุษย์หรือคน คำจำกัดความ คือ สิ่งชีวิตที่มี 2 ขา  2 แขน ไม่มีหาง เวลาเดินศีรษะชูขึ้นฟ้า ขนานไปกับพื้นโลก ขาตั้งสูงไปกับพื้นโลก  
แต่ถ้าเดรัจฉานหรือเลื้อยคลาน มี 4 ขา มีหาง เวลาเดินหัวซุนไปข้างหน้า ท้องขนานไปกับพื้นโลก ไม่เป็นลักษณะตั้งอย่างมนุษย์เดิน  หัวศีรษะชูขึ้นฟ้า 
          เมื่อคนแตกต่างกันกับสัตว์ สัตว์มันมีหาง แล้วทำไมคนจึงประพฤตินอกลู่นอกทาง มีศักยภาพดีอยู่แล้ว เก่งอยู่แล้ว แต่ทำไมปล่อยให้หางโผล่ แล้วหางมีสีด้วย อย่างนี้ไม่เป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ฐานของความศักดิ์สิทธิ์ 
ต่อให้คุณเก่งแล้วเก่งอีก เก่งจนไม่รู้จะเก่งยังไง แต่ขาดจรรยาธรรม จริยธรรม หางโผล่ชี้ไปข้างหลัง หัวซุนไปข้างหน้า ท้องขนานกับพื้นโลก มนุษย์ที่ไปเอาเยี่ยงเดรัจฉาน ต่ำกว่าภูมิตัวเองลงไป เก่งให้ตายก็ไม่มีศักดิ์สิทธิ์ เพราะสูตรของเราคือ “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” 
เอาวิเศษเถอะนะ ถึงเป็นคนวิเศษ อย่าเป็นคนเพียงแค่เศษเดน เศษแล้วมีเดนด้วย มันเสียดาย เสียชาติที่เกิดมา ลักษณะของคนมันพิเศษและวิเศษได้ทั้ง 2 อย่าง คือ ทั้งเป็นพิเศษกว่าสัตว์อื่นๆ แล้วก็เป็นได้ทั้งสัตว์วิเศษ สามารถแสดงปาฏิหาริย์ในเรื่องศักดิ์สิทธิ์  อิทธิฤทธิ์  ปาฏิหาริย์  แล้วก็สัมพันธ์กับเทพเทวดา  เข้าถึงเรื่องลึกลับทั้งหลาย 
          อันนี้ไม่ได้มีเจตนาจะพูดให้ระคายหู หรือหนักหัว แต่เตือนสติว่า ใครอยากเป็นผู้วิเศษจงสร้างศักยภาพเถอะ และศักยภาพนั้นต้องให้มีคุณงามความดีอย่าให้หางโผล่ เพราะมนุษย์ไม่มีหาง เวลาเดินหัวชูขึ้นฟ้าเป็นแนวตั้งไปกับพื้นโลก แล้วไม่มีหาง  สัตว์เดรัจฉานมันน่าสงสาร มันมีหางชี้ไปข้างหลัง หัวซุนไปข้างหน้า ท้องขนานไปกับพื้นโลก เราสงสาร เมตตาสัตว์ เดรัจฉาน แต่มนุษย์ไม่ควรเป็นฉายาของมัน มันเกิดมามีกรรม เราเกิดมามีบุญ จงเอาบุญมาก่อร่างสร้างศักยภาพ 
เราเข้าใจคำว่า จริยธรรมกับสัจธรรม แล้วเอามาแยะแยะว่า สัจธรรมคือ ธรรมชาติ  จริยธรรมคือ ธรรมะที่ปรุงแต่ง เราปรุงแต่งให้ดีๆ เถอะ อย่าปรุงแต่งจนเลอะเทอะ เปรอะเปื้อนไปหมด ในโลกนี้มีหนทางปฏิบัติอยู่ 2 ธรรมใหญ่ๆ ก็คือ สัจธรรม ความจริงตามธรรมชาติ กับจริยธรรม ความจริงที่เกิดจากจิตปรุงแต่ง และพอมีคนมีจิตวิปริต มีจิตวิปลาส มันก็ปรุงจริยธรรมออกมาแบบดำแล้วดำอีก ดำอีกดำแล้ว  
สัจธรรมคือ ความจริงตามธรรมชาติ บอกมนุษย์ผู้นั้นว่าจะใจดำไปทำไม จะใจร้ายไปทำไม จะสร้างความวุ่นวายให้สังคมและโลกนี้ไปทำไม ซึ่งตัวคุณเกิดมาอยู่ได้ไม่ถึง 100 ปีโดยประมาณ คุณก็สูญสลายหายจากโลกนี้ไปแล้ว สงสารคนรุ่นหลังๆ ที่เขากำลังจะเกิดตามมา อย่าทำให้สังคมมันสกปรกนักเลย ห่วงลูก หลาน เหลน โหลน ในภายหน้า เขาจะไม่รู้จักสัจธรรม กับจริยธรรมว่า ควรจะทำอะไร กับใคร ที่ไหน อย่างใด เมื่อใด แบบใด เท่าใด
           ก็ขอวกมาที่ผลงาน 1926  คุณอรสา กู้เกินพงษ์ ตัวโปรย “โลภ โกรธหลง   กิเลส ตัณหา อุปปาทาน  ตัณหา มานะ ทิฎฐิ   คือ ตัวตอบโจทย์ ที่จะทำให้เราเข้าใจว่า ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ เราไม่ต้องไปง้อสิ่งใด ไม่ต้องไปง้อผู้ใด ไม่ต้องไปง้อสถานที่ใด  เอาตัวเรา สถานที่ของเรา สิ่งที่เรามีอยู่ มาสร้างศักยภาพ แล้วก็สร้างศักดิ์สิทธิ์” 
ชัดเจน คุณอรสา เน้นได้ถูกต้องและชัดเจน ความโลภ โกรธ หลง ชุดนึงล่ะ เป็นภาษาไทย  กิเลส ตัณหา อุปาทาน ผลพวงของโลภโกรธหลง  ตัณหา มานะ ทิฎฐิ อันนี้สัญญาปรุงแต่ง เขาเรียกว่า ปปัญจสัญญา คือ ตัณหา มานะ ทิฎฐิ  ตัณหาคือ ความอยากได้ไม่สิ้นสุด  มานะคือ ความอยากใหญ่ไม่สิ้นสุด ทิฎฐิคือ ใจแคบซะแล้ว คือ ตัวตอบโจทย์ที่จะทำให้เราเกิดความเข้าใจว่า ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ  เราไม่ต้องไปง้อสิ่งใด ไม่ต้องไปง้อผู้ใด ไม่ต้องไปง้อสถานที่ใด เอาตัวเรา สถานที่ของเรา สิ่งที่เรามีอยู่ มาสร้างศักยภาพ แล้วก็สร้างศักดิ์สิทธิ์”  อันนี้ก็ทวน 2 ครั้ง  ก็ขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง แล้วจะต่อด้วยคำว่า ฟังทน ก็ดูมันจะลิเกไปหน่อย  ก็ขอขอบคุณ  เดี๋ยวอาจารย์ปัญจพล มีรายงาน
          
สับสนจนเก้อ ละเมอเพ้อฝัน อะไรจะมาสับสนเท่ากับเรื่องเหนือสามัญวิสัย ค่อนข้างยาก แต่เรื่องเหนือสามัญวิสัย เรื่องศักดิ์สิทธิ์ มันไม่ได้เกินกว่าความเข้าใจมนุษย์ที่จะเข้าใจมันได้ ที่สับสนวุ่นวายเข้าใจผิด เพราะมนุษย์หรือคนใช้กิเลส ใช้ตัณหา ใช้อุปาทาน เข้าไปพิจารณาเรื่องศักดิ์สิทธิ์ มันก็เลยไปกันใหญ่ สับสนกันไปหมด   บ้างก็ว่าต้องอย่างนี้  บ้างก็ว่าต้องอย่างนี้  บ้างก็ต้องอย่างนั้น ต้องอย่างโน้น  ไม่มีหลักที่ชัดเจน ก็เฮโลสาระพาพากันไป หลงทางกันซะแปดเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ เสียดายเวลาของชีวิต 
เราขอยืนยันว่า ศักดิ์สิทธิ์ต้องคู่ขนานกับศักยภาพ และศักยภาพคือ ความเก่งกล้าสามารถก็ต้องระวังความคิดที่ดีด้วย ถ้าคิดแต่จะร้ายด้วย ช่วยไม่ได้จริงๆ 

รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1893   3 ประโยค  9 วลี  ถ้าใครเข้าใจอย่างลึกซึ้งจริงๆ  ก็จะเข้าใจเรื่องลึกลับด้วย (อ. 10 มี.ค. 2569)
โลภ โกรธ หลง เป็นต้นฉบับ  ต่อมาก็ขยายฉบับออกไป กิเลส ตัณหา อุปาทาน  มันก็ไปปรุงแต่งตัณหา มานะ  แล้วก็ไปปิดประตูสุดท้ายที่ทิฏฐิ ความใจแคบ
13 มี.ค. 2026
EP. 1841   การคิด พูด ทำ เราไม่ได้เป็นอิสระ หลายครั้งเราผิดพลาดเองจากพฤติกรรม แต่บางครั้งเราพลาดผิด เพราะคลื่นสอดแทรกจากวิบากกรรม มาศึกษาเรียนรู้ธรรมะสองภาค เพื่อรู้เท่าทันป้องกันแก้ไข
การคิด พูด ทำ เราไม่ได้เป็นอิสระ หลายครั้งเราผิดพลาดเองจากพฤติกรรม แต่บางครั้งเราพลาดผิด เพราะคลื่นสอดแทรกจากวิบากกรรม มาศึกษาเรียนรู้ธรรมะสองภาค เพื่อรู้เท่าทันป้องกันแก้ไข
10 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy