EP.1999 โอปปาติกะ สัมภเวสี สัมภเวสี เป็นผู้เลือกที่เกิด (อา. 12 ก.ค. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 19 ก.ค. 2026
6 ผู้เข้าชม
EP.1999 โอปปาติกะ สัมภเวสี สัมภเวสี เป็นผู้เลือกที่เกิด
เมื่อถึงคราวที่คนเราวิญญาณหลุดออกจากร่าง โอปปาติกะก็จะแยกหน้าที่กันทำ 2 อย่าง ก็คือ ฝ่ายกรรมนิมิต และฝ่ายคตินิมิต เมื่อฝ่ายคตินิมิตเลือกที่เกิดโดยสัมภเวสี ตามวิบากที่ทำมาแล้ว ฝ่ายกรรมนิมิตก็จะพาดวงวิญญาณรวมทั้งวิบากกรรมไปสู่คติ จะไปสู่สุคติ หรือจะไปสู่ทุคติ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิบาก คือ ผลกรรมที่ได้ทำไว้
สรุปแล้วโอปปาติกะ จะมีบทบาทกับคนทุกคน จนกว่าคนๆ นั้น จะสำเร็จอรหันต์ในชาติหนึ่งชาติใด
สวัสดีทุกท่าน เราพบกันทางเงา วันอาทิตย์ที่ 12 เดือนกรกฎาคม พุทธะ 69 คริสต์ 26 แรม 13 ค่ำแล้ว เดือน 8 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” วันเดือนปีอย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อยให้ได้อะไรบ้าง
ขณะนี้เรื่องโอปปาติกะมันเป็นชื่อที่คุ้นหูกันมากสำหรับคนไทย แล้วก็บางคนก็ยังถามถึงว่า แล้วสัมภเวสีล่ะ ก็เลยบอกว่า โอปปาติกะมีบทบาทอย่างหนึ่ง ส่วนสัมภเวสีเขาเรียกว่า เป็นผู้ที่เลือกที่เกิด หมายความว่า โอปปาติกะเมื่อถึงคราวที่คนเราวิญญาณหลุดออกจากร่าง ก็จะแยกหน้าที่กันทำ 2 อย่าง อย่างหนึ่งก็คือ เป็นฝ่ายกรรมนิมิต
ฝ่ายกรรมนิมิตจะพาดวงวิญญาณของผู้ตายรวมทั้งวิบากกรรมไปสู่คติ จะไปสู่สุคติ หรือจะไปสู่ทุคติ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิบาก คือ ผลกรรมที่ผู้วายชนม์ได้ทำไว้ ส่วนสัมภเวสีนั้นเป็นทำหน้าที่เลือก เลือกที่เกิดใหม่ให้กับผู้วายชนม์ ส่วนโอปปาติกะอีกหนึ่งหน้าที่ก็คือ เป็นฝ่ายกรรมนิมิต
เมื่อฝ่ายคตินิมิตเลือกที่เกิดโดยสัมภเวสีแล้ว ฝ่ายคตินิมิตก็จะเลือกตามวิบากที่ตัวเองทำมา ส่วนฝ่ายกรรมนิมิตก็จะทำหน้าที่ไปชดใช้กรรม ชดใช้กรรมตามที่ผู้เสียชีวิตได้ทำไว้
สรุปแล้วโอปปาติกะจะมีบทบาทกับคนทุกคน แต่ละคนๆ จนกว่าคนๆ นั้นจะสำเร็จอรหันต์ในชาติหนึ่งชาติใด อันนี้ก็เป็นเรื่องที่วังเวง ฟังแล้วก็วังเวง วิเวกวังเวง สรุปแล้วจะทำยังไง ก็ทำจิต ทำจิตให้สงบ เมื่อเรามีจิตสงบโอปปาติกะก็ทำหน้าที่ของตนๆ ไปอย่างสงบ อย่างเหมาะสม
ฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่เป็นโลกทางวิญญาณเป็นเรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง ส่วนเรื่องของโอปปาติกะเป็นเรื่องของเทพเทวดา ที่เราบอกว่า มนุษย์เราต้องผจญกับต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์ก็คือ อำนาจ ปาฏิหาริย์เพื่อจะสร้างให้เกิดการตอบโต้ตีกลับ เทพเทวดา และเรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง ถ้าเราเข้าใจฐานะ หรือสภาวะ หรือปรากฏการณ์ของ 5 สิ่งนี้ แล้วเราก็จะไม่ทำสิ่งที่เป็นโทษ เช่นว่า ทำสิ่งที่ไม่ดีด้วยกายกรรม พูดในสิ่งที่ไม่ดีด้วยวจีกรรม แล้วก็คิดในสิ่งที่ไม่ดีด้วยมโนกรรม พูดกับทำมันขึ้นอยู่กับความคิด คนเราคิดชั่วมันก็พูดชั่วแล้วก็ทำชั่ว พอมันคิดดีมันก็พูดดีทำดีก็เท่านั้นเอง โอปปาติกะก็จะทำหน้าที่ของตนได้อย่างสะดวกแล้วก็ไม่ยุ่งยาก
ทีนี้หันกลับมาทุกคนก็ห่วง ห่วงอะไร ห่วงวิบากกรรมคือ ผลกรรมที่ได้ทำไว้ ก็ชาตินี้ฉันทำความดี ละเว้นความชั่ว ก็พยายามทำจิตใจให้ผ่องใส แต่เสร็จแล้วฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่า วิบากกรรมคือ ผลกรรมที่ได้ทำไว้ของฉันได้ทำอะไรไว้ โอปปาติกะก็บอกสบายใจได้ ถ้าหากว่า ไม่มีการกระทำความชั่วเกิดขึ้นใหม่ในชาตินี้ ไม่คิดชั่วในชาตินี้ ไม่พูดชั่วในชาตินี้ วิบากกรรม บางทีถ้าเราไปพบกับสภาวะจิตที่เรียกว่า ชวนจิต มีการอโหสิกรรมได้ กรรมเก่าที่เราทำมาก็ได้รับการอโหสิ
ฉะนั้น ผู้ที่มีความทุกข์และกังวลห่วงใยในเรื่องของวิบากกรรมคือ ผลกรรมที่ได้ทำไว้ว่า ตนเองไม่รู้ทำอะไรไว้ ก็ไม่ต้องไปวิตกทุกข์ร้อน ให้อยู่กับปัจจุบัน พระพุทธศาสนาสอนว่า ในเมื่อเราทำอะไรไม่ได้ เราก็ให้อยู่กับปัจจุบัน เรื่องที่เราจะถอยหลังไป กาลเวลาไม่มีที่จะมาให้เราถอยหลัง กาลเวลาของชีวิตมีแต่เดินหน้า เดินหน้า แล้วก็เดินหน้า คำว่า ถอยหลัง เพื่อไปแก้ไขสิ่งที่เราทำผิด คิดผิด พูดผิดมันเป็นไปไม่ได้ ทำแล้วมันก็แล้วไป พูดแล้วก็แล้วไป คิดแล้วก็แล้วไป สำคัญที่สุดคือ ในปัจจุบันเรามีสติไหม สติคือ ความละลึกได้ เรามีสัมปชัญญะไหม สัมปชัญญะคือ ความรู้ตัว
ถ้าเรามีสติมีสัมปชัญญะ แล้วเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่นาทีนี้ หรือวินาทีนี้ สิ่งต่างๆ ที่ทำมาแล้วบางที บางทีโอปปาติกะบางตนสามารถที่จะยับยั้ง หรือลดราวาศอกในเรื่องของวิบากกรรมนั้นให้เปลี่ยนแปลงไปได้ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่า โอปปาติกะสามารถเปลี่ยนแปลงวิบากกรรมไม่ใช่อย่างนั้น มันหมายความว่า เช่น นาย ก. จะต้องรับวิบากกรรมเจ็บป่วยไข้อันแสนสาหัสรุนแรง ถึงขนาดบางครั้งอาจจะต้องสิ้นชีวิตลง แต่เมื่อเรามีจิตสงบ มีจิตสงบ โอปปาติกะมีพลัง มีพลังมากมายพอสมควร ก็จะทำการยับยั้งการเจ็บไข้ได้ป่วยที่ถึงขั้นอาจจะเสียชีวิต ให้รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด เพราะเป็นกฎอนิจจัง ไม่เที่ยง
กฎอนิจจังมีสิทธิ์ที่จะใช้ในโอกาสที่เจ้าของชีวิต เจ้าของชีวิตมีสติ ตั้งสติ แล้วก็ทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างหวุดหวิด เรียกว่า ทดแทน ไม่ใช่ว่าจะไปแก้ไขวิบากกรรมได้ วิบากกรรมก็ต้องเป็นไปตามวิบากกรรม แต่วิบากกรรมที่จะให้ผลนั้นยังมีสิ่งที่เป็นตัวช่วยให้หนักเป็นเบา จากเบาก็เป็นหมดสิ้นไป
คือพูดกันง่ายๆ อย่างภาษาชาวบ้านๆ เขาว่า ตั้งใจทำดีไว้เถอะ อย่าไปวิตกทุกข์ร้อนกับสิ่งที่มันผ่านมาแล้ว ซึ่งเราไปเกิดความกังวลว่า จะย้อนกลับไปแก้ไขอย่างไรได้ ย้อนไม่ได้ แต่ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดได้ อันนี้ก็เป็นข้อคิดสำหรับวันนี้
เมื่อวานเรามีการสัมมนาสนทนากันในเรื่องที่เป็นหัวข้ออันน่าสนใจว่า “โอปปาติกะกับปัญหารัก รวย โรค โฉลกตัวอย่างชีวิตของคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์” ซึ่งเรานำมาสนทนาธรรมกันในเชิงด้วยความเคารพในประวัติของคุณพุ่มพวง เราก็มาสนทนากันว่า ตัวอย่างว่า คนที่เกิดมาดวงชะตาที่ยิ่งใหญ่อย่างคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์ ถ้าเกิดเป็นท่าน หรือเป็นคนของท่านจะทำอย่างไร เราก็จะยกยอดเรื่องนี้ซึ่งยังคุยกันไม่ครบถ้วนไปเป็นเดือนหน้า แล้วก็มาศึกษาค้นคว้ากันใหม่ว่า ถ้าเป็นท่านมีดวงชะตาที่ยิ่งใหญ่ และถ้าเกิดจะต้องเกิดวิบัติในชีวิตจะมีวิธีใช้ชีวิตอย่างไรจึงจะปลอดภัยจากวิญญาณที่ยิ่งใหญ่
เอาละวันนี้เราจะไม่บรรยายอะไรกันให้มากเกินกว่าข้อมูลที่ควรจะมี มาดูผลงานของคุณกันติชา เวชสุรียะกุล 1998 เรื่องรักเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่ แต่อย่าเอารักไปปูยีปูยำ ไปทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะความรักเป็นสิ่งสะอาดบริสุทธิ์ เรื่องรัก เรื่องรวย เรื่องโรค รัก รวย โรค โฉลกพุ่มพวง นำมาเพื่อการศึกษาเปรียบเทียบเท่านั้น ชีวิตของคนที่มีดวงใหญ่ดวงโต แม้กระทั่งไอน์สไตน์นักวิทยาศาสตร์เอกของโลกก็ยังกล่าวไว้ว่า ผู้มีวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ จะต้องได้รับสิ่งต่อต้านอย่างรุนแรง สหปฏิบัติฯ จึงหมายถึงผู้ที่มีวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ทางศักยภาพ ทั้งวิญญาณทางศักดิ์สิทธิ์
เมื่อศักยภาพมีความยิ่งใหญ่ เก่ง กล้า สามารถ อย่างเช่น ท่านอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ก็เป็นคนที่เก่ง กล้า สามารถ ผู้ที่มีวิญญาณทางศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ ทั้งวิญญาณทางศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ ศักยภาพก็ต้องใหญ่ด้วย ถ้าหากไม่แก้ไข ไม่ปรับปรุง ไม่เปลี่ยนแปลง ก็จะได้รับสิ่งต่อต้านอันรุนแรง เจ้ากรรมนายเวรกับมิจฉาทิฏฐิมีความคล้ายคลึงกัน เกี่ยวข้องกันนะเจ้ากรรมนายเวรกับคนที่มีมิจฉาทิฏฐิ มิจฉาทิฏฐิแปลว่า ทิฏฐิในทางไม่ถูก ทิฏฐิในทางขวางๆ ทิฏฐิในทางที่ไม่ควรจะทิฏฐิ ข้าก็จะพูดของข้าอย่างนี้แหละ ข้าก็จะคิดของข้าอย่างนี้แหละ ข้าก็จะทำของข้าอย่างนี้แหละ
สหปฏิบัติฯ เห็นว่า ผู้ที่มีวิญญาณทางศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ ทั้งทางศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ หากไม่แก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงก็จะได้รับสิ่งต่อต้านอย่างรุนแรง เจ้ากรรมนายเวรหมายถึงมิจฉาทิฏฐิ มิจฉาทิฏฐิเกิดขึ้นได้จากคนที่มีเจ้ากรรมนายเวร เจ้ากรรมนายเวรก็คือ มิจฉาทิฏฐิ มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เมื่อสิ่งหนึ่งมาขัดความรู้สึกนึกคิดทางนอก คือ ศักยภาพเรียกว่า มิจฉาทิฏฐิ แต่ถ้ามีสิ่งหนึ่งมาขัดความศักดิ์สิทธิ์ทางในก็คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เรียกว่า เจ้ากรรมนายเวร
เรื่องนี้ก็จะนำมาเป็นกระทู้สนทนากันในงานถามแอนทอล์คในเดือนหน้า ถ้าผู้สนใจก็ติดตามได้ วันนี้ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลงแล้วสวดมนต์ภาวนากัน เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป ขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
เพลงที่จบลงไป ชื่อก็แปลกๆ หลายท่านที่ไม่คุ้นเจตนาของเราก็อาจจะบอกว่า อะไรๆ ก็ลงที่ความรัก ดูจะเป็นบ้ารักหรือเปล่า ก็อาจจะมีผู้เข้าใจผิด เพลงที่จบลงไปชื่อว่า สูตรความรัก บางคนก็บอกประหลาดจัง รักมีสูตรด้วยหรือ คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 1 ครูธวัช คณิตกุล ทำนองและเสียงร้อง AI จัดทำโดย คุณพัทธนันท์ พิมานพงศ์ภัทร
เนื้อเพลงมีอยู่ว่า สูตรความรัก สูตรที่หนึ่ง “ความรักคือ ความลับ ที่พระพรหมจับใส่ไว้ในตัวมนุษย์จิตกำกับ วิญญาณกำหนด จิตวิญญาณเกินกำกับ เกินกำหนด พระยมเก็บหมด”
สูตรที่หนึ่ง ก็น่ากลัวแล้ว เพียงแค่ว่า ความรักเป็นความลับที่พระพรหมเอามาซ่อนไว้ในตัวมนุษย์ เสร็จแล้วมนุษย์ก็มองไม่เห็นว่า ทำไมต้องรักกัน รักคือ เมตตา ก็ขาดเมตตาต่อกัน จิตกำกับ กำกับไม่อยู่ วิญญาณกำหนด กำหนดไม่ได้ตามกำหนด จิตวิญญาณเกินกำกับ เกินกำหนด ไม่ช้าพระยมก็มาเก็บชีวิตไป แต่บางคนยังไม่ถึงฆาต คำว่า พระยมเก็บ ก็อาจจะมีวิบัติ เจ็บไข้ได้ป่วย มีทุกขเวทนาอย่างหนึ่งอย่างใด อันนี้ก็เป็นข้อคิด
สูตรที่สอง ความรักคือ วิถีทางลัด ที่นำพาไปสู่ฤทธิ์ทางใจ ความรักถ้าเกิดขึ้นมาสมบูรณ์ตามพรหมลิขิต คือ เน้นที่เมตตา มันคือ วิถีทาง วิถีก็คือ หนทาง หนทางลัดที่นำพาไปสู่ฤทธิ์ทางใจก็คือ มโนมยิทธิ พร้อมทั้งทำให้เกิดธรรมะในภายในจิต
สองสูตรนี้ก็ขอฝากให้กับผู้ที่มีจิตใจโหดเหี้ยม มีจิตใจมุ่งร้าย คิดร้าย ไม่เว้นใครทั้งสิ้น บางคนนี่นะมีแต่เจตนาทุจริตกับคนนั้น คนนี้ คนนู้น ก็ต้องระวังนะ ความรักคือ ความลับ ที่พระพรหมจับใส่ไว้ในตัวมนุษย์ จิตกำกับ วิญญาณกำหนด จิตวิญญาณเกินกำกับ เกินกำหนด พระยมเก็บหมด สูตรที่สอง สั้นๆ แต่มีประโยชน์มาก ความรักคือ วิถีทางลัด ที่นำพาไปสู่ฤทธิ์ทางใจก็คือ มโนมยิทธิ พร้อมทั้งธรรมะในภายในจิต อันนี้ก็ค่อยๆ มาคุยกันในรายการถามแอนด์ทอล์ค ที่จะแปลความหมายออกมาให้เป็นที่กระจ่าง แล้วก็ชัดเจนต่อไป
อา. 12 ก.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
1. ไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่ดี
2. คบคนไม่ดี
3. ตั้งตนไว้ชั่ว
9 มิ.ย. 2026
แต่ถ้าเบาบางเกินไป ไม่พอเพียงแก่ความต้องการ ความรู้นั้นมันก็ป่วยการ ก็คือ ไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องการนำเสนอสิ่งซึ่งพิสูจน์ไม่ได้ แต่มีจริง ก็คือ สิ่งเหนือสามัญวิสัย นอกจากมันมีจริงแล้ว มันยังเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ และเกิดโทษได้จริงๆ
12 ก.พ. 2026
เมื่อคลื่นพลังกรรมที่เป็นเรื่องของเทพ เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลักของไตรลักษณ์ แต่ถ้าปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข มาเป็นองค์ฌาน องค์ญาณ เป็นญาณแฝง ทำประโยชน์ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้อย่างดีทีเดียว เราจึงต้องมีวันปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ทั้งธรรมชาติสามัญวิสัย และธรรมชาติเหนือสามัญวิสัย
2 ก.ค. 2026
