แชร์

EP.2010   อารมณ์ฤทธิ์  จิตรู้ (พฤ. 23 ก.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 28 ก.ค. 2026
2 ผู้เข้าชม
EP.2010   อารมณ์ฤทธิ์  จิตรู้ 
ฤทธิ์สร้างด้วยอารมณ์   จะควบคุมฤทธิ์ได้  ต้องเอาจิตเข้ามาควบคุมอารมณ์  จิตเป็นตัวรู้  รับรู้  คิดจำ  จำได้ หมายรู้  สุดท้ายที่รู้แจ้งแทงตลอด  ผู้ที่มีจิตสงบ สะอาด สว่างพอเพียง ก็จะสามารถใช้ฤทธิ์ได้อย่างเหมาะสม
สวัสดีทุกท่าน พฤหัสที่ 23 เดือนกรกฎาคม พุทธะ คริสต์ 69 และ 26  วันนี้เป็นวันข้างขึ้น 9 ค่ำ เดือน 8 แต่เป็น 8 หลัง  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พหุเกนะ วา” เวลาแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อยต้องให้ได้อะไรบ้าง  วันนี้ขอใช้คำสั้นๆ แล้วค่อยมาขยายให้ยาวๆ คือ อารมณ์ฤทธิ์ จิตรู้  อารมณ์ฤทธิ์ อารมณ์เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดฤทธิ์  ส่วนความรู้นั้นต้องอาศัยจิต มีความเหมือนที่แตกต่างกันอย่างไร 
เวลาคนต้องการใช้ฤทธิ์ ซึ่งฤทธิ์มีหลายระดับ มีทั้งระดับสูง กลาง ต่ำ  จะเป็นฤทธิ์ที่ต่ำก็จะเป็นอารมณ์ที่ค่อนข้างจะไม่ปกติ เป็นอารมณ์ที่ผิดปกติ  ถ้าฤทธิ์ระดับกลางก็เป็นอารมณ์ที่เป็นกลางๆ แต่ถ้าฤทธิ์ระดับสูงอุปมาเปรียบก็เป็นอนุสาสนีปาฏิหาริย์  ปาฏิหาริย์แปลว่า ตอบโต้ตีกลับ หรือจะแปลว่า ฤทธิ์ ก็ทำนองเดียวกัน 
คนที่สร้างฤทธิ์ได้ก็สร้างด้วยอารมณ์ แต่ถ้าสามารถจะควบคุมฤทธิ์นั้นได้ ก็ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ส่วนมากมันจะเพริด มันจะเพริด เพริดก็คือ เกิดความหลงฤทธิ์ หลงฤทธิ์ก็เท่ากับว่า ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ มันเกิดความคล้ายๆ กับว่า ย่ามใจ  พอคนมีฤทธิ์มากๆ ก็เกิดความย่ามใจ นอกจากพระอรหันต์ แต่นี้คนที่ต้องการทำให้เกิดฤทธิ์ แน่นอนที่สุดก็ต้องใช้อารมณ์ แต่อารมณ์ทำให้เกิดฤทธิ์ ซึ่งก็เป็นอันตราย ก็ต้องเอาจิตเข้ามาควบคุมอารมณ์ 
ในอภิธรรมจึงบอกว่า อารมณ์ป่วนจิต จิตรับรู้อารมณ์ แล้วที่ปราณีตที่สุดก็คือ จิตเสวยอารมณ์ ถ้าจิตสามารถควบคุมอารมณ์ ขนาดที่ว่าทำให้อารมณ์ปราณีต แล้วสามารถจะให้จิตเสวยได้ จิตเป็นตัวรู้ จิตเป็นตัวรับรู้  ผู้ที่มีจิตสงบ สะอาด สว่างพอเพียง อาจจะไม่ถึงขั้นอรหันต์ ก็จะสามารถใช้ฤทธิ์ได้อย่างเหมาะสมกับเหตุการณ์ ไม่ไปใช้ฤทธิ์สุ่มสี่สุ่มห้า ถ้าคนที่จิตไม่ปกติ แล้วไปใช้ฤทธิ์ ใช้ฤทธิ์สุ่มสี่สุ่มห้า ผลที่สุดฤทธิ์นั้นก็จะกลับมากลายเป็นพิษ เป็นพิษทีหลังได้ 
เพราะฉะนั้น คนบอกว่า เกิดฤทธิ์ยากไหม บอกไม่ยาก เพราะว่าฤทธิ์มันเกิดจากอารมณ์  อารมณ์ทำให้เกิดฤทธิ์ แต่ระวังนะ ถ้าคุณควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ความโลภเข้าไปผสมอารมณ์ ความโกรธเข้าไปผสมอารมณ์ ความหลงเข้าไปผสมอารมณ์ กิเลส ตัณหา อุปาทาน ไปเป็นตัวร่วมด้วยช่วยกันกับอารมณ์  ฤทธิ์ที่เกิดจากอารมณ์นั้นก็จะกลายเป็นพิษ  เป็นปัญหาขึ้นมาทันทีทันใดทีเดียว  เพราะฉะนั้น พอเรารู้อย่างนี้แล้ว เราก็จะเข้าใจทันทีว่า ถ้าเราใช้ฤทธิ์ คือ เราใช้อารมณ์ ถ้าเราใช้อารมณ์สร้างฤทธิ์ ฤทธิ์นั้นต้องระวัง  มีคุณอนันต์ขณะเดียวกันก็ตีกลับ ปาฏิหาริย์ แปลว่า ตอบโต้ตีกลับ กลายเป็นโทษมหันต์ได้ 
ตอนนี้เจ้าจิต จิตไม่ได้เกิดง่ายๆ ก็ที่บอกแล้วว่า คนเราถ้าปุถุชนคนธรรมดานี่วันหนึ่งๆ  เกือบจะเรียกว่า พูด คิด ทำ ด้วยอารมณ์มากกว่า  จะกี่เปอร์เซ็นต์ก็ไม่รู้  มากกว่าจิต เพราะกว่าจิตจะทำงาน รับงาน รับหน้าที่จากอารมณ์มา ต้องเป็นอารมณ์ที่ปราณีต  จิตจึงจะรับงานมาทำ  พอจิตรับงานมาทำก็จะกลายเป็น 3 ขั้นตอน  ขั้นตอนละ 4  ปลีกย่อย 4 ก็คือ รับรู้ คิดจำ จำได้ หมายรู้  แล้วจิตก็จะลงสุดท้ายที่รู้แจ้งแทงตลอด  
เรามาศึกษาความจริงในตัวเรากันสักนิดหนึ่ง แล้วเราก็จะรู้ว่าไม่ต้องไปทุรนทุราย กระวนกระวาย กระสับกระส่าย ตะเกียกตะกาย จะเป็นจะตายกับการแสวงหาฤทธิ์ เพียงแต่เราสงบลงสักนิด จิตเราเริ่มทำงาน อ๋อรู้ เกิดตัวรู้ขึ้น เกิดตัวรู้ขึ้นก็รู้ว่าเราจะใช้ฤทธิ์ในกรณีนี้นะ กรณีนี้เราไม่ใช้ฤทธิ์  กรณีนี้ฤทธิ์มีประโยชน์ กรณีนี้ฤทธิ์เป็นโทษ เราไม่จำเป็นต้องใช้ 
เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะหาความรู้เรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ แล้วก็ปาฏิหาริย์ ตลอดจนเทพเทวดา และเรื่องลึกลับทั้งหลาย เราต้องรู้สภาวะ รู้สภาพนั่นเอง รู้สภาพของจิตกับอารมณ์แตกต่างกันอย่างไร  บางคนเพียรพยายามจะข่มอารมณ์ตัวเองเพื่อให้สงบ และต้องการฤทธิ์ อย่างนี้เกิดยาก  บางคนหลงเข้าใจผิดคิดว่า สิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ทั้งหลาย คือ เกิดเป็นฤทธิ์ขึ้นแล้วก็เข้าใจพลาด  จริงๆ ทุกคนถ้าเข้าใจเทพประจำชีวิตสักนิดเดียว เดี๋ยวเทพท่านก็จัดการเรื่องต่างๆ ให้ลงเนื้อลงตัวไปเอง  เพียงแต่ว่าเราต้องรู้ฐานะของเทพที่เราจะบริหารจัดการเลื่อนขึ้น หรือเลื่อนลง  
อาทิตย์ก่อนๆ นั้นเคยพูดเรื่องโอปปาติกะมี 2 ภาค  ภาคกรรมนิมิตก็ไปตะลอนๆ ที่นู่น ที่นี่  จนกว่าร่างที่เกิดมาใหม่นี่จะประกอบพิธีกรรม หรือจิตสงบ หรืออยู่ในสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ หรืออยู่ในที่ที่กิจกรรมทางด้านศาสนา ศรัทธา และความเชื่อ  เทพฝ่ายโอปปาติกะที่เป็นกรรมนิมิต ก็จะเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันกับเทพที่อยู่ในตัวเรา ก็คือ โอปปาติกะฝ่ายคตินิมิต 
ถ้าเราเข้าใจ แล้วเราอยู่เฉยๆ ทำจิตให้ว่าง ๆ อย่าฮึกเหิม อย่าทะเยอทะยาน อย่าลุ่มหลงงมงาย หลงใหลได้ปลื้มอะไรจนกระทั่งเกินไป เดี๋ยวโอปปาติกะฝ่ายคตินิมิตกับกรรมนิมิต เขาก็ประสานงานกัน ฝ่ายกรรมนิมิตก็ไปรับเอาส่วนบุญ ส่วนกุศล ที่โน่น ที่นี่ ที่นั่น ตามที่พรหมลิขิตเราได้ทำไว้ แล้วก็มาประสานกับคตินิมิต 
ส่วนคตินิมิต หรือโอปปาติกะในตัวเรา เราก็พยายามรักษาโอปปาติกะในตัวเราให้อยู่ในระดับที่เป็นปกติ เมื่อถึงวันสำคัญๆ โอปปาติกะฝ่ายกรรมนิมิตกับคตินิมิตประสานกัน ยกฐานะขึ้น พอยกฐานะขึ้นยิ่งขึ้นไปสูงเท่าไหร่  เทพเจ้าส่วนกลาง เทพเจ้าส่วนกลางก็ที่มีนามต่างๆ มากมาย อย่างองค์พระพิฆเนศ เวสสุวรรณ พลังทิพย์ต่างๆ ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้นหู คุ้นความรู้สึกเรา ก็จะส่งพลังพิเศษเข้ามาช่วยเหลือเรา เพียงแต่ขอให้ทำจิตให้สงบ ทำจิตให้สะอาด ทำจิตให้สว่าง บางคนบอกมันจะไปทำได้ยังไง  ก็ไม่ต้องถึงขั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะถ้าสงบ สะอาด สว่างร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณก็เป็นพระอรหันต์ไปแล้ว ก็ตกลงว่าแล้วกัน ก็จบ ไม่ต้องอะไรแล้ว  
แต่ยังไม่ได้ถึงอรหันต์ ทุกคนก็ยังต้องการใช่ไหม  ต้องการที่จะให้ได้ลาภ ยศ สรรเสริญ  ต้องการประโยชน์โพดผล ต้องการจะมีชื่อเสียง มีสุขภาพกายดี อาชีพการงานดี คู่ครองดี บุตรบริวารดี ก็เป็นธรรมชาติของความต้องการตามปุถุชนผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่ ก็ให้ปฏิบัติหน้าที่ไปโดยไม่ต้องไปเคร่งเครียดอะไรจนเกินไป 
บางคนตะลอนๆ ไป เพื่อจะสร้างให้ตัวเองศักดิ์สิทธิ์ ถามว่าคุณตะลอนๆ ไปที่นู่น ที่นี่ ที่นั่น เพื่ออะไร  เพื่อจะให้ตัวผมศักดิ์สิทธิ์ และศักดิ์สิทธิ์จะได้อะไร  ศักดิ์สิทธิ์จะได้มาแสดงฤทธิ์  บอกคุณเข้าใจผิดแล้ว  คุณอยู่กับบ้านเฉยๆ  ไม่ต้องไปทำอะไรมาก ยกเว้นว่าถึงเวลาวันสำคัญทางศาสนา ศรัทธา และความเชื่อ คุณจะไปวัดวาอาราม ก็ให้เลือกเฟ้นวัดวาอารามที่ พอที่คุณจะไปทำบุญทำทานได้ด้วยความสบายใจ หรือจะทำอะไรก็ได้ที่คุณคิดว่า มันเป็นปกติธรรมดาตามธรรมชาติของมนุษย์ก็ทำไป แล้วเดี๋ยวเทพเทวดาที่เป็นส่วนกลาง เช่นอย่างพระพิฆเนศ เวสสุวรรณ พ่อแก่แม่เฒ่าทั้งหลาย ท่านก็จะบันดาลฤทธิ์พิเศษ ที่เราเรียกว่า ถ้าปกติคลื่นสอดแทรกใช่ไหม คลื่นสอดแทรก มันก็จะมีชีวิตตามปกติ 
แต่ถ้าคลื่นแทรกสอด ชีวิตตอนนั้นก็จะเกิดปรากฏการณ์พิเศษขึ้น หรือปรากฏการณ์วิเศษขึ้น รอสักนิดนึงนะ คุณรอจังหวะสักนิดนึง บางวัน บางโอกาส บางช่วงของชีวิตมีคลื่นสอดแทรกที่มาจากมหาเทพ หรือเทพผู้มีฐานะยิ่งใหญ่ในระดับสวรรค์ชั้นสูงส่งมาหาคุณ  แต่คุณไม่รู้เรื่อง คุณกำลังไปว้าวุ่นอยู่กับการที่ต้องการจะให้เกิดฤทธิ์เล็กๆ  น้อยๆ บางคนก็หวังแค่ ขออภัย ไม่ได้ไปยั่วเย้าคนซื้อลอตเตอรี่ หวัง 2 ตัว 3 ตัว แล้วก็เที่ยวตะลอนๆ  ไปนู่น ไปนี่ ไปนั่น  ไปทำโน่น นี่ นั่น มันเสียเวลา เสียเงิน เสียความรู้สึกเปล่าๆ ยกเว้นจะไปทำบุญตามประเพณี  มันก็เป็นเรื่องพิธี  
คุณอยู่เฉยๆ เถอะนะ ทำมาหากินของคุณไปอย่างสุจริต  แล้วก็เดี๋ยวทุกอย่างทุกสิ่งทุกประการ ท่านเทพที่มีระดับนามว่า มหาพรหม พรหมจะมีอยู่ 16 ชั้น ที่จะอำนวยอะไรต่อมิอะไรให้กับมนุษย์  แต่ถ้าเป็นอีก 4 ชั้นสุดท้าย ท่านก็ไม่อินังขังขอบอะไรกับมนุษย์แล้วล่ะ ก็คือ ชั้นที่  28  29  30  31 อรูปพรหม ก็จะไม่ค่อยยุ่งกับมนุษย์แล้ว เพราะเป็นอรูปพรหม เป็นอกามาวจร 
แต่ที่ยังห่วงใยมนุษย์ แล้วก็ต้องการที่จะช่วยมนุษย์มากที่สุด ก็คือ มหาพรหมชั้นที่ 12 ถึงชั้นที่ 27 ท่านรออยู่ มหาพรหมชั้น 12 ถึง 27  รออยู่ว่า กระแสจิตของใครที่จะมีคลื่นที่สงบลงแล้วหรือยัง ถ้ากระแสจิตนั้นยังไม่สงบ ยังใช้อารมณ์อยู่มากกว่าใช้จิต ท่านมหาพรหมชั้น 12 ถึง 27 ท่านก็ช่วยอะไรไม่ได้  
ส่วนเทพชั้น 11 10 9 8 7 6 ลงมา ท่านก็บอกว่า ก็ไม่รู้จะทำยังไง ท่านไม่ได้ควบคุมพรหมลิขิตของเรา ก็จะทำได้  บันดาลได้ ปาฏิหาริย์ได้ ก็เพียงเรื่องทั่วไปธรรมดา  แต่ชั้นที่จะช่วยเราได้จริงๆ นั้น ต้องชั้นที่ 12 ถึง 27  ชั้นที่ 12 ถึง 27  เขาต้องการราศี  เดี๋ยวจะกว้างไปขออภัย ต้องการราศีจากนาย ก. หรือนาง ข. ที่บริสุทธิ์  ราศีจากนาย ก.  ราศีจากนาง ข. ที่บริสุทธิ์จะเกิดขึ้นได้อย่างไร  ก็สมการ 2 ชั้น  สมการ 2 ชั้น ชั้นล่างก่อน ราศี ปราณ นี่ถอยหลังเข้านะ  ราศี ปราณ แล้วก็เวทนา  เวทนา ปราณ ราศี นั่นเอง เวทนาคืออะไร 
เวทนา คือ การบริหารอารมณ์ แล้วจุดที่เราต้องการจากเวทนาเพื่อบริหารอารมณ์ อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี ชั้นบนนะ แล้วก็เวทนา ปราณ ราศี เวทนาที่เราต้องการคือ การบริหารอารมณ์  เราต้องการเวทนาตัวเดียวจริงๆ คือ อทุกขมสุขเวทนา อทุกขมสุขเวทนา แปลว่า อารมณ์ที่เป็นกลาง  ไม่สุข จะว่าสุขก็ไม่สุข จะว่าทุกข์ก็ไม่ทุกข์ อยู่เฉยๆ  
เพราะฉะนั้น คนที่รู้จักเฉยเสียบ้าง โอกาสที่จะมีอะไรดีๆ ในชีวิตจะเข้ามามาก เข้ามามากกว่าคนที่อยู่ไม่สุข พูดกันตรงๆ เพราะเวทนาที่เป็นกลาง อทุกขมสุขเวทนา ต้องเป็นคนที่อยู่สุข “อยู่เย็นเป็นสุขทุกข์ไม่มี อยู่ร้อนเป็นทุกข์สุขไม่มี อยู่อย่างไรจึงจะอยู่เย็นเป็นสุขทุกข์ไม่มี อยู่อย่างทำใจไม่ใช่อยู่อย่างทันใจ” ก็ขอยุติลงคงไว้เพียงเท่านี้ ก็ขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง 
เดี๋ยวมาดูผลงาน  2009  คุณปุนนภา รักษาวงษ์ หรือ คุณอู๊ด มีใจความว่า เริ่มต้นที่อารมณ์ ก็จะเข้าถึงเรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อน  ถ้าปล่อยให้อารมณ์อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่อยู่เป็นประจำ ก็เท่ากับทำให้ชีวิตเข้าไม่ถึงเรื่องเหนือสามัญวิสัย  ก็ตรงกับที่ยกตัวอย่างวันนี้ 
เริ่มต้นที่อารมณ์นะ จะเข้าถึงเรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลายทั้งปวงก็ไม่ยาก เพียงแต่บริหารอารมณ์ให้เป็นอทุกขมสุขเวทนา อทุกขมสุขเวทนาก็คือ อารมณ์ที่เป็นกลาง ไม่สุขไม่ทุกข์ ทำเฉยๆ ซะบ้าง  ไม่ใช่ว่าทำตัวเป็นคนอู้อ้า ฟู่ฟ่า ฟู่ฟ่าตลอดเวลา หรือกระดี๊กระด๊าเป็นกระปลากระดี่ได้น้ำอย่างนี้ไปไม่รอด บอกกันตรงๆ ว่า โอปปาติกะประจำชีวิตก็จะค่อยๆ ตกต่ำลงไป จากชั้นที่ 5  มนุษย์เราภูมิที่ 5 ก็ลงไปภูมิที่ 4 เดรัจฉาน  ลงไปภูมิที่ 3 ยักษ์มาร  ภูมิที่ 2 เปรต ภูมิที่ 1 อสูรกาย  คราวนี้ละก็ โอกาสที่จะมีก็หมดกันพอดี ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมารับฟังรายงานจากอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ ขอขอบคุณอีกครั้งที่คนฟัง
พฤ. 23 ก.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1887   วันมาฆบูชาเป็นวันความรักของชาวโลก (อ. 3 มี.ค. 2569)
เหตุเพราะพระพุทธองค์บอกว่า การเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี จะต้องเป็นคนที่มีจิตใจผ่องใส ทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว
13 มี.ค. 2026
EP.1980   บางคนทำอะไรแล้วมันติดๆ ขัดๆ คับๆ ข้องๆ มันไม่คล่อง แล้วก็ไม่รู้ติดอะไร ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ก็เป็นเพราะคุณไม่ปรับปรุง ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่แก้ไข (ส. 20 มิ.ย. 2569)
ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงยังไง ก็ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขทั้งภายในและในภายใน ตามกฎแห่งไตรลักษณ์ เราต้องหมั่นปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขความรู้สึกนึกคิดของเรา ไปตามสถานะสถานการณ์ ตามเหตุการณ์ ตามเหตุปัจจัยอยู่ตลอดเวลา
23 มิ.ย. 2026
EP.1916   ถ้าพลังศักยภาพยังไม่เพียงพอ แล้วพลังศักดิ์สิทธิ์ยังไม่พอเพียงศักยภาพก็สุดโต่งไปข้างหนึ่ง ศักดิ์สิทธิ์ก็โต่งสุดไป (พ. 8 เม.ย. 2569)
ข้างหนึ่ง  ก็ทำให้เกิดชีวิตที่ลำบาก เกิดความทุกข์ยากในชีวิต เรายังเห็นสัจธรรมไม่เพียงพอ สัจธรรมก็คือ ศักยภาพ เป็นสัจธรรมที่ต้องเพียงพอ ศักดิ์สิทธิ์เป็นพลังที่ต้องพอเพียง
11 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy