แชร์

EP.1966  ไม่ว่าเบื้องหลังการเกิด  เบื้องหน้าการตาย จะเป็นอย่างไร สหปฏิบัติฯ เชื่อในหลักของพระพุทธศาสนาว่า การเกิดมาจาก คติ 4  อภิณหปัจจเวกขณ์ 5  และ วิบาก 6

อัพเดทล่าสุด: 9 มิ.ย. 2026
57 ผู้เข้าชม
EP.1966  ไม่ว่าเบื้องหลังการเกิด  เบื้องหน้าการตาย จะเป็นอย่างไร สหปฏิบัติฯ เชื่อในหลักของพระพุทธศาสนาว่า การเกิดมาจาก คติ 4  อภิณหปัจจเวกขณ์ 5  และ วิบาก 6 
เราจะมีความสุข เราต้องรู้ความจริงของชีวิต  ส่วนมากพอคนไปขานรับเรื่องของทางนอก  เช่น เป็นนักวิทยาศาสตร์  นักวิชาการ  เป็นนักอะไรต่อมิอะไรที่มีทฤษฎีรองรับ คนก็จะลืมๆ ไป บางคนบอกไม่ลืม แต่ไม่ใส่ใจว่าตนเองมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง  เบื้องหลังการเกิด ก็คือ ก่อนเกิดเรามาอย่างไร ก่อนที่เราจะโผล่มาเป็นลูกพ่อแม่เรา เรามาอย่างไร  เบื้องหน้าการตาย เราก็ไม่รู้ว่าตายแล้วเราจะไปไหน เราตายแล้วเรามาจากไหน ชาติที่แล้วเราตายแล้ว เรามาจากไหน เรามั่นใจว่าเรามาจากชาติที่สูงส่ง ไม่สูงส่งเราคงไม่ได้เกิดเป็นคน เราคงไปเกิดเป็นสี่เท้ามีหาง หรืออาจจะไม่ได้เกิดเป็นสี่เท้ามีหาง ไปเกิดภูมิไหนก็ไม่รู้
ภูมิที่ 3 หรือเปล่า ยักษ์  ภูมิที่ 2 หรือเปล่า เปรต  ภูมิที่ 1 หรือเปล่าไปเกิดในนรก ผุดจากนรกขึ้นมาหรือเปล่า ขึ้นมาเป็นมนุษย์เลยหรือเปล่า
เราก็พูดอยู่เสมอว่า ใครจะมีการเกิดการตายเป็นอย่างไร แต่สหปฏิบัติฯ เชื่อในหลักของพระพุทธศาสนาว่า การเกิดมาจาก คติ 4  อภิณหปัจจเวกขณ์ 5  และวิบาก 6 
เกิดจากคติ 4 พอเราแจกแจงเราก็จะร้อง อ๋อ บางคนฟังรู้เรื่องพยักหน้า ไม่ร้อง อ๋อ เพราะยังไม่แน่ใจ ขอกลับไปทบทวนคติ 4 ก่อน กคนมีสติ มีนิสมกรณังเสยโย ใคร่ครวญเสียก่อนแล้วจึงพูดออกมา ใคร่ครวญเสียก่อนแล้วจึงคิดออกมา ใคร่ครวญเสียก่อนแล้วจึงทำออกมา
อภิณหปัจจเวกขณ์ 5 ยากพอสมควร  แต่ถ้าฟังดีๆ ฟังจริงๆ ก็ไม่ยาก  การเกิดเป็นอย่างนี้ คติ 4  อภิณหปัจจเวกขณ์ 5  ผลออกมาเป็นวิบาก 6 
ถ้าเราไปเกิดเป็นอสูรกาย เป็นนามธรรม ไม่ใช่รูปธรรม  เป็นเปรต กว่าจะปรากฏตัวทีต้องรอพระอาทิตย์ตกดินไปนานแล้ว จนกระทั่งสลัวๆ มืดๆ แล้วฉันสามารถโผล่ออกมาให้คนเห็นได้ คือ เป็นเปรต 
มนุษย์เป็นภูมิที่ 5 เขามีโอกาส เพราะเขามีทั้งรูปและมีทั้งนาม  มีรูป ขันธ์ตัวที่ 1  มีเวทนา ขันธ์ตัวที่ 2 เป็นนาม  มีสัญญา ขันธ์ตัวที่ 3 เป็นนาม  มีสังขาร ขันธ์ตัวที่ 4 เป็นนาม  และตัวที่ 5 วิญญาณ ก็เป็นนาม  ทั้ง 5 ขันธ์มีเป็นรูปธรรมอยู่ขันธ์เดียว คือ รูปขันธ์  นอกนั้นเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นนาม  แล้วเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณขับเคลื่อนรูปธรรม 
เราอย่าให้เสียท่า เรามีรูปธรรมที่เห็นด้วยตา แล้วจับต้องได้ด้วยมือ แต่มีตัวขับเคลื่อนให้เราตั้ง 4 ตัว เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ฉะนั้น เราหมั่นตั้งสติ 
พ. 3 มิ.ย. 2569
รวบรวมและเรียบเรียงโดย คุณปุนนภา รักษาวงษ์
 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1949  คนที่เริ่มจะมีองค์เทพมาลง  องค์มาเข้า  เจ้ามาประทับ เป็นช่วงอันตรายอย่างที่สุด   (ส. 16 พ.ค. 2569)
เพราะเจ้ากรรมนายเวรก็จะเข้ามายื้อยุดฉุดกระชาก  เหมือนชักกะเย่อกัน ถ้าเจ้าตัวขาดความมีสติ  เจ้าตัวไม่แสวงหาความรู้ที่ถูกต้อง คือ ปัญญา  มักจะตกเป็นเหยื่อของเจ้ากรรมนายเวร
25 พ.ค. 2026
EP.1910    เทพในตัวไม่ได้รับการใส่ใจ กลับตะลอนไปหาเทพเจ้าตามที่เขาเล่าลือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ (พฤ. 2 เม.ย. 2569)
อานาปาณสติ ก็เป็นการบอกถึงสติ กำหนดลมหายใจ ถ้าหากว่าทุกลมหายใจเข้าออกของเรา ได้รับการกำกับด้วยสติ โอกาสที่จะมีสตางค์ก็ไม่ยาก  แล้วโอกาสที่จะปราศจากโรคก็ง่าย แล้วเรื่องของความสมปรารถนา ก็คงจะอยู่ใกล้ๆ ถ้าสติทำงานร่วมกับสมาธิ หรือสติทำงานร่วมกับปัญญา จะร่วมกับใครก็แล้วแต่ รับรองว่าเป็นของดีทั้งนั้น
11 เม.ย. 2026
EP.2007   เมื่อมนุย์มีวิบากกรรมต้องเป็น”ผู้ถูกเลือก” (light worker) ทำหน้าที่เป็นสื่อให้เทพเทวดา เทพเป็นพลังงาน มีอำนาจ มีอิทธิพล มีบารมี และมีการแสดงออกที่เรียกว่าฤทธิ์ ฤทธิ์คือ คลื่น ส่งมาที่ตัวเราโดยตรง มีต่อมจอมประสาท (Pineal gland) รับคลื่นเหล่านั้น
ถ้าแปลงสัญญาณผิดพลาดคลาดเคลื่อน เทพก็ต้องลงโทษเรา เพราะเขาต้องทำตาม กฎแห่งกรรม เกณฑ์แห่งเวร กติกาแห่งเทพ และระเบียบวินัยทางวิญญาณ  เมื่อมนุษย์ไม่ทำตามกฎกติกามารยาท มันก็เกิดเป็น “กรรมเก็บกด” เมื่อเราไม่สามารถที่จะรับใช้เทพในรูปแบบเก่า ตามแบบโบราณกาลหรือคนทรงเจ้า เจ้าเข้าทรง เทพมาลง องค์มาเข้า เราจึงเสนอความรู้ต่างๆ ให้เข้าไปอยู่ในธาตุรู้ แล้วธาตุรู้ก็จะไปผสานกับวิญญาณธาตุ ให้เป็นเรื่องของ”องค์แฝง”
28 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy