EP.1968 กรรม 3 ข้อ ที่บังจักรธรรมข้อที่ 4 คือ ปุพเพกตปุญญตา หรือบุญเก่าหนุน คือ (ศ. 5 มิ.ย. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 9 มิ.ย. 2026
3 ผู้เข้าชม
EP.1968 กรรม 3 ข้อ ที่บังจักรธรรมข้อที่ 4 คือ ปุพเพกตปุญญตา หรือบุญเก่าหนุน คือ
1. ไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่ดี
2. คบคนไม่ดี
3. ตั้งตนไว้ชั่ว
สวัสดีทุกท่าน เราพบกันในวันศุกร์ที่ 5 เดือนมิถุนายนแล้ว 69 และ 26 คือ พุทธะ และคริสต์ศักราช วันนี้ก็เป็นแรม 5 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เวลาแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อย ต้องให้ได้อะไรบ้าง เราจะต้องได้ทั้งเรื่องราวความรู้ที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตในภาคปกติ ในภาคปกติ ก็คือ สามัญวิสัย แล้วก็ในภาคที่คนเขาอาจจะไม่คิดอย่างเรา ไม่สนใจอย่างเรา แต่เรายืนยันว่า ภาคนี้สำคัญ และมีประโยชน์ ถ้าผู้ที่เข้าถึง ตรงกันข้าม และมีโทษมหาศาล สำหรับผู้ที่เข้าไม่ถึง ภาคที่ว่านี้คือ เหนือสามัญวิสัย
ก็พูดซ้ำๆ ย้ำๆ ให้เกิดเป็นสุตมยปัญญา ฟังบ่อยๆ ก็จะเกิดเป็นปัญญาขึ้น ยกเว้นคนที่รำคาญ ก็เป็นธรรมดา ฟังบ่อยๆ ก็เบื่อ แล้วก็ความเบื่อก็ทำให้เกิดรำคาญ ก็ถือว่าทุกคนที่ทนฟัง ก็จะได้ประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล พูดอย่างนี้ก็คล้ายๆ กับว่า มีคนบอกว่า ไม่รู้เอาอะไรมาพูด มันผสมผสาน ยกเอาศาสตร์โน้น ศาสตร์นี้ ศาสตร์นั้น ขึ้นมาวุ่นวายไปหมด ฉันฟังแล้วงง ไม่เข้าใจ บอกว่า เดี๋ยวว่างๆ จะไปค้นสูตรทำกระยาสารท มาบอกกล่าวเล่าแจ้งกัน
กระยาสารทของไทย อร่อยนะ แล้วโดยเฉพาะความหวาน ไม่ได้หวานจากน้ำตาล หวานจากน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นความหวานที่บริสุทธิ์ตามธรรมชาติ แต่ว่าถ้าเกิดไปเจอน้ำผึ้งปลอม ก็อีกนั่นแหละ คือ น้ำตาลนั่นแหละ แล้วก็เอาน้ำผึ้งมาใส่ให้มีกลิ่นเหมือนกับเป็นว่า เป็นน้ำผึ้ง
เช่นเดียวกัน ถ้าคนไม่รู้จริง รู้ไม่ถึง รู้ไม่แท้ รู้ไม่หมด ว่าเรื่องเหนือสามัญวิสัย ไสยศาสตร์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา ที่จริงแล้วเป็นอย่างไร ก็เหมือนกับคนไม่รู้จักน้ำผึ้งแท้ ก็ไปหลงบริโภคน้ำตาล หลงไปกินน้ำตาล แล้วน้ำตาลมันก็จะทำให้อ้วน และก็เป็นอันตราย ก็คือ คนที่เป็นโรคเบาหวาน คนมีอายุแล้ว พอกินน้ำตาลมากๆ โรคเบาหวานกำเริบนี่อันตรายมาก
เพราะฉะนั้น เปรียบเหมือนว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง ของจริงเป็นน้ำผึ้ง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เข้าใจกันผิด ของปลอม แล้วก็เข้าใจไม่ตรง เข้าใจไม่ถึง ก็เปรียบเหมือนน้ำตาล ซึ่งคุณประโยชน์และโทษต่างกันลิบลับเลย อย่างนี้คนก็จะโมโหอีกแล้ว แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่า อันไหนน้ำผึ้ง แล้วก็ต้องเป็นน้ำผึ้งแท้ด้วย แล้วอันไหนเป็นน้ำตาลปลอมมา โดยเอาน้ำผึ้งไปผสมอย่างนี้ ก็ต้องบอกว่า ต้องขวนขวายหน่อยนะ ขวนขวายหาความรู้ และก็พิถีพิถันในการที่จะใช้บริโภคว่า อันนี้เรากินน้ำผึ้งแน่นอนนะ แล้วก็เป็นน้ำผึ้งแท้ อันนี้เรากินน้ำตาลนะ กินมากไม่ได้ เดี๋ยวอ้วนนะ เดี๋ยวโรคเบาหวานเล่นงานเอาง่ายๆ นะ อะไรอย่างนี้ ก็เป็นเรื่องที่เปรียบเทียบกันไป
เมื่อวานก็มีผู้สงสัยอยู่ไม่ใช่น้อยว่า จักรธรรม 4 จักรธรรม 4 ธรรมะที่เปรียบเหมือนจักร จอ ไม้หันอากาศ ก.ไก่ ร.เรือ แล้วก็ ธอ-รอ-รอ-มอ จักรธรรม 4 ธรรมะแห่งการนำพาให้ทุกคนไปสู่ความสำเร็จสุข ถ้าเกิดไปเจอจักรธรรมปลอม คือ เข้าใจจักรธรรมผิด ไม่ใช่ไม่มีปลอม ไม่มีแท้หรอก แต่หมายความว่า เข้าใจผิด ข้อที่ 1 นี่ก็พลาดแล้วนะ ปฏิรูปเทสวาสะ อยู่ในสถานที่ที่ดี บอกอยู่ในสถานที่ที่ดี แล้วอย่างไรจึงเรียกสถานที่ที่ดี ก็สถานที่ที่ดีมันก็เหมาะสมแก่ที่ควรจะอยู่
เอาง่ายๆ อย่างนี้ ถ้าเรามีความรู้สึกนึกคิด พิจารณา หาความจริง หาความรู้กันสักนิด ในสถานที่ที่มันไม่เหมาะแก่เรา เช่น สถานที่อบายมุขทั้งหลาย สถานที่ที่มีอันตราย มีภัย มีสิ่งผิดกฎหมาย อย่างนี้ หรือมีคนไม่ดี มีของไม่ดีอยู่ตรงนั้นๆ เราก็ต้องมีหูไว ตาไวสักนิดหนึ่ง มีไหวพริบปฏิภาณสักหน่อย ว่าตรงนี้เนอะ บ้านหลังนี้ดูแปลกๆ เจ้าของบ้านนี่ก็ดูประหลาดๆ มองแล้วไม่น่าไว้วางใจเลย ตกลงว่าเรารีบไปดีกว่า ขืนมาอยู่กับบ้านหลังนี้ มาอยู่กับคนๆ นี้ เห็นทีไม่ใช่ปฏิรูปเทสวาสะซะแล้ว มันเป็นสถานที่อโคจร
ถ้าอโคจรก็แปลว่า สถานที่ไม่ควรไป สถานที่ที่ไม่ควรจะไปอยู่ ก็ลองนึกดูว่ามีอะไร สถานที่เขาเล่นการพนันกัน การสถานที่เขาดื่มเหล้ากัน สถานที่เขาพูดคำหยาบ กล่าวคำผรุสวาท ด่ากันหยาบๆ คายๆ สถานที่ที่เขาคุยโม้โอ้อวดว่า ฉันนี่เก่งอย่างนั้น เก่งอย่างนี้ เก่งอย่างนู้น เก่งขนาดนี้ เก่งขนาดนั้น เก่งขนาดโน้น แล้วลงท้ายก็บอกถามเขาว่า คุณเก่งขนาดกัดกับสุนัขได้ไหม ไปถามอย่างนี้ก็เป็นเรื่องนะ
สถานที่ที่เราจะไปเสวนา หรือจะไปอยู่ ไปคลุกคลีตีโมงด้วย ความจริงถ้าไม่ขาดสติซะจริงๆ มันดูออกนะ แม้นกระทั่งบ้านเรือนหลังหนึ่ง ในมุมหนึ่ง เป็นสถานที่พอที่จะนั่งพำนักได้ แต่อีกมุมหนึ่งของเรือนบางเรือนไม่ได้ นั่งพำนักไม่ได้ มันมีลักษณะที่ไม่ปลอดภัย อะไรทำนองอย่างนี้แหละ ก็ขอให้ใช้ทางนอกประกอบการพิจารณาด้วย เราก็จะได้รู้ว่า ตรงนี้มันเป็นปฏิรูปเทสวาสะหรือเปล่า สถานที่ที่ดี
แล้วทีนี้ทางในดูยังไง ตอนนี้ต้องมาหาความรู้กันแล้วว่า ตรงนี้มันใช่สถานที่ที่เราอยู่แล้วจะเจริญไหม ถ้าอยู่แล้วมันเจริญ เราก็ต้องหาทางอยู่ให้นานๆ หรืออยู่อย่างถาวร ถ้าอยู่แล้วไม่เจริญต้องรีบขายทิ้ง เซ้งทิ้ง หรือทอดทิ้ง แล้วไปหาที่อยู่ใหม่แน่นอนดีกว่า อย่างนี้ก็เห็นได้ชัดทางนอก
แต่ทางในมันกำหนดได้ด้วยจิตสำนึก จิตสำนึกชนิดที่ว่า ตั้งสติ มีสัมปชัญญะ สัมปชัญญะแปลว่า รู้ตัวว่า เขาทำอะไรกันตรงนี้ เขาคุยเรื่องอะไรกัน เรื่องที่เขาทำ เรื่องที่เขาคุยดูแล้วมันไม่น่าจะปลอดภัย ดูแล้วไม่น่าจะเป็นมงคล ดูแล้วไม่น่าจะสร้างสรรค์ ดูแล้วมันเป็นสิ่งที่ทำลายกัน ไม่ควรจะมารับฟัง ไม่ควรจะมาอยู่กับเขา รีบไปดีกว่า อันนี้ก็ง่ายๆ
แต่มันจะมีสิ่งบันดาลอันหนึ่ง ถ้าคนจิตบริสุทธิ์ จิตสงบ จิตสะอาด จิตสว่าง เขาก็จะบันดาลให้เราไปพบสถานที่ที่เป็นปฏิรูปเทสวาสะที่แท้จริง และเหมาะสมกับเรา เช่น การย้ายบ้าน การซื้อบ้านใหม่ การเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย อย่างนี้ ส่วนหนึ่งคือ บันดาล บันดาลให้ไปที่ตรงนั้น อีกส่วนหนึ่งก็คือ การใช้ความพินิจพิจารณาหาข้อเท็จจริงว่า ตรงนี้สมควรแก่การที่จะใช้อยู่อาศัยไหม ไม่สมควรจะใช้อยู่อาศัย
ส่วนเรื่องทางใน เมื่อจิตเราสงบ จิตเราสะอาด จิตเราสว่าง มันจะบอกแก่เราเองโดยเป็นนัยๆ ว่า คุณไม่เหมาะกับสถานที่ตรงนี้ คุณเหมาะแล้วที่จะอยู่ตรงนี้ อะไรทำนองอย่างนี้นะ คร่าวๆ ผ่านไปก่อน ข้อที่ 1 ปฏิรูปเทสวาสะ ข้อที่ 2 สัปปุริสูปัสสยะ ข้อนี้จะตัดสินใจยังไง คบคนดี คนดี มงคล 38 นี่ข้อแรกขึ้นมาอย่างชัดเจนเลย “อเสวนา จะ พาลานัง” อย่าคบคนพาล ตรงนี้มันมีแต่คนพาล หรือตรงนี้มันมีบัณฑิต อ๋อ ตรงนี้เขามีบัณฑิต ล้วนแต่เขาศึกษาหาความรู้ สนอกสนใจเรื่องที่เป็นประโยชน์ เราก็ถือว่าอันนี้เป็นข้อที่ 2 ของจักรธรรม สัปปุริสูปัสสยะ
ข้อที่ 3 อัตตสัมมาปณิธิ เมื่อเราเจอสถานที่ที่เป็นมงคลแล้ว ปฏิรูปเทสวาสะ เราเจอสัปปุริสูปัสสยะ เจอคนดีแล้ว แล้วเราทำตัวยังไง ทำตัวตรงกันข้าม เสียของเลย ก็ต้องทำตัวให้เหมาะสมกับสถานที่ แล้วก็ทำตัวให้เหมาะสมกับที่เราคบคนดี เราก็ต้องเป็นคนดี ตั้งใจดี ไม่ใช่ไปเป็นตัวกวน ตัวป่วน ตัว ขอภัยภาษาชาวบ้านเขาเรียก ตัวซวยมาแล้ว
นั่งๆ คุยกันอยู่ 3 คน 5 คน มีคนที่เป็นเขาเรียกว่า อสัปปุริสูปัสสยะ คือ คนที่ไม่ตั้งตนไว้ชอบ ชอบตั้งตนไว้ชั่ว เดินมา เขาก็จะชี้ นี่ๆๆ ตัวซวยมาละ ถ้าคุณไม่อยากจะซวย เราว่าคิดว่า เราเลิกคุยกันดีกว่า ไปหาที่อื่น ไปพบกันที่อื่นนั่งคุยกัน ตัวซวยเขามาเเล้ว อย่างนี้เขาเรียกว่า อัตตสัมมาปณิธิ ตั้งตนไว้ชอบ ไม่ใช่ ไปเจอคนตั้งตนไว้ชั่ว แล้วก็เข้าไปเกลือกกลั้ว เข้าไปร่วม เข้าไปวุ่นวายอยู่กับเขาด้วย อย่างนี้ก็ไม่ใช่จักรธรรมแล้ว ซี่ล้อรถหักไปอีกซี่หนึ่งแล้ว ข้อสุดท้าย เป็นอันว่าหวังยาก ถ้าข้อที่ 1 ไม่ได้เรื่อง ข้อที่ 2 ไม่ได้ราว ข้อที่ 3 ไม่เป็นภาษา ข้อที่ 4 นี่เรียกว่า หวังยากแล้ว ก็คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ นำโชคลาภ และผลแห่งความดี บุญวาสนาเก่าหนุนนั่นแหละ เอามาให้
ยังไม่ละเอียดนะ จักรธรรม 4 4 ข้อนี้ยังอธิบายอย่างไม่ละเอียด เพราะว่าพะวักพะวนทั้งทางนอกว่าต้องคิดยังไง ทั้งทางในต้องระวังยังไง อันนี้ก็เอาแค่พอประมาณ เราทำได้ เดี๋ยวเราก็สบายแล้ว เพียงแต่ระมัดระวังหน่อยเดียวว่า เราอยู่ในสถานที่ที่ดีแล้วหรือยัง เราคบคนดีแล้วหรือยัง เราตั้งตนไว้ชอบแล้วหรือยัง 3 ข้อนี้เรียบร้อยแล้ว ข้อที่ 4 เป็นอันว่า ได้มาแน่นอน
บางคนติดขัดอยู่ข้อเดียว คบคนชั่ว แล้วก็นั่งรอโชค นั่งรอลาภ นั่งรอความสำเร็จ ทำไมมันไม่มาซะที ฉันก็พร้อมหมดทุกอย่าง ถ้าคุณคบคนดี เขาก็จะบันดาลให้คุณไปพบสถานที่ที่ดีอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่แห่งที่คุณอยู่นี้ คุณอยู่แล้วคุณไม่เจริญ เขาก็จะบันดาลให้ไปพบกับสถานที่ที่อยู่สบาย อยู่แล้วมีโชค มีลาภ อยู่แล้วปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่ไข้ง่ายๆ อยู่อย่างอยู่เย็นเป็นสุข มันเป็นอัตโนมัติทั้งนอกและใน ทั้งในและนอก จะเกลือกกลั้วกันอยู่ เพียงแต่ว่าตัวเรานี่แหล่ะ ตัวเรามีความตั้งมั่นแค่ไหน หรือเราจะโลเล เดี๋ยวซ้าย เดี๋ยวขวา เดี๋ยวเอ๊ะอย่างนั้น เดี๋ยวเอ๊ะอย่างนี้ อันนี้ก็ไปไม่รอด อนาคตเดี๋ยวก็หมดลง หนึ่งชาติมันสั้นเหลือเกิน
อย่างกรณีเรามาพบกันในรายการพบกันทางเงา ประมาณหนึ่งทุ่ม เรามีอยู่แค่ 20 กว่าคน 10 กว่าคนในห้องสนทนา เขาบ่นกันบอกทำไมมันเร็วอย่างนี้ เมื่อวานเวลาประมาณนี้เราก็พบกัน แล้วพอประมาณ 2 ทุ่มถึง 3 ทุ่ม เราก็ต่างแยกย้ายกันไปนอน แป๊บเดียวมาพบกันอีกแล้ว ชาติหนึ่งก็เหมือนกัน หนึ่งชาติก็เหมือนกัน มันไม่ได้ยาวไกลอะไรเลย แป๊บเดียวมนุษย์ทุกคน มนุษย์คนหนึ่ง ก็หมดชาติไปแล้ว เรียกว่า ใครจะอยู่ค้ำฟ้า ไม่มี ช่วงเวลาชีวิตของคนมากที่สุดไม่เกิน 100 ปี 100 ปี ก็โจษขานกันไปทั่วหมดแล้ว เพราะอายุขัยประมาณ 80 ปี สมควรตายได้แล้ว แค่ 80 นี่เขาก็บอกว่า คุณตา คุณยาย อายุยืนจัง ถ้าเกิดเลย 80 ไปกว่าๆ จะ 90 เข้า 90 เขาบอกที่จริงคิดในใจ แกน่าจะตายตั้งนานแล้วนะ แกทำไมเพิ่งมาตายเอาตอนนี้ก็ไม่รู้ จนกระทั่ง 90 นี่แกอยู่เข้าไปได้ยังไง ตัวคุณยาย คุณตาเองก็บอกว่า ความจริงฉันก็ยังไม่อยากตายนะ ฉันยังมีความรู้สึกว่า อยากอยู่ต่อไปอีกสักเยอะๆ หน่อย แต่ที่แท้มันได้แค่นั้นแหละ
เพราะฉะนั้น คิดไกลๆ อย่าคิดใกล้ๆ “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อนิจจัง วัฏสังขารา เกิด แก่ เจ็บตาย เป็นของธรรมดา กาลเวลาจะเปลี่ยนแปลงและกลืนกินสรรพสิ่งทั้งหลาย ให้เสื่อมสูญสลาย หายไปกับกาลเวลา อย่าเสียเวลากับสรรพสิ่ง เรื่องราว และบุคคลที่ไร้สาระ ชำระจิตให้สงบ สะอาด สว่าง เพื่อรู้ลู่ทางวิถีแห่งเวรกรรม ว่าเราควรจะทำอะไร กับใคร ที่ไหน อย่างใด เมื่อใด แบบใด เท่าใด เป็นไปตามกฎแห่งไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” นี่คือ มิติแห่งไตรลักษณ์ เป็นคาถาประจำของเรา ชาวสหปฏิบัติฯ ก็ขอให้คิดแล้วพิจารณากันดีๆ
มาดูผลงานของคุณสุกัญญา เรืองไพบูลย์ 1967 จักรธรรม คือ 1. ปฏิรูปเทสวาสะ อยู่ในสถานที่ดี 2. สัปปุริสูปัสสยะ คบคนดี พูดง่ายแต่ทำยากนะ 3. อัตตสัมมาปณิธิ ตั้งตนไว้ชอบ ส่วนมากมันไม่สนุก ตั้งตนไว้ชอบ ตั้งตนไว้ชั่วสนุกกว่า เด็กเขาพูดกันอย่างนั้นนะ แต่มันจะทุกข์ทีหลัง แล้วพลังศักดิ์สิทธิ์จะนำบุญเก่ามา จักรธรรมเป็นทั้งศักดิ์สิทธิ์ และศักยภาพ ขึ้นอยู่กับหลักไตรลักษณ์ อีกครั้งหนึ่งนะ เดี๋ยวก่อนยังมีอีก 3 บรรทัด เส้นตัดกันระหว่างเส้นรุ้งตะแคง และแวงตั้ง ค่าพายอาร์ 22 ส่วน 7 เป็นเคล็ดลับเรื่องศักดิ์สิทธิ์ และเรื่องศักยภาพ มีอิทธิพลต่อที่อยู่อาศัย มีอิทธิพลต่อต่อมจอมประสาทที่เป็นที่ใช้ควาคิด
ต่อมจอมประสาทก็อยู่ตรงกลางหัวกบาล เจาะลงไปตรงหน้าผาก เขาเรียก pineal gland ภาษาฝรั่ง แต่ภาษาไทยเรียกว่า ต่อมจอมประสาท มนุษย์ทุกคนมีต่อมจอมประสาท แต่สัตว์ไม่มี แล้วเราทำไมจึงไม่ใช้ต่อมจอมประสาทในการหาสถานที่ที่ดีอยู่ อันนี้มันจะบอก เป็นเหมือนเสาอากาศ โดยจิตเรานี่แหละ จะสัมผัสเสาอากาศอันนี้ 2. คบคนดี ใช้ต่อมจอมประสาทพิจารณา คนนี้มันคบได้ ไม่ได้ คนนี้ปากอย่างนี้มันไม่ไหว คนนี้ท่าทางอย่างนี้ไม่น่าไว้วางใจเนอะ คนนี้ต้องกล้อมแกล้ม กล้อมแกล้มกับมน แล้วค่อยๆ ห่างมันออกไปเรื่อยๆ อันนี้เราใช้ตัวต่อมจอมประสาทอันนี้พิจารณา
ถ้าคนคิดดีๆ ทำจิตสงบ ทำจิตให้สะอาด ทำจิตให้สว่าง ต่อมจอมประสาทมันจะทำงานได้อย่างแม่นยำ ขอคร่าวๆ เท่านี้ก่อน และวันหลังเราค่อยมาคุยกันในรายละเอียดอีกทีหนึ่ง ก็ขอขอบคุณคุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ ที่ทำ EP. ที่ 1967 รับฟังเพลงสักครู่นึง แล้วก็มาเตรียม วันนี้ตั้งใจจะถวายรายชื่อของตั้งแต่วันวิสาขาบูชา วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 เราไม่ได้ทำการถวายเป็นเสียง แต่ความจริงได้ยกอธิษฐานถวายแด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ก็อาจจะถวายรายชื่อ ณ วันนี้ให้เป็นที่เรียบร้อยไป ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
อย่าลืมว่า ผู้ที่ต้องการให้บุญเก่าหนุน บุญเก่าจะหนุนมาแล้วจะได้อะไร เผลอๆ อย่างน้อยๆ เล็กๆ น้อยๆ นะ งวดหนึ่งงวดใด จะกลายเป็นเจ้าของรางวัลที่หนึ่งเอาง่ายๆ ถ้าจักรธรรมข้อที่ 4 หนุนมา บุญเก่าหนุน จะมีโอกาสได้โชค ได้ลาภ ได้สิ่งที่คาดไม่ถึง บุญเก่าเราไม่รู้ว่า เราได้ทำไว้มากมายขนาดไหน แต่มันมีกรรมมาบังอยู่ 3 ข้อ 1. ข้อที่ 1 ไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่ดี เป็นกรรมบัง 2. ไปคบคนไม่ดี เป็นกรรมบัง คบคนชั่วอย่าคิดว่า จะไม่เกี่ยวกับโชคลาภนะ ลาภโชคลาภหายหมด ไปคบคนชั่ว อันที่ 3 ตั้งตนไว้ชั่ว ไม่ตั้งตนไว้ชอบ ไปเจอกรรม 3 กรรมบังบุญ ตัวที่ 4 คือ ปุพเพกตปุญญตา
เพราะฉะนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก กรรมที่บังบุญ 3 อย่างนี้ มองเผินๆ ก็ไม่ยากนัก 1. เลือกอยู่ในสถานที่ที่ดี ทางนอกเราก็ดูให้ดี มันเป็นแหล่งอบายมุขไหม มันเป็นบ้านคนชั่วไหม มันเป็นสถานที่อยู่ของคนเลวไหม เราจะเข้าไปคลุกคลี เข้าไปเกลือกลั้วกับเขาทำไม ออร่าตก ข้อที่ 2 คบคนชั่วนี่ชัดเจน บางทีโชคลาภมันกำลังมา มาติดนาย ก. คบคนชั่ว นาย ข. คบคนชั่ว ปุพเพกตปุญญตาไม่เข้ามาเลย มาจ่อรออยู่แค่ปากซอยก็มี มาจ่อรออยู่แค่ปากประตูบ้านก็มี 3. ตั้งต้นไว้ชั่วหรือชอบ ที่จริงฟังดูแล้ว 3 อย่างนี้ ไม่น่าจะยากที่จะเปิดประตูรับบุญ รับโชค รับลาภ รับผลเงินทอง ทรัพย์สิน หรือตำแหน่งหน้าที่การงาน ง่ายมาก ถ้าหากว่าตีความออก ทั้งทางนอก เราก็เลือกได้ไม่ยาก ทางในเราก็อธิษฐานได้ไม่ยาก
เพราะฉะนั้น ปุพเพกตปุญญตาของทุกท่านมี มี และก็มี รอท่านอยู่ ขอให้เชื่อเถอะว่า กำลังจะมีบุญเก่าหนุนมา
ศ. 5 มิ.ย. 2569
รวบรวมโดย คุณกันติชา เวชสุรียะกุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
ให้ทอแสงออกมากลายเป็นรังสีออกไปเป็นราศี ไปสู่รัศมี และไปสู่รังสีแห่งพรหม รังสีของตัวเองก็เป็นที่สมบูรณ์เป็นที่ชื่นชมยินดี มีความเก่งกล้าสามารถ
ถ้าอารมณ์ของเราอยู่ในสภาพที่ไปเจอกับกับดัก 9 ข้อ คือ โลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน ตัณหา มานะ ทิฏฐิ แล้วเราสามารถลดอำนาจ ลดบทบาทของ 9 ตัวนี้ลงได้ เราก็จะเข้าใจอะไรต่อมิอะไรได้ง่ายและดีขึ้น มีความถูกต้องชัดเจนขึ้น
2 มิ.ย. 2026
คือ ตัวเจ้าการใหญ่ที่ทำให้เรื่องศักยภาพ และเรื่องศักดิ์สิทธิ์ปั่นป่วน ส่วนใหญ่ก็คือ ดิ้นรน และปิดขบวนด้วยการเกิดเร็วและดับเร็ว ก็ต้องเอาจิตเข้าสู่สมาธิให้เกิดความพอดี ปรับอาการของจิตให้มันเกิดดับอย่างมีสติ จิตก็ถูกฝึกรักษาง่ายขึ้น ในการเรียนรู้เรื่องทางใน เรื่องศักดิ์สิทธิ์ ชะตาชีวิตจะดีขึ้นจริงหรือเปล่า ขอตะโกนดังๆ ว่า " จริงจ๊ะ "
2 มี.ค. 2026
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เริ่มจากศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และจบที่ปัญญา คือ อินทรีย์ 5 พละ 5 ธาตุรู้จะช่วยปรับวิญญาณธาตุให้สมดุล อย่าใช้ความรู้สึกไปเอง แล้วทึกทักเอาทันทีทันใด เพราะมันมีตัวลวง..
9 มิ.ย. 2026
