EP.2038 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องการความสมดุล ศักยภาพก็เหมือนกัน (ส. 22 ส.ค. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 30 ส.ค. 2026
0 ผู้เข้าชม
EP.2038 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องการความสมดุล ศักยภาพก็เหมือนกัน
ถ้าทำอะไรเกินฐานของศักยภาพ แทนที่ศักยภาพจะมามีบัลลังก์รองรับ ประสบความสำเร็จในระดับนั่งบนบัลลังก์ของคนเก่ง คนมีชื่อเสียง นั่งได้แต่มันคนละบัน บันนั้นคือ บรรลัย
ก็ขออภัยที่พูดอย่างนี้ เพราะมีความห่วงใย เขาให้ค่อยๆ สั่งสม ค่อยๆ สั่งสม ค่อยๆ สั่งสม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะสั่งสมมาให้ ทยอยมาให้ ทยอยมาให้
สวัสดีทุกท่าน เพลงออกแขกในวันนี้หยุดลงตรงที่ว่า เป็นปัจฉิมโอวาทของพระศาสดา ขนาดพระพุทธเจ้ากำลังจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ก็ยังทรงเตือนบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายว่า “ให้ไม่ประมาท และเดินสายกลาง” ทุกอย่างถ้าหากว่าเราไม่ประมาท เราก็ต้องเดินสายกลาง เพราะถ้าไปเดินสายกร่าง นั่นแหละเราประมาท หรือตรงกันข้ามไปเดินสายกลัวก็เท่ากับเราก็ประมาท เพราะฉะนั้น ใช้ชีวิต ทำงานทำการเอากลางๆ อย่ากร่างแล้วก็อย่ากลัว เป็นปัจฉิมโอวาทของพระศาสดาคือ โอวาทครั้งสุดท้ายที่ก่อนจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน
วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ 22 เดือนสิงหาคม พุทธะ 69 คริสต์ 26 ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เวลาแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อย ต้องให้ได้อะไรบ้าง โดยมากเดี๋ยวนี้คนเราใช้วันเวลาไปกับสิ่งที่ไม่คุ้มค่าของแต่ละวัน แต่ละวัน บางคนตั้งแต่เช้ายันค่ำ ไม่รู้เขาเอาเวลาตลอดทั้งวันไปทำอะไร ไปพูดอะไร ไปคิดอะไรก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจจริงๆ ฉะนั้น เราชาวสหปฏิบัติฯ ต้องให้ได้อะไรบ้าง
วันนี้มีข้อสรุปการตั้งฉายา ฉายารายการของเราคือ พบกันทางเงาขึ้นมาอีก 4 หัวข้อ แต่วันนี้อยากจะว่า เพิ่มขึ้นมาอีก 1 หัวข้อ รายการที่ 1 เส้นผมบังภูเขา รายการที่ 2 อีกมุมหนึ่งของชีวิต รายการที่ 3 สองศัก คือ ศักยภาพ และศักดิ์สิทธิ์ รายการที่ 4 ปลุกพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวตน วันนี้น่าจะใช้คำว่า เพื่อแสวงหาบุญเก่าก็น่าจะดี ก็ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจฉายาเพิ่มขึ้นมาอีก 5 รายการ
1. เส้นผมบังภูเขา มันบังอยู่ได้ภูเขาทองอยู่ข้างหน้าทั้งลูกไม่เห็น อีกมุมหนึ่งของชีวิต ก็อธิบายไปแล้วว่า 360 องศานะชีวิตคน ทุกคนก็มีเท่ากัน มันก็หมุนไปตามแรงหมุนเวียนของโลกกับดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ อีกมุมหนึ่งของชีวิตก็แบ่งมาแค่องศาเดียวก็ยังดี แต่ให้แขนของมุมยื่นออกไปให้ไกลที่สุด เพราะแขนของมุมมันยื่นออกไปไกล มันก็เป็นอินฟินิตี้ อินฟินิตี้ก็คือ ไม่มีที่สิ้นสุด อันที่ 3 สองศัก คือ ศักยภาพ และศักดิ์สิทธิ์
คนจำนวนมากโอดครวญ โอดครวญว่า ตนเองมีสิทธิ์ไหม มีสิทธิ์ที่จะได้รางวัลชีวิตไหม มีสิทธิ์ที่จะมีความสุขกับเขาบ้างไหม มีสิทธิ์ที่จะพ้นทุกข์ หรือบรรเทาทุกข์ลงไปบ้างไหม อะไรต่ออะไร ก็ได้แต่โอดครวญ แต่ไม่รู้จักเรื่องศักดิ์สิทธิ์ซะแล้ว ศักดิ์สิทธิ์ช่วยได้ แต่จิตต้องบริสุทธิ์ ปลุกพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวตน อันนี้ก็อีกอันหนึ่ง วันนี้น่าจะเป็นคำว่า เพื่อแสวงหาบุญเก่า ก็สุดแท้แต่อาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ จะพิจารณาว่า จะใส่ลงไปในรายการนี้หรือไม่
เรามาคุยกันถึงเรื่องของอะไร เรื่องของเมื่อวานสักนิดหนึ่ง ทำไมคนถึงต้องมาสร้างสมดุลระหว่างศักยภาพ ศักยภาพซึ่งแปลว่า ความเก่งกล้าสามารถ วัยรุ่นเคยพูดให้คนพูดได้ยินว่า ไปให้สุดๆ เลย บอกไปให้สุดๆ เลยมันอันตราย เดี๋ยวมันเลยไปนะ แล้วไปเท่าไหร่ล่ะ ก็ไปให้อยู่บนเหตุ และผล อะไรก็แล้วแต่ จะทำ จะพูด จะคิดก็ให้มันอยู่บนเหตุ เหตุคืออะไร แล้วผลออกมาเป็นยังไง เหตุมันเป็นอย่างนี้ ผลมันก็ต้องเป็นอย่างนี้ จะไปเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ไปให้สุดๆ น่ะมันดี แต่มันจะเลยไป มันจะเลยเถิด
เพราะฉะนั้น คนที่ขาดสติ ไม่มีความรู้สึกยับยั้งชั่งใจ ก็จะเลยเถิดกันไป สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็เหมือนกัน หลายคนคิดในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ถ้าจะให้ศักดิ์สิทธิ์แล้วเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นมาจริงๆ ต้องขออภัยเรียกว่า เอาให้ถึงที่สุด ภาษาไม่ค่อยสุภาพเขาเรียกว่า ดันทุรัง ไม่ค่อยสุภาพนะ เอาให้มันถึงที่สุด ที่แท้เปล่าหรอก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องการความสมดุล ศักยภาพก็เหมือนกัน
ความเก่งกล้าสามารถทำเกินกำลัง ทำเกินกำลัง มันก็ไม่ใช่ ทำไปพอประมาณกับกำลังที่เรามี ศักยภาพสมมติ นาย ก. ทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ มีความสามารถในการทำงานในวันหนึ่งวันหนึ่งตีเสียว่า 10% นาย ก. บอกว่า ไม่ได้ ฉันอยากรวยเร็วๆ ฉันอยากมีชื่อเสียงมากๆ ฉันอยากได้อะไรต่อมีอะไรให้มันทันใจ นาย ก. ก็ใช้แรงตัวเองเกินกว่าวันละ 10% นาย ก. ก็อาจจะมีความพิกลพิการเกิดขึ้นในร่างกาย หรือมีเหตุเจ็บป่วยไข้ขึ้นมาได้ง่ายๆ เพราะนาย ก. ใช้แรงเกิน 10% แต่ตีซะว่า ใช้แรงเกิน 20% 30% 40% มุทะลุดุดันให้ถึงที่สุด เพราะหวังจะให้เกิดผลดีที่สุด แล้วนาย ก. ก็มาหยุดอยู่ตรงที่การรักษาตัว ถ้าเป็นภาษาเขาเรียกว่า มาเลียแผล กลับมาเลียแผลตัวเอง นาย ก. ก็ควรจะใช้แรงแค่ 10% ก็พอ แล้วพรุ่งนี้ก็มาใช้ใหม่อีก 10% พอครบ 10 วัน นาย ก. ก็ใช้แรงได้ 100% แต่นี่นาย ก. ไปใช้วันเดียวเกินกว่า 10% ขึ้นไปถึง 20 30 40 50 มันก็เกินกำลัง
ตอนนี้หันมาเปรียบเทียบเรื่องศักดิ์สิทธิ์ เรื่องศักดิ์สิทธิ์ก็เหมือนกัน เขาให้ค่อยๆ สั่งสม ค่อยๆ สั่งสม ค่อยๆ สั่งสม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะสั่งสมมาให้ ทยอยมาให้ ทยอยมาให้ วันนี้นาย ก. ทำความดีตั้งแต่เช้ายันค่ำ เอาไปอีกสั่งสมไป 10 คะแนน สมมติอย่างนี้ เอาพรุ่งนี้ทำอีก ยังทำความดีอยู่ ยังละเว้นความชั่วอยู่ ยังทำจิตใจให้ผ่องใสอยู่ ก็สั่งสมมาให้อีก 10 คะแนน นาย ก. ก็สั่งสม สั่งสมคุณความดี พอครบ 10 วัน นาย ก. ก็ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ไม่ต่างกันเลย
เราจึงยืนยันว่า ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ ถ้านาย ก. มุทะลุดุดัน ทำเกินกว่ากำลังที่ควรจะทำ นาย ก.ไม่ได้นั่งบัลลังก์ของความศักดิ์สิทธิ์หรอก นาย ก. มีแต่ความบรรลัย บรรลัยแน่ๆ เพราะความโลภจะเอาให้ได้อย่างที่สุด
เพราะฉะนั้น เราจึงให้ส่งสัญญาณ ให้ผู้เปิดเพลงออกแขกในวันนี้ว่า ดั่งปัจฉิมโอวาทของพระศาสดา พระศาสดาก่อนนิพพานบอกว่า พวกเธอจงยังไว้ซึ่งความไม่ประมาท ปัจฉิมโอวาท พวกเธอจงยังไว้ซึ่งความไม่ประมาท คนประมาททำอะไรเกินกำลัง คนประมาทไม่ทำอะไรเลย หรือทำน้อยกว่าความสามารถที่ตัวเองมี พูดกันง่ายๆ ว่า ขี้เกียจ แย่ทั้งนั้น ฉะนั้น ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ
คนที่เร่งทำอะไรต่อมิอะไรให้มากที่สุด แล้วหวังว่า ตัวเองมีศักยภาพสูงจะได้นั่งอยู่บนบัลลังก์ของความศักดิ์สิทธิ์ ขอบอกได้คำเดียวว่า เตรียมนั่งอยู่บนความบรรลัย ฉะนั้น สิ่งที่เราจะต้องมีก็คือ ตั้งสติ สติแปลว่า ความระลึกได้ มีสัมปชัญญะคือ ความรู้ตัว รู้ตัวว่าเรามีกำลังในการที่จะสร้างศักยภาพคือ ความเก่งกล้าสามารถได้แค่ไหน ก็เอาแค่นั้น ทำให้เต็มที่ แล้วก็คอยรอสักนิดหนึ่ง พอศักยภาพของเราเต็มสภาพเต็มที่แล้ว ไม่ช้าไม่นานศักยภาพก็จะมาเป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ก็จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ
คนที่ใช้ศักยภาพเป็นก็จะมีชีวิตสบาย มีฐานะเป็นที่เชิดชูเป็นที่ยอมรับ เพราะนั่งอยู่บนบัลลังก์ของความสำเร็จ ส่วนใหญ่แล้วมันตรงกันข้ามอย่างที่พูดคือ เอาเป็นเอาตาย เอาให้ได้เดี๋ยวนี้ รวยภายใน 1 ปี รวยภายใน 5 ปี รวยภายใน 10 ปี ก็เกินไป เกินกำลังไป ไปเอาอย่างคนอื่นเขา เขามีพื้นฐานของศักยภาพคนละระดับกับเรา บางคนเขาเกิดมาอยู่บนกองเงินกองทอง แล้วยังไม่ใช่กองเงินกองทองธรรมดา ยังอยู่บนตระกูลอันมั่งคั่งไปด้วยเกียรติยศ และชื่อเสียง เขาพร้อม พร้อมที่จะสร้างฐานะ อายุน้อยร้อยล้าน อายุน้อยพันล้าน อย่าว่าแต่พันล้านเลย บางคนเขาอยู่บนพื้นฐานอายุน้อยหมื่นล้าน เขาก็ทำได้
โบราณเขาจึงสั่งสอนลูกหลานว่า “ช้างขี้อย่าไปขี้ตามช้าง” สมัยเด็กๆ เราก็งง ถามผู้ใหญ่เขาว่า ขี้ตามช้าง แล้วมันเป็นยังไง ผู้ใหญ่เขาก็บอกว่า ก้นพังหมดล่ะสิ นึกออกแล้ว ก้นพัง ถ้าทำอะไรเกินฐานของศักยภาพ แทนที่ศักยภาพจะมามีบัลลังก์รองรับ ประสบความสำเร็จในระดับนั่งบนบัลลังก์ของคนเก่ง คนมีชื่อเสียง นั่งได้แต่มันคนละบัน บันนั้นคือ บรรลัย
ก็ขออภัยที่พูดอย่างนี้ เพราะมีความห่วงใยผู้ที่เข้าสู่รายการพบกันทางเงา แล้วเกิดความเบื่อหน่าย ก็พยายามเพิ่มฉายาให้มาอีก 4 ฉายาแล้ว คือ เส้นผมบังภูเขา อีกมุมหนึ่งของชีวิต สองศักคือ ศักยภาพ และศักดิ์สิทธิ์ ปลุกพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวตน วันนี้ก็เพิ่มไปอีกหนึ่งรายการ ถ้าอาจารย์ปัญจพลเห็นด้วย ก็คือ แสวงหาบุญเก่า
เดี๋ยวมาดูผลงานของท่านผู้ใดที่ทำไว้ในวันนี้ 2037 สองพันสามสิบเจ็ด คุณกันติชา เวชสุรียะกุล บอกว่า ไวพจน์ที่ 4 ของรายการพบกันทางเงา คือ รายการปลุกพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวตน ปลุกพลังขึ้นมาเป็นพลังวิเศษ เพราะคุณเป็นบุคคลพิเศษ วิเศษต้องคู่กับพิเศษ พิเศษโดยนัยยะแปลว่า คนมีศักยภาพ ปลุกพลังวิเศษเพื่อไม่ให้เหลือพลังแค่เศษๆ พลังพิเศษเพื่อไม่ให้พลังแค่เศษๆ หรือเป็นคนเศษๆ เขาเรียกว่า คนเศษเดน หรือพูดหนักไปหน่อย ก็คือ คนเดนคน
ขอซ้ำอีกทีนึง 2037 ไวพจน์ที่ 4 ของรายการพบกันทางเงา คือ รายการปลุกพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวตน ปลุกพลังขึ้นมาเป็นพลังวิเศษ เพราะคุณเป็นคนพิเศษ วิเศษต้องคู่กับพิเศษ พิเศษโดยนัยยะแปลว่า คนมีศักยภาพ ปลุกพลังวิเศษเพื่อไม่ให้เหลือพลังแค่เศษๆ หรือเป็นคนเศษๆ แล้วก็ต่อไปอีกนิด คุณกันติชาต่อไปนิด ก็คือ เป็นคนเศษๆ เศษเดนของมนุษย์ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวกลับมาฟังเพลง แล้วกลับมาพบรายงานอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ มีรายงานแล้วมาสวดมนต์สวดพรกัน ขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
พระพุทธศาสนาพาผ่านพ้นภัยพาล เรามาตั้งจิตขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลก สากลพิภพ สากลจักรวาล แต่ยังไงก็ยังต้องอยู่ภายใต้บารมีแห่งพระรัตนตรัย เมื่อเรามีความเข้าใจในธาตุรู้อย่างนี้แล้ว วิญญาณธาตุของเราก็จะส่งผลที่ดีๆ ให้เกิดขึ้นแก่ความรู้สึกนึกคิดของเรา
ส. 22 ส.ค. 2569
รวบรวมโดย ดร.วันพร จาปะเกษตร์
บทความที่เกี่ยวข้อง
ตัวเราเองนั่นแหละเป็นผู้ที่ปฏิบัติต่อตัวเอง ไม่ต้องไปโทษใครเพราะฉะนั้น “อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ” ตนเป็นที่พึ่งของตนในการสร้างวิญญาณแท้ เพื่อชีวิตที่จะอยู่อย่างไม่ต้องท้อแท้
18 ส.ค. 2026
