EP.2026 วิญญาณของเราอยู่ในขันธ์ตัวที่ 5 ซึ่งแปลว่า ความรู้สึก ความรู้สึกที่สำคัญที่สุด มาจากความรู้สึกของเราที่มีต่อคนด้วยกัน วิญญาณแท้ก็คือ เราพบกันกับคนรอบทิศ พระพุทธศาสนาเรียกว่า ทิศ 6 (จ. 10 ส.ค. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 11 ส.ค. 2026
9 ผู้เข้าชม
EP.2026 วิญญาณของเราอยู่ในขันธ์ตัวที่ 5 ซึ่งแปลว่า ความรู้สึก ความรู้สึกที่สำคัญที่สุด มาจากความรู้สึกของเราที่มีต่อคนด้วยกัน วิญญาณแท้ก็คือ เราพบกันกับคนรอบทิศ พระพุทธศาสนาเรียกว่า ทิศ 6
มาศึกษารายละเอียด เทคนิคและศิลปะที่จะปฏิบัติต่อทิศทั้ง 6 เพื่อสร้างวิญญาณแท้ ลดความท้อแท้ของชีวิต หลักๆ อยู่ที่จิตคุณว่าเป็นอย่างไร
สวัสดีทุกท่าน เพลงออกแขกจบลงตรงที่ว่า “อานาปานสติ” กำหนดลมหายใจ เอาลมหายใจมาเป็นสติ สติ แปลว่า ความระลึกได้ คู่กับสัมปชัญญะ แปลว่า ความรู้ตัว ความจริง ถ้าเอากันจริงๆ ง่ายๆ คนมีสติกับมีสัมปชัญญะ 2 ข้อนี้ในแต่ละขณะจิต ก็แทบจะเรียกว่า เพียงพอแล้ว แต่ แต่ส่วนมากมันจะขาดสติ พอมันขาดสติมันก็ขาดไปหมดทุกเรื่อง สัมปชัญญะ หิริ โอตตัปปะ ขันติ โสรัจจะ ก็หมดไป ทุกอย่างพอขาดเบื้องต้น มันก็เลยไปตลอด ฉะนั้น เราก็จะต้องระลึกถึงอยู่เสมอว่า “อย่าขาดสติ” สอนกันไปสอนกันมานั่นแหล่ะ
วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 10 เดือนสิงหาคม พุทธศักราช 69 คริสต์ศักราช 26 เป็นวันแรม 12 ค่ำแล้ว เดือน 8 แต่เป็น 8 หลัง ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เวลาวันนี้เราจะมาคุยอะไรกันให้เกิดประโยชน์ ก็น่าจะมีข้อความที่ยกยอดมาจากเมื่อวาน แล้วคุณอรสา กู้เกินพงษ์ ก็มาบรรจุไว้ใน EP.2025 เดี๋ยวค่อยเอามาไล่เรียงให้ฟัง
มีผู้สนใจ แต่ไม่ค่อยเข้าใจกันเยอะมาก ว่าตกลงแล้ววิญญาณแท้ มันคืออะไรกันแน่ ก็เลยบอกไม่ต้องไปคิดมาก วิญญาณของเราอยู่ในขันธ์ตัวที่ 5 ซึ่งแปลว่า ความรู้สึก ขันธ์ตัวที่ 5 วิญญาณ แปลว่า ความรู้สึก รูปคือ ขันธ์ตัวที่ 1 เวทนาขันธ์ตัวที่ 2 สัญญาขันธ์ตัวที่ 3 สังขารขันธ์ตัวที่ 4 แล้วก็ขันธ์ตัวที่ 5 วิญญาณคือ ความรู้สึก ทั้งหมดทั้งสิ้นแต่ละวัน แต่ละคืน เรามีความรู้สึกต่อสิ่งโน้น สิ่งนี้ สิ่งนั้น แม้นแต่กระทั่งสิงสาราสัตว์ หรือสัตว์เลี้ยงที่เราเลี้ยงไว้ เราก็มีความรู้สึกต่อมันด้วยอารมณ์ต่างๆ
แต่นี้สำคัญที่สุด สำคัญที่สุดคือ ความรู้สึกของเราที่มีต่อคนด้วยกัน ตรงนี้สำคัญมากนะ ความรู้สึกของเราที่มีต่อคนด้วยกัน เป็นความรู้สึกแบบไหน เป็นความรู้สึกที่ถูกต้อง หรือเป็นความรู้สึกที่ไม่ถูกต้อง อันนี้ก็เอาหลักอะไรมาคิด นี่เรากำลังจะตามหาวิญญาณแท้นะ พอใครได้วิญญาณแท้แล้ว อาการท้อแท้ที่เป็นๆ กันอยู่ก็จะลดลงหรือหายไป และวิญญาณแท้ยังช่วยให้เกิดความสำเร็จที่แท้จริงขึ้นมาด้วย ไม่ใช่ว่าจะมาหลอกๆ ล่อๆ กัน อะไรที่ควรจะได้ก็ได้อย่างแท้จริง ถ้าหากว่าถ้าไม่ใช่ของจริง ก็ไม่ต้องมาบอกให้รู้ ไม่ต้องมายั่วให้อยาก แล้วก็จากไปอะไรอย่างนี้
วิญญาณแท้ ถ้าเกิดขึ้นกับใครแล้ว เชื่อว่าชีวิตก็จะค่อยๆ เจริญขึ้นๆ แต่ส่วนมากทุกวันนี้เราจะไม่ค่อยจะได้พบกับวิญญาณแท้ ส่วนมากจะเป็นวิญญาณเทียมกันซะมากกว่า วิญญาณแท้ก็คือ เราพบกันกับคนรอบทิศ พระพุทธศาสนาเรียกว่า ทิศ 6 แต่เราปฏิบัติต่อแต่ละทิศไม่ได้เท่าที่ควร ไม่ถูกต้องว่าอย่างนั้นเถอะ โดยเฉพาะคนสมัยนี้ปฏิบัติต่อทิศเบื้องหน้า จะว่าไป ก็คงจะมีนะ ที่เขาปฏิบัติต่อทิศเบื้องหน้าค่อนข้างดี ก็คือ พ่อแม่ แต่ที่ค่อนข้างแย่เราก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่า จะมากแค่ไหน
ทิศเบื้องหน้าสำคัญอันดับแรกเลยนะ พระพุทธเจ้าเปรียบพ่อแม่เป็นทิศเบื้องหน้า วิญญาณแท้ของเราจะเกิดขึ้นมาจากทิศเบื้องหน้าก็คือ พ่อแม่ให้กำเนิดเรามา แน่นอนที่สุดเมื่อเกิดวิญญาณ ก็ต้องเป็นวิญญาณแท้ แล้วทำไมไม่เกิดเป็นวิญญาณแท้ ประโยชน์ที่จะได้จากทิศเบื้องหน้าคือ พ่อแม่ ทำไมถึงไม่มี ก็เพราะสมัยนี้มันเปลี่ยนแปลงไป พ่อแม่คือ ทิศเบื้องหน้า เราปฏิบัติต่อพ่อแม่อย่างไร ส่วนมากจะอ้าง ไม่ว่าง ไม่พร้อม ไม่สะดวก ยังไม่สบาย พ่อแม่ไปอยู่กับพี่ชายก่อน ไปอยู่กับน้องชายก่อน ไปอยู่กับพี่สาวก่อน ไปอยู่กับน้องสาวก่อน สุดท้ายเดี๋ยวนี้ที่นิยมที่สุดคือ ไปอยู่กับบ้านพักคนชราก่อน อันนี้จะเป็นซะอย่างนั้น บางคนโฉลกอยู่ที่พ่อแม่ โฉลกวิญญาณแท้หนักอยู่ที่พ่อแม่ ปฏิบัติกับพ่อแม่ไม่ได้เรื่องเลย ไม่เข้าท่าเลย เสียโอกาสวิญญาณแท้ไปแล้ว 1 ทิศ
ตอนนี้มาดูทิศต่อไป ทิศเบื้องหลัง สามีภรรยา อันนี้ก็เหมือนกันตัวเต็งอีกอันหนึ่ง ทิศเบื้องหลังคือ สามีหรือภรรยา แล้วส่วนมากก็หย่ากันซะส่วนใหญ่ หย่ากันตั้งแต่ยังเริ่มต้น ใช้ชีวิตกันไม่นานก็หย่ากันไปแล้ว บางทีคนที่หย่าไปหรือคนที่เราปฏิบัติต่อทิศเบื้องหลัง ยังไม่เข้าที่เข้าทางเลย หย่ากันซะแล้ว บางคนทิศเบื้องหลังเราจะเป็นสามีหรือเป็นภรรยา ถูกโฉลกกันมากแต่กลับไม่ปฏิบัติอย่างบริสุทธิ์ใจต่อกัน ไม่จริงใจต่อกันว่าอย่างนั้นเถอะ แล้วก็มีปฏิสัมพันธ์กับกันอย่างไม่ค่อยจะบริสุทธิ์ใจ เป็นไปในลักษณะของการเสแสร้ง หรือแกล้งมารยา หรือมีปัญหาอะไรก็สุดแท้แต่ อยู่กันมา 10 ปี 20 ปี 30 ปี 40 ปี หรือมากกว่านั้น ยังเกิดวิญญาณแท้ได้นิดเดียว วิญญาณแท้ไม่เพียงพอ เพราะจิตที่มีต่อกัน พฤติกรรมที่มีต่อกัน จะเป็นพูดคิดทำ ทำพูดคิด คิดทำพูด ยังไม่เกิดวิญญาณแท้อย่างเพียงพอ
ทิศเบื้องหลังถ้าอธิบายในรายละเอียด คงจะไม่ค่อยจะละเอียด ไม่สามารถจะอธิบายรายละเอียดได้ทั้งหมด เพราะมันเป็นตัวที่ทำให้เกิดออร่า ทิศเบื้องหลังทำให้เกิดออร่า ออร่าก็คือ ราศี สามีภรรยาที่ปฏิบัติต่อกันอย่างเหมาะสม อย่างถูกต้องสม่ำเสมอ ราศีมันจะออกมาเปล่งประกาย พอราศีออกมา ปัญหาทั้งหลายที่นี้ก็ค่อยๆ ลดลงล่ะ ปัญญาทั้งหลายก็จะเกิดขึ้น เอาล่ะ ในรายละเอียดเราคงจะพูดกันในลักษณะอย่างนี้ไม่หมดแน่ ก็ต้องมาคุยกันในลักษณะที่ค่อยเป็นค่อยไป
ทีนี้มาทิศเบื้องขวา ครูบาอาจารย์ ก็นี่แหล่ะ ศิษย์คิดล้างครู หรือครูอคติต่อศิษย์ ก็มีได้ทั้ง 2 ประเภท ทั้งศิษย์คิดล้างครู ทั้งครูอคติต่อศิษย์ มันก็ไปกันคนละเรื่อง วิญญาณแท้ก็ไม่ได้เรื่อง รายละเอียดมีมากกว่านี้
ทิศเบื้องซ้าย ญาติสนิทมิตรสหาย บังเอิญคนที่จะประสานวิญญาณแท้ให้กับเราเป็นญาติที่ต่างฐานะกับเรา เราจนเขารวย หรือกลับกัน เรารวยแต่เขาจน ตอนนี้ล่ะก็ โอกาสที่จะสร้างวิญญาณแท้ให้ซึ่งกันและกัน ดูท่าจะวังเวง เพราะเดี๋ยวนี้คำโบราณที่เขาพูดไว้มันจะชัดเจนยิ่งขึ้น เขาบอกว่า “มีเงินเขาเรียกว่า พี่ มีทองเขาเรียกว่า น้อง ยากจนเงินทองพี่น้องไม่มี” อย่างนี้ บางทีอยู่ที่ทิศเบื้องซ้ายนี่แหล่ะ ที่เป็นตัวสร้างวิญญาณแท้ที่โดดเด่นที่สุด ก็ปรากฏว่า มีแต่ปฏิสัมพันธ์ มีแต่คบหากันแบบสร้างวิญญาณเทียม เอาไปใช้อะไรไม่ได้ 4 ทิศแล้ว เบื้องหน้าพ่อแม่ เบื้องหลังสามีภรรยา เบื้องขวาครูบาอาจารย์ เบื้องซ้ายญาติสนิทมิตรสหาย
เบื้องบน สมณชีพราหมณ์ สมณชีพราหมณ์โดยอนุโลม ก็หมายถึงผู้ศักดิ์สิทธิ์ด้วย สมณะ ผู้ศักดิ์สิทธิ์ด้วย ก็หมายถึงเรื่ององค์ เรื่องเทพ เรื่องอะไรต่ออะไรก็แล้วแต่ เป็นอันว่าเบื้องสูงขึ้นไป สมณชีพราหมณ์ที่เราจะต้องศรัทธาและเคารพนับถือ เดี๋ยวนี้ก็พูดกันจริงๆ สรุปแล้วกันว่า ศรัทธาต่อศาสนา ศรัทธาต่อความเชื่อ ศรัทธาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มันย่ำแย่ลงทุกวันแล้ว ทิศเบื้องบนนี่ก็เลยหวังพึ่งยาก บางทีวิญญาณแท้รออยู่บนหัวกบาล แต่เราไม่ได้สร้างให้เกิดวิญญาณแท้ขึ้น ก็ใช้แต่วิญญาณเทียม
ทิศเบื้องบนก็ให้แต่วิญญาณเทียม ทิศเบื้องหน้าพ่อแม่ก็ไม่ได้สนใจพ่อแม่เท่าที่ควร ก็ได้แต่วิญญาณเทียม ทิศเบื้องหลังก็เดี๋ยวเลิกกัน เดี๋ยวก็หย่ากัน เดี๋ยวก็มีคู่ใหม่ เดี๋ยวก็คบคนใหม่ ก็เลยไม่รู้คนไหนที่จะให้วิญญาณแท้กับเรา ทิศเบื้องขวาครูบาอาจารย์กับศิษย์ เดี๋ยวนี้ก็อย่างนั้นๆ แหล่ะ ศิษย์คิดล้างครู ครูอคติต่อศิษย์เยอะมากมาย ทิศเบื้องซ้าย ญาติสนิทมิตรสหาย ทีนี้ทิศเบื้องบน ก็เรื่องของศาสนา ศรัทธา และความเชื่อ คนยุคนี้ขอบอกกันด้วยความรู้สึกส่วนตัวว่า ย่ำแย่ ลำบากเหลือเกินที่จะหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จนกระทั่งเกิดวิญญาณแท้
ก็เหลือ ทิศเบื้องล่าง ผู้ที่เป็นบริวาร เป็นลูกน้อง เป็นผู้รับใช้ เป็นอะไรอย่างนี้ แต่คนขาดซึ่งเมตตาต่อกันเหลือเกิน ที่จริงก็ไม่ได้ต่างกัน หมายความว่า ไปเป็นทิศเบื้องล่างแล้วจะไปย่ำยีเขา หรือจะไปเหยียบย่ำเขา หรือจะไปอะไรเขาก็ไม่ใช่ ก็ต้องจัดการเหมาะสม เขาดีเราก็ต้องเมตตาเขาให้สูงหน่อย เขาไม่ดีเราก็ต้องเฉยไป ต้องนิ่งไป ต้องอยู่เฉยไป ไม่ใส่ใจ เอาล่ะ แล้วแต่ใครจะปฏิบัติต่อทิศทั้ง 6 อย่างไร รายละเอียดมีมากกว่านี้
รายละเอียด และเทคนิค ศิลปะที่จะปฏิบัติต่อทิศทั้ง 6 เพื่อสร้างวิญญาณแท้ ลดความท้อแท้ของชีวิต เพราะเราหลงใช้วิญญาณเทียมกันมาตลอด และใช้จิตวิทยาปั้นหน้าเข้าหากัน
หัวข้อในสัปดาห์ 2 สัปดาห์นี้มีอยู่ 3 คำเท่านั้น แต่ยาวเลยยืดออกมาหน่อย แทนที่จะจบภายใน 1 สัปดาห์หรือไม่กี่วัน หัวข้อนั้นก็คือ “จิตวิทยาหรือจะสู้จิตวิญญาณ จิตวิญญาณหรือจะสู้วิญญาณแท้” ถ้าใครยังคิดว่ายังไม่ชัดเจนกับ 3 วลีนี้ก็คือ “จิตวิทยาหรือจะสู้จิตวิญญาณ จิตวิญญาณหรือจะสู้วิญญาณแท้” เราก็มาคุยกันต่อในรายการถามแอนด์ทอล์ค ในคราวต่อไป ตอนนี้ก็จะพยายามกำชับให้เป็นเนื้อหาที่ชัดเจนขึ้น เพราะว่าเมื่อวานซืนนี้เราพูดกว้างไปแล้วก็ลึกไป ประเด็นนี้ก็เลยไม่ค่อยได้พูดถึงอย่างจริงจัง
ถ้าใครเข้าถึงวิญญาณแท้จริงๆ สักช่วงหนึ่งของเวลาเท่านั้นล่ะ คนพูดเชื่อเลยว่า เดี๋ยวไม่ช้า ชีวิตก็จะดีขึ้นๆๆ บางคนบอกอย่างนี้มันลำบากจัง มันกว้างเกินไป ตั้ง 6 ทิศ ใครจะไปปฏิบัติได้ แค่ทิศเดียวบางทีก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ปฏิบัติไม่ถูกแล้ว ก็คนๆ เดียวกัน จิตคุณเป็นยังไงล่ะ จิตคุณแย่ คุณก็ปฏิบัติอย่างแย่ๆ ถ้าจิตคุณดี คุณก็ปฏิบัติอย่างดีๆ มันก็มีหลักอยู่แค่นี้แหล่ะ ถ้าจิตคุณแย่ แล้วคุณปฏิบัติอะไรมันก็แย่ไปหมด พูดคิดทำ มันก็พูดแต่เรื่องแย่ๆ แต่ถ้าจิตคุณดี คุณคิด คุณพูด คุณทำอะไร มันก็ดูดีไปหมด มันก็ไม่เห็นจะยากอะไร อย่าว่าจะปฏิบัติต่อทิศแค่ 6 ทิศเลย ต่อให้ 12 ทิศ หรือ 38 ทิศ 24 ทิศ ก็ปฏิบัติได้ มันไม่ได้ยากอะไรเลย แต่ในเมื่อจิตไม่ดี อย่าว่าแต่ปฏิบัติกับแค่ทิศ 6 เลย ทิศเดียวนี่ก็เอาไม่อยู่แล้ว ผู้ที่มีจิตผิดปกติเอาไม่อยู่แล้ว จริงหรือไม่ก็ฝากผู้ฟังช่วยคิด
เดี๋ยวมาดูผลงานคุณอรสา กู้เกินพงษ์ อีกทีหนี่ง 2025 “วิญญาณแท้คือ การสัมผัสกับคนใดคนหนึ่ง ณ กาลเวลาหนึ่ง มีกาลเวลาด้วย สถานที่หนึ่ง โอกาสหนึ่ง และบุคคลใดบุคคลหนึ่ง บุคคลใดบุคคลหนึ่งวันนี้เราก็เน้นลงไปที่ทิศ 6 เมื่อสัมผัสกันแล้ว ความสัมพันธ์เกิดขึ้น สัมพันธ์แล้วก็เกิดสัมผัสกัน จนกระทั่งตกผลึก ก็คือ สัมพัทธ์คือ ลงตัวพอดี วิญญาณแท้ก็จะเกิดขึ้น”
ย้ำอีกทีหนึ่งนะ 2025 คุณอรสา กู้เกิงพงษ์ “วิญญาณแท้คือ การสัมผัสกับคนใดคนหนึ่ง ณ กาลเวลาหนึ่ง สถานที่หนึ่ง โอกาสหนึ่ง และบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เมื่อสัมผัสกันแล้ว ความสัมพันธ์เกิดขึ้น สัมพันธ์แล้วก็สัมผัสกันจนกระทั่งตกผลึก ก็คือ สัมพัทธ์คือ ลงตัวพอดี วิญญาณแท้ก็จะเกิดขึ้น” อันนี้ก็เป็นหลักเดียวกันที่พูดมาแล้ว ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลง แล้วก็มาสวดมนต์สวดพรกันตามอัธยาศัย เดี๋ยวคุณกนกวรรณมีรายงาน รายงานว่าอย่างไร เดี๋ยวก็ฟังดูละกันว่า คุณกนกวรรณจะรายงานเรื่องอะไร ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
เอาล่ะ เพลงเพราะๆ ถึงเพลงจะเพราะแค่ไหน ความหมายของเพลงก็สำคัญ เพลงนี้ชื่อ “นามบัตรชีวิต” ก็ฟังกันแล้วก็ค่อยๆ คิด ถ้ามนุษย์เราเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัว ฉันจะทำอะไรตามอำเภอใจของฉัน แล้วก็ไม่มีผลอะไรจะมาดลบันดาล หรือจะมามีผลต่อการใช้ชีวิต ป่านนี้คนคงจะมีความสุขไปหมดแล้ว พบแต่วิญญาณแท้ วิญญาณเทียมก็ไม่มี ความท้อแท้ในชีวิตก็ไม่เกิด
ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ มันโยงใยกันไปหมด เหมือนเป็นข้อบังคับไปโดยอัตโนมัติ ปฏิบัติกับพ่อแม่ไม่ถูกเรื่องก็ไม่ได้เรื่อง ปฏิบัติต่อสามีภรรยาไม่ได้เรื่อง ก็ไม่ถูกเรื่อง ต่อครูบาอาจารย์ไม่ได้เรื่อง ก็ไม่ได้เรื่อง ก็เสียหาย ต่อญาติสนิทมิตรสหาย ต่อสมณชีพราหมณ์ ทิศเบื้องบน ต่อผู้รับใช้หรือผู้ร่วมงานทิศเบื้องล่าง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าโมโหนะ ถ้าคิดไปแล้วก็น่าโมโห ทำไมคนนั้นเขาปฏิบัติต่อคนรอบตัวไม่ได้เรื่อง เขาทำไมได้เรื่อง เพราะเขามีสัญญากรรรมสัญญาณเวรคนละฉบับกับเรา
เรามีสัญญากรรมสัญญาณเวร ค่อนข้างจะใกล้ ใกล้จะมีชาติภพไปสู่นิพพานแล้ว เกิดมาก็เลยมีไฟต์บังคับ คุณปฏิบัติต่อพ่อแม่อย่างนี้เหรอ ไม่ได้ คุณปฏิบัติต่อสามีภรรยาอย่างนี้ ไม่ได้ คุณปฏิบัติต่อครูบาอาจารย์อย่างนี้ผิด คุณปฏิบัติต่อญาติสนิทมิตรสหายไม่ถูกต้อง ไม่ได้ ต่อสมณชีพราหมณ์ เบื้องบน ไม่ได้นะ คุณเป็นคนดวงใหญ่ดวงโต ดวงมโหฬาร ดวงเบ้อเริ่มเทิ่ม ดวงมหึมา เกิดมามีสัญญากรรมสัญญาณเวรฉบับพิเศษ คุณจะไปเอาอย่างเบื้อกคนนั้นมันไม่ได้ เบื้อกนั้นมันทำตัวอย่างนั้นมันก็มีความสุขของมัน มันก็รวยเอาๆ มันก็มีอะไรต่ออะไรดีขึ้นเรื่อยๆ คุณไปเอาอย่างเขาได้ยังไงล่ะ อย่างนี้คือ ข้อสงสัยกันไม่สิ้นสุด ก็ขอให้ช่วยกันนำไปคิดด้วย เอาล่ะเรามาขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอกันเท่าไหร่ๆ ถ้าปฏิบัติไม่ถูกต้องตามวิญญาณแท้ มันก็แย่ ไม่ปรากฏผลเท่าที่ควร แต่ก็ยังดีที่ได้บ้าง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อวยพรให้กับทุกท่านที่เข้าสู่รายการพบกันทางเงาในวันนี้
จ. 10 ส.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ถ้าทำอะไรเกินฐานของศักยภาพ แทนที่ศักยภาพจะมามีบัลลังก์รองรับ ประสบความสำเร็จในระดับนั่งบนบัลลังก์ของคนเก่ง คนมีชื่อเสียง นั่งได้แต่มันคนละบัน บันนั้นคือ บรรลัย
ก็ขออภัยที่พูดอย่างนี้ เพราะมีความห่วงใย เขาให้ค่อยๆ สั่งสม ค่อยๆ สั่งสม ค่อยๆ สั่งสม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะสั่งสมมาให้ ทยอยมาให้ ทยอยมาให้
30 ส.ค. 2026
หากผู้รับคำสอนไม่ทำตามคำสั่งจะถูกบีบคอ หรือ บีบด้วย 4 ข้อ
1. เจ็บไข้ได้ป่วย การเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด หรือไม่สมควรแก่เวลา
2. อาชีพการงาน ความไม่ก้าวหน้า หรือความตกต่ำในอาชีพการงาน แม้จะมีความสามารถและความขยัน
3. คู่ครองความรัก ปัญหาความรักความสัมพันธ์ หรือการพลัดพรากจากกันก่อนเวลาอันควร
4. บุตรบริวาร การสูญเสีย หรือปัญหาเกี่ยวกับบุตร ญาติพี่น้อง หรือผู้ใต้บังคับบัญชา
28 ก.ค. 2026
ขณะที่ 1 ดวงที่ 1 ของเราซึ่งมีกำลังอ่อนที่สุด ส่งผลในชาติปัจจุบัน คือในชาตินี้ เรียกว่า “ทิฏฐิธรรมเวทนียกรรม
ขณะที่ 2 ดวงที่ 2 ถึงดวงที่ 6 มีกำลังมากขึ้น ส่งผลตั้งแต่ชาติที่ 3 จนถึงนิพพาน เรียกว่า “อปราปริยเวทนียกรรม
ขณะที่ 7 ดวงที่ 7 มีกำลังอ่อนลง ส่งผลในชาติหน้าทันที คือชาติที่ 2 ต้องได้รับผลทันที เรียกว่า “อุปปัชชเวทนียกรรม”
ทุกอย่างมีหลักของอนิจจัง มนุษย์ สัมภเวสี และโอปปาติกะก็อยู่บนหลักของอนิจจัง อนิจจังแปลว่า ไม่เที่ยง ไม่แน่นอน สามารถพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงได้
19 ก.ค. 2026
