EP.2002 คนที่ไม่รู้ไม่ชี้ว่าตัวเองนั้นแบกไว้ทั้งศักยภาพ แบกไว้ทั้งความศักดิ์สิทธิ์ ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาแสวงหาความรู้ทางนอกอย่างตรงไปตรงมา
อัพเดทล่าสุด: 19 ก.ค. 2026
54 ผู้เข้าชม
EP.2002 คนที่ไม่รู้ไม่ชี้ว่าตัวเองนั้นแบกไว้ทั้งศักยภาพ แบกไว้ทั้งความศักดิ์สิทธิ์ ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาแสวงหาความรู้ทางนอกอย่างตรงไปตรงมา
ชีวิตก็เปรียบเหมือนคำพูดของไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก ที่กล่าวไว้ว่า ผู้ที่มีดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ จะต้องได้รับสิ่งต่อต้านอย่างรุนแรง
วันนี้เราก็จะมาเปรียบเทียบว่า มนุษย์จำนวนมากที่เกิดมา และก็โตขึ้นมา จนบางคนเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว แต่ไม่รู้ไม่ชี้ว่า ตัวเองนั้นแบกไว้ทั้งศักยภาพคือ ความเก่งกล้าสามารถ แบกไว้ทั้งความศักดิ์สิทธิ์คือ สิ่งมหัศจรรย์แปลกประหลาดพิสดารมากมาย ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ตั้งหน้าตั้งตาตั้งอกตั้งใจจะแสวงหาความรู้ที่ตรงไปตรงมาคือ ทางนอก ซึ่งก็ดี ความรู้ทางนอกไปทำมาหากิน ทำเงินทำทองได้
แต่เสร็จแล้วมีความรู้ทางนอกมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น บางคนก็เกิดความสับสนชีวิต ทั้งที่ความรู้ทางนอกมากมายมหาศาล บางคนก็ลาออกจากงาน บางคนก็ทิ้งครอบครัว บางคนก็ละเลยโน่น ละเลยนี่ ละเลยนั่น แล้วก็กลายเป็นคนงงๆ งงตัวเอง มันตื้อๆ เคยคุยกับหลายคนเขาบอกมันตื้อๆ พูดไม่ออก บอกไม่ถูก เหมือนกับว่า ตัวเองมีความรู้สึกว่า เราไม่น่าจะเป็นอย่างนี้ เราไม่น่าจะมีฐานะแค่นี้ เราไม่น่าจะตื้อกับความรู้สึกทั้งหลายแบบนี้ มันคล้ายๆ กับว่า จิตมันบอกว่า เราต้องรุ่งโรจน์โชติช่วง เราต้องมีความรู้ที่ใครๆ หลายๆ คนไม่รู้ แต่เราต้องรู้
ความรู้สึกสับสนในชีวิตอย่างนี้ ก็มีมาตลอดเวลากับคนจำนวนมาก คนจำนวนไม่ใช่น้อยที่รู้สึกว่า มันสับสนชีวิตไม่รู้จะทำอย่างไร เลยหลายเป็น เบื่อ เอียน เซ็ง ชีวิตไปซะอย่างนั้น แทนที่จะมีจุดมุ่งหมายสร้างอนาคตให้ตรงไปสู่ความสำเร็จ ก็กลับกลายเป็นสับสนไม่รู้จะเอาอย่างไร พูดกันง่ายๆ ว่า บางคนก็เข้าข่ายทำตัว พูดจา กิริยาท่าตัวเหมือนคนบ้าๆ บอๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
เพียงแค่สองอย่างเท่านั้น คือ ศักยภาพ ก็แยกแยะไม่ออกแล้วว่า เรามีศักยภาพ คือ ความเก่งกล้าสามารถระดับไหน ก็ชักไม่แน่ใจตัวเอง แล้วไหนยังปฏิเสธเรื่องศักดิ์สิทธิ์ เรื่องศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องโกหกมดเท็จ เป็นเรื่องไม่จริง เป็นเรื่องหลอกลวง ยิ่งไปเจอคนหลอกลวงก็ยิ่งยืนยันชัดไปว่า เรื่องศักดิ์สิทธิ์อย่ามาพูดกับฉัน ฉันไม่เอาเข้ามายุ่งในหัวสมอง หรือในร่างกายของฉันเด็ดขาด ขณะที่ปฏิเสธไปทั้งๆ ที่ตัวเองมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่แน่นไปหมดในขันธ์ 5 มีศักยภาพมากมายในตัวจนกระทั่งเบียดเสียดกันเต็มตัวไปหมด แต่แยกแยะไม่ออก บางคนก็กลายเป็นคนเก่ง แต่เหมือนกับไม่เก่ง บางคนก็คิดว่าตัวเองไม่เก่ง
บางคนศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่เชื่อเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ไม่ยอมรับเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีความศักดิ์สิทธิ์ ผลที่สุดก็เลยเกิดความลังเลสงสัย สับสนวุ่นวาย เกิดความไม่เข้าใจตัวเอง เมื่อตัวเองไม่เข้าใจตัวเอง แล้วจะให้คนอื่นเขามาเข้าใจ ก็เขาคงจะไม่เข้าใจ เช่น นาย ก. มีสภาพอย่างนี้ คนอื่นก็ไม่เข้าใจนาย ก. เพราะนาย ก. หาจุดยืนไม่ได้ ถามว่า นาย ก. เก่งขนาดไหน นาย ก. ก็ไม่กล้าที่จะแสดงความเก่ง นาย ก. ก็ไม่กล้าที่จะแสดงตัวเองมีความศักดิ์สิทธิ์ แถมมิหนำซ้ำยังปฏิเวธด้วยว่า เรื่องศักดิ์สิทธิ์อย่ามายุงกับฉัน มันคนละเรื่องกัน คนละยุค คนละสมัยแล้ว อะไรทำนองอย่างนี้
เพราะฉะนั้นเราจึงบอกตรงๆ ว่า คนที่ยิ่งมีดวงชะตาที่ยิ่งใหญ่ อย่างที่ไอน์สไตน์พูดก็อาจหมายถึงคนเก่ง เก่งมากๆ อย่างไอน์สไตน์ แต่จริงๆ แล้วไอน์สไตน์พูดไว้ชัดเจนว่า “ผู้มีวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ จะต้องได้รับสิ่งต่อต้านอย่างรุนแรง” เข้าใจว่า ไอน์สไตน์คงผจญอุปสรรคจริงๆ และผจญกับศัตรูไม่ใช่น้อย กว่าจะมาเป็นนักวิทยาศาสตร์เอกของโลก อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
พ. 15 ก.ค. 2569
รวบรวมและเรียบเรียงโดย คุณปุนนภา รักษาวงษ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
พระพรหม 20 ชั้น พระพิฆเนศ พระฤาษี เทพเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จะเป็นองค์ใดก็แล้วแต่ ที่มีเมตตาต่อเรา มีความศักดิ์สิทธิ์ แล้วเป็นผู้ให้ความอุปการะเรา ในทางโลกก็ดี ในทางธรรมก็ดี ในทางวิญญาณก็ดี เราจะถือว่าท่านเหล่านั้นเป็นครูของเราทั้งนั้น
ใช้ 2 รอ คือ ร. รู้ กับ ร. รู้สึก เพื่อเข้าถึงศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์
16 ม.ค. 2026
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรเขาก็จะแซงกันมา พอเจ้าบุญนายคุณมาเตรียมให้สิ่งที่ดีกับเรา ฝ่ายบุญจะให้สิ่งที่ดีกับเรา เจ้ากรรมนายเวรก็เตรียมแซงหน้าเข้ามาเพื่อจะให้โทษกับเรา ชิงไหวชิงพริบกันอย่างนี้ตลอด
28 ก.ค. 2026
