แชร์

EP. 1903   กรรมสัมพันธ์สำคัญมาก จะทำให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ (พฤ.  26  มี.ค.  2569)

อัพเดทล่าสุด: 27 มี.ค. 2026
8 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกท่าน พบกันทางเงา วันนี้เป็นเงาของวันพฤหัสบดีที่ 26 เป็นวันพระ แต่เป็นวันพระขึ้น 8 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย พุทธ คริสต์ 69 และ 26  สิ่งที่จะต้องเปลี่ยนคำพูดไปเรื่อยๆ แต่ก็อยู่ในเรื่องเดิม ก็คือ เรื่องเหนือสามัญวิสัย 
เรื่องเหนือสามัญวิสัย ถ้าเราจะพูดให้กว้างๆ แล้วก็ลึกๆ มันก็ต้องมีโวหารเปรียบเทียบกันมากสักหน่อย  แต่ถ้าจะพูดกันแบบชาวบ้าน  รายการพบกันทางเงา เขาคุยกันเรื่องทางใน ก็จบอยู่แค่นั้น พอจบอยู่แค่นั้น ความรู้สึกนึกคิดก็เกิดการติดยึด ติดยึดอยู่แค่นั้น  ก็คำว่า คุยกันเรื่องทางใน ก็ติดยึดกันอยู่แค่ว่า เรื่องทางในก็ต้องเป็นเรื่องในๆ ไม่เกี่ยวกับนอก
ทีนี้ของเราต้องการจะคุยให้สมาชิกช่วยกันพิจารณารับรู้  แล้วเอาความรู้ต่างๆ มาแชร์กัน เขาเรียกว่า แชร์ไอเดีย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนั่นแหล่ะ จนกระทั่งความรู้เกี่ยวกับเรื่องศักดิ์สิทธิ์ มันไปถึงขั้นสุดท้าย อิทธิฤทธิ์  ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา สุดท้ายปิดขบวนด้วยเรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง  
ถ้าหากว่าเราพิจารณา 5 ขั้นตอนนี้ให้ถี่ถ้วน เราจะเห็นวงจร วงจรของเรื่องศักดิ์สิทธิ์ มันหมุนเวียนกันมา  พอเราเริ่มเรื่องศักดิ์สิทธิ์  ไปเรื่องอิทธิฤทธิ์  ปาฏิหาริย์  เทพเทวดา เรื่องลึกลับทั้งหลาย  พอเรื่องลึกลับก็วนมาที่เดิม คือ เรื่องศักดิ์สิทธิ์ก็ลึกลับ  อิทธิฤทธิ์ ฤทธิ์ต่างๆ ที่เกิดจากเทพก็ดี  เกิดจากตัวคนเข้าฌานก็ดี เป็นเรื่องลึกลับ  ปาฏิหาริย์ เรื่องตอบโต้ตีกลับ ก็เรื่องลึกลับ  เทพเทวดา ก็เรื่องลึกลับ ใช่ไหม จะวนกันมา  พอปิดท้าย เรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เทพเทวดาด้วยคำว่า ลึกลับซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง 
ความลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง ก็มาเป็นตัวที่ 1 ได้  ตัวที่ 1 คืออะไร  ข้อที่ 1 คือ ศักดิ์สิทธิ์  เรื่องศักดิ์สิทธิ์มันลึกลับจริงๆ เนอะ  ซับซ้อนจริงๆ นะ  มันซ่อนอยู่ตรงไหนกันแน่ ตัวฉันศักดิ์สิทธิ์ไหม  ตัวเขาศักดิ์สิทธิ์ไหม  บ้านฉันศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่า  บ้านเขาศักดิ์สิทธิ์ไหม   ของชิ้นนี้ของฉันศักดิ์สิทธิ์ไหม  ชิ้นนี้ของเขาศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่า  ก็เป็นเรื่องลึกลับ ซับซ้อนอีก  
ศักดิ์สิทธิ์  อิทธิฤทธิ์  ปาฏิหาริย์   อิทธิฤทธิ์ ฤทธิ์ต่างๆ  ถ้าอิทธิฤทธิ์ ถ้าฤทธิ์เกิดจากฤทธิ์ทางใจ ที่เรียกมโนมยิทธิ   มันเกิดจากใคร  เกิดจากใจของแต่ละคน  นาย ก. เกิดมมโนมยิทธิ ฤทธิ์ทางใจ   นาย ข. ก็เกิดมโนมยิทธิ ฤทธิ์ทางใจ   ฤทธิ์ทางใจของนาย ก. เกิดจากอะไร  แล้วฤทธิ์ทางใจของนาย ข. ล่ะเกิดจากอะไร   ใจของนาย ข. กับ ใจของนาย ก. ไม่เหมือนกันเหรอ  ใจเหมือนกันแต่ความต่างต่างกัน 
ฤทธิ์ทางใจของนาย ข. เกิดจากอะไร  เกิดจากปาฏิหาริย์  ปาฏิหาริย์เหมือนกันไหม   เหมือนกัน  บางอย่างไม่เหมือนกัน  เพราะฉะนั้นค่อยๆ ฟังไป  อย่างวันนี้คุยกับคุณมนตรี วัชรพงศ์ หรือคุณหนุ่ยบอกว่า จริงๆ ทั้งหมดเรื่องที่เราใช้ชีวิตกันอยู่ในโลกนี้  มันก็มีเรื่องของสัจธรรม สัจธรรมคือ ความจริง  ความจริงทั้งสามัญวิสัย เรื่องธรรมดา  ความจริงทั้งเหนือสามัญวิสัย เรื่องศักดิ์สิทธิ์ 
ตอนนี้เกิดสัจธรรมคือ ความจริง มันไม่สามารถเอามาใช้เป็นแบบล้วนๆ ได้เลย มันต้องปรุงแต่งด้วยจริยธรรม  สัจธรรมคือ ความจริง ทั้งสามัญวิสัย เหนือสามัญวิสัย จะเอามาใช้ทันทีไม่ได้  ก็ต้องมีจริยธรรมในการใช้  
จริยธรรมแปลว่า ธรรมะของการพัฒนาหรือปรับปรุงจิตใจ  จริยก็มาจากว่า จิตที่เป็นอารยะ ธรรม  จริยธรรมก็คือ ธรรมะที่เหมาะสม  พูดคิดทำ  ทำพูดคิด  คิดทำพูดที่เหมาะสม เขาเรียกจริยธรรม แล้วพอเราเอาจริยธรรมมาใช้กับทางนอก  สัจธรรมทางนอกเป็นยังไง  สัจธรรมทางนอกก็ตรงไปตรงมา  อย่างคนหิวข้าว สัจธรรมก็หิวข้าว ก็แสดงว่า ท้องมันเรียกน้ำย่อย มันเรียกอาหาร ต้องการจะกินข้าว กินอาหาร  
เกิดคนหิวความรู้ทางวิญญาณ แล้วเอาจริยธรรมทางนอกมาใช้ได้ไหม ก็มาใช้ไม่ได้ ใช้ได้เฉพาะ  คนต้องการอาหารทางวิญญาณเรียกว่า วิญญาณาหาร หรือธาตุรู้ที่จะป้อนให้กับวิญญาณธาตุ  ก็ต้องมาตีความหมายกันหน่อย กว้างขวางออกไป  
เพราะฉะนั้นขอให้ทนความรำคาญกันอีกสักนิดหนึ่ง แล้วท่านก็จะแยกแยะได้ว่า อันนี้จริยธรรมที่ใช้กับธรรมสามัญวิสัยนะ   ธรรมสามัญวิสัยมันมีสัจธรรมของมันอยู่แบบตรงไปตรงมา  อันนี้จริยธรรมใช้กับธรรมชาติเหนือสามัญวิสัยนะ    ธรรมชาติเหนือสามัญวิสัย ความจริงเขาก็ตรงไปตรงมา แต่เรารู้ไม่ทัน เริ่มจากศักดิ์สิทธิ์  อิทธิฤทธิ์  ปาฏิหาริย์  เทพเทวดา  เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย  แต่ละคน แต่ละคน มี 5 สิ่งนี้ไม่เหมือนกัน ก็ต้องออกมาเฉพาะ เฉพาะ จะเอาสัจธรรมทางวิญญาณของทุกคนให้มันเหมือนกับสัจธรรมทางนอก โดยสิ้นเชิงไม่ได้  ก็ต้องตัวใครตัวมัน และยังไม่ใช่แค่ตัวใครตัวมัน  เพราะกรรมสัมพันธ์สำคัญมาก ที่จะทำให้เกิดศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย แต่ละคนมีความสัมพันธ์ไม่เหมือนกัน  
บางคนแค่เกิดมาเป็นเพื่อนรักกัน  เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน  ห่วงใยกันก็เกิดปาฏิหาริย์แล้ว  บางคนเกิดมาต้องมาแต่งงานกัน มาเป็นบุพเพสันนิวาสกัน จึงจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นในชีวิต ซึ่งอันนี้ไม่มีใครรู้  แต่พรหมลิขิตเขาจะบันดาลเอง  แล้วถามว่ามีพลาดไหม ก็มีผิดพลาด  คู่กันแล้วแคล้วกันไปก็เยอะ  ไม่ใช่คู่กันแต่มาอยู่ด้วยกันก็เยอะ เพราะอะไร  อันนี้ก็ต้องฉีกแนวออกไปอีกแล้ว ฉีกแนวออกไปอีก 
เราจึงมีคำอธิบายที่เรียกว่า ยกตัวอย่างมามากมายจนกระทั่งคิดว่านะ หลายคนบอกรำคาญจัง  แต่สำนักอื่นเขาพูดง่ายๆ คำสองคำจบ   มาสำนักนี้รู้สึกมันเยอะจัง  เอาเถอะสักวันหนึ่งนะ  ไม่รู้ว่าช่วงนั้นผู้พูดยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า  สักวันหนึ่ง แล้วหลายๆ คนจะรู้ว่า ยุคสมัยในวันข้างหน้ามันเปลี่ยนไป  คนที่จะต้องการข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องของศักยภาพ คู่กับศักดิ์สิทธิ์ ตามคำของเราบอกว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  ความศักดิ์สิทธิ์จะกลับมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ”  
แค่ 2 โยคนี้ที่สลับไปมา ก็ต้องมาตีความ มาอธิบายกันกว่าจะถึงบางอ้อ คงอีกนาน และก็ไม่รู้ว่า  ในช่วงวันข้างหน้าที่ผู้พูดไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว  จะไปพูดผิด พูดถูก พูดให้เกิดความผิดพลาดเข้าใจผิด เข้าใจพลั้งกันยังไง ก็ค่อนข้างจะออกจะเป็นห่วง แต่ก็ต้องปลง แล้วแต่เวรกรรม เพราะว่าตั้งแต่เราทดสอบคำนี้ ตั้งแต่อาจารย์หมอน้อย พงศ์ภัค ชัยศรี เอาไปพูดกับคนป่วย แล้วคนป่วยหายอย่างปาฏิหาริย์  แล้วก็เมื่อไม่กี่วันมานี้ รองศาสตราจารย์ ดร.พุทธชาติ แผนสมบุญ  ก็ไปพูดกับญาติ  น้องสาวลูกพี่ลูกน้อง  แล้วก็ไปพูดกับเพื่อนที่สำนักงาน ด้วยคำว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะกลับมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ”  
ชีวิตของคนที่ได้รับคำบอกกล่าวคำนี้แล้วให้พูดตาม ตั้งแต่คนป่วยของอาจารย์พงศ์ภัค ชัยศรี หรือหมอน้อย  แล้วก็ญาติของรองศาสตราจารย์ ดร. พุทธชาติ กับเพื่อนๆ ที่สำนักงาน  มีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมากมายทีเดียว  เราก็เลยคิดว่า ทั้งดีใจแล้วก็ทั้งเป็นห่วงเป็นใยว่า  ความหมายคำนี้ ถ้าเราจะคุยกันมันไม่ใช่แค่ใช้เวลาชั่วโมง ครึ่งชั่วโมงนะ มันต้องอธิบายกันจนกระทั่งกว่าจะถึงบางอ้อ  ต้องใช้เวลามากพอสมควรเชียว  เพียงคำว่า “ศักยภาพเป็นเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  ความศักดิ์สิทธิ์จะกลับมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ”  
เพราะว่าถ้ามองเผินๆ ฟังเผินๆ ก็ไม่เท่าไหร่  ก็ธรรมดาๆ  ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองก็ไม่ยาก  แต่พอมองให้ลึก คิดให้ซึ้งลงไป  มันเป็นคำที่ต้องตีความ หรืออธิบายความกันค่อนข้างละเอียดลออทีเดียว เพราะว่าแค่ศักยภาพ ซึ่งแปลว่า ความเก่งกล้าสามารถของคนแต่ละคน ก็ไม่เหมือนกันแล้ว   คนๆ หนึ่งอย่างบางทีมองทั่วไปธรรมดา เขาไม่มีอะไรเก่งเลย  คนนี้ไม่มีศักยภาพ แต่พอเขาได้มีโอกาสทำสิ่งที่ตรงกับจริตของเขา ศักยภาพของเขามากมายจนกระทั่งเป็นที่น่าตกอกตกใจเชียว  เขาทำอะไรได้อะไรต่ออะไร อะไรต่ออะไรได้มากมายเหลือสุดที่จะบรรยาย 
ขณะที่ศักยภาพเขามากมายสุดบรรยาย  แน่นอนศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็ต้องมากตามสัดส่วนของศักยภาพใช่ไหม เพราะว่าศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ พอเขาสามารถสร้างฐานของศักยภาพขึ้นไปตามความสามารถของเขาแล้ว ความศักดิ์สิทธิ์ก็จะกลับกลายมาเป็นบัลลังก์หนุนศักยภาพ ก็แสดงว่า ศักยภาพก็ต้องสูงมาก  เก่งมาก  ศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องสูงมาก เก่งมาก  แต่นี้มันเกิดกดทับกันอยู่ บ้างก็ไม่รู้ว่า ตัวเองสร้างศักยภาพขึ้นไปขั้นไหนแล้ว บ้างก็ไม่รู้ว่าตัวเองสร้างศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปได้ขั้นไหนแล้ว  ศักดิ์สิทธิ์กับศักยภาพก็เลยชงกันอยู่  ชงก็คือ ปฏิคะ หรือเวอร์ซัสกันอยู่ในตัว  ทะเลาะกันอยู่ในตัว  จนกระทั่งชีวิตนี้กลายเป็นว่า งงๆ งวยงงกับชีวิต ตกลงเราเก่งหรือเราไม่เก่ง   คือ ศักยภาพมีหรือไม่มี ตกลงเราเฮงหรือไม่เฮง คือ ศักดิ์สิทธิ์มีหรือไม่มี 
คนที่สงสัยตัวเองเก่งหรือไม่เก่ง เฮงหรือไม่เฮง หรือบางทีตรงกันข้าม  คิดว่าตัวเองซวย ขออภัย  ที่แท้เปล่า ตัวเองเฮง  แต่ว่าตัวเองต้อนรับความเฮงไม่ถูก  ต้อนรับความเฮงไม่ได้  ฉันเก่งหรือไม่เก่ง  ที่แท้ตัวเองเก่ง แต่ตัวเองไม่สามารถจะแสดงความเก่งออกมาได้ หรืออาจจะไม่มีโอกาสแสดง ไม่มีใครให้แสดง เพราะอะไร  หลายสาเหตุ  อาจจะเป็นคนนิสัยไม่ดี คนเขาก็เลยไม่เปิดโอกาสให้ได้แสดงศักยภาพ  แล้วศักดิ์สิทธิ์จะออกมาได้ยังไง  ศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นจากฤทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์แปลว่า ฤทธิ์ ก็กลายเป็นพิษอยู่ข้างใน ก็เลยกลายเป็นเจ็บป่วยไข้ทางกายก็มี เจ็บป่วยทางจิตก็มาก ภาษาจีนเขาเรียกว่า ติงต๋องไปเลย ไม่ปกติกันเลย  
เพราะฉะนั้นคนเมื่อไม่ตั้งใจ ไม่ตั้งใจที่จะทำอะไรให้มันเป็นประโยชน์  นั่นแหละ คุณกำลังสร้างสิ่งที่เป็นโทษให้กับตัวคุณเอง  ฟังอีกครั้งนะ  ไม่ตั้งใจทำอะไรให้เกิดประโยชน์ เป็นคนไร้สาระ ก็เท่ากับคุณกำลังสร้างสิ่งที่เป็นโทษให้กับตัวคุณเอง   เดี๋ยวจะงงมากกว่านี้ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลงแล้วกลับมาสวดมนต์สวดพรกัน ในค่ำคืนนี้จะได้เป็นคืนแห่งการนอนหลับฝันดีกันต่อไป ขอบคุณทุกคนที่ทนฟังอีกครั้งหนึ่ง
เอาล่ะ เพลงที่เปิดโดยคุณกนกวรรณ ชื่อเพลง ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์  หลายคนบอกทำไมชื่อเพลงแปลกๆ  ก็อย่าไปกังวล   คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน  เล่ม 3/1 ครูธวัช คณิตกุล  ทำนองและเสียง AI  ไม่ใช่คนร้องนะ เขาเรียกให้มันร้อง  จัดทำโดย คุณพัทธนันท์ พิมานพงศภัทร หรือหนูแจน เนื้อเพลงมีอยู่ว่า ลึกซึ้ง ลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง  วิญญาณรู้เปรียบซอฟต์แวร์  ซอฟต์แวร์ก็คือ ละมุนภัณฑ์   ธาตุรู้เปรียบฮาร์ดแวร์ ฮาร์ดแวร์ก็คือ กระด้างภัณฑ์  ถ้ากระด้างภัณฑ์เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เป็นไรนะ แต่คนกระด้างนี่น่าเกลียด กระด้างกระเดื่อง น่าเกลียด ซอฟต์แวร์ฮาร์ดแวร์รวมกัน เปรียบดั่งวิญญาณธาตุ 
“ลึกซึ้ง ลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง  วิญญาณรู้เปรียบซอฟต์แวร์  ซอฟต์แวร์เท่ากับละมุนภัณฑ์   ธาตุรู้เปรียบฮาร์ดแวร์ ฮาร์ดแวร์เท่ากับกระด้างภัณฑ์ ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์รวมกันเปรียบดั่งวิญญาณธาตุ” 
อันนี้ก็เป็นความรู้ที่เปรียบเทียบ ฟังแล้วก็บางคนบอกอะไรก็ไม่รู้  ก็พยายามฟังแล้วค่อยๆ คิดตามก็แล้วกัน  วันนี้ผลงาน EP. ที่  1902  ของคุณปุนนภา รักษาวงษ์  คุณปุนนภาคัดสรรตัวโปรยสั้นๆ แต่ได้ใจความ ได้ประโยชน์  ข้อความมีว่า จะทำอย่างไรดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึงจะรู้จัก และจะเข้าถึง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หมายความว่า เราจะรู้จักสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเข้าถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เราจะทำยังไงดี เข้าถึงตัวธรรมะหมวดอินทรีย์ 5 พละ 5  อันนี้ก็เป็นพูดเมื่อวานว่า ถ้าเรามีธรรมะ เราก็คิดถึงธรรมะหมวดหนึ่ง  เราก็เอามาใช้กับเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยก็ได้   หมวดนั้นก็คือ ธรรมะที่เรียกว่า อินทรีย์พละ 5  อินทรีย์แปลว่า อำนาจ  พละแปลว่า พลัง 
ก็เริ่มจากคนต้องมีศรัทธา  บอกทำยังไงฉันจะเข้าถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อน รวมทั้งฉันจะเข้าใจตัวฉันเองด้วย ก็ต้องเริ่มจากศรัทธา มีศรัทธาต่อตัวเอง มีศรัทธาต่อผู้อื่น แล้วมีผู้อื่นมาศรัทธา  พอเราศรัทธาแล้ว เราก็ต้องเริ่มด้วยความเพียร ไม่ใช่ศรัทธาแล้วหยุด อยากรู้แต่ฉันไม่เดินต่อ ฉันไม่แสวงหาความรู้ต่อ  ศรัทธาก็ต้องมีวิริยะ  วิริยะแปลว่า ความเพียร  เสร็จแล้วจะเกิดสติ  สติแปลว่า ความระลึกได้  พอเกิดสติแล้วก็จะเกิดเป็นสมาธิขึ้น สมาธิแปลว่า จิตตั้งมั่น พอเกิดสมาธิตอนนี้ก็จะแสงสว่างแห่งจิต แสงสว่างแห่งปัญญาก็เกิดขึ้น  
ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ถ้าใครมี 5 ธรรมะ 5 ข้อนี้ ก็จะค่อยๆ มีอำนาจขึ้น  อำนาจคืออินทรีย์  อินทรีย์แปลว่า อำนาจ  แล้วจะค่อยๆ มีพลัง  พลังก็คือ พละ  พละพลังมากขึ้นๆ  อันนี้คุณ คุณปุนนภา รักษาวงษ์ ก็บอกไว้ จะทำอย่างไรดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึงจะรู้จักเรา แล้วเราจะเข้าถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างไร  เข้าถึงด้วยธรรมะหมวดอินทรีย์ 5 พละ 5  ก็ขอขอบคุณคุณปุนนภา รักษาวงษ์ 

รวบรวมโดย คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1861   สร้างสวรรค์ทั้งเป็น แล้วหลีกหนีนรกทั้งที่ยังไม่ตาย  ทำอย่างไรจึงจะมีปาฏิหาริย์ที่ดีเกิดขึ้น  เริ่มต้นจากตัวเราก่อน  1. อารมณ์    2. จิต      3. วิญญาณ  ที่ทำงานคือ ร่างกาย  จุดสุดท้ายคือ วิญญาณสร้างราศี (พฤ. 29 ม.ค. 2569)
สร้างสวรรค์ทั้งเป็น แล้วหลีกหนีนรกทั้งที่ยังไม่ตาย  ทำอย่างไรจึงจะมีปาฏิหาริย์ที่ดีเกิดขึ้น  เริ่มต้นจากตัวเราก่อน  1. อารมณ์    2. จิต      3. วิญญาณ  ที่ทำงานคือ ร่างกาย  จุดสุดท้ายคือ วิญญาณสร้างราศี กายต้องการความคล่อง จิตต้องการความนิ่ง  วิญญาณเบาบางจากโลภ โกรธ หลง  กิเลส ตัณหา อุปาทาน  โดยเฉพาะอุปาทานทางเหนือสามัญวิสัย มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ชีวิตสับสนวุ่นวาย
3 ก.พ. 2026
EP. 1895   วันศุกร์ 13 คติชาวตะวันตกส่วนหนึ่ง มีความเชื่อและความศรัทธาระหว่างประวัติของพระเจ้า คือ วันที่สาวก หรือลูกศิษย์ทรยศต่อครูบาอาจารย์ (ศ. 13 มี.ค. 2569)
การเล่นของ ให้มาเป็น ของเล่น   ของเล่นส่วนมากจะเป็นของเด็กๆ ที่ไม่มีสาระ ถ้าเราเข้าใจในเนื้อหา ความเป็นจริง เราสามารถเอาของเล่นกลับมาเป็นอุปกรณ์ในการเล่นของได้
23 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy