แชร์

พิธีครอบครูประจำปี 2569

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ย. 2026
35 ผู้เข้าชม
พิธีครอบครูประจำปี 2569 (ตอนที่ 1)
 
วันนี้ก็อยากจะบอกแก่ผู้คนทั้งหลายว่า พ่อแก่ แม่เฒ่า เขาเป็นใคร พ่อแก่ แม่เฒ่า เขารอเราทุกคนอยู่ เพื่อที่จะเติมเต็ม เติมเต็มให้กับทุกๆ คน เพราะว่าโดยทั่วไปแล้วพ่อแก่ แม่เฒ่ามีอายุนับเป็นพันๆ ปี หมื่นๆ ปีก็ว่าได้ แต่คนที่อยู่ในโลกขณะนี้ อย่างเก่งที่สุดก็อายุไม่เกินร้อยปี หรือจะมากกว่านั้น ก็ไม่เท่าไหร่ ยังไงๆ ประสบการณ์ชีวิตก็ยังน้อยกว่าพ่อแก่ แม่เฒ่าแน่นอน ถ้าได้รับการเติมเต็ม คนที่ได้รับการเติมเต็มจากบารมีของพ่อแก่  แม่เฒ่า ก็จะเป็นคนที่เต็มคน
 ฉะนั้น พ่อแก่ แม่เฒ่า จะมาเติมเต็มความเป็นคนให้กับทุกคน ในวันที่ 20 กันยายน ของทุกๆ ปี ณ สถานที่แห่งนี้
บารมีของพ่อแก่แม่เฒ่าที่มีมาเป็นพันเป็นหมื่นปี โดยมีพระฤาษีอยู่ 7 องค์ที่อยู่ในทำเนียบ แล้วอีก 2 องค์เป็นพระฤาษีนอกเหนือ เป็นพระฤาษีมีสิทธิพิเศษต่างหาก
7 องค์ที่อยู่ในทำเนียบก็มี พระฤาษีนารอด นารายณ์ ตาวัว ตาไฟ วลัยโกฎ โคดม นักพรต  7 องค์นี้เป็นหัวหน้าฤาษี เป็นฤาษีในทำเนียบ ส่วนพระฤาษีเพชรฉลูกัณฑ์กับ ชีวกโกมารภัจจ์ อันนั้นเป็นพระฤาษีพิเศษ เป็นฤาษีที่นอกเหนือมีหน้าที่พิเศษ อย่างฤาษีเพชรฉลูกัณฑ์ เวลาคนเขามีของเข้าแล้วก็ไล่ไม่ออก คนที่มีคาถาพระฤาษีเพชรฉลูกัณฑ์ เขาก็จะต้องบอกต่อกัน แล้วก็อัญเชิญพระคาถาของพระฤาษีเพชรฉลูกัณฑ์ มาขับไล่ของที่ถูกฝ่ายศัตรู หรือฝ่ายมุ่งร้ายทำมา เขาว่ากันว่า พระคาถาของพระฤาษีเพชรฉลูกัณฑ์นั้น ศักดิ์สิทธิ์มากมายนักหนา ส่วนหมอชีวก หมอชีวกโกมารภัจจ์ ก็เป็นพระฤาษีเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บโดยเฉพาะ  ถ้าหากว่าบารมีของพระฤาษีหมอชีวกโกมารภัจจ์ส่งมาโดยตรง โรคที่เคยเป็นกันแล้วถึงขั้นเสียชีวิตแล้วรอดยาก ก็จะได้รอดได้โดยปาฏิหาริย์
เราจะเชิญให้ท่านทั้ง 9 มาเป็นหัวหน้าก่อน และบริวารทั้งหมด เขาว่ามี 108 องค์ บางตำราก็บอกมีมากกว่านั้นหลายร้อยองค์ ให้มาเข้าพิธีครอบครูประจำปีของเราชาวสหปฏิบัติฯ ในวันที่20 กันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นวันตรงกับวันอาทิตย์ ผู้ใดว่าง ผู้ใดต้องการความเป็นสิริมงคล ผู้ใดต้องการจะให้หมดอาถรรพ์ในชีวิต ก็มาร่วมพิธีในการครอบครูในครั้งนี้
 
2 พิธีครอบครูประจำปี 2569 (ตอนที่ 2)
 
ทำไมเราจึงเลือกวันที่ 20 กันยายนเป็นวันครอบครู  ต้องใช้เวลาในการอรรถาธิบายกันยาวเหยียดเชียว เอาคร่าวๆ วันสำคัญที่สุดในวันครอบครูที่เราเลือกมาเป็นวันประจำปี ก็อย่างน้อยที่สุดเป็นวันเยาวชน  เยาวชนแปลว่า ผู้ที่ยังเป็นเด็ก หรือวัยรุ่น วัยรุ่นหรือเยาวชนเขาจะโตขึ้นไป โตขึ้นไป แล้วก็โตขึ้นไป เป็นเจ้าของบ้าน เจ้าของเมือง เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ เราควรจะปลูกฝังความรอบรู้ รวมทั้งพิธีกรรมให้แก่เขาตั้งแต่ยังเล็ก มันจะได้เกิดฝังลงไปในจิตวิญญาณ ความเป็นสิริมงคลก็จะเกิดขึ้นแด่ชีวิตเขา คือ ในตัวคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ ก็มีขันธ์ 5 เท่ากัน ไม่ใช่ว่าเด็กมีขันธ์ 5 แต่ผู้ใหญ่มีขันธ์ 10 คนแก่มีขันธ์ 20  คนเฒ่าใกล้จะตายมีขันธ์ 30 อันนี้ไม่ใช่  เด็กเกิดมาในท้องพอได้เวลาคลอดออกมาครบขันธ์ 5
เราจึงบอกว่า การครอบครูเพื่อการครอบครองขันธ์ทั้ง 5 ให้เป็นปกติสุข พอเริ่มต้นอย่างนี้สิ่งทั้งหลายเริ่มสมบูรณ์ตั้งแต่รูป เวทนา รูปคือ สิ่งที่ต้องเสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้ง ความขัดแย้งก็จะน้อยลง เวทนาคือ จิตเสวยอารมณ์ อารมณ์ป่วนจิต จิตรับรู้อารมณ์ ก็จะได้มีจิตรับรู้อารมณ์ ไม่ต้องถูกอารมณ์ป่วนจิตอยู่เสมอๆ  สัญญา จำได้หมายรู้ ถ้าหากว่า คนที่มีสติและมีวิญญาณแห่งความเป็นครูอยู่ในตัว สัญญาแปลว่า จำได้หมายรู้ ไม่ใช่จะกลายเป็นคนเซื่องๆ ซึมๆ เป๋อๆ หลงๆ ลืมๆ   สัญญาแปลว่า จำได้หมายรู้  สังขารคือ การปรุงแต่ง ปรุงอะไร ปรุงแต่งตั้งแต่หัวจรดเท้า ปรุงแต่งตั้งแต่ความรู้สึกนึกคิด ปรุงแต่งร่างกายให้สมบูรณ์ สังขารคือ การปรุงแต่ง แล้วก็ปรุงแต่งอารมณ์โดยเฉพาะเด็กจะมีอารมณ์ที่ผิดปกติ คนอายุมากก็ผิดปกติ คนหนุ่มคนสาวก็ผิดปกติ วิญญาณคือ ความรู้สึก จะได้มีความรู้มาคู่ความรู้สึก
สามเหลี่ยมมหัศจรรย์ Miracle Triangle การครอบครู วันที่ 20 บุคคลที่ 2 ของเรา ก็อุปมาเปรียบเป็นพ่อแก่แม่เฒ่า นาย B นาย ข. กลายเป็นพ่อแก่ แม่เฒ่า มาในฐานะของการเอาจุดนัดพบที่เศียรพระฤาษี ถ้าจิตของนาย ก. หรือจิตนาย A ที่ครอบเศียรของพระฤาษีลงมาบนศีรษะ มีวิญญาณคือ ขันธ์ตัวที่ 5 แน่วแน่ มีรูป มีเวทนา มีสัญญา มีสังขาร มีวิญญาณ ที่ผสมผสานกลมกลืนกันนิ่งทีเดียววันนั้น แล้ววิญญาณศักดิ์สิทธิ์ พลังบุญของพ่อแก่ แม่เฒ่าก็จะนำบุญของเรา แล้วก็นำบุญของพ่อแก่แม่เฒ่าเองด้วยอีกส่วนหนึ่ง เข้ามาประสานให้กับเรา
พ่อแก่ แม่เฒ่ามีจริง ส่งมา แต่ท่านไม่สามารถที่จะมาทำให้เราแบบสำเร็จรูป ท่านต้องเข้ามาประสมกับขันธ์ตัวที่ 5 ของเราคือ วิญญาณขันธ์ ท่านเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ แล้ววิญญาณขันธ์ของเราในตอนนั้นเป็นอะไร เป็นวิญญาณศักยภาพ อย่าไปยอมแพ้ขันธ์ 5 ของเรา กับขันธ์ครูที่มีแต่ขันธ์ 5 อย่าไปดูถูกท่าน ท่านเข้ามาเป็นศักดิ์สิทธิ์ เรามีศักยภาพ ท่านก็หนุนเราให้ขึ้นบัลลังก์ไปเลย ชีวิตที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ก็คือ ชีวิตแห่งความสำเร็จ
 
3 พิธีครอบครูประจำปี 2569 (ตอนที่ 3)
 
โดยทั่วไปการครอบครู หรือไหว้ครูทุกๆ สถานที่เขาจะถือว่า ตัวพานครูที่ทำด้วยโลหะและวัสดุต่างๆ แล้วก็ประดิษฐ์ตกแต่งให้สวยงามตามอัธยาศัยเป็นของศักดิ์สิทธิ์ แต่ว่าสหปฏิบัติฯ เราถือว่าร่างกาย สังขารของคนที่มาร่วมพิธีตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ว่าความรู้นี้ต้องประยุกต์ ประยุกต์ความรู้ต่างๆ เหล่านี้ ถ้าหากไม่ประยุกต์จนกระทั่งเข้าใจก็จะทำให้เกิดความสับสน
เรามาศึกษาหาความรู้ว่า การไหว้ครูก็ดี ครอบครูก็ดี ส่วนใหญ่ประเพณีที่ถือกันมาตั้งแต่บรรพกาล หรือดึกดำบรรพ์ ก็จะถือเรื่องของเครื่องบูชาทั้งหลายที่แต่ละสำนัก แต่ละสำนักนั้นเอาวัตถุต่างๆ มาประดับ หรือตกแต่งกันอย่างสวยสดงดงาม
แต่เราก็บอกว่า ความศักดิ์สิทธิ์อยู่ ณ ที่ตรงพานบูชาก็ดี ดอกไม้ธูปเทียนก็ดี หรือสิ่งที่นำมาเป็นอุปกรณ์ในการเข้าสู่พิธีก็ดี เป็นของศักดิ์สิทธิ์ แต่เรายืนยัน ยืนยันว่า ตัวบุคคลทุกคนตั้งแต่ผู้ใหญ่จนถึงลูกเด็กเล็กแดง ความสำคัญและความศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่ที่ร่างกาย ซึ่งในร่างกายของแต่ละคนนั้น ในทางพระพุทธศาสนาจะเรียกว่า สังขาร ประกอบด้วยขันธ์ 5
ขันธ์ตัวที่ 1 ศักดิ์สิทธิ์แล้ว คือ รูป ขันธ์ตัวที่ 2 ศักดิ์สิทธิ์แล้ว เวทนา ขันธ์ตัวที่ 3 ศักดิ์สิทธิ์แล้ว สัญญา ขันธ์ตัวที่ 4 สังขาร ทีนี้มาขันธ์ตัวที่ 5 วิญญาณ วิญญาณแปลสั้นๆ เป็นสร้อยความว่า ความรู้สึก ความรู้สึกอันนี้ไม่ใช่รู้สึกแค่ภายนอกเผินๆ ผิวๆ ธรรมดาๆ เป็นความรู้สึกที่ล้ำลึกเหลือกำหนด ขันธ์ตัวที่ 5 ก็จะศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นๆ
เมื่อใครศึกษาหาความรู้ในขันธ์ 5 ตั้งแต่รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จนกระทั่งเกิดความเรียกว่า ชัดเจน หรือแจ่มแจ้งพอสมควรแล้ว การครอบครูด้วยขันธ์ 5 การไหว้ครูด้วย 5 ขันธ์ ก็จะศักดิ์สิทธิ์เสมอยิ่งกว่าเครื่องรางของขลังที่มีราคา และมีค่าแพงๆ หรือหายาก โดยที่เราสำนักสหปฏิบัติฯ เน้นตรงร่างกายของบุคคลที่ประกอบด้วยขันธ์ 5 เป็นของศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะความรู้ ความชัดเจนทั้งหลาย ตั้งแต่ขันธ์ตัวที่ 1 ถึงขันธ์ตัวที่ 5 เป็นเรื่องสำคัญมาก
เราครอบครู และหรือไหว้ครูวันที่ 20 มกราคม โดยที่เราประยุกต์สู่สากล  ประยุกต์สู่ความเข้าใจในงานพระพุทธศาสนาในระดับต่างๆ เมื่อผู้ใดยังไม่สามารถกำหนดรู้ได้ล้ำลึกจนกระทั่งมากมายนัก ก็ยังไม่ต้องกังวล รู้เท่าที่รู้ เท่าที่รับรู้ได้ก็เพียงพอแก่ความต้องการ แต่ถ้าถามว่า แล้วการครอบครูของเราจะได้ผลศักดิ์สิทธิ์อย่างสำนักต่างๆ ที่เขามีจุดมุ่งหรือเปล่า ขอยืนยันว่า มีแน่นอน มีความศักดิ์สิทธิ์ มีความพร้อมที่จะแสดงปาฏิหาริย์ให้แก่ผู้ที่ทำการครอบครูหรือมาไหว้ครูกับเราในวันที่ 20 มกราคม
ฉะนั้น การครอบครูและไหว้ครูของเราได้ทั้งโบราณ ได้ประโยชน์ทั้งโบราณ คือ ต้องการความศักดิ์สิทธิ์ ต้องการปาฏิหาริย์ ต้องการความสำเร็จก็ได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับพอดีจังหวะของแต่ละคนที่เข้าพิธีได้ประกอบกิจสำคัญแล้วลงตัวพอดีกับปาฏิหาริย์นั้นๆ ปาฏิหาริย์เกิดจากศักดิ์สิทธิ์ ปาฏิหาริย์เกิดจากอิทธิฤทธิ์ บังเอิญมีศักดิ์สิทธิ์มาพอดี ปาฏิหาริย์เกิดจากอิทธิฤทธิ์ แล้วก็เกิดเป็นปาฏิหาริย์ ปาฏิหาริย์เกิดจากเทพเทวดาสถิตลงมาในร่างกายพอดีระหว่างที่กำลังครอบครู ก็เกิดเป็นปาฏิหาริย์ขึ้น พอครอบครูไปเพียง 3 วัน 5 วัน 7 วันก็เกิดเป็นสิ่งที่ได้ผลดีอย่างเหลือเชื่อเกิดขึ้น และยังได้สิ่งที่เป็นความรู้ในลักษณะที่เป็นประยุกต์สู่สากลด้วย
อันนี้ที่อธิบายมาให้เข้าใจก็เพราะว่า เราอยากจะเห็นทุกคนนอกจากมาใช้บริการในการครอบครูและไหว้ครูแล้ว อนาคตข้างหน้าท่านควรจะเตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมกายที่จะเป็นครูสอนผู้อื่นต่อไปด้วย แต่ก็ต้องสอนให้สมกับการเป็นครู ไม่ใช่สอนแบบข้างๆ คูๆ แล้วก็ไปบอกว่า ฉันพร้อมจะเป็นครูแล้ว อันนี้ก็ไม่ใช่ สู้อย่าสอนดีกว่ามันเป็นอันตรายกับตัวคุณเองด้วย และเป็นปัญหาภายหลังได้
แล้วเรายังได้ความรู้จากการครอบครู รู้ไปถึงขั้นว่ามีผลอย่างไรๆๆ อย่างที่ยกตัวอย่างมาว่า เรายึดร่างกายเป็นสรณะที่ศักดิ์สิทธิ์ ร่างกายของแต่ละคนไม่ว่าจะเป็นลูกเด็กเล็กแดง และผู้เฒ่าผู้แก่ ตั้งแต่หัวจรดเท้าถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อครอบครูแล้วก็จะยิ่งศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นๆ ใหญ่
อันนี้ก็ขอให้คำเหล่านี้ ฝากคำเหล่านี้ให้พิจารณาแด่ทุกๆ คนด้วย ถ้ายังไม่เข้าใจก็อย่าพึ่งไปกังวลใจ เรามาค่อยๆ คุยกัน ค่อยๆ แสดงความเห็นความมีเหตุมีผลต่อกันว่า เราเอาร่างกายเป็นสรณะของความศักดิ์สิทธิ์ เราไม่ได้ยึดวัสดุที่เป็นรูปพาน หรือเป็นรูปวัตถุหนึ่งวัตถุใดที่ตกแต่งอย่างสวยงามเป็นสรณะที่พึ่งที่อาศัย หรือเป็นสรณะ หรือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ แต่ตัวศักดิ์สิทธิ์จริงๆ อยู่ที่ตัวคน
 
4 พิธีครอบครูประจำปี 2569 (ตอนที่ 4)
 
พิธีกรรมที่เราทำกันมาตามขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม เราคัดเลือกเฉพาะพิธีกรรมที่สืบ ๆ ทอด ๆ กันมาตั้งแต่โบราณกาล บรรพกาล อดีตกาล ดึกดำบรรพ์ นานเต็มที ถ้าอะไรที่เป็นพิธีกรรมที่มันไม่เหมาะหรือไม่สอดคล้องกับยุคกับสมัย เช่น สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ลำบากเกินกว่าที่เราจะทำ มันดูพิลึก ไม่ค่อยจะสมเหตุสมผล มันดูเป็นพิธีกรรมที่ประหลาด ๆ แปลกแต่ไม่ดี เราก็ไม่ทำ แต่ถ้าพิธีกรรมการไหว้ครู ครอบครู บูชาครู ครูคนสำคัญที่สุดในโลกนี้ คือ องค์พระสัพพัญญูผู้รู้แจ้งแทงตลอด ก็คือ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
การไหว้ครู ก็คือ การไหว้บารมีของอันสูงยิ่งขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ทีนี้ครอบครูก็นัยยะของความหมายว่า ครูทางศาสนา คือ พ่อแก่เป็นตัวแทน แม่เฒ่าเป็นผู้แทน
พ่อแก่แม่เฒ่าซึ่งมีเศียรครูที่เราเอามาบูชา ทำไมจึงเป็นครูทางศาสนา ก็เพราะว่า พอเจ้าชายสิทธัตถะซึ่งเป็นพระราชกุมาร เป็นผู้ที่จะรับขึ้นเป็นกษัตริย์ของกรุงกบิลพัสดุ์เสด็จออกบวช พอเสด็จออกบวช เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบวชคราแรกไม่ได้ไปสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าทันที ท่านไปเป็นดาบส  ดาบส ฤาษี ชีไพร นักพรต ผู้บำเพ็ญเพียร บำเพ็ญตบะ เจ้าชายสิทธัตถะไปเป็นดาบส ไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของท่านอาฬารดาบสและอุทกดาบส พระอาจารย์ 2 ท่าน เรียนความรู้จากพระอาจารย์ 2 ท่านจนได้ฌาน 4  และอรูปฌาน 4 เป็น ฌาน 8  ท่านก็บอกว่า มันยังไม่ใช่หนทางแห่งการพ้นทุกข์ ก็เลยกราบลาอาจารย์ 2 ท่านแล้วเดินทางต่อไปเพื่อจะไปแสวงหาความสำเร็จ จากนั้นอีก 6 ปีท่านต้องลำบากลำบนทนทุกข์ทรมานอยู่กลางป่ากลางดงพงไพร ป่าดงพงไพรสมัย 2500 กว่าปีเราลองมาวาดภาพดูว่ามันน่ากลัวแค่ไหน เพราะฉะนั้นเจ้าชายสิทธัตถะก็ลำบากลำบนอยู่ในป่าถึง 6 ปี เป็นฤาษี เป็นดาบส เป็นนักพรต เป็นผู้บำเพ็ญเพียร
เศียรของฤาษี นอกจากจะสูงสุดแล้วยังรองสูงสุดลงมาอีกถึง 5 ท่าน ก็คือ ท่านปัญจวัคคี ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ก็คือ ท่านอัญญาโกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และพระอัสสชิ เป็นลูกศิษย์ของเจ้าชายสิทธัตถะดาบส เพราะว่าตอนที่ท่านเป็นดาบส เป็นฤาษี ก็ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 รูปก็ปวารณารับใช้เจ้าชายสิทธัตถะที่บวชเป็นฤาษี ทีนี้พอต่อมาเจ้าชายสิทธัตถะดาบสเห็นว่า การบำเพ็ญทุกรกิริยา คือ ท่านทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาด้วยการอดพระกายาหาร ไม่สรงน้ำ ไม่เสวยอะไรทั้งสิ้น บำเพ็ญตบะจะให้สำเร็จเป็นอรหันต์ให้ได้ จนผ่ายผอมจนกระทั่งลูบหน้าท้องติดไปถึงสันหลังเลย  ท่านก็มาได้นิมิตและพิจารณาว่า อย่างนี้เป็นสายตึงเกินไป ท่านก็ทรงหันกลับมาเสวยภัตตาหาร สรงน้ำ แล้วก็ทำพระองค์ให้สัปปายะ คือ สบาย ๆ
ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ดูถูกอาจารย์ เราไปกันเถอะ อาจารย์เราขาดความอดทน ขาดความยึดมั่นถือมั่นในคติที่ว่า จะต้องบำเพ็ญตบะจนสำเร็จอรหันต์ให้ได้ นี่หันกลับมาเสวยภัตตาหาร มาดื่มน้ำ มาอาบน้ำ มาเปลี่ยนเสื้อผ้า มาทำตัวเรียกว่าสบายๆ อย่างนี้ไม่ไหว
ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ก็เลยพากันหนีไปอยู่ที่ป่ากวาง ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ไม่รับใช้พระพุทธเจ้าแล้ว ไม่รับใช้เจ้าชายสิทธัตถะดาบสแล้ว ท่านก็ผจญอยู่ในป่าองค์เดียว ต้องใช้ชีวิตอยู่ในป่าตามลำพัง พอสำเร็จเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว พระพุทธเจ้าก็เสด็จไปโปรด ไปโปรดพระอาจารย์ 2 ท่านก่อน ท่านหนึ่งแก่เกินไปแล้ว อีกองค์หนึ่งเสียชีวิต สิ้นชีวิตไปแล้ว ท่านก็ทรงพิจารณาด้วยญาณ ท่านทรงอุทานว่า ฉิบหายแล้ว คำว่า ฉิบหายแล้วนี่ไม่ใช่คำหยาบ คือ พระอาจารย์ของท่านตายไปก่อนที่จะสำเร็จอรหันต์ แล้วขึ้นไปอยู่ชั้นสุทธาวาส ไปสถิตอยู่บนชั้นสุทธาวาส ก็สูงนะสุทธาวาสเป็นสวรรค์ชั้นสูงเชียว ซึ่งจะต้องอยู่บนนั้นอีกชั่วนาตาปี อีกกี่หมื่น กี่แสนปีก็ไม่รู้ จนกว่าโลกจะถล่มทลายแล้วคงจะมีโลกใบใหม่เกิดขึ้น ท่านก็บอกว่า เสียดายที่กำลังจะสำเร็จอรหันต์แล้วก็เกิดตายไป ไปเกิดชั้นสุทธาวาส
ทีนี้พอมาในความหมายของเศียรฤาษี เราก็ไม่อยากจะใช้คำว่า เศียรฤาษีจะเป็นสิทธัตถะฤาษี ฤาษีสิทธัตถะ หรือดาบสนี่สูงสุดและสุดสูง แต่เราหมายความว่า พระฤาษีทุก ๆ องค์ที่สำเร็จเป็นอรหันต์ พระอรหันต์ที่สำเร็จก่อนหน้านั้นส่วนใหญ่จะต้องเป็นพระฤาษี ก็เท่ากับว่า เศียรฤาษีนี่เป็นครูทางศาสนา แล้วพระพิฆเนศล่ะ พระพิฆเนศเป็นครูทางเทพ แล้วพระฤาษีทำไมจึงเป็นศูนย์กลางประสานงานทางวิญญาณที่ศักดิ์สิทธิ์ ก็เพราะพระฤาษีมีความเพียรเข้าฌาน บางองค์เข้าฌานเสร็จได้ฌาน 4 ตั้งแต่ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน ซึ่งก็ได้ฌาน 4 ก็มีฤทธิ์มาก ติดต่อพระพรหม คุยกับพระพรหมได้ตั้ง 16 องค์ 16 ชั้นฟ้า เสร็จแล้วยังสำเร็จญาณ พอได้โสฬสญาณ ญาณที่ 16 ก็ก้าวต่อไปเป็นเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ แล้วก็ไปสู่อุภโตภาควิมุตติ แล้วก็สำเร็จเป็นอรหันต์ไป
พระฤาษีทั้งหลายแหล่ส่วนมากเข้าฌานก่อนทั้งนั้น แล้วก็มาเข้าญาณ ทั้งมีฤทธิ์และทั้งมีรู้ พระฤาษีเป็นศูนย์กลางติดต่อเทพบนสวรรค์ เทพทุกองค์ ตั้งแต่มหาเทพ มหาพรหม พิษณุ วิษณุ นารายณ์ ศิวะ เทพทุกชั้นฟ้าลงมาถึงเมืองมนุษย์ก็ต้องมาผ่านในญาณของพระฤาษี เพราะพระฤาษีมีญาณแก่กล้ามาก คนธรรมดาก็สู้พระฤาษีไม่ได้ พระพิฆเนศก็องค์หนึ่งที่ติดต่อสื่อลงมาที่พระฤาษีก่อน  
ก็ขอประชาสัมพันธ์คือบอกกล่าวเล่าแจ้งไว้ว่า พระฤาษี คือ ครูทางศาสนา พระพิฆเนศ คือ ครูทางเทพ มีคุณสมบัติดังที่พูดมาแล้ว อย่าสับสน แล้วเราจะได้เป็นผู้สอนธรรมะ 2 ภาคแก่ผู้อื่นต่อไป คือ สามัญวิสัย (Common Sense) และเหนือสามัญวิสัย (Sixth Sense) เราก็ต้องมีความรู้ต่าง ๆ ที่ได้คุยกันมามาประกอบการสอนลูกศิษย์ลูกหาของทุก ๆ คน ถ้าเรามีทรรศนะตรงกัน ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขนั้น คือ พัฒนา พัฒนา ก็คือ ภาวนา ตัวเราให้เข้าถึงวิญญาณ 2 ภาค ทั้งสามัญและเหนือสามัญ
 
5 พิธีครอบครูประจำปี 2569 (ตอนที่ 5)
 
เราจะมารับรู้เรียนรู้เรื่องครูที่มีขันธ์ 5 กับครูที่มีเพียงขันธ์ตัวที่ 5  เพราะว่าเราจะครอบครูกันอีก 6 วันข้างหน้า ครูที่มาครอบมีความหมายอย่างไร
ครูที่มาครอบให้กับคนที่มีขันธ์ 5 ครูมีขันธ์ตัวที่ 5 ขันธ์ตัวที่ 5 คือ วิญญาณขันธ์ มีจริงไหม แล้วถ้ามีจริง จะมีความหมายอย่างไร จะมายังไง ทุกอย่างเป็นที่สงสัยไปหมด ฉะนั้นใครรับฟัง รับรู้ คิดจำเรื่องครูที่มีขันธ์ 5 กับครูที่มีแต่ขันธ์ตัวที่ 5 ได้มากเท่าไหร่ จินตนาการของเราจะค่อยๆ ขจัดสิ่งที่เป็นอุปาทาน  อุปาทานคือ ความยึดมั่น ถือมั่น ซึ่งความยึดมั่นถือมั่นที่เราจะขจัดออกไป ถ้าอะไรที่มันเป็นความยึดมั่นถือมั่นที่มันไม่เป็นประโยชน์ แล้วเราขจัดมันออกไปก็ดี แต่ความยึดมั่นถือมั่นที่เป็นประโยชน์ นอกจากเราไม่ขจัดมันออกไปแล้ว เรายังจะต้องพยายามรักษาไว้
เริ่มต้นกันเลยว่า ครูที่มีขันธ์ 5 ตั้งแต่ครูสอนให้เรามีชีวิตรอดปลอดภัยตั้งแต่ยังไม่รู้เดียงสา ตั้งแต่เรายังไม่รู้เดียงสาก็คือ ครูที่เรียกว่า ผู้ให้กำเนิด ผู้ให้เราเกิด พ่อผู้ให้กำเนิด แม่ผู้ให้เกิด  ครูคนแรกในโลกนี้พระพุทธองค์บอกว่าคือ พ่อ แม่  ไม่มีใครจะใหญ่ เป็นครูที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าพ่อ แม่  ครูที่มีขันธ์ 5  ครูที่มีขันธ์ 5 คือ พ่อ แม่ ให้ความเป็นผู้เป็นคนแก่เรามา แม่ให้เกิด พ่อให้กำเนิด เกิดออกมา พ่อแม่ แม่และพ่อยังดูแลลูกศิษย์คนนี้ให้รอดปลอดภัยแล้วให้เจริญขึ้นๆๆๆ จนกระทั่งอายุขัยเท่าไหร่ก็เท่านั้น
พ่อแม่นี่แหละ ครูคนแรกของเรา  เหน็ดเหนื่อย ลำบากลำบนแสนสาหัสกับลูกทุกคน กว่าจะเป็นผู้เป็นคน ไหนจะต้องส่งไปโรงเรียน เริ่มต้นจากครูที่มีขันธ์ 5 จะเป็นครูอะไร สอนอนุบาล สอนประถม สอนมัธยม สอนอุดม แล้วตอนนี้อุดมก็มีหลายระดับขึ้นไปเรื่อยๆ
ครูที่มีขันธ์ 5 ก็คือ ครูสอนหนังสือ  แต่ครูคนใดจะมีบารมี มีความยิ่งใหญ่ไปกว่าพ่อแม่ไม่มี  พ่อแม่อันดับหนึ่ง เป็นครูที่ดูแลมนุษยโลก  มนุษย์ทุกคนเกิดมาได้รับบารมีจากครูที่เรียกว่า พ่อและแม่  ทีนี้ครูที่สอนหนังสือก็เป็นครูที่รองจากพ่อแม่ลงไป  เขาบอกว่า ครูคือ พ่อแม่ คนที่ 2 ของลูกก็คือ ลูกศิษย์  พ่อแม่คือ ครูคนแรกของลูก  เขาพลัดกันสอนให้ลูกและสอนให้ลูกศิษย์เจริญเติบโตขึ้นมา ระบบโบราณที่ให้เชื่อพ่อแม่ ให้ฟังพ่อแม่ ให้กตัญญูต่อพ่อแม่ ค่อนข้างเลือนรางไปเรื่อยๆ สำหรับเด็กรุ่นใหม่ เราเจอเด็กอายุ 10 กว่าขวบ เขาพูดแปลกๆ เขาคิดแปลกๆ กับครูคนแรกของโลกคือ พ่อแม่ แล้วเขาก็มีความคิดแปลกๆ กับครูคนที่ 2 ก็คือ ครูที่สอนหนังสือ แปลกแต่จริง เขาไม่ได้มีความรู้สึกเคารพนับถือครูที่สอนหนังสือเขาเลย ก็ถามทำไมล่ะหนู  ครูคือ ลูกจ้าง โบราณเขาบอกครูคือ เรือจ้าง แต่เด็กสมัยนี้เขาบอกครูคือ ลูกจ้าง ที่พ่อแม่เขาจ่ายค่าจ้างให้มาสอน ระหว่างครูคือ เรือจ้าง กับครูคือ ลูกจ้าง ไปคนล่ะเรื่องแล้ว
เพราะฉะนั้น ครูที่มีขันธ์ 5 ของลูกศิษย์ ตั้งแต่พ่อแม่ ครูที่สอนหนังสือ จึงต้องพยายามๆๆ ใส่ความรู้ ใส่ความรอบรู้ มีโลกทัศน์ มีชีวทัศน์ มีวิสัยทัศน์  
ครูทั้งที่เป็นพ่อแม่ ครูทั้งที่มีลูกศิษย์ต้องมีโลกทัศน์  มองโลกให้กว้างๆ อย่าเป็นคนคับแคบ จะตีบตัน  มองโลกให้กว้างๆ จะยิ่งใหญ่และไพศาล พอครูมีโลกทัศน์ ครูที่มีขันธ์ 5 มีโลกทัศน์แล้ว เดี๋ยวครูที่เป็นครูขันธ์ 5 ก็จะเข้ามา
 
6 พิธีครอบครูประจำปี 2569 (ตอนที่ 6)
 
การครอบครูมี 2 ลักษณะคือ ครอบด้วยศรัทธา ก็มีโอกาสร่ำรวย ปราศจากโรค สมปรารถนาได้ กับครอบด้วยปัญญา ก็มีโอกาสสร้างความสำเร็จ สร้างความสุข แล้วก็สร้างความเป็นสากลให้กับคนทุกคนได้
ครูที่มีขันธ์ทั้ง 5 รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ  มีวิญญาณในภายในเป็นครู  แต่ครูข้างในเรา เขาไม่ข้างๆ คูๆ นะ เขาเป็นครูจริงๆ ของเราอยู่ในตัวเรา  ส่วนมากคนก็เข้าไม่ถึงเรา เขาก็เลยแอบอยู่ในตัวเราแล้วหัวเราะเรา ขำเรา ดูแลเรา แล้วก็ลงโทษเราด้วย 
พอถึงเวลาทำพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันครอบครูประจำปี  สิ่งศักดิ์สิทธิ์จากทั่วสารทิศรอบทิศทาง ท่านได้รับการรับรู้เรื่องการบวงสรวง พอเราบวงสรวงเซ่นไหว้ทำพิธี ตีฆ้องร้องป่าวเสร็จ ครูที่มีแต่ขันธ์ตัวที่ 5 ก็มาแล้ว แล้วแปลว่าอะไร ก็ขันธ์ตัวที่ 5 ในตัวคนแปลว่าอะไร วิญญาณในขันธ์ 5  
ขันธ์ตัวที่ 5 วิญญาณคือ ความรู้สึกและพร้อมจะรับความรู้  ส่วนหนึ่งวิญญาณแปลว่า ความรู้สึก  แต่พอวิญญาณเติมธาตุเข้ามาเท่านั้น วิญญาณธาตุ แปลว่า ธาตุรู้ ตอนนี้ธาตุรู้เขาจะเติมอะไรเข้ามา เติมสิ่งที่รู้จริง  รู้ไม่จริง  รู้แจ้ง  รู้เท็จ  รู้โกหก  รู้ชัดเจน รู้พร่าๆ รู้ปร่าๆ รู้มัวๆ  ตัววิญญาณธาตุ ธาตุทางวิญญาณที่เติมเข้ามาในวิญญาณ ธาตุรู้ที่เติมเข้ามาเป็นธาตุรู้จริง หรือธาตุรู้โกหก ตรงนี้สำคัญมาก   เทพอุตส่าห์มาจากสวรรค์ชั้นอะไร จาตุมหาราชิกา ยามา ดาวดึงส์ ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี  อุตส่าห์เสด็จมาจากชั้นฤาษีมีฐานะสูง ระดับฤาษีพรหม พรหมฤาษี  อุตส่าห์เสด็จมาจากสวรรค์ชั้น 16  15  14  13  12  11 10  9  8  7  6 5  4  3  2  1 อุตส่าห์เสด็จมา  เข้ามาเป็นตัวธาตุรู้ เข้ามาในขันธ์ตัวที่ 5 เทพส่งวิญญาณความรู้สึกกับความรู้เข้ามา มาจ๊ะเอ๋กับวิญญาณของนาย ก. และนาง ข. ที่ซื่อบื้อ ขออภัยนะใช้คำนี้
ทำไมนาย ก. จึงไม่หาความรู้เกี่ยวกับเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลย ก็ฉันอยู่ในภาคศรัทธา ภาคศรัทธาก็หาความรู้ได้ คุณต้องเชื่อถูกต้องแล้ว คุณต้องศรัทธา คุณไม่ศรัทธาไม่ได้ แต่ศรัทธาต้องก้าวต่อไปให้ถึงปัญญา วิญญาณความรู้สึกเข้ามาจากสวรรค์ชั้นต่างๆ ตั้งแต่ชั้นสูงกว่ามนุษย์ขึ้นไป ก็มนุษย์ภูมิที่ 5 ใช่ไหม มนุษยภูมิ  6. จาตุมมหาราชิกา ยามา ดาวดึงส์ ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี ลงมาในตัวนาย ก. ลงมาในตัวนาง ข. วันครอบครู วันไหว้ครู แต่ธาตุในตัวนาย ก. ที่เป็นตัวรู้สึก รู้สึกไม่เข้าเรื่อง รู้สึกในสิ่งที่ไม่เข้าเรื่องไม่เข้าราว ไม่เป็นประสา เข้ามาประสานในธาตุรู้  รู้งูๆ  ปลาๆ
ธาตุรู้รับความรู้จากเทพเข้ามา ธาตุรู้รับความรู้สึกจากเทพเข้ามาชัดเจน แต่ตัวเองกลับมาทำให้พร่าปร่ามัว เทพอุตส่าห์มาบอกนะ ลงมาในวันสำคัญๆ มาครอบครู มาไหว้ครู มาอะไรต่ออะไร นาย ก. ไม่เคยศึกษา ไม่เคยเรียนรู้ ไม่อะไรทั้งสิ้น ก็ไม่ว่ากัน  แถมศรัทธายังเป็นศรัทธาหัวเต่า  ศรัทธาหัวเต่าเป็นยังไง เดี๋ยวมันโผล่ออกมา เดี๋ยวผลุบเข้าไปในกระดอง  เดี๋ยวโผล่ออกจากกระดองออกมา ก็เต่ามันกลัวคนจะมางับหัวมัน มันมีกระดองเป็นบ้านก็ผลุบเข้าบ้านใช่ไหม ถึงเวลาเห็นปลอดภัยดี ก็โผล่ออกมา เขาเรียกศรัทธาหัวเต่า  เป็นอย่างนี้แล้วจะทำยังไง  ปัญญาไม่มีอีกต่างหาก มีแต่ความรู้ แล้วแถมความรู้ยังเป็นงูๆ ปลาๆ  ตอนนี้ลำบากนะ 
วิญญาณในขันธ์ 5 มาจากสวรรค์ชั้นต่างๆ วิญญาณมาในขันธ์ 5 ขันธ์ตัวที่ 5 มาประสานในขันธ์ตัวที่ 4 สังขารขันธ์  ประสานแล้วลงไม่ถึงอภิสังขาร ขันธ์ตัวที่ 4 สังขารใช่ไหม คือ การปรุงแต่ง  ปรุงเท่าไหร่ไม่ลงในอภิสังขาร ลงแค่สังขาร ไปตัวที่ 3 สัญญา มันเป็นอย่างนี้เองนี่ มันเป็นสัญญาวิปลาส สัญญาผิดๆ รับรู้พลาดๆ 
ไปดูขันธ์ตัวที่ 2 เวทนา เจ้านี่มีแต่ความทุกข์  ทุกขเวทนา ไม่เคยทำเวทนาให้เป็นอทุกขมสุขเวทนาเป็นกลางเลย แล้วความสุขก็น้อยเต็มที นั่งอมทุกข์มันอยู่ทั้งวันนั่นแหล่ะ กลางคืนลุกขึ้นมานอนไม่หลับ ก็ขึ้นมาอมทุกข์อีก ขันธ์ตัวที่ 2 เวทนา ขันธ์ตัวที่ 1 ไม่เคยดูแลสังขาร ไม่เคยดูแลรูปเลย ตั้งแต่หัวจรดเท้า
ครอบครูในขันธ์ 5 ครูที่มีขันธ์ 5 ขันธ์ก็คือ ตัวเรา  เพราะในตัวเรามีอะไร มีเทพประจำอยู่  ครูคนนี้เขาคอยที่จะออกมาประสานกับครูข้างนอกที่มาโดยมีแค่ขันธ์ตัวที่ 5 ก็เตรียมจะมาประสาน แต่พอมาประสานประสมเข้าไปแล้ว ปรากฏว่าไม่เหมาะสม ครูอุตส่าห์มาจากชั้นสูงมาก แต่เจ้าตัวไม่เคยพัฒนาตัวเอง ไม่เคยฝึกตัวเอง ไม่เคยทำจิตใจให้ผ่องใส มีแต่จิตขุ่นมัวตลอดเวลา  ครูจากข้างนอกขันธ์ 5 เข้ามาในวันครอบครูไม่รู้จะช่วยยังไง ให้ได้นิดหน่อยนะ ซึ่งความจริงการครอบครูของเธอครั้งนี้ เธอจะได้รับรางวัลใหญ่มาก
ครูที่มีขันธ์ 5 กับครูที่มีแต่ขันธ์ตัวที่ 5  เรามีขันธ์ 5  ครูที่มีขันธ์ตัวที่ 5 ต้องเข้ามาตัวเรา แล้วมาทำให้ขันธ์ตัวที่ 5 ซ้อนกัน ขันธ์ 5 ในตัวเรา วิญญาณขันธ์ กับวิญญาณของครูเข้ามาเป็นคลื่น เป็นคลื่นเขาเรียก เวฟ (wave)  เวฟคือ คลื่นเข้ามา  แล้วบางทีคลื่นนี้มาสูงมากนะ มาจากสวรรค์ชั้น 16 ก็อาจจะมี  สูงขึ้นไปจากจาตุมมหาราชิกา ยามา ดาวดึงส์ ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี ชั้นที่ 6 พอขึ้นไปอีก ชั้นที่ 6 บวก 5 ก็เป็น 11 ใช่ไหม 12 – 31 ก็เป็นครูชั้นสูงเป็นระดับมหาพรหม เป็นพรหมชั้นสูง มาเป็นรังสี ครูที่มีแต่ขันธ์ตัวที่ 5 ส่งรังสีลงมา
พอส่งรังสีลงมา แทนที่เราจะเอาราศีออกมารับรังสีเหล่านั้น อารมณ์เราไม่ดี จิตใจเราไม่ดี ส่งเป็นราคีออกมา ครูที่เป็นราศีส่งมาจากสวรรค์ตั้งแต่ 16 ชั้นบ้าง 6 ชั้นบ้าง  มาปะทะราคีเรา เสียของเลย เสียของเลย  บางทีตกตุ๊บลงมาชั้นที่ 4 อีก เดรัจฉาน  ตกตุ๊บลงมาชั้นที่ 3 อีก อสูรกาย  ตกตุ๊บลงมาชั้นที่ 2 อีก เปรต  ตกตุ๊บลงมาชั้นแรกเลย นรก ลงนรกไปเลย  ครูบอกเสียดายจัง อุตส่าห์เสด็จมาจากสวรรค์ชั้นสูงนู่น ทำไมจิตใจเธอเป็นคนอย่างนี้ มีแต่ความโลภ มีแต่ความโกรธ มีแต่ความหลง มีแต่ความอิจฉาริษยา พยาบาทอาฆาต จองเวรจองกรรม 
คิดดีๆ พูดดีๆ แต่พูดดีๆ ไม่ต้องหวานจนเอียนหรอก ที่พูดหวานจนเอียนอาจจะไม่ของจริงก็ได้ ทำดีๆ เถอะ แล้วครูจะมาช่วย ครูไม่ปล่อยให้ลูกศิษย์อดตายหรอก เชื่อเถอะ ไม่ปล่อยให้มีอันเป็นไปหรอกถ้ายังไม่ใช่ถึงอายุขัย แต่ถ้าถึงอายุขัยก็เป็นเรื่องของโลกธรรมไป
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy