แชร์

EP.2063  ถ้าชาวพุทธส่วนใหญ่รู้จักพระพุทธศาสนาดี รู้จักจริง แล้วก็เอาหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา ทั้งหลายทั้งปวง ทุกๆ หมวด ทุกๆ ข้อ รวมทั้งข้อสุดท้าย คือ ไตรลักษณ์ “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา”มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตของตัวเองให้ถูกต้อง เอาหลักธรรมมาสร้าง

อัพเดทล่าสุด: 7 ต.ค. 2026
1 ผู้เข้าชม
EP.2063  ถ้าชาวพุทธส่วนใหญ่รู้จักพระพุทธศาสนาดี รู้จักจริง แล้วก็เอาหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา ทั้งหลายทั้งปวง ทุกๆ หมวด ทุกๆ ข้อ รวมทั้งข้อสุดท้าย คือ ไตรลักษณ์ “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา”มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตของตัวเองให้ถูกต้อง เอาหลักธรรมมาสร้างประโยชน์ ในการที่เราจะทำสิ่งเหล่านี้ให้ตัวเรา เป็นคนที่มีความเก่งกล้าสามารถ จะเก่งทางไหนก็ได้ ให้เก่งจริงๆ  ให้สมกับบุญเก่ากุศลเก่าที่เราสร้างมา 
พอเราเก่งแล้ว ศักยภาพเกิดขึ้นมาแล้ว ด้วยหลักธรรมคำสั่งสอน เช่น “อิทธิบาทธรรม” รวมทั้งคุณความดีแล้ว มันก็จะกลายเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ก็จะกลับมา ตีกลับมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ เราก็ไปนั่งอยู่บนบัลลังก์ของคนเก่ง นั่งอยู่บนบัลลังก์ของคนดี นั่งอยู่บนบัลลังก์ของคนสำเร็จในชีวิต 
เราจึงมีคาถาประจำสำนักสหปฏิบัติฯว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ”
         
             สวัสดีทุกท่าน วันนี้เป็นวันคล้ายวันมงคลของคุณฐิตาพร พลัง หรือคุณตู่ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อำนวยอวยพรให้คุณฐิตาพร พลัง เนื่องในวันคล้ายวันเกิด จงมีความสุขความเจริญ ปราศจากทุกข์ โศก โรคภัยไข้เจ็บ อุปสรรค หนี้สินและศัตรู หากมีอยู่ก็ขอให้หมดไป ให้ได้มาซึ่งความสำเร็จทุกๆ ประการ
          วันนี้เราพบกันทางเงา วันจันทร์ที่ 28 เดือนกันยายน พุทธะ 69 คริสต์ 26 แรม 2 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เวลาแต่ละวัน อย่าให้ผ่านไปเปล่า แต่ยังไงๆ มันก็ต้องผ่าน มันไม่ยอมอยู่กับที่ ไม่มากก็น้อย ต้องให้ได้อะไรบ้าง วันนี้เราจะได้อะไรกันดี สิ่งที่ดีที่สุดคือ ถ้าเราเข้าใจสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ซึ่งมันแอบ แอบซ่อนอยู่ในตัวเรานี่ล่ะ เขาเรียกว่า “สิ่งเหนือสามัญวิสัย” ถ้าเราเข้าใจสิ่งนี้ ปฏิบัติต่อสิ่งนี้อย่างถูกต้อง ต้องทั้งถูกต้องและเหมาะสม บางทีถูกต้องแต่ยังไม่เหมาะสม มันก็ไม่เกิดประโยชน์ มันกลับกลายเป็นโทษไป ก็มี
          เพราะฉะนั้น สิ่งนี้เป็นสิ่งละเอียดอ่อน ยอกย้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง เราจึงต้องค่อยๆ มาเพิ่มเติมความรู้ ความเข้าใจในสิ่งละเอียดอ่อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง ก็คือ เรื่องของศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับทั้งหลายเหล่านี้ให้ชัดเจนขึ้น แล้วก็ถึงจะไม่ใช่ชัดเจนอย่างเห็นจับได้มั่น คั้นได้ตาย หมายได้ตรงก็จริง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งลับๆ ล่อๆ ก็ขอให้เราพอเข้าใจ พอเข้าใจสิ่งเหล่านี้ และปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านี้ได้เหมาะสม เราก็จะมีชีวิตอยู่อย่างเรียกว่า ผ่านพ้นต่อปัญหาความทุกข์ยากไปได้ด้วยดี
          สิ่งนี้มันเป็นเรื่องเรียกว่า ที่เคยพูดเอาไว้ว่า “เส้นผมบังภูเขา” มันนิดเดียวเท่านั้นเอง แต่บางทีเราหามันไม่เจอตั้งครึ่งค่อนชาติ บางคนหาไม่เจอกว่าครึ่งชาติ บางคนหาไม่เจอเลยเกือบทั้งชาติ กว่าจะไปเจอนิมิตตอนใกล้จะตาย เพราะว่าใกล้จะตาย คนจะมีนิมิต มีปรากฏการณ์แปลกๆ แล้วจึงไปเข้าใจตอนนั้น พอเราไปเข้าใจตอนนั้นมันทำอะไรไม่ได้แล้ว ร่างกายเราหมดสภาพแล้ว พูดไม่ได้ คิดไม่ได้ ทำไม่ได้ ก็ได้แต่อึดอัดคับข้องอยู่ในใจ แล้วก็จากโลกนี้ไป ตามคติที่เคยพูดไว้ว่า “คติ 4”  “อภิณหปัจจเวกขณ์ 5”  “วิบาก 6”  
           ที่จริงพูดแบบนี้มันง่าย ฟังแล้วมันไม่น่าจะยาก คติ 4 มีอะไร  อภิณหปัจจเวกขณ์ 5 มีอะไร วิบาก 6 มีอะไร  ที่แท้คนใกล้ตาย บางคนเสียใจ เสียใจมาก  ตลอดชาติเราไม่น่าจะใช้มิจฉาทิฎฐิ ความเห็นผิด เราไม่น่าจะใช้อติมานะ ความมานะที่มันไม่เหมาะกับเหตุผล มานะแบบไม่เข้าท่า  ตลอดชาติที่ผ่านมาทำไมเราโง่จัง 
           พอวันสุดท้าย ชั่วโมงสุดท้าย นาทีสุดท้าย คนที่ใกล้จะจากโลกนี้ มันจะเกิดความรู้สึกรันทดถึงที่สุด แล้วยิ่งถ้าเกิดมีนิมิตในภพใหม่ว่า เราจะไปจุติจะไปเกิดเป็นอะไรยังไง มันมีความหวาดผวามากว่า เรานี่จะไปโง่อีกหนึ่งชาติหรือเปล่า  ชาตินี้เราโง่จัง ที่ไม่ควรคิดก็ไปคิด ที่ไม่ควรพูดก็ไปพูด ที่ไม่ควรทำก็ไปทำ  แล้วชาติหน้าเราจะไปคิด ไปพูด ไปทำให้เหมาะสมไหม เราก็ไม่รู้  อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ลำบากอยู่พอสมควร
          เรื่องธรรมชาติที่มันไม่เปิดเผยความจริงกับเรา แล้วเราก็ได้แต่ไปลุ่มหลง ไปสมมติ คนที่หลงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับแบบผิดๆ  มันน่ารันทดจริงๆ  มันน่าเสียใจจริงๆ แล้วพอหันมาคิดว่า นี่เราถูกหลอกนี่ นี่เราไปเชื่ออย่างนั้นได้ยังไง นี่เราไปสอนอย่างนี้มันผิด  แล้วก็กลายเป็นเรื่องเสียใจข้ามภพข้ามชาติไป 
           แทนที่จะไปมีคติที่เป็นสุคติ เราก็ไปกลายเป็นทุคติ ก็ทำให้ชาติภพวังวนเวรกรรมของเราในชาติต่อไปต้องไปลำบากอีก ต้องไปลำบากอีก เพราะแทนที่จะไปสบายก็กลับกลายเป็นไปลำบาก แล้วไม่น่าเลยที่เราเกิดมามีสังขารในชาตินี้แล้ว แล้วเราไม่ได้ใช้สังขารของเราในชาตินี้ คิดให้ถูก พูดให้ถูก ทำให้ถูก  เราคิดผิด พูดผิด ทำผิด มาแทบทั้งตลอดทั้งชาติเลย ก็กลายเป็นผีลำบาก ผีทุกข์ยาก ผีที่จะต้องจากภพ จากชาติ จากสังขารของตัวเองในชาตินี้ไปสู่ความทุกข์ทรมาน อันนี้น่าเสียดาย
          ยิ่งเราเกิดมาในสังคมที่เขาเรียกว่า”เมืองพุทธ” เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ โอกาสที่เราจะมีความสุขทั้งในภพนี้ ทั้งในชาตินี้ และในภพหน้ามันมีมากทีเดียว เพราะว่าพระพุทธศาสนาสอนไว้อย่างชัดเจน เช่น อย่างเมื่อวานเราพูดกันถึงว่า ถ้า ถ้าชาวพุทธส่วนใหญ่ รู้จักพระพุทธศาสนาดี รู้จักจริง แล้วก็เอาหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตของตัวเองให้ถูกต้อง ชาวพุทธก็จะเอาหลักธรรมทั้งหลายแหล่ทั้งปวง ทุกๆ หมวด ทุกๆ ข้อ รวมทั้งข้อสุดท้าย คือ ไตรลักษณ์ “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” เอามาใช้สร้างประโยชน์ เอาหลักธรรมมาสร้างประโยชน์ 
          เอามาสร้างประโยชน์ยังไง เอามาสร้างประโยชน์ในการที่เราจะทำสิ่งเหล่านี้ให้ตัวเรา เป็นคนที่มีความเก่งกล้าสามารถ จะเก่งทางไหนก็ได้ทางหนึ่งทางใด ทำกับข้าวเก่งนี่ก็ถือว่า ศักยภาพ พูดเก่งก็ศักยภาพ  ทำการเกษตรเก่งก็ศักยภาพ ทำงานเก่ง ทำบัญชีเก่ง ทำอะไรเก่ง ทำขนมเก่ง ทำขนมอร่อยก็ถือว่า ศักยภาพ เราทำสิ่งเหล่านี้ให้เก่งจริงๆ  ให้สมกับบุญเก่ากุศลเก่าที่เราสร้างมา 
          พอเราเก่งจริงๆ แล้ว ศักยภาพเกิดขึ้นมาแล้วด้วยหลักธรรมคำสั่งสอน เช่น “อิทธิบาทธรรม”  ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา  คนควรจะมีฉันทะความพึงพอใจ  ควรจะมีวิริยะความเพียร จิตตะจิตควรจดจ่อกับการทำงาน วิมังสาหมั่นตรึกตรองการทำงาน เพียงแค่อิทธิบาท 4 เราก็สามารถที่จะสร้างศักยภาพได้ส่วนหนึ่งแล้ว แล้วยิ่งถ้ารู้หลักธรรมมากขึ้นกว่านี้ โอกาสที่จะสร้างความเก่ง กล้า สามารถในตัวเรา คือ ศักยภาพก็จะเกิดขึ้น เกิดขึ้น เกิดขึ้น รู้หลักธรรมก็เป็นอันว่า เอาหลักธรรมมาใช้ มาใช้มาทำงาน ศักยภาพก็เกิด  
           พอศักยภาพเกิด เกิด เกิด ศักยภาพแปลว่า ความเก่ง กล้า สามารถ และใส่ความดีเข้าไปด้วย ไม่ช้าไม่นานเราไม่ต้องไปขวนขวาย ไม่ต้องไปขวนขวายหาว่า วิธีศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงไหน วิธีศักดิ์สิทธิ์คือวิธีอะไร ความศักดิ์สิทธิ์ ปาฏิหาริย์จะเกิดแก่เราได้อย่างไร ไม่ต้องไปหา 
           ตัวศักยภาพคือ ความเก่ง กล้า สามารถ แล้วก็ส่วนมากมาจากหลักธรรมคำสอน รวมทั้งคุณความดีด้วย มันก็จะกลายเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ก็จะกลับมา ตีกลับมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ เราก็ไปนั่งอยู่บนบัลลังก์ของคนเก่ง นั่งอยู่บนบัลลังก์ของคนดี นั่งอยู่บนบัลลังก์ของคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เราจึงมีคาถาประจำสำนักสหปฏิบัติฯ ว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” 
          ถ้าใครที่ขึ้นนั่งบัลลังก์ของคนเก่ง คนดี ความสำเร็จเกิดขึ้นแล้ว คนนั้นก็มีความสุข ชีวิตถึงจะมีปัญหามากขนาดไหนก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” 
          คนที่แสวงหาความศักดิ์สิทธิ์โดยผ่านขั้นตอน หรือมองข้าม มองข้ามเรื่องของศักยภาพคือ  เรื่องของความเก่ง กล้า สามารถ และคุณความดีผ่านไป ให้หาความศักดิ์สิทธิ์ยังไงๆ ก็หาความศักดิ์สิทธิ์ไม่เจอ จะเจอก็เศษ เศษของความศักดิ์สิทธิ์ ปาฏิหาริย์เล็กๆ น้อยๆ สมมติว่า แสวงหาลาภจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างมากก็ถูกลอตเตอรี่ 2 ตัว 3 ตัว เล็กๆ น้อยๆ แล้วก็ย่ามใจ  ย่ามใจก็กลายเป็นผู้ติดการพนัน หลงซื้อลอตเตอรี่ หลงเล่นหวย อย่างนี้ก็กลายเป็นเสียหาย 
          แต่สำหรับผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ของความสำเร็จ มันจะต้องได้เงินแสน เงินล้านและหลายๆ ล้านไม่ใช่แค่เศษเงินเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งไม่ใช่หมายถึงว่า เราจะดูถูกนะ  อันนี้คือ ปัญหาที่เราจะถูกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในระดับล่างหลอกลวงว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีตั้งแต่ นรกมันก็ศักดิ์สิทธิ์ อสูรกาย ยักษ์ มันก็ศักดิ์สิทธิ์ เปรตมันก็ศักดิ์สิทธิ์ เดรัจฉานที่เป็นโอปปาติกะ ฝ่ายแสดงตัวเป็นโอปปาติกะก็ศักดิ์สิทธิ์  เทวดา 6 ชั้น ตั้งแต่ชั้น 6 7 8 9 10 11 จตุมหาราชิกา ยามา ดาวดึงส์ ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี เทวดา 6 ชั้นนี้ก็ศักดิ์สิทธิ์ 
           แต่เทวดา 6 ชั้นก็ดี อสูรกาย เปรต นรกทั้งหลายแหล่ก็ดี ที่มันจะแสดงปาฏิหาริย์ แสดงได้คนละนิดเดียว ช่วยเราให้รอดพ้นตลอดชีวิตไม่ได้ ให้มาก็เป็นเพียงแค่น้ำจิ้ม ไม่พอที่จะใช้ประโยชน์ แต่เทพที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จสุขในชีวิต ต้องเป็นมหาเทพขึ้นไป ต้องเป็นมหาเทพขึ้นไป เช่น  ชั้นที่ 11 ถึงชั้นที่ 27 มหาพรหม 16 ชั้น แล้วถ้าจะให้ดีต้องได้รับบารมี อันนี้ไม่ได้ช่วยโดยตรงแต่เป็นบารมี จากอรูปพรหมอีก 4 ชั้น เพราะว่าพระพรหมมี 20 ชั้น
             เพราะฉะนั้น ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องให้ชัดเจน แล้วต้องให้ได้ระดับกับที่เราถือกำเนิดเกิดมา คนบางคนเกิดมาดวงชะตาใหญ่โต มโหฬาร เรียกว่า ไม่ใช่คนดวงธรรมดา แต่มาแสวงหาศักดิ์สิทธิ์จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เล็กๆ น้อยๆ เช่นในระดับ โอปปาติกะธรรมดา แล้วก็เทพระดับเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งไม่สามารถจะช่วยให้เราหมดทุกข์ได้ 
            เพราะฉะนั้น ขอให้เข้าใจเถอะว่า เร่งสร้างศักยภาพ คือ ความเก่ง กล้า สามารถของตัวเอง และอย่าลืม คุณความดีด้วย  “อย่าเหลิง  อย่าหลุด  อย่าลอย  อย่าร้อน  อย่ารน” เพราะคนที่ประสบความสำเร็จ แล้วส่วนมากจะเหลิง หลุด ลอย ร้อน รน  ก็จะกลายเป็นไม่ได้อะไรเลย ผลที่สุดก็มางวยงง แล้วมาใช้ทุภาษิตว่า ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป คราวนี้ก็ไปกันใหญ่เลย 
          ดูผลงาน 2062 คุณอรสา กู้เกินพงษ์  ตัวโปรยมีอยู่ว่า “หลักธรรมที่พระพุทธองค์ทรงให้ไว้แก่ชาวโลก ถ้าเรานำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางศักยภาพ ก็คือ เอามาสร้างความเก่ง กล้า สามารถ พอความเก่ง กล้า สามารถ ไปประสานเข้ากับอัธยาศัยของแต่ละคน ทั้งทางนอกแล้วก็ทั้งทางใน ก็คือ ดวงชะตาชีวิตของแต่ละคน ศักยภาพเหล่านี้ก็จะค่อยเพิ่มพูนขึ้น เพิ่มพูนขึ้น แล้วเพิ่มพูนขึ้น สักวันหนึ่งศักยภาพก็จะมาเป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ก็จะกลับมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” อันนี้ชัดเจน คุณอรสา เขียนไว้ชัดเจนมาก 2062  
           “หลักธรรมที่พระพุทธองค์ทรงให้ไว้แก่ชาวโลก ถ้าเรานำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางศักยภาพ ก็คือ เอามาสร้างความเก่ง กล้า สามารถ พอความเก่ง กล้า สามารถ ไปประสานเข้ากับอัธยาศัยของแต่ละคน ทั้งทางนอกแล้วก็ทั้งทางใน ก็คือดวงชะตาชีวิตของแต่ละคน ศักยภาพเหล่านี้ก็จะค่อยเพิ่มพูนขึ้น เพิ่มพูนขึ้น แล้วเพิ่มพูนขึ้น สักวันหนึ่งศักยภาพก็จะมาเป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ก็จะกลับมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” ก็ขอขอบคุณ คุณอรสา กู้เกินพงษ์  2062 เป็นที่ชัดเจน ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวเรามารับฟังเพลง แล้วก็มีรายงานจากอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ จากนั้นเราก็สวดมนต์สวดพรกัน ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
            เพลงที่จบลงไปอย่างครึ่งๆ กลางๆ มันเป็นเพลงที่ดุ เพราะมีไก่ 3 ตัว คอยจิกเราอยู่  ไก่ 3 ตัวนี่ก็คือ “กลไกกรรม” ทำไมมันดุจัง เป็นเพลงที่แต่งโดยอาจารย์สมศักดิ์ รักไพบูลย์สมบัติ คำร้อง ธวัช คณิตกุล หลง 2784  ทำนอง ทหารแก่  ขับร้องโดย คุณสมพร เหลี่ยมมณี  จังหวะ บีกินกับชะชะช่า ไม่ทราบอาจารย์โอ๊ต อาจารย์ปัญจพล อ่านเนื้อเพลงไปแล้วหรือยัง 
            “กงเกวียนกำเกวียนกรรมเก่าเกี่ยวกัน สื่อสัมพันธ์คือ กฎกรรมธรรมดา พรหมลิขิต ตัวนี้ตัวสำคัญ พรหมลิขิตมาตามแห่งกาลเวลา พอพรหมลิขิตมาตามกาลเวลาเขาจะมาช่วยเราแก้เกมกลกรรม จิตของเรา จิตของเราไม่อยู่ในความมีพรหมวิหารธรรมซะแล้ว 
             พรหมวิหารธรรมก็มีอยู่ 4 ข้อ 1. เมตตา 2. กรุณา 3. มุทิตา 4. อุเบกขา ไม่อยู่  บางทีไปตรงกันข้ามเลย ใจร้ายใจดำโหดเหี้ยมทารุณกรรม มีแต่ความคิดพยาบาทอาฆาต ทำร้ายได้แม้กระทั่งพ่อแม่ ครูบาอาจารย์และผู้มีพระคุณทั้งหลาย กลไกลกรรมก็เปลี่ยนไปเลย แทนที่พรหมลิขิตจะมาช่วย คนๆ นั้นไม่อยู่ในจิตที่มีเมตตาเป็นเบื้องต้น ก็พลิกคว่ำพลิกหงายกันอยู่อย่างนี้แหล่ะ แทนที่ชีวิตจะประสบความสำเร็จกับเขาสักที ก็เปล่า ตายไปพร้อมกับความล้มเหลว ในชาติต่อไปก็ต้องไปรับกรรมอย่างนี้อีกนั้นแหล่ะ อยู่ในฐานะที่ลำบากลำบนทนทุกข์ทรมาน    
            เพราะฉะนั้น ว่ากันจริงๆ เกิดมาแล้วเรามีสังขารพร้อมดีแล้ว โดยเฉพาะไม่อยู่ในสภาพที่พิกลพิการ ถึงพิกลพิการเขาก็มีทางออกของเขาอีกอย่างหนึ่ง มีอาการครบ 32 ก็นับว่า บุญนักบุญหนาแล้ว เอามาใช้ให้เป็นประโยชน์เถอะ  คิดให้มันดีๆ หน่อย  พูดให้มันดีๆ หน่อย  ทำให้มันดีๆ หน่อย นี่ล่ะคือ พูดกันแบบง่ายที่สุด แต่ว่าไม่รู้จะเข้าใจกันได้หรือเปล่า ก็สุดแท้แต่
จ. 28 ก.ย. 2569
รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.2010   อารมณ์ฤทธิ์  จิตรู้ (พฤ. 23 ก.ค. 2569)
ฤทธิ์สร้างด้วยอารมณ์   จะควบคุมฤทธิ์ได้  ต้องเอาจิตเข้ามาควบคุมอารมณ์  จิตเป็นตัวรู้  รับรู้  คิดจำ  จำได้ หมายรู้  สุดท้ายที่รู้แจ้งแทงตลอด  ผู้ที่มีจิตสงบ สะอาด สว่างพอเพียง ก็จะสามารถใช้ฤทธิ์ได้อย่างเหมาะสม
28 ก.ค. 2026
EP.2055    ความรู้ที่จะได้มาให้เป็นประโยชน์กับความรู้สึก จะมีอะไรที่เป็นความรู้ดีไปกว่าความรู้ในธรรมะแห่งงานพระพุทธศาสนา (ส. 19 ก.ย. 2569)
จุดมุ่งที่เราอยากจะให้ทุกคนเข้าถึงการครอบครู แล้วได้รับการครอบครอง จนกระทั่งกลายเป็นคนเก่งกล้าสามารถ มีความรอบรู้ และรู้รอบจริงๆ จนกระทั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาสถิตที่ตัวเรา โดยไม่ต้องไปกังวลอะไรเขามาเอง
26 ก.ย. 2026
EP. 1867   ความรู้สึกที่จะไปล้วงลึกความศักดิ์สิทธิ์  ต้องจิตใจวางว่างจริง ๆ (พฤ. 5 ก.พ. 2569)
พอความรู้ชนิดหนึ่งชนิดใดที่ผ่านเข้ามาในวิญญาณธาตุ แล้วมันตรงขั้วกับวิญญาณ กับธาตุของวิญญาณนั้นพอดี ความรู้นั้นจะเกาะติดในธาตุวิญญาณ จะเกิดการประสานกับความรู้สึกในเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ความรู้เรื่องศักดิ์สิทธิ์กับความรู้สึกเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ก็จะเกิดการรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว
12 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy