EP.1952 มาช่วยกันพาเรื่องทั่วไปธรรมดา สามัญวิสัย common sense ข้ามไปสู่เรื่องเหนือสามัญวิสัย sixth sense (พ. 20 พ.ค. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 25 พ.ค. 2026
5 ผู้เข้าชม
EP.1952 มาช่วยกันพาเรื่องทั่วไปธรรมดา สามัญวิสัย common sense ข้ามไปสู่เรื่องเหนือสามัญวิสัย sixth sense ด้วยการทำความเข้าใจ อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี ที่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง จากสารสื่อ 7 ชนิด
วันนี้สารสื่อ 7 ชนิดยังมาแรงอยู่ เรียกว่า อิเล็กโทรไลต์ โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ไบคาร์โบเนต ซัลเฟต และคลอไรด์ หลายคนบอกว่า ฟังไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจก็ฟังเฉยๆ อย่าไปสนใจมันมาก เราเอามาเป็นโดสยารักษาชีวิต คู่กันกับสิ่งที่เราเคยเสนอไปว่า ฮอร์โมนชีวิตถ้าได้รับการปรับโดสยารักษาชีวิต DOSE ฮอร์โมนนั้นก็จะสมบูรณ์ เคมีก็จะไม่เป็นพิษ หรือไม่เป็นง่ายๆ โดสยาที่เราใช้ ที่เราเอามาอ้างอิงกันเป็นความหมายนัยๆ ก็คือ โดพามีน
โดพามีน เขาบอกว่า เป็นสารแห่งความสำเร็จ ออกซิโทซินเป็นสารแห่งการสร้างความรัก เซโรโทนิน คือ สารแห่งการสร้างความสงบ แล้วก็เอ็นโดรฟิน เป็นสารแห่งการระงับ
เราจะเอาคำเหล่านี้มาสร้างให้ผู้ฟัง ให้ผู้ฟังมีความเห็นเป็นภาษาธรรมดา แล้วเราก็จะพาท่านข้ามแดนจากสามัญวิสัย เรื่องทั่วไปธรรมดา common sense พามันไปสู่เรื่อง sixth sense คือ เหนือสามัญวิสัย พูดกันง่ายๆ ข้ามจากเรื่องธรรมดาๆ ที่เก่งกล้าสามารถทั่วไปที่เรียกว่า ศักยภาพ ข้ามไปสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ ที่เรามีคำขวัญของเราอยู่คำหนึ่งว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ”
ทุกคนถ้านั่งอยู่บนบัลลังก์แห่งความสำเร็จ บัลลังก์ของคนมีเงิน เศรษฐีมีทรัพย์ บัลลังก์ของคนประสบความสำเร็จในด้านการศึกษา ที่เป็นดอกเตอร์ บัลลังก์ของคนเป็นพ่อค้า ไม่ใช่เป็นพ่อค้าธรรมดา เขาสั่งเข้า ส่งออกนะ พ่อค้าระดับนั่งบนบัลลังก์ บัลลังก์แห่งคนมีฐานะทำงานระดับบริหาร ไม่ใช่เป็นพนักงานธรรมดา เป็นระดับบริหาร
ใครๆ ก็อยากนั่งบัลลังก์แห่งความสำเร็จ แต่พอเราเสนอข้อคิด แล้วก็แง่พิจารณา รู้สึกจะได้การขานรับ ได้รับความสนใจน้อยมาก เพราะเอาภาษาวิทยาศาสตร์มาประสมประสาน และจะพาให้ไปสู่มิติแห่งความศักดิ์สิทธิ์ คนเขาบอกว่าพูดเรื่องโกหก เรื่องศักดิ์สิทธิ์ก็เรื่องศักดิ์สิทธิ์สิ เรื่องวิทยาศาสตร์ก็วิทยาศาสตร์สิ จะไปเกี่ยวกันอย่างไร นี่แหละความรู้สึกนึกคิดของคนที่นึกว่า มันคนละเรื่อง ความจริงแล้วตัวเรานี่แหละ คือ ศูนย์กลางประสานงานระหว่างโลกมนุษย์ กับโลกสวรรค์ แล้วอีกโลกที่แอบมาติดต่อเรา ที่ความจริงเราไม่อยากให้มันติดต่อหรอก คือ โลกนรก
สวัสดีทุกท่าน เพลงออกแขกวันนี้ถูกปิดลงตอนที่ “ระลึกทุกวัน” ทุกวันที่เรามาพบกันเ ราจะมีคำแปลกๆ ประหลาดๆ บางคนบอกว่า พิลึกกึกกือ ไม่ค่อยจะเหมือนรายการธรรมะทั่วๆ ไปเท่าไหร่นัก ก็บอกว่า ยอมรับ เพราะเรากำลังเสนอวิชาการ วิชากรรม กลายเป็นอย่างนั้นไป
วันนี้เราพบกันวันพุธที่ 20 เดือนพฤษภาคม 69 และ 26 คือ พุทธะ และคริสต์ศักราช ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เราจำข้อความนี้กันได้แล้วว่า เราจะไม่ยอมให้วันที่ 20 พฤษภาคม ซึ่งวันนี้คือ วันพุธ มันผ่านเราไปโดยไม่ได้ศึกษาความรู้วิชาการ วิชากรรมก่อนเข้านอน เราก็จะนอนไม่หลับ ความจริงบางคนบอกว่า ตรงกันข้ามเลย ถ้าฉันไม่ฟังคุณ ฉันนอนหลับสบายเชียว ฉันฟังคุณนี่แหละ ฉันราคาญนอนไม่ค่อยหลับ ก็แล้วแต่อัธยาศัย
วันนี้ตัวพระเอก 7 ตัว ยังมาแรงอยู่ สารสื่อ 7 ชนิดที่เรียกว่า อิเล็กโทรไลต์ โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ไบคาร์บอเนต ซัลเฟต และคลอไรด์ หลายคนบอกฟังไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจก็ฟังเฉยๆ อย่าไปสนใจมันมาก เราเอามาทำไม เราเอามาเป็นโดสยารักษาชีวิต คู่กันกับสิ่งที่เราเคยเสนอไปว่า ฮอร์โมนมนุษย์ ถ้าได้รับการปรับโดสยารักษาชีวิต D-O-S-E ฮอร์โมนนั้นก็จะสมบูรณ์ เคมีก็จะไม่เป็นพิษ หรือไม่เป็นง่ายๆ
โดสยาที่เราใช้ ที่เราเอามาอ้างอิงกันเป็นความหมายนัยๆ ก็คือ โดพามีน โดพามีนเขาบอกว่า เป็นสารแห่งความสำเร็จ ออกซิโทซิน ออกซิโทซินเป็นสารแห่งการสร้างความรัก เซโรโทนินเป็นสารแห่งการสร้างความสงบ และเอ็นโดรฟิน เอ็นโดรฟินเป็นสารแห่งการระงับ ไม่ใช่อะไรหรอกคำเหล่านี้ เราจะเอามาบอกท่านผู้ฟังให้ฟังไว้จนเห็นเป็นภาษาธรรมดา แล้วเดี๋ยวเราก็จะพาท่านข้ามแดน ข้ามแดนไปไหน ข้ามแดนจากสามัญวิสัย เรื่องทั่วไปสามัญธรรมดา common sense ข้ามไปสู่เรื่อง sixth sense คือ เหนือสามัญวิสัย
พูดกันง่ายๆ ดีกว่า ข้ามจากเรื่องธรรมดาธรรมดา ที่เป็นความเก่งกล้าสามารถทั่วไปที่เรียกว่า ศักยภาพ ข้ามไปสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ ที่เรามีคำขวัญของเราอยู่คำหนึ่งว่า ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ยังไงๆ สร้างฐานนี้ขึ้นมาก่อนนะ แล้วความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ
ทุกคนถ้านั่งอยู่บนบัลลังก์แห่งความสำเร็จ บัลลังก์ของคนมีเงิน เศรษฐีมีทรัพย์ บัลลังก์ของคนประสบความสำเร็จในด้านการศึกษา ที่เป็นดอกเตอร์อะไรอย่างนี้ บัลลังก์ของพ่อค้า เป็นพ่อค้าระดับ เขาไม่ใช่พ่อค้าธรรมดานะ เขาส่งออกสั่งเข้า สั่งเขาแล้วก็ส่งออก เขาเป็นพ่อค้าระดับนั่งบนบัลลังก์ บัลลังก์แห่งคนมีฐานะทำงานระดับบริหารนะ เขาไม่ใช่บริการนะ เขาเป็นพนักงานไม่ใช่พนักงานธรรมดา เขาเป็นพนักงานระดับบริหารอะไรอย่างนี้ ที่เขาเรียกกันทั่วไปว่า CEO อะไรอย่างนี้
ใครๆ ก็อยากนั่งบัลลังก์แห่งความสำเร็จ แต่พอเราเสนอข้อคิดแล้วก็แง่พิจารณา รู้สึกจะได้รับการขานรับ ได้รับความสนใจน้อยมาก โดยเฉพาะภาษาวิทยาศาสตร์มาประสมประสาน แล้วจะพาให้ไปสู่มิติแห่งความศักดิ์สิทธิ์ คนก็บอกว่า พูดเรื่องโกหก เรื่องศักดิ์สิทธิ์ก็ศักดิ์สิทธิ์สิ เรื่องวิทยาศาสตร์ก็วิทยาศาสตร์สิ มันจะไปเกี่ยวกันยังไง นี่แหละคือ ความรู้สึกนึกคิดของคนในยุคว่า มันอยู่คนละเรื่อง มันไม่เกี่ยวกัน แต่ความจริงแล้วตัวเรานี่แหละ ตัวเรานี่แหละ คือ ศูนย์กลางของการประสานงานระหว่างโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ และอีกโลกหนึ่งซึ่งแอบมาติดต่อเรา ซึ่งเราไม่อยากให้มันติดต่อหรอก คือ โลกนรก
มนุษย์ทุกคนอยากติดต่อสวรรค์ สวรรค์ของคนเป็นนะ ยังไม่ตายก็อยากอยู่บนสวรรค์แล้ว แล้วเสร็จแล้วโลกนรกแอบมาติดต่อเรา ติดต่อทำไม ก็เพราะมันมีส่วนที่เราไปสื่อถึงมัน ไปสื่อถึงมันยังไง ไปสื่อถึงมัน จิตเราไม่สงบ จิตเราอยู่ในสภาพที่เรียกว่า ว้าวุ่น
พอจิตของเรามีการประสานสิ่งที่เป็นอารมณ์ อารมณ์ของเราโดยทั่วไปแล้วมันจะมีมาตรฐานอยู่ แต่ละคนจะมีมาตรฐานไม่เท่ากัน อารมณ์ชั่วคราว อารมณ์ที่ปรุงแต่ง อารมณ์ที่ฝืน อารมณ์ที่ฝึกฝืนอันนั้นอีกแบบหนึ่งนะ ถ้าฝึกฝนในทางที่ดีได้ ก็จะดีมาก
แต่มันจะมีอารมณ์ที่มากับพันธุกรรม หรือมากับการเกิดอยู่ 6 ชนิดที่รุนแรงมาก เขาเรียกว่า จริต จอจาน-รอเรือ-สระอิ-ตอเต่า แล้วเสร็จแล้วคนก็เห็นว่า มันไม่เหมาะ ก็ดัดจริตกันใหญ่ ขออภัย ดัดกันใหญ่เลย ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงโดยจริงๆ แล้ว เราดัดมันไม่ได้เท่าที่ควรหรอก จะดัดมันก็ได้ต่อเมื่อฝึกฝืน ต้องฝึกก่อน ต้องฝึกก่อนแล้วจึงจะฝืนมันได้ เราจะไปฝืนมันทันทีโดยไม่ฝึก เขาเรียกภาษาชาวบ้านว่า ขออภัยนะ เขาเรียกว่า ดัดจริต แล้วคนในสังคมก็ไม่รู้ตัวกันเยอะ ก็ดัดจริตกันไป ดัดจริตกันมา ดัดจริตกันมา ดัดจริตกันไป มันเป็นภาพที่ ถ้าคนไม่รู้ก็อะไรกันนักหนา ถ้าคนรู้ก็สงสารจัง เห็นคนเขาดัดจริตกันแล้วก็สงสารจัง
เพราะฉะนั้น เราต้องมาหาความรู้ความเข้าใจกันสักนิดหนึ่ง แล้วเราจะได้ช่วยกัน อย่างเริ่มต้นก็ช่วยตัวเองก่อนล่ะว่า เราดัดจริตหรือเปล่า แน่นอนมันต้องมีฝืน ฝึกฝืนน่ะดี แต่ถ้าดัดเฉยๆ มันไม่ไปหรอก มันไปแบบฉาบหน้าเท่านั้นเอง ในส่วนลึกมันไม่ได้ไป มันก็เป็นของมันอยู่อย่างนั้นแหละ
อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี คือ สูตรของสหปฏิบัติฯ บรรทัดแรก ที่จะนำไปสู่ผลบรรทัดที่ 2 ผลทางใน คือ เวทนา ปราณ ราศี 2 บรรทัดนี้ต้องหาคำตอบให้ชัดเจนก่อน เพราะถ้าหาคำตอบที่ไม่ชัดเจนแล้วก้าวต่อไป มันจะก้าวพลาด มันจะก้าวผิด แล้วมันจะเข้าใจผิด ก็เลยจะหันกลับมาโทษว่า ทำไมให้สูตรอะไรมาก็ไม่รู้ ไม่เห็นเป็นความจริงเลย
ขอบอกว่า เป็นเรื่องจริง อารมณ์ที่เป็นมาตรฐานของการเกิดทุกคนมีอยู่ 6 ชนิด ซึ่งเมื่อวานก็บอกไปแล้วว่า 1. ราคจริต อารมณ์รุนแรงทางราคะ ราคะแปลว่า ความกำหนดที่รุนแรงมาก อันนี้เป็นคุณอนันต์และกลับกันก็เป็นโทษมหันต์ โทษทุกเรื่องเลยนะ ไม่ใช่โทษเฉพาะอย่างเดียว เจ็บไข้ได้ป่วย อาชีพการงาน ปัญหาคู่ครอง บุตรบริวาร รักรวยโรค ปัญหานี้ทั้งนั้น เดือดร้อนก็เพราะตัวนี้ ตัวจริต 6 นี่แหละ ตัวที่ 1 คือ ราคจริต เราจะฝึกฝืนราคจริตอย่างไร อะไรจะช่วยเราฝึกได้
อันที่ 2 โทสจริต คนจะมีความขี้โกรธแรง โกรธมาก โกรธน้อย โกรธปานกลาง อันที่ 2 โทสจริต อันที่ 3 โมหจริต จริตของความลุ่มหลง ความลุ่มหลงนี่อันตรายนะ อย่าไปทำเป็นล้อเล่นไปนะ หลงจนกู่ไม่กลับ หลงทาง หลงตัวเอง หลงเข้าใจผิด หลงว่าข้านี่ยิ่งใหญ่ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ใหญ่เลย คิดว่าใหญ่แล้ว หลงว่าข้าเก่งทั้งๆ ที่ไม่ได้เรื่องเลย คนเขาเห็นแล้วเขาก็ส่ายหน้า หลงตัวเองว่า เก่ง
อันที่ 4 สัทธาจริต บางคนหัวทิ่มหัวตำเลย เชื่อ ศรัทธาจริตแปลว่า ความเชื่อ ไปชนิดที่ว่า กู่ไม่กลับเลย สัทธาจริต อันที่ 5 พุทธิจริต อันนี้มีน้อย คนที่จะมีอารมณ์เป็นพุทธิจริตโดยดั้งเดิมหายาก ค่อนข้างหายาก และอันที่ 6 คือ วิตกจริต วิตกจริตนี่ขอออกความเห็นหน่อยว่า ในยุคนี้เป็นกันมากจังเลย ที่จิตแพทย์เขาบอกว่า คนไข้ประดังมาหาเขามากมาย ก็เพราะว่าเป็นไบโพลาร์ กับดีเพรส ไบโพลาร์คือ อารมณ์ 2 ขั้ว แล้วก็ดีเพรสก็คือ ซึมเศร้า มันมาจากด้วยกัน 2 อันนี้ มาจากวิตกจริต
เพราะฉะนั้น จริตทั้ง 6 คือ อารมณ์ที่เราจะต้องมาจัดการ ฝึกฝืนให้มันอยู่ในสภาพที่เรียกว่า ค่อนข้างปลอดภัย ทุกอารมณ์มันดีทั้งนั้นถ้าเราฝึกฝืนมันได้ แล้วก็ฝึกฝืนมันจนกระทั่งมันอยู่ในสภาพที่ไม่อันตราย ก็ใช้ประโยชน์ได้
ราคจริตฝึกฝืนอย่างไร โทสจริตฝึกฝืนอย่างไร โมหจริตฝึกฝืนอย่างไร พุทธิจริตฝึกฝืนอย่างไร สัทธาจริตฝึกฝืนอย่างไร วิตกจริตฝืกฝืนอย่างไร ก็เอามาฝึกฝืนด้วยการสร้างสิ่งที่รู้เท่าทันตามความเป็นจริง ในสภาพร่างกายเราก่อนว่า ในร่างกายเรามันจะมีอารมณ์ สมมติว่าอารมณ์ตัวแรก ก็คือ จริตหนึ่งจริตใด บางคนก็ 2 จริต บางคนมีราคจริตสูงแล้วก็มีสัทธาจริตด้วย มันไม่ใช่มีจริตเดียวนะ เบอร์ 2 ก็เป็นสัทธาจริต เบอร์ 3 ก็อาจจะเป็นวิตกจริต อะไรอย่างนี้ แต่จะมี 1 เบอร์ใหญ่ แต่ละคน แต่ละคนจะมี 1 เบอร์ใหญ่ของตัวเอง
ตอนนี้พอเรารู้เท่าทันแล้ว เราก็มาค่อยๆ หาความรู้ มันมีเซลล์แต่ละเซลล์ในร่างกายเรา อันนี้อาจจะก้าวหน้านิดหน่อยเปรียบเทียบนะ ถ้าหากว่าความรู้ยังไม่เพียงพอก็ไปถามคุณหมอที่เขาเรียนมาทางด้านนี้ หรืออาจจะเป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ อย่างอาจารย์สุภัค จาปะเกษตร์ นี่ก็ได้ เป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือจะเป็นภรรยาท่าน ดร.วันพรนี่ก็คงจะถ่ายทอดความรู้กันมาเยอะ
ในร่างกายคนเรามันมีสิ่งที่เป็นอารมณ์ควบคุม แล้วก็ปรับปรุง แล้วก็ปรับเปลี่ยนฮอร์โมน อันที่ 1 อารมณ์หลักอันนี้ อารมณ์ 6 อย่างที่เกิดจริต 6 มันจะควบคุมฮอร์โมน หรือทำร้ายฮอร์โมน ควบคุมกับทำร้ายเลย บางทีก็ควบคุม บางทีก็ปรับ บางทีก็ทำร้าย บางทีก็ส่งเสริม แล้วแต่สภาวะของมัน
จริต 6 อย่างก็มาลงในอารมณ์ สูตรอันแรกของเรา อารมณ์ พอเราเข้าใจจริต 6 อย่างแล้วเราศึกษาคร่าวๆ นะ ว่าในแต่ละเซลล์ของร่างกายมีนิวเคลียส แต่ละนิวเคลียสก็จะมีไซโตพลาสซึม โปโตพลาสซึม แล้วก็นิวเคลียส ใน 1% ของไซโทพลาสซึมจะมีสารเคมีพวกนี้อยู่ 7 ชนิด สมัยก่อนเขาเรียกว่า ภาวะghost ghost คือ ผี หมอสมัยใหม่เขาบอกไม่เรียก ghost แล้ว เขาเรียกว่า black box black box แปลว่า กล่องดำ ก็มีโซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ไบคาร์บอเนต ซัลเฟต คลอไรด์ 7 ชนิด เราก็รู้คร่าวๆ เท่านี้ไว้ก่อน ไม่ต้องไปรู้ละเอียด เพราะเราไม่ได้เรียนการแพทย์
พอเรารู้อารมณ์ของเราเป็นตัวสร้าง หรือทำลาย หรือปรับ หรือปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขฮอร์โมน อันแรกอารมณ์ ก่อนอันที่ 2 ฮอร์โมน เราก็ฮอร์โมนพวกนี้มันมีเคมี มีเคมีอยู่ 7 ชนิดเป็นตัวสำคัญ 1% ของไซโตพลาสซึมจะมีโซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ไบคาร์บอเนต ซัลเฟต และคลอไรด์ ตัวพวกนี้จะต้องกินอาหาร บางคนรู้ไปถึงกินอาหาร รู้ไปถึงการขับถ่ายของเสีย รู้ไปถึงการออกกำลังกาย รู้ไปถึงอะไรต่ออะไร แต่ในที่นี้เราล็อกไว้เฉพาะเรื่องของอารมณ์ อารมณ์ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ก็คือ จริต 6 ที่ว่ามาแล้ว
พอ 7 อย่างนี้ออกมาจัดการกับฮอร์โมน ฮอร์โมนของเราอยู่ในสภาพอะไร เคมีอันที่ 3 เคมีของเรา มีเคมีอื่นๆ อีกนะ ไม่ใช่แค่นี้ อันนี้เป็นเคมีที่เรืองแสง เราจะพากันเข้าไปสู่การเรียนรู้รังสีแห่งพรหม ฝรั่งเขาเรียกออร่า ออร่าก็ส่งออกมา ถ้าเราต้องการออร่าที่แจ่มใสเพื่อการป้องกันโรค เพื่อการสร้างสรรค์สุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต เจ้าตัวการ 7 ชนิดมันเป็นตัวที่อยู่ในฮอร์โมน และอยู่ในเคมี ที่เป็นตัวแปรที่สำคัญที่จะสร้างรังสีแห่งพรหมให้กับเรา อันนี้ก็คร่าวๆ เวลาก็เข้าไปครึ่งชั่วโมงแล้ว
สงสัยยังไม่เข้าใจ เรามาคุยกันในรายการ “ถามแอนด์ทอล์ค” ซึ่งเราจะจัดขึ้นเดือนละ 1 ครั้งรายการถามแอนด์ทอล์คของเรานะ สิ่งเหล่านี้เพื่อที่จะอะไร ให้อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี เวทนาไปปรับ ไปสร้างเวทนา สร้างปราณ และสร้างราศี พอรังสีออกไปก็เป็นรัศมี ของฝรั่งเขาไม่มีนะ รัศมี แล้วออกไปก็เป็นรังสี เป็นพรหมรังสี จริงเท็จ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เราไม่ว่ากันนะ นี่คือ ข้อเสนอเล็กๆ น้อยๆ ที่เราอยากจะให้พวกเราใส่ใจใฝ่เรียนรู้สักนิด แล้วเราจะได้เข้าใจถึงสภาพของจิตวิทยาสู่วิญญาณแท้ นามบัตรช่องกลางของเรา
เรามีนามบัตรของเราอยู่ใบหนึ่งใช่ไหม นามบัตรของเรามี 9 ช่อง ช่องที่ 1 มนุษย์ ช่องที่ 2 เทพ ช่องที่ 3 ธรรมะ บรรทัดแรกนะ มนุษย์สู่เทพ เทพสู่ธรรม บรรทัดที่ 2 นี่แหละ เรื่องที่เราคุยกันในช่วงนี้ จิตวิทยาสู่วิญญาณแท้ที่เป็นสากล วิญญาณแท้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราประสมประสานเคมีอิเล็กโทรไลต์เหล่านี้ ประสานกันจนกระทั่งเกิดรับเอารังสีแห่งพรหม จากราศีออกไปสู่รัศมี จากรัศมีออกไปสู่รังสี รังสีเข้ามาสู่รัศมี รัศมีเข้ามาสู่ราศี แล้วก็เข้ามาประสานอยู่ในตัวเรา ก็เกิดเป็นวิญญาณแท้ขึ้น
ยังมีอีกเยอะวิธีที่จะประสานวิญญาณแท้ วิญญาณแท้นะ ก็เกิดการเรียนรู้ในสมัยใหม่ ซึ่งเด็กสมัยนี้เขายอมรับวิชาไซโคโลจี (psychology) ก็คือ จิตวิทยา จิตวิทยาสู่วิญญาณแท้ที่เป็นสากล บรรทัดกลางนะ อันนี้ใส่ๆๆ ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ไว้ก่อน เราก็จะเข้าใจว่า คนที่เกิดรังสีแห่งพรหม แล้วมันเปลี่ยนเป็นราคีแห่งยม ก็เพราะอิเล็กโทรไลต์มันเกิดความเปลี่ยนแปลงว่า จิตของเราเกิดผิดปกติ อารมณ์ของเราเกิดพลั้งพลาด อะไรทำนองอย่างนี้นะ
เอาล่ะข้อความวันนี้ทั้งหมดที่ให้ข้อมูลไว้ หลายคนบอกไม่รู้จะเอาไปใช้ยังไง ก็ยังไม่เป็นไร เรายังมีเวลาคุยกันต่อในรายการถามแอนด์ทอล์คนะ ซึ่งก็จะปรึกษาอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ หรืออาจารย์โอ๊ตว่า เราจะขยายเวลาออกไปอีกสักนิดดีไหม เพราะเวลาที่เราคุยกันมันไม่เพียงพอ ก็ไม่แน่แล้วแต่ อาจจะไม่มีใครสนใจมาเลยก็ได้
เอาล่ะ เรามาดูผลงานของคุณวิษณุ กระจ่างศรี 1951 จริต 6 เป็นตัวอารมณ์ที่เป็นมาตรฐานเฉพาะของแต่ละคน มีบทบาทต่อการสร้างรังสีแห่งพรหม ขอยืนยันว่า รังสีแห่งพรหมเกิดตรงนี้แหละ รังสีแห่งพรหมเกิดจากสารเคมี 7 ชนิด แต่ 7 ชนิดนี้ก็ต้องอาศัยอารมณ์ ฮอร์โมน เคมีเป็นตัวประคับประคอง เวทนา ปราณจึงจะเป็นปกติ แล้วราศีจะออกมากี่เปอร์เซ็นต์ หรือจะเป็นราคีเสียมากกว่า คุณวิษณุให้ตัวโปรยไว้อย่างนี้
อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่า เรากำลังพูดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะรังสีของพระพรหมเป็นวิทยาศาสตร์ อย่าเข้าใจผิดนะ อันนั้นท่านศักดิ์สิทธิ์ ท่านเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ ท่านมีอิทธิฤทธิ์ ท่านจะสร้างปาฏิหาริย์ให้กับเราได้ ท่านเป็นเทพที่มีฐานะเป็นมหาเทพ มหาพรหม แล้วท่านก็สามารถจะแก้ไขปัญหาลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง หรือของอาถรรพ์ที่ลึกลับให้แก่ในตัวเรา และในบ้านเราที่เกี่ยวข้องกับเราได้ อย่าไปเข้าใจว่า พระพรหมเป็นวิทยาศาสตร์
แต่หมายความว่า เรากำลังจะเอาสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์มาบอกให้รู้ว่า ผลของวิทยาศาสตร์ในสารเคมีในตัวเรา เมื่อออกมาสู่เวทนา แล้วเวทนานั้นเป็นอทุกขมสุขเวทนา แล้วออกมาเป็นปราณ ปราณ คือ ชี่ หรือขี่ พอปราณออกมาแล้วก็มาเป็นราศี ฝรั่งเรียกว่า ออร่า มันจะเกิดจุดหักตอนที่ว่า เป็นเวทนาที่เป็นกลาง ก็คือ ได้ฌาน พอได้ฌานก็เปลี่ยนแปลงฐานะเป็นพลังปราณ พอปราณออกมาก็เป็นราศีแล้ว ตอนนี้เข้าไปสู่มิติพิศวงแล้ว
อธิบายไปก็คงยังจะไม่จบในวันนี้ เราขอทิ้งข้อมูลที่น่าสงสัยไว้เท่านี้ก่อน แล้วก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาสวดมนต์สวดพรกัน จะได้กลับไปหลับนอนสบายใจกว่า
เอาล่ะ เพลงที่จบลงไปเป็นเพลงที่ไพเราะทีเดียวถ้าตั้งใจฟัง แล้วถ้าไม่ตั้งใจฟัง รำคาญทีเดียวล่ะ ไม่ใช่รำคาญน้อยๆ รำคาญหลายทีด้วย เพลงแต่ละเพลงที่อาจารย์สมศักดิ์ หรือครูหลงแต่งให้ มันมีความหมายลึกซึ้งมาก แล้วเรายังมามีเพลงที่เกิดจากผลงานของวาทะธรรม ขำขัน แล้วมีผู้ขยันนำไปใส่ AI ให้มันช่วยร้องและให้ทำนอง เป็นภาษาทั้งภาษาพูด และภาษาดนตรี ออกมาไพเราะหลายเพลงเชียว ก็ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ธรรมะ 2 ภาคของเราทั้งนั้น
ทำยังไงเราจะเข้าใจข้อเท็จจริงอันหนึ่ง วัยรุ่นเขาเรียกว่า ปิ๊งขึ้นมา ตัวเรานี่จากคนเก่งและฝึกให้เก่ง ฝึกให้เป็นคนดีเขาเรียกมีศักยภาพ เดี๋ยวมันจะข้ามไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์ได้ มันจะสร้างความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่เราได้ อันนี้สิ่งที่เราต้องการ จากศักดิ์สิทธิ์มันจะกลายเป็นอาถรรพ์ เราไม่ยอม เราก็เอาข้ามมาสู่ศักยภาพ แล้วแทนที่จะเป็นอาถรรพ์มันก็กลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์ มหัศจรรย์แปลว่า ปรากฏการณ์ที่ดี ปรากฏการณ์ที่ให้คุณ
คนมีพลังศักดิ์สิทธิ์แล้วชีวิตอาถรรพ์ น่าสงสาร มีของดีแต่กลายเป็นเสีย ก็เพราะอะไร เพราะตัวเองไม่รู้จักฝึกตัวเอง ฝึกฝืนตัวเองให้เป็นคนมีศักยภาพ บางคนบอกฉันมีศักยภาพล้นฟ้าเลย นั่นมีแต่เก่ง มีแต่เก่งแต่ไม่ดี เป็นคนเก่งแต่ไม่ดี บางคนก็เป็นคนดีเหลือเกิน ไม่ยอมฝึกตัวเองให้เก่ง ฉันเป็นคนดีอย่างเดียวก็พอแล้ว แต่ไม่เก่ง
เราก็บอกคนส่วนใหญ่เจอกันมาก็เก่งแต่ไม่เฮง บางคนก็เฮงแต่ไม่เก่ง ที่เก่งและไม่เฮงก็เพราะอะไร เพราะไม่ดี ไม่ดีจริง ที่ดีแต่ไม่เก่งก็ไม่ดี ดีอย่างเดียวแต่ไม่เก่ง เก่งแต่ไม่ดีก็ไม่ดี ต้องเก่งแล้วดีแล้วจึงจะเฮง
แล้วก็บอกว่า ส่วนมากคนเก่งแต่ไม่เฮง คนเฮงแต่ไม่เก่ง เจอบ่อย แต่คนที่เก่งและเฮงนั้นไม่ค่อยมี มีน้อย ส่วนมากจะเจออะไร เจอแต่คนเฮงซวย มีคนว่าเหมือนกันนะ ไม่ค่อยสุภาพเลย ก็ขออภัยไม่สนใจก็อย่าไปฟังมัน
เรามาสวดมนต์สวดพรกันดีกว่า อีก 10 วันเราก็จะถึงวันสำคัญในทางพุทธศาสนา วันวิสาขบูชามหาปุณณมีแล้ว เดี๋ยวเราจะบูรณะจัดการกับสหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา ให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาอีกวาระหนึ่ง ทั้งศรัทธาศักดิ์สิทธิ์ และทั้งปัญญาคือ ศักยภาพ จะได้เกิดขึ้นมาที่สหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา
รวบรวมและเรียบเรียงโดย คุณปุนนภา รักษาวงษ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
(พฤ. 16 เม.ย. 2569)
25 เม.ย. 2026
เรื่องของกรรมเป็นสิ่งกระทำเพื่อพรหมลิขิต พรหมลิขิต บุพเพสันนิวาส บุพกรรม กงเกวียนกำเกวียนกรรมเก่าเกี่ยวกัน มันเนื่องกันหมด แต่เบ้าหลอมใหญ่ คือ พรหมลิขิต
3 ก.พ. 2026
ถ้าคุณทำกายของคุณให้เบา ทำใจให้ปลอดโปร่งโล่งสบาย ลดความโลภสักนิด คุณจะเข้าใจว่า วิบากกรรมในภพเก่าของเรา ที่มาเชื่อมต่อวิบากกรรมคือ ผลกรรมที่เราทำไว้ในชาตินี้ที่เริ่มจำความ มันผิดตรงไหน มันต้องแก้ไขตรงไหน มันต้องยอมตรงไหน ไม่ยอมตรงไหน
3 ก.พ. 2026
