EP. 1868 ความรู้ทั้งหลายถ้ามันหนักเกินไป มันก็หนักสมอง มันก็สร้างปัญหา (ส. 7 ก.พ. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 12 ก.พ. 2026
6 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกๆ ท่าน เมื่อวานต้องขออภัยที่เรางดสนทนากัน 1 วัน อาจจะมีหลายคนบอกเสียดาย แล้วก็อีกหลายๆ คนก็อาจจะบอกว่า ดีแล้วล่ะ รำคาญจัง “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พหุเกนะ วา” วันเดือนปีมันผ่านไป อะไรต่อมิอะไรมันก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่เราจะต้องถือภาษิตโบราณ เขาสอนลูกหลานกันเป็นคำกลอนไว้นิดหนึ่งว่า เวลาและวารี วารีคือ สายน้ำ ไม่ยินดีจะคอยใคร เรือเมล์และรถไฟ สมัยนี้ก็ต้องรถไฟฟ้า แล้วเรือเมล์ก็เรือด่วน สมัยก่อนเป็นเรือเมล์ เดี๋ยวนี้ก็เป็นเรือด่วนแล้วรถไฟฟ้า เรือเมล์และรถไฟมันก็ไปตามกาลเวลา โอ้เอ้และอืดอาด คนพูดนี่แหละโอ้เอ้และอืดอาด ก็จะพลาดปรารถนา และแล้วจะโศกา อนิจจาเราช้าไป พอได้ยินภาษิตบทนี้หลายๆ คนก็เดาออกเลยว่า ตาคนพูดนี่แก่แล้ว
เอาละ เรามาเข้าสู่การรายงานว่า วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ 7 เดือน 2 กุมภาพันธ์ พุทธ คริสต์ 69 และ 26 แรม 5 ค่ำแล้ว เดือน 3 ปีมะเส็ง พอพูดถึง 33 ก็นึกถึงเดือนหน้า วันที่ 3 เดือนมีนาคม เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของงานพระพุทธศาสนาคือ วันมาฆบูชามหาปุณณมี จริงแล้วต้องเป็นวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 แต่ปีนี้เป็นอธิกมาส ก็เลื่อนไปอีก 1 เดือน
เรามาคุยกันในวันเสาร์ที่ 7 เดือนกุมภาพันธ์ด้วยเรื่องเบาๆ สมอง เพราะว่าอะไรที่มันหนักมากเกินไป มันก็ดูจะสร้างปัญหา อะไรที่มันเบาบางเกินไปมันก็ไม่สร้างปัญญา ความรู้ทั้งหลายถ้ามันหนักเกินไปมันก็หนักสมอง มันก็สร้างปัญหา แต่ถ้าเบาบางเกินไป ไม่พอเพียงแก่ความต้องการ ความรู้นั้นมันก็ป่วยการ เป็นความรู้ที่ป่วยการ ก็คือ ไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องการนำเสนอสิ่งซึ่งพิสูจน์ไม่ได้ แต่มีจริง ก็คือ สิ่งเหนือสามัญวิสัย แล้วนอกจากมันมีจริงแล้ว มันยังเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์และเกิดโทษได้จริงๆ
ปัญหามันอยู่ตรงนี้แหละว่า มันจะมีจริงหรือไม่จริง หลายคนก็พูดด้วยความโมโห ช่างหัวมัน บอกพูดอย่างนั้นไม่สุภาพ ช่างศรีษะมัน ช่างหัวมันไม่เพราะ ถ้ามันไม่เกิดประโยชน์เราจะไปพูดให้มันป่วยการทำไม แล้วถ้าขณะเดียวกันมันไม่เกิดเป็นโทษสำหรับคนที่เข้าไม่ถึง เราก็จะไปพูดให้มันเสียเวลาทำไม ก็เพราะมันเป็นทั้งประโยชน์ถ้าเข้าถึง เข้าใจ ขณะเดียวกันมันก็เป็นโทษ ถ้าไม่รู้ไม่ชี้ ไม่สนใจ
คนรุ่นใหม่ที่จริงเขาอาจจะย้อนกลับมาว่า ไม่ต้องไปห่วงเขาหรอก ให้ห่วงตัวแกเองนั่นแหละ แก่แล้ว ให้รู้จักพักผ่อน หยุดเฉยๆ ซะบ้าง อะไรอย่างนี้ ก็เป็นหน้าที่ เป็นหน้าที่ที่ได้ปวารณามาตั้งแต่เจอมรสุมชีวิต มันถาโถมเข้ามาหาอย่างบ้าคลั่ง อย่างคิดไม่ถึง ซึ่งก็มีความรู้สึกเหมือนกับที่เราเมื่อวันก่อนว่า คนๆ หนึ่งตั้งหน้าตั้งตาทำความดีเอาเป็นเอาตาย เอาจริงเอาจัง แล้วปรากฏว่า ไม่มีความสุขกับเขาสักที มีแต่ความทุกข์มากกว่า ก็เลยไปต่อว่าพระพุทธเจ้าว่า ที่ท่านสอนว่าทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว ถ้ามันจะไม่จริงซะแล้วล่ะ
พระพุทธเจ้าก็ถามว่าแล้วยังไง ก็ฉันทำดีจนแทบจะล้มประดาตาย ไม่เห็นได้ดีสักทีเลย พุทธเจ้าก็เลยบอกว่า ไปเอาเกลือมาถุงนึง เอาน้ำมาถ้วยนึง แล้วก็เอาเกลือเทลงไปในน้ำ คนให้ทั่ว แล้วก็ลองดื่มดูสิ มันเค็มมาก ท่านก็บอกนั่นแหละ เกลือก็เหมือนกับความชั่วที่เราได้ทำมา แล้วมันติดตามมาจากวิบากกรรมเก่า วิบากกรรมคือ ผลกรรมที่เราได้ทำไว้
ส่วนความดีก็เปรียบอุปมาเป็นน้ำจืด หรือน้ำถ้วยนี้แหล่ะ ความดีที่เธอทำก็ประมาณว่า ได้แค่น้ำถ้วยเดียว ส่วนกรรมหรือบาปที่เธอทำเหมือนเกลือ 1 ถุง มันก็แย่สิ แล้วก็ให้ไปเอาเกลือมาอีกถุงนึง เอาไปเทลงในแม่น้ำ แล้วก็เอาน้ำตรงนั้นขึ้นมาชิมดูสิ มันก็เหมือนเดิม เดิมฉันดื่มน้ำในแม่น้ำตรงนี้รสชาติเป็นยังไง รสชาติมันก็เหมือนเดิม
พระพุทธเจ้าก็บอกว่านั่นแหละ คนที่ทำความดียังไม่ถึง ยังไม่ถึงดี ก็เหมือนกับน้ำยังไม่มากพอเหมือนแม่น้ำแม่ท่า ใจคอคับแคบ บอกคนๆ นี้เป็นคนใจคอกว้างขวางอย่างกับแม่น้ำแม่ท่า โบราณเขาจะมีสำนวนอย่างนี้ เขาเป็นคนใจดี ใจคอกว้างขวางอย่างกับแม่น้ำแม่ท่า อย่างนั้นคนใจไม่ดีก็แสดงว่า อย่างกับน้ำในถ้วย ไม่เข้าท่า
อันนี้ก็เห็นชัดว่า หลักของตรรกศาสตร์ ลอจิก (Logic) มันตรงไปตรงมา ก็มีผู้ถามว่า แล้วเราจะเปรียบวิชาอื่นๆ ที่พบกันทางเงาเสนออีก 4 วิชาได้ยังไง ก็ต้องไล่กันไป Logic คือ ตรรกศาสตร์ Psychology คือ จิตวิทยา แล้วก็ปรจิตวิทยา Parapsycho แล้วก็ปรัชญา Philosophy แล้วก็อภิปรัชญา Metaphysics ก็เปรียบไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ แต่ละศาสตร์ แต่ละศาสตร์ มันก็มีข้อเปรียบเทียบวิบากกรรม เช่น เปรียบฟิสิกส์เป็นคลื่นพลังกรรม มันมาเป็นคลื่น ที่ฟิสิกส์ขั้นพื้นฐานก็บอกว่า ในอวกาศและบรรยากาศมันมีคลื่น คลื่นอยู่ตลอดเวลา คลื่นสอดแทรกตลอดเวลา
ในตัวเราก็มีคลื่นสอกแทรกอยู่ตลอดเวลา คือ คลื่นกรรม วิบากกรรมคือ ผลกรรมที่เราได้ทำไว้ทั้งดีและชั่ว ถ้าความชั่วก็เป็นคลื่นที่ไม่ดี ความดีก็เป็นคลื่นที่ดี ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ มันก็ต้องมีวันดีคืนดี วันร้ายคืนร้าย ก็มีคลื่นแทรกสอดเข้ามา บางคนราบรื่นมาตลอด 3 ปี 6 ปี 9 ปี 12 ปี มีชีวิตอยู่อย่างราบรื่นเรียบร้อยดี พอไปปีที่ 13 สมมตินะ คลื่นแทรกสอด คลื่นพิเศษเป็นคลื่นวิเศษก็แทรกเข้ามา จากคลื่นสอดแทรกธรรมดาที่เข้ามาในตัวเราตลอด มันก็มีคลื่นพิเศษและวิเศษสอดแทรก แทรกสอดเข้ามา อันนี้ก็คือ วิชาเปรียบเทียบฟิสิกส์ ซึ่งก็ไม่อยากจะนำมาเปรียบเทียบให้มันละเอียดนัก จะเป็นที่รำคาญ
เอาละเรามาดูผลงานของคุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ 1867 ความรู้สึกที่จะไปล้วงลึกความศักดิ์สิทธิ์ เรากำลังก้าวไป ความรู้สึกที่จะไปล้วงลึกความศักดิ์สิทธิ์ต้องจิตใจว่าง วางว่างจริงๆ พอความรู้ชนิดหนึ่งชนิดใดที่ผ่านเข้ามาในวิญญาณ วิญญาณธาตุ แล้วมันตรงขั้วกับวิญญาณ กับธาตุของวิญญาณนั้นพอดี ความรู้นั้นจะเกาะติดในธาตุวิญญาณ จะเกิดการประสานกับความรู้ในเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ความรู้เรื่องศักดิ์สิทธิ์กับความรู้สึกเรื่องศักดิ์สิทธิ์ คนละอันนะ ความรู้เรื่องศักดิ์สิทธิ์กับความรู้สึกเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ก็จะเกิดการรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว
ซ้ำให้อีกทีนึง 1867 ความรู้สึกที่จะไปล้วงลึกความศักดิ์สิทธิ์ ต้องจิตใจวางว่างจริงๆ พอความรู้ชนิดหนึ่งชนิดใดที่ผ่านเข้ามาในวิญญาณธาตุ แล้วมันตรงขั้วกับวิญญาณ กับธาตุของวิญญาณนั้นพอดี ความรู้นั้นก็จะเกาะติดในธาตุวิญญาณ จะเกิดการประสานกับความรู้สึกในเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ความรู้เรื่องศักดิ์สิทธิ์กับความรู้สึกเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ก็จะเกิดการรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว
ส่วนมากคนที่บอกว่า ฉันรู้ บางคนรู้จริงนะ แต่บางคนเอารู้สึก เอาความรู้สึกว่ามาเป็นความรู้ เช่น หนุ่มสาวไม่รู้ว่าคู่รักที่รักตัวน่ะรักจริงหรือรักไม่จริง รู้สึกว่าเขารักฉัน ที่แท้มันไม่ใช่ความรู้ว่า เขารักฉัน รู้สึกว่าเขาไม่รักฉัน เขาอาจจะรักก็ได้ แต่คิดว่า รู้สึกว่า เขาไม่รักฉัน เพราะมันไม่ใช่ความรู้ มันเป็นความรู้สึก
เอาละพอประมาณแก่เวลา เดี๋ยวมาฟังเพลงที่ดีเจคนสวยจะเปิดให้ฟัง ซึ่งวันนี้ก็จำไม่ได้ว่าค่ายขำไม่ออก ขันไม่หยุด หรือจะเป็นบรรพกาล ตำนานเก่าของอาจารย์หลงก็ได้ ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
บูรณาการทางวิญญาณเมื่อไหร่จะได้การ ถ้าความรู้สึกยังมาแซงหน้าความรู้ แล้วก็ใช้ความรู้สึกปฏิบัติต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเรื่องทางนอก มันก็เหมือนกับหลอกตัวเองแล้วก็หลอกผู้อื่นไปวันๆ เราใช้ของความรู้สึกในเรื่องของความรู้สึกให้ถูกต้อง ใช้ความรู้ในเรื่องของความรู้ให้ถูกต้อง แล้วสองรอมันก็บอกว่า ไม่ต้องรอ ไม่ต้องรอทำไม ไม่ต้องรอรวย พร้อมจะรวย ไม่ต้องรอหายโรค พร้อมจะหายโรค ไม่ต้องรอความรัก พร้อมจะมีความรัก แหม คุณภาพขนาดนี้เลย ใครๆ ก็ฟังแล้วมันง่ายอย่างนั้นเหรอ อยู่ที่ใจ อยู่ที่ใจ แล้วก็อยู่ที่ใจ
รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
อา. 18 ม.ค. 2569 ก่อนวันสำคัญ 20 มกราคม 2569 ครูฝาก 3 เรื่อง 1.พรหมโลก 2.ไหว้ครูไหว้ใคร 3. สตอรี่หมา สตอแหลคน
25 ม.ค. 2026
เริ่มจาก จิตที่ศรัทธา แล้วเข้าใจคำว่า ไหว้ครู เรื่อยไปๆ จนไปถึง จิตศักดิ์สิทธิ์ จิตศักดิ์สิทธิ์ คือ จิตที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ หรือสิ่งที่เป็นปาฏิหาริย์ให้เกิดประโยชน์มากมายแก่จิต การไหว้ครูจนถึงตัวรู้ จนเกิดความเข้าใจ หยั่งลงไปในจิตศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นโอกาสสำคัญยิ่งของผู้ที่เข้าใจคำว่า ศิษย์มีครู ครูมีศิษย์ และทุกคนก็เป็นได้ทั้งครู และก็เป็นได้ทั้งศิษย์
10 ม.ค. 2026
เหตุที่สุขภาพใจดี ร่างกายแข็งแรงดี แต่ทำไมมันยังทุกข์ ก็เพราะวิญญาณของคุณยังมีโลภ มีโกรธ มีหลง มีกิเลส ตัณหา อุปาทาน วิญญาณก็เลยหนัก เพราะวิญญาณของคุณไปค้านกันกับความจริงของธรรมชาติในโลกเหนือสามัญวิสัย
ออร่าที่ออกมาเป็นราศีจากตัวเรา ไม่สามารถทะลุชั้นบรรยากาศได้ ก็ไปติดอยู่แค่ในอากาศซึ่งมี Space and time คือ มีเวลาเป็นตัวบังคับร่างกาย จิตใจ และวิญญาณเรา เราก็เหมือนกับผู้ต้องโทษ ไม่สามารถจะมีอิสระ ขยับกายก็ลำบาก จะขับเคลื่อนจิตก็แสนยากเพราะวิญญาณอาฆาต
พัฒนารัศมีในตัวเองออกไปให้ไปสู่ชั้นอวกาศ ในชั้นอวกาศเราอุปมาเปรียบเทียบเป็นรังสีแห่งพรหม มีความเบาบาง ผ่อนคลาย สบาย ไม่เครียด ไม่ขึง ไม่ตึง ไม่หย่อนจนเกินไป เพราะรังสีแห่งพรหมจะเกิดความเหมาะสมกับพรหมลิขิตของทุกชีวิต
29 ม.ค. 2026
