แชร์

EP.1905   เทพองค์ไหนจะมีอภิสิทธิ์ในตัวเราเท่ากับเทพที่พาเรามาเกิด (ส. 28 มี.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 2 เม.ย. 2026
0 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกท่าน พบกันวันเสาร์ที่ 28 เดือนมีนาคม พุทธ คริสต์ 69 และ 26 วันนี้ยังเป็นวันข้างขึ้น ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย   “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  เรามาบริหารเวลาของวันนี้ที่ถึงจะพลบค่ำแล้ว  แต่เราสามารถใช้เวลาที่ใส่ใจใฝ่เรียนรู้จริงๆ เพียงแค่ไม่มากนักตอนค่ำๆ เราอาจจะได้ความรู้ หรือความเข้าใจในสิ่งที่เราเป็นกังวล หรือเกิดความทุกข์โดยไม่รู้ว่าอะไรกันแน่ สิ่งนั้นก็คือ เรื่องที่เราพูดกันอยู่เสมอว่า เราเสนอธรรมะ 2 ภาค 
ภาคสามัญวิสัยตรงไปตรงมา ยิ่งโลกวิวัฒนาการก้าวหน้าอย่างนี้ ความรู้สึกของฝ่ายสามัญวิสัยจะเบี่ยงเบนความสนใจของคนที่ไม่เข้าใจตัวเองว่า ตัวเองมีกฎแห่งกรรมมากำเนิด ก็จะกลายเป็นเบนไปทางวิทยาศาสตร์ ทางวัตถุ ทางสิ่งของ แล้วก็ได้แต่มีทุกข์กันแบบแปลกๆ มีเรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นมามากมาย ทั้งๆ ที่เรามีสิทธิ์ มีสิทธิ์ที่จะมารับรู้เรียนรู้ และจัดการกับเรื่องเหนือสามัญวิสัยที่เริ่มจากเรื่องศักดิ์สิทธิ์  แต่เราไม่รู้จัก  ศักดิ์สิทธิ์ก็จะกลายเป็นสิ่งตรงกันข้าม คือ เป็นปัญหาชีวิต  
อิทธิฤทธิ์ ฤทธิ์ต่างๆ ก็กลายเป็นพิษ จากอิทธิฤทธิ์ก็กลายเป็นพิษไป  ปาฏิหาริย์การที่จะตอบโต้ตีกลับให้มาพบสิ่งดีๆ กลับพาเราไปพบสิ่งตรงกันข้าม คือ เลวร้าย เทพเทวดาแทนที่จะเป็นเทพบริสุทธิ์ เทพที่ช่วยเรา เทพที่มาดูแลเราก็กลับกลายเป็นเทพที่ให้ร้าย เขาเรียกว่า เจ้ากรรมนายเวร 
เมื่อเทพเทวดาฝ่ายดีไม่อยู่ในตัวเราเหมือนบ้านร้าง บ้านร้างที่ทิ้งไว้ เสร็จแล้วก็มีพวกประเภทกเฬวรากเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านร้าง มันจะเข้าไปทำอะไร มันก็ไปทำในสิ่งที่ไม่ดี ร่างกายเราก็เหมือนกัน เมื่อเจ้าของที่แท้จริงคือ เทพเทวดาไม่มารักษา ก็เปิดโอกาสให้ฝ่ายนรก ฝ่ายมาร ฝ่ายภูตผีปีศาจ โอปปาติกะฝ่ายต่ำ ฝ่ายเลว ฝ่ายร้ายมาอาศัยอยู่ในร่างเรา 
ทีนี้เราจะไปแสวงหายังไง มันลึกลับ ซับซ้อน ซ้อนเร่น ปิดบัง อำพรางเหลือเกิน คงไม่ไหว  ฉะนั้นขอให้อย่าเบื่อ  อย่ารำคาญ  อดทนอีกนิดหนึ่ง แล้วชีวิตของท่านจะปลอดภัย  มันจะมีสิ่งที่หลอกๆ ล่อๆ เขาไม่ตรงไปตรงมาเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์  
มนุษย์เราก็คิดว่า ถ้าเราไปอ้อนวอน  วิงวอน  ออดอ้อน  รำพึงรำพันกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่เทพเทวดา แล้วก็สิ่งลึกลับทั้งหลายมากๆ เชื่อว่าเขาจะต้องใจอ่อน แล้วมาช่วยเหลือเรา  เปล่าเลย  ทุกอย่างตรงไปตรงมา  พลังงานดีมาอยู่ในตัวเราก็ให้ผลดี  พลังงานโอปปาติกะฝ่ายไม่ดี ฝ่ายชั่วมาอยู่ในตัวเราก็ให้ผลร้าย  จะไปบอกนี่โอปปาติกะจ๋า ถึงเธอจะอยู่ในตัวฉัน ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นฝ่ายดีหรือฝ่ายชั่ว ยังไงๆ เธอช่วยฉันเถอะ  โอปปาติกะฝ่ายชั่วมันบอกว่า จะช่วยซ้ำเติมให้ ยังเสียใจน้อยไปใช่ไหม ฉันจะทำให้เธอเสียใจมากยิ่งกว่านี้อีก  เธอยังทุกข์ไม่พอใช่ไหม ฉันจะเพิ่มความทุกข์ให้เธอยิ่งกว่านี้อีก  เธอจะเจ็บป่วยไข้เท่านี้ยังไม่เข้าไอซียู ฉันจะพาเธอเข้าไอซียู แล้วจะปิดประตูไอซียูไม่ให้เธอออกมา อะไรทำนองนี้ 
คือชั่วมันก็ชั่ว เหมือนคนชั่ว มันก็ชั่ววันยังค่ำ ถ้าไม่มีปัจจัยมีเหตุอะไรที่ไปเปลี่ยนแปลงมัน  พวกโอปปาติกะก็เหมือนกันเป็นพวกฝ่ายชั่ว พวกฝ่ายเลว พวกฝ่ายร้าย พวกฝ่ายที่จะทำให้เราเดือดร้อน ไปเอาใจมัน ไปอ้อนวอนมัน วิงวอนมัน อธิบายให้มันฟังยังไงๆ ว่า นี่ฉันแย่แล้วนะ ช่วยฉันเถอะ  ฉันไม่ไหวแล้วนะ  มันก็ซ้ำเติมเราเข้ามาอีก  ช่วยไม่ได้มันบอกว่า ก็คุณเปิดโอกาสให้ฉันเข้ามาอยู่ในร่างเธอเอง  แล้วจะมาโวยวายอะไร  จะมาต่อว่าต่อขานอะไร  
ถ้าคุณไม่ต้องการให้ฉันมาอยู่คุณก็เรียนรู้สิว่า สังขารของคุณคือ ขันธ์ 5 จะปรุงแต่งยังไง เทพเทวดาที่เป็นวิสุทธิเทพ เทพที่บริสุทธิ์เขาจึงจะเข้ามารักษา เข้ามาอยู่ เข้ามาคุ้มครอง  อันนี้ก็เป็นเรื่องตรงไปตรงมาแต่คนก็พยายามจะอ้อนวอน แม้กระทั่งผีตายโหงก็ไปอ้อนวอน ไปขอพรมัน ไปบอกคุณผีเจ้าขา ช่วยดิฉันเถอะเจ้าค่ะ ดิฉันจะไม่ลืมบุญคุณคุณผีเลย คุณผีมันบอกแปลกจัง ก็ข้าทำหน้าที่ฝ่ายต่ำ ฝ่ายให้โทษ  แล้วเจ้าจะมาอ้อนวอนให้ข้าให้คุณแก่เจ้าได้อย่างไร 
จากคำสอนของพระเดชพระคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ. ประยุทธ์ ปยุตฺโต คือ สมเด็จประยุทธ์ ท่านก็บอกว่า เวลาเขาสร้างพระประธานที่มีฐานะสูง แล้วก็มีฐานะสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น หลวงพ่อพุทธโสธร หรือพระชินราชที่จังหวัดพิษณุโลก  เทพเทวดาฝ่ายสูง  ฝ่ายมีอำนาจ  ฝ่ายมีฐานะ ท่านรู้หน้าที่ ท่านก็มาสถิต บางทีอาจจะสถิตอยู่บนหลังคา  อยู่บนเพดาน  บางทีก็มาอยู่ที่ชุกชี  ชุกชีก็คือ ตรงกว้างๆ ที่หน้าพระประธาน  
เวลาใครมาบูชาหลวงพ่อโสธร เวลาใครมาบูชาหลวงพ่อชินราช เทวดาที่มีฐานะเหมาะกับหลวงพ่อพระพุทธชินราช เหมาะกับหลวงพ่อพุทธโสธร ท่านก็ทำหน้าที่พิจารณาคนที่มาอ้อนวอน มาขอพร มาบูชา มาบวงสรวงเซ่นไหว้ว่า นาย ก. นี่สมควรจะเอาฤทธิ์ไปช่วยให้เกิดปาฏิหาริย์ได้สักเท่าไหร่ดี  นาย ข. ยังไม่ไหวนี่ มาอ้อนวอน มาขอพร มาวิงวอน มาทู่ซี้อยู่นั่นแหละ โอปปาติกะหรือเทวดาฝ่ายที่รักษาองค์พระประทานก็บอกว่า พิจารณาแล้วช่วยไม่ได้ คนก็ไปโกรธเป็นตุเป็นตะว่า หลวงพ่อลำเอียง หลวงพ่อไม่เมตตา ไม่ช่วยฉัน  นาย ก. ทำไมมาอธิษฐาน มาอ้อนวอน มาขอพรแล้วได้ผลสำเร็จ  ฉันเป็นนาย ข. มาขอแทบตาย ทำไมไม่ช่วยฉัน ไปโกรธหลวงพ่อก็มี 
ที่จริงหลวงพ่อองค์ใดก็แล้วแต่  จะเป็นหลวงพ่อชินราช หลวงพ่อพุทธโสธร หลวงพ่ออะไร  ท่านคือ รูปจำลองขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งเพื่อความเป็นสิริมงคล ให้รู้ว่านี่นะรูปพระพุทธเจ้านั่งสมาธิอย่างนี้นะ นั่งท่านี้ประทานพรนะ นั่งท่านี้อย่างนั้นอย่างนี้ตามตำนานของรูปลักษณ์ของพระพุทธรูป แต่องค์จริงๆ ที่ให้ผลในศักดิ์สิทธิ์ก็ดี อิทธิฤทธิ์ก็ดี ปาฏิหาริย์ก็ดี เทพเทวดาก็ดี ให้ความลึกลับซับซ้อนทั้งหลายก็ดี เป็นเรื่องของเทพเทวดาทั้งนั้น
อันนี้ถ้าไม่ใช่คำยืนยันจากพระเดชพระคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ.ปยุตฺโต  เราก็คงจะยังไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจ เพราะฉะนั้นต้องแยกให้ดีว่า ศาสนา ศรัทธา และความเชื่อมีความหมายอย่างไร  ศาสนาเป็นอย่างไร  ศรัทธาเป็นอย่างไร  ความเชื่อในเรื่องเทพเทวดา แล้วก็ไล่ๆๆ ลงมาจนกระทั่งภูตผีปีศาจ  โอปปาติกะ  สัมภเวสี  นรกอเวจี  หรือเประตะ หรือเปรตทั้งหลายมันมีฐานะอย่างไร มีฐานะอย่างนี้ๆๆ  เราก็ต้องจัดการกับเขาให้เหมาะสมกับฐานะ  
ก็เหมือนอย่างคน คนที่เขาเป็นผู้หลักผู้ใหญ่  เขาเป็นคนดี  เขาเป็นคนวางตัวดี  เขามีฐานะ  เขาไม่ทำอะไรให้ใครเดือดร้อน เขาไม่เข้าข้างใครโดยไม่พิจารณา ประเภทยกหางยกหัวใคร เขาเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือ ก็ต้องให้ความเคารพ ให้ความนับถือ  คนนี้ไม่ไหวนิสัยมันสุดบรรยาย ไม่รู้จะบรรยายยังไงว่ามันแย่ขนาดไหน  ก็ต้องตัดใจ  ไปให้ความเคารพ  ไปให้ความเชื่อถือ  ไปนอบน้อม  ไปคบหา  ก็ขัดต่อคำสอนของพุทธองค์ในมงคลข้อที่ 1 อะเสวนา จะพาลานัง  เว้นคนพาล คนพาลคือ คนชั่วไม่คบหา ให้คบบัณฑิตคือ คนดีอะไรอย่างนี้  
ผีก็เหมือนกัน เทพก็เหมือนกัน คนไปเสียเวลากับการที่ไปวุ่นวายกับประวัติปรัมปรา  เดี๋ยวองค์นั้นโผล่มานะ  ยิ่งใหญ่อย่างนี้นะ  ต้องบูชาอย่างนี้นะ   องค์นี้โผล่มาในสังคมโซเชียลแล้วนะ ต้องบูชาอย่างนี้  ต้องรีบไปนะ ไกลแสนไกล แพงแสนแพงก็ต้องจ่ายนะ เขาลือกันว่าศักดิ์สิทธิ์เหลือหลาย 
ที่จริงศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นที่ตัวเรา ตัวเรานี่แหละคือ สถานีศักดิ์สิทธิ์ แต่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ที่สำคัญกับบุคคล  กาลเวลา ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับกาลเวลา กาละ เทศะ สถานที่  วิธีการ โอกาส จังหวะ  แล้วก็พิธีกรรม  แล้วก็บุคคล  กาละ เทศะ โอกาส และบุคคลเป็นตัวสร้างทั้งศักยภาพ และสร้างทั้งศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ยังไง เปรียบเทียบศักยภาพก่อน สมมติว่า นาย ก. เก่งกล้าสามารถในวิชาชีพอย่าหนึ่ง เป็นอาชีพอะไร สมมติเป็นวิศวกร เสร็จแล้วนาย ก. ก็ต้องหาวิธีที่จะทำงานร่วมกับผู้ที่เอื้ออำนวยความรู้ ความสามารถของนาย ก. ก็คือ เป็นวิศวกร  นาย ก. จะไปหาคนที่เขาไม่ได้ทำงานทางด้านเทคนิค ทางด้านวิศวกรเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องกลเครื่องไกอะไรเลย นาย ก. ไปร่วมงานกับเขา  นาย ก. ก็ไปแสดงความสามารถ แสดงความศักดิ์สิทธิ์อยู่อย่างโดดเดี่ยวคนเดียว อาจจะไม่ได้ผล
คนก็ต้องพึ่งคน เพิ่งให้ถูกทาง  คนก็ต้องพึ่งเทพ เพิ่งให้ถูกทาง  ผีล่ะ ผีก็พึ่งมันได้เฉพาะใช้งานมันเล็กๆ น้อยๆ แต่ทางที่ดีอย่าให้มันเข้ามายุ่งได้ก็ดี เพราะพวกนี้ไว้ใจยาก ก็เหมือนคนบางคน ก็จำเป็นเราก็คบหาไป  อยู่ห่างๆ โดยไม่ต้องไปห่วง อยู่แบบระมัดระวัง  บางทีมีโอกาสคนประเภทคนพาลก็ช่วยงานเราได้เหมือนกัน แต่ต้องระวังภัย อันตรายมีมาก  
เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงบอกว่า เว้นคนพาลไม่คบหา อะเสวนา จะพาลานัง ผีก็อีกเหมือนกัน ไม่จำเป็นไม่ต้องไปอ้อนวอน ไม่ต้องไปเซ่นไหว้ ไม่ต้องไปบวงสรวง ไม่ต้องไปเอาใจมัน  เอางานของเทพเทวดาให้รู้ว่า เราเกิดมาเพราะมีเทพพาเรามาเกิด แล้วเทพองค์ไหนจะมีอภิสิทธิ์ในตัวเราเท่ากับเทพที่พาเรามาเกิด เทพองค์อื่นๆ ก็อย่างนั้นๆ แหละ ก็เป็นแค่ส่วนประกอบ ส่วนประกอบเข้ามา  ได้เป็นโอกาสเป็นบางครั้งเป็นประโยชน์  แต่เทพที่พาเรามาจุติ เขาเรียกจุติเทพ เราบางคนกลับไม่ให้ความใส่ใจ สนใจว่า เราจะร่วมงานกับเขาทางในอย่างไร ไปเที่ยวตะลอนๆ หาสิ่งศักดิ์สิทธิ์  อิทธิฤทธิ์  ปาฏิหาริย์  เทพเทวดา  ของลึกลับทั้งหลายทั้งปวงนอกตัว  นอกบ้าน  บางทีไปถึงนอกประเทศ  โดยที่เฮโลสาระพาไปตามกระแสค่านิยม  ก็ของดีอยู่ในตัวเอง กลับไปทำให้เป็นของเสีย ทำให้กลายเป็นของไม่ดีไป อันนี้คือ ข้อคิดที่เราจะมาสนทนากันในโอกาสหนึ่งที่มีนะ
วันนี้หันกลับมาพูดเรื่องของคุณกันติชา เวชสุรียะกุล 1904  อันนี้ก็สั้นๆ แต่ว่ามีความหมายลึกซึ้ง  ความศักดิ์สิทธิ์เกิดได้เริ่มจากตัวเรา ความศักดิ์สิทธิ์เกิดขึ้นได้ โดยเริ่มจากตัวเรา แต่เดี๋ยวก่อนตัวเราคนเดียวก็ศักดิ์สิทธิ์เป็นหลัก แต่ก็ต้องมีตัวเขา ตัวเขาเราก็บอกว่า เป็นลักษณะของพรหมลิขิต  บุพเพสันนิวาส  บุพกรรม  และกรรมเก่าเกี่ยวกันเป็นโยงใย เป็นโยงใยก็จะสร้างสามเหลี่ยมมหัศจรรย์เป็นพลังงานขึ้น ที่เคยพูดไว้แล้วก็คือ สามเหลี่ยม Miracles Triangle ก็คือ นาย A สัมพันธ์กับนาย B ลงตัวกันพอดี  ก็จะเกิดมุม C ขึ้น เขาเรียกว่าสามเหลี่ยมมหัศจรรย์เป็นพลังงาน อันนี้เล่าไป อธิบายไปก็ไม่มีเวลา  มนุษยสัมพันธ์ ถ้าสัมพันธ์ให้ถูกกับเทวสัมพันธ์ในตัวของคนๆ นั้น ปัญหาชีวิตจะลดลงทันที  ประโยชน์ของชีวิตจะเกิดขึ้นมากมาย  
ถามว่าแล้วมีวิธีที่เราจะรู้ได้หรือไม่  มีวิธีที่จะรู้ได้โดยไม่ยาก  ขอให้ตั้งตนไว้ชอบแล้วหาคนที่เขาตั้งตนไว้ชอบสัมพันธ์กันให้ดี ตั้งตนไว้ชอบแต่อย่าไปเอาบุคคลที่ตั้งตนไว้ชั่วเข้ามาเกลือกกลั้ว จะทำให้เสียเวลาชีวิต โอกาสจะสร้างศักยภาพก็ลดถดถอยลงทางนอก โอกาสจะสร้างศักดิ์สิทธิ์ทางในก็ลำบากมาก โอกาสที่จะสร้างแทบไม่มี เพราะฉะนั้นต้องเลือก เลือก แล้วก็เลือกสักนิดแล้วชีวิตจะปลอดภัย เอาละวันนี้ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวอาจารย์ปัญจพลมีรายงาน  ขอขอบคุณอีกครั้ง
เอาล่ะ ความอิจฉาเป็นกิเลส กิเลสตัวสำคัญตัวหนึ่งทีเดียว  มันจะเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของคนที่ขี้อิจฉา  กิเลส ตัณหา อุปาทานเมื่อมันปรุงแต่งแล้ว มันจะไปลงที่ตัณหา มานะ ทิฏฐิ  ทิฏฐิแปลว่า ใจแคบ เป็นอันตรายที่สุดของคนขี้อิจฉาก็คือ ใจแคบ เป็นเหตุของคนขี้อิจฉา  แล้วใจแคบเป็นเหตุของปัญหาทุกชนิด แล้วก็เกิดขึ้นกับทุกๆ คน อันนี้มันสวนกระแสกันกับการจะเอาชนะชีวิต แต่ใจแคบ  เมื่อต้องการจะเอาชนะชีวิต แต่ใจแคบ มันก็จบเห่เท่านั้นแหละ

รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1842   คลื่นพลังสอดแทรก เรามีพลังเหนือพลังบางอย่าง ที่ทั้งจะมากลั่นแกล้งเราให้เราผิด ให้เราพลาด ให้เราพลั้ง และมีพลังเหนือพลังที่จะมาเพิ่ม มาเติม มาต่อสิ่งที่ดีๆ ให้กับเรา  พลังเหนือพลังก็คือ คลื่นสอดแทรก มีทั้งคลื่นที่ดี และมีทั้งคลื่นที่ร้ายเข้ามาสอ
คลื่นพลังสอดแทรก เรามีพลังเหนือพลังบางอย่าง ที่ทั้งจะมากลั่นแกล้งเราให้เราผิด ให้เราพลาด ให้เราพลั้ง และมีพลังเหนือพลังที่จะมาเพิ่ม มาเติม มาต่อสิ่งที่ดีๆ ให้กับเรา  พลังเหนือพลังก็คือ คลื่นสอดแทรก มีทั้งคลื่นที่ดี และมีทั้งคลื่นที่ร้ายเข้ามาสอดแทรก
10 ม.ค. 2026
EP. 1875    คนเราเลี้ยงกายได้ แต่เลี้ยงใจขอเตือนสำหรับคนที่ผ่านโลกมาน้อยๆ ให้ระวังนะ อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง  ถ้าเราไว้ใจทาง วางใจคน จนใจเองแล้วเขาจะทำให้เราลำบาก (อ. 17 ก.พ. 2569)
ถ้าต้องการจะเปลี่ยนแปลงชีวิตที่อาถรรพ์ ต้องใช้ปาฏิหาริย์ คือ ต้องรู้จักและรู้สึกต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนอย่างถูกต้อง โดยที่เกิดความรู้สึกและความรู้มากำกับ
2 มี.ค. 2026
EP. 1868   ความรู้ทั้งหลายถ้ามันหนักเกินไป  มันก็หนักสมอง  มันก็สร้างปัญหา  (ส.  7 ก.พ. 2569)
แต่ถ้าเบาบางเกินไป ไม่พอเพียงแก่ความต้องการ ความรู้นั้นมันก็ป่วยการ ก็คือ ไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องการนำเสนอสิ่งซึ่งพิสูจน์ไม่ได้ แต่มีจริง ก็คือ สิ่งเหนือสามัญวิสัย นอกจากมันมีจริงแล้ว มันยังเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ และเกิดโทษได้จริงๆ
12 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy