แชร์

EP.2031  มนุษย์ทั้งหลายเอ๋ย เขาพร้อม รอบทิศทาง รอบทิศตัวเองอยู่แล้วที่จะให้เราสร้างกุศล คือ สร้างวิญญาณแท้ และเพื่อชีวิตจะได้ไม่ท้อแท้ กลับไปสร้างวิญญาณเทียม (ส. 15 ส.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 18 ส.ค. 2026
11 ผู้เข้าชม
EP.2031  มนุษย์ทั้งหลายเอ๋ย เขาพร้อม รอบทิศทาง รอบทิศตัวเองอยู่แล้วที่จะให้เราสร้างกุศล คือ สร้างวิญญาณแท้ และเพื่อชีวิตจะได้ไม่ท้อแท้ กลับไปสร้างวิญญาณเทียม
ตัวเราเองนั่นแหละเป็นผู้ที่ปฏิบัติต่อตัวเอง ไม่ต้องไปโทษใครเพราะฉะนั้น “อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ” ตนเป็นที่พึ่งของตนในการสร้างวิญญาณแท้ เพื่อชีวิตที่จะอยู่อย่างไม่ต้องท้อแท้
สวัสดีทุกๆ ท่าน พบกันทางเงาในวันนี้ ขอเริ่มต้นด้วยการ ขออำนาจคุณพระศรีพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั่วสากลโลก ทั่วสากลจักรวาล มาอำนวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของศาสตราจารย์ดอกเตอร์สิทธิชัย สมานชาติ ขอให้อาจารย์สิทธิชัย มีความสุข ความเจริญ คิดสิ่งใดสมความปรารถนา สุขสันต์วันเกิด 
วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ 15 เดือนสิงหาคม พุทธศักราช 69 และคริสต์ศักราช 26 เป็นวันขึ้น 2 ค่ำแล้ว เดือน 9  ปีมะเมีย เรามาพูดถึงเวลาแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อย ต้องให้ได้อะไรบ้าง เป็นภาษาบาลีเขาบอกว่า“อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” 
เราเข้าสู่รายการธรรมะสองภาคมีคนถามว่า ภาคไหน บอกภาคเหนือ หรือภาคใต้ ก็บอกว่า ธรรมะสองภาคเราหมายถึงภาคสามัญวิสัย และเหนือสามัญวิสัย แต่ แต่ไม่ได้หมายถึง ภาคสุดวิสัย ทั้งสามัญวิสัยที่จะสร้างศักยภาพก็ไม่ได้สุดวิสัยสำหรับมนุษย์ทุกคน ทั้งเหนือสามัญวิสัยที่จะสร้างพลังศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้สุดวิสัยสำหรับใครเลย เพียงแต่ว่าคนๆ นั้นมีความใส่ใจ ใฝ่เรียนรู้ที่จะสร้างศักยภาพของตัวเองขึ้นมาจริงหรือเปล่า ถามว่า ศักยภาพคือ ความเก่งกล้า สามารถ สร้างด้วยพฤติกรรม ก็คือ ทางนอกเขาเรียกว่า ภาคสามัญวิสัยไม่ใช่สุดวิสัย ส่วนศักดิ์สิทธิ์ใครๆ ก็ทำได้ ทำยังไง เพราะมันไม่ใช่สุดวิสัย มันเพียงแค่เหนือสามัญวิสัย ทำยังไง ก็คุยกันต่อไป
ธรรมะของเรา เราเสนอสองภาคส่วนคือ ภาคสามัญวิสัย กับเหนือสามัญวิสัยแล้วนำมา นำสองภาคมาเปรียบเทียบ สามัญวิสัยคือ พฤติกรรม การกระทำ คำพูด และความคิดที่แสดงออกมาภายนอก ส่วนเหนือสามัญวิสัยเป็นเรื่องของพฤติกรรม คำพูด และความคิดที่เก็บอยู่ภายใน เป็นเรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง ส่วนเรื่องสามัญวิสัย เรื่องทั่วไปธรรมดาเป็นเรื่องเปิดเผย ตรงไปตรงมา แต่เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง เหนือสามัญวิสัย ก็ไม่ได้หมายความว่า ต้องปิดบัง แต่เป็นเพียงว่า เราต้องใช้ศรัทธาคือ ความเชื่อ ถ้าเราเชื่อว่า เป็นอย่างนี้ เชื่อว่าเป็นอย่างนั้น เชื่อว่าเป็นอย่างโน้น แต่ความเชื่อที่เรานำเสนอนั้น ต้องเป็นความเชื่อที่อยู่บนเหตุ และผล
เอาล่ะวันนี้อารัมภบทมากไป เรามาเข้าสู่เรื่องที่ได้คุยค้างๆ คุยค้างๆ กันเอาไว้ก็คือ  เรื่องวิญญาณแท้ เมื่อใครสามารถค้นพบ หรือสามารถเอาวิญญาณแท้มาใช้ในชีวิตประจำวันของตัวเองได้ เชื่อได้เลยว่า คนๆ นั้นจะไม่ท้อแท้ จะมีบ้างก็เล็กๆ น้อยๆ หรืออาจจะไม่มีเลย เพราะว่าเรื่องเหนือสามัญวิสัยต้องการที่สุด ก็คือ วิญญาณแท้ 
ทำไมเรื่องเหนือสามัญวิสัยต้องการวิญญาณแท้ ก็เพราะว่ามันเป็นเรื่องของความลงตัวระหว่างบุคคลสำคัญๆ ในชีวิตของเรา เช่น พุทธศาสนาเปรียบคนรอบตัวเราเป็นเหมือนทิศทั้ง 6  โดยเฉพาะทิศแรกเลยก็คือ ทิศหน้าพุทธศาสนาบอกว่า พุทธศาสนาเปรียบว่า เป็นเหมือนบิดามารดาทิศเบื้องหน้า ทิศเบื้องหน้าทำยังไงถึงจะทำให้ถึงขั้นวิญญาณแท้ ไม่ใช่ว่าพอที่เบื้องหน้าเกิดขึ้นมา มีพ่อมีแม่ครบสมบูรณ์ดีแล้วเราก็ได้วิญญาณแท้แล้ว 
วันนี้เป็นคำถามของอาจารย์วรพรรณ เนียมน้ำเพชร หรืออาจารย์บิวว่า วิญญาณแท้ ต้องปฏิบัติหรือเปล่า หรือมันเกิดขึ้นมาเองโดยไม่ต้องไปปฏิบัติ  ก็บอกว่า ต้องปฏิบัติ ทิศเบื้องหน้าสมมติว่า พ่อแม่เราจะทำให้เกิดวิญญาณแท้ เพื่อผลแห่งความไม่ท้อแท้ในชีวิต เราก็ต้องปฏิบัติต่อพ่อแม่อย่างมีอะไร มีความกตัญญู รู้คุณกตเวทิตาคือ แทนคุณให้เหมาะสมที่สุดในการเป็นลูก  ปฏิบัติต่อพ่อแม่ให้ดีที่สุดเท่าไหร่ วิญญาณแท้ก็จะเกิดขึ้นมา แต่ถ้ายังไม่ดีที่สุดเท่าที่ควรจะปฏิบัติ  วิญญาณนั้นก็ยังเป็นวิญญาณเทียม ยังไม่เป็นวิญญาณแท้ เราให้ข้อที่หนึ่งว่า ทิศเบื้องหน้าพุทธศาสนาเปรียบเหมือนพ่อแม่ แล้วเราจะทำให้เกิดวิญญาณแท้ได้อย่างไร ก็ต้องปฏิบัติต่อพ่อแม่อย่างเหมาะสม ก็คือ มีความกตัญญู รู้คุณ แล้วก็กตเวทิตา คือ ตอบแทนบุญคุณให้สมกับเป็นลูก 
แต่นี้อีกทิศหนึ่งที่เราให้บอกว่า จะได้รู้เบื้องหน้า เบื้องหลัง ก็คือ ทิศเบื้องหลัง สามีภรรยา การปฏิบัติต่อสามีภรรยาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก การจะต้องปฏิบัติต่อกันอย่างไร จึงจะเกิดเป็นวิญญาณแท้ขึ้น ปฏิบัติมากวิญญาณแท้โอกาสที่จะเกิดก็มาก ปฏิบัติไม่ถูกต้องมันก็เป็นวิญญาณเทียมอยู่ซะส่วนใหญ่ ชีวิตก็ยังท้อแท้ต่อคู่สมรสอยู่ตลอดเวลา พอปฏิบัติได้ทิศเบื้องหน้าเห็นหน้า ปฏิบัติต่อทิศเบื้องหลังเห็นหลัง ก็บอกทำอะไรเห็นหน้าเห็นหลัง ก็หมายถึงฐานะ 
ตอนนี้ก็มาดู ท่านเปรียบเหมือนทิศเบื้องขวาเป็นครูบาอาจารย์ เราปฏิบัติต่อครูบาอาจารย์อย่างไร อันนี้ก็ไปเกิดเป็นวิญญาณแท้ขึ้น ปฏิบัติทิศเบื้องซ้าย ทิศเบื้องซ้ายคือ ญาติสนิทมิตรสหาย  ญาติสนิทมิตรสหายแต่ละคน แต่ละคน มีสภาวะ มีสภาพแตกต่างกัน มีอุปนิสัยใจคอ มีความน่าเชื่อถือ มีความน่านับถือไม่เท่ากัน เราจะปฏิบัติอย่างไร ก็อย่างที่ว่าแล้วว่า เพื่อให้ถูกต้อง และความเหมาะสมจะได้เกิดเป็นวิญญาณแท้ 
ทิศส 4 ทิศแล้ว ตอนนี้ก็มาดูทิศสูงข้างบนสมณชีพราหมณ์ ในอนุโลมก็คือ เรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย เราปฏิบัติต่อสมณชีพราหมณ์ซึ่งเป็นตัวแทนของศาสนา แล้วก็เรื่องโดยอนุโลมก็คือ เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย ทิศเบื้องบนเราปฏิบัติอย่างไรจึงจะได้วิญญาณแท้ 
ตอนนี้มาดูบ่าวไพร่ หรือบริวาร หรือผู้ร่วมงานระดับหนึ่ง พุทธศาสนาเปรียบเหมือนทิศเบื้องล่าง เราปฏิบัติต่อทิศเบื้องล่างอย่างไร จึงจะเกิดเป็นวิญญาณแท้ ทั้ง 6 ทิศล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความคิด ล้วนแล้วแต่ต้องใช้การกระทำ ล้วนแต่ต้องใช้คำพูด ให้เหมาะสมกับแต่ละทิศและแต่ละวิธีการ เมื่อคนที่ไม่รู้อะไรสุ่มสี่สุ่มห้า ปฏิบัติตามอำเภอใจ พอใจก็ปฏิบัติซะใหญ่โต ปฏิบัติซะแสนดี พอไม่พอใจก็เกิดการลบหลู่ดูหมิ่น เช่น บางคนไม่พอใจพ่อแม่ ก็ลบหลู่ดูหมิ่นพ่อแม่ นี่เขาเรียกว่า นรก  บางคนไม่พอใจครูบาอาจารย์ก็เกิดอาการลบหลู่ดูหมิ่น ทำลาย ทำร้ายครูบาอาจารย์ นี่ก็เรียกว่า อีกหนึ่งนรก วิญญาณเทียมก็เกิดขึ้น  ทิศเบื้องหลังก็เหมือนกันคู่ครอง คู่ครอง หมายถึง คู่สมรส ปฏิบัติต่อกันอย่างเหมาะสมก็ได้วิญญาณแท้ ปฏิบัติต่อกันอย่างไม่ถูกต้องก็มีแต่วิญญาณเทียม แล้วชีวิตสมรสก็มีแต่ความน่าท้อแท้ 
ทุกทิศเหมือนกันหมด ถ้าคุณปฏิบัติได้อย่างถูกต้องวิญญาณแท้เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ เมื่อคุณไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง ให้เหมาะสมแก่ฐานะของแต่ละทิศ แต่ละทาง  ก็ทั้งหมดของชีวิตก็เจอแต่เรื่องเทียมๆ เพราะคุณพบแต่วิญญาณเทียม 
เป็นอันว่า วิญญาณแท้เกิดจากการประพฤติปฏิบัติต่อผู้ที่อยู่รอบข้างของเราอย่างถูกต้องและเหมาะสม ก็คงจะพอเห็นภาพว่า มนุษย์ทั้งหลายเอ๋ย เขาพร้อม เขาพร้อม รอบทิศทาง รอบทิศตัวเองอยู่แล้วที่จะให้เราสร้างกุศลคือ สร้างวิญญาณแท้ และเพื่อชีวิตจะได้ไม่ท้อแท้ กลับไปสร้างวิญญาณเทียม หรือปล่อยปละละเลยทำให้เกิดวิญญาณเทียม แล้วชีวิตก็มานั่งเสียใจบ่นว่า มีแต่เรื่องน่าท้อใจ 
อันนี้ก็เป็นข้อคิด แง่พิจารณาของแต่ละท่าน แต่ละท่านว่า ตัวเราเองนั่นแหละเป็นผู้ที่ปฏิบัติต่อตัวเอง ไม่ต้องไปโทษใคร อยากจะมีชีวิตที่สมบูรณ์ต้องวิญญาณแท้ อยากจะมีชีวิตที่บกพร่อง มีแต่ความท้อแท้ ก็ปล่อยปะละเลยไป พ่อแม่ก็ช่างพ่อแม่ สามีภรรยาก็ช่างสามีภรรยา  ครูบาอาจารย์ก็ช่างครูบาอาจารย์  ญาติสนิทมิตรสหายก็ช่างญาติสนิทมิตรสหาย  สมณชีพราหมณ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทิศเบื้องบนก็ปล่อยไป  บ่าวไพร่บริวารทิศเบื้องล่างก็ปล่อยสะเปะสะปะไปตามเรื่อง ชีวิตก็เคว้งคว้างอยู่กับความไม่แน่นอน 
พอเกิดความทุกข์ก็โทษนู่น โทษนี่ โทษนั่น ทั้งๆ ที่เขาพร้อมจะให้เราบริหาร และเท่าที่เห็นมามากต่อมากก็คือ ผู้หลงใหลในเรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย ซึ่งเราเรียกรวมความว่า เรื่องเหนือสามัญวิสัย  ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย แต่หลายคนในยุคนี้ไม่ใส่ใจใฝ่เรียนรู้ แถมบางคนยังลบหลู่ดูหมิ่น ครั้นพอเกิดวิบัติในชีวิต เจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคร้ายแรง มีปัญหาในอาชีพการงาน มีปัญหาเรื่องคู่ครอง มีปัญหาเรื่องบุตรบริวาร ก็มาตีโพยตีพายว่า ทำไมชีวิตฉันเป็นอย่างนี้ ทำไมไม่มีความสุขอย่างคนนั้น คนนี้ คนโน้น เพราะฉะนั้น “อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ” ตนเป็นที่พึ่งของตนในการสร้างวิญญาณแท้ เพื่อชีวิตที่จะอยู่อย่างไม่ต้องท้อแท้
วันนี้เรามาดูผลงานของคุณกันติชา เวชสุรียะกุล 2030 สองพันสามสิบ การสร้างสรรค์วิญญาณแท้เกี่ยวข้องกับเบื้องหน้าการเกิดคือ ก่อนเราเกิด และเบื้องหลังความตายคือ หลังจากเราตายไปแล้ว บิดามารดา พระพุทธศาสนาเปรียบทิศเบื้องหน้า ทิศเบื้องหลัง ทิศเบื้องหน้าเราต้องบริหารทำให้เกิดวิญญาณแท้ให้มากที่สุด เราระลึกถึงพระคุณพ่อแม่มากเท่าไหร่ ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่มากเท่าไหร่ เท่ากับเราสนองเบื้องหน้าการเกิดของเราอย่างสมบูรณ์ เบื้องหลังความตายเปรียบเหมือนทิศเบื้องหลังสามีภรรยา  สามีภรรยาตั้งหน้าตั้งตาทำความดี เข้าถึงธรรมะเป็นการสะสมบุญ ช่วยกันสร้างวิญญาณแท้ ก็จะส่งผลไปสู่เบื้องหลังความตาย 
ข้อความที่คุณกันติชาได้หยิบขึ้นมาเป็นตัวโปรย มีความชัดเจนแล้วก็ถูกต้อง ก็ขอขอบคุณคุณกันติชา เวชสุรียะกุล และทุกคนที่ทนฟังในวันนี้ เดี๋ยวมาฟังเพลง แล้วอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ มีรายงาน ขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
เพลงที่จบลงไป ชื่อเพลง “คนละครึ่ง” คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 3/1 ครูธวัช คณิตกุล ทำนองและเสียงร้อง AI  จัดทำโดย อาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์  เนื้อเพลงมีอยู่ว่า “บูรณาการงานทางมนุษย์ครึ่งหนึ่ง ทางวิญญาณครึ่งหนึ่ง คนละครึ่ง ครบถ้วนตามสิทธิสัญญากรรม ลิขิตพรหม” 
ใครไม่เชื่อเรื่องลิขิตพรหม หรือพรหมลิขิต แล้วก็ไม่เชื่อเรื่องสัญญากรรมว่า มีจริง ส่วนมากเขาก็จะไม่เชื่อเรื่องของศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลายส่วนมากจะไม่เชื่อด้วย ซึ่งความจริงทั้งหมด เราเรียกว่า เรื่องเหนือสามัญวิสัย คู่กับเรื่องสามัญวิสัย แล้วก็ขอยืนยันว่า ทั้งสามัญวิสัย และเหนือสามัญวิสัยไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย ถ้าเป็นเรื่องสุดวิสัย อย่าไปเพียรพยายามสนอกสนใจ หรือกระทำให้เหน็ดเหนื่อยเลย ไม่มีประโยชน์ 
แต่เพราะว่าสองสิ่งนี้ สิ่งแรกนั้นไม่น่าจะมีข้อสงสัยก็คือ สามัญวิสัย แต่สิ่งหลังคือ เหนือสามัญวิสัย จะมีข้อสงสัยว่า จริงหรือเท็จ จริงหรือเปล่า เราขอยืนยันว่า จริง และขอบอกว่า ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย เป็นเรื่องที่สามารถ เมื่อเข้าใจดีแล้วชีวิตของคนก็จะค่อนข้างปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ ปัญหาอาชีพการงาน ปัญหาคู่ครองแล้วก็ปัญหาบุตรบริวาร อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้รับฟังว่า เห็นด้วยหรือไม่ อันนี้เป็นธรรมดา 
เอาล่ะ ขออภัย รายชื่อที่ส่งมาขอพรเมื่อวันพระใหญ่ที่ผ่านมา คุณศิริวรรณ รื่นเอมได้เรียบเรียงส่งมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ว่าวันนี้ ผู้อ่านคือ คนพูดมีความไม่พร้อมเท่าที่ควรจะอ่านรายชื่อ ก็ขอเลื่อนไปอีกนิดหน่อยก่อน อาจจะเป็นพรุ่งนี้หรือวันอื่น แล้วจะมากล่าวรายงานแด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย 
ส. 15 ส.ค. 2569
รวบรวมโดย ดร.วันพร จาปะเกษตร์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1959 ถ้าจะรับรู้เรียนรู้ความจริงของชีวิต จงเรียนรู้ด้วยความใจกว้าง อย่าเรียนรู้แบบ ใจแคบ (พ. 27 พ.ค. 2569)
เพราะถ้าเรียนรู้ชีวิตแบบใจแคบ ก็จะเรียนรู้แบบผิดๆ พลาดๆ รู้ไม่จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางของชะตาชีวิต และพรหมลิขิต ต้องเรียนรู้ด้วยความใจกว้าง ชีวิตเราก็จะปลอดภัย และค่อยๆ ดีขึ้นๆ มากเท่านั้น
2 มิ.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy