แชร์

EP.1906     ตัณหา มานะ มาตายตอนจบ คือ ทิฏฐิ ใจแคบ  กิเลส ตัณหา มาเสียท่า อุปาทาน (อา. 29 มี.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 2 เม.ย. 2026
0 ผู้เข้าชม
 
สวัสดีทุกท่าน ลมหายใจเรายังเข้า เรายังออก หูของเราก็ยังฟังเรื่องที่เข้ามา สมองของเราก็บอกว่า เสียงที่บอกเข้ามาเป็นอย่างนี้ๆๆ  แต่มีสิ่งที่เข้ามาทางหู เข้ามาทางหูทิพย์ เกิดหูเรายังเป็นหูธรรมดาไม่ใช่หูวิเศษหรือหูทิพย์ เราก็ไม่รู้ พอไม่รู้เรื่องเราก็ไม่เอาเรื่อง ไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ อันนี้คือปัญหาที่เรียกกันตามภาษาชาวบ้านว่า ทางในเขาสั่งมาว่า ทางในเขาสั่งมาว่าอย่างไร เดี๋ยวเราพูดถึงวันนี้กันก่อนว่า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 69 และ 26 พุทธ คริสต์ศักราช ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย 
ทางในเขาสั่งมาว่า ทางใน แล้วใครล่ะเป็นคนสั่ง เราจะเชื่อหรือไม่เชื่อ จะยอมรับหรือไม่ยอมรับว่า เบื้องต้นเลยเทพทั่วๆ ไปสั่งมาว่า แล้วเทพทั่วๆ ไป ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่า เทพแบบไหนที่เป็นเทพทั่วๆ ไป แล้วเทพแบบไหนล่ะที่จะเป็นเทพพิเศษ  ถ้าเทพทั่วๆ ไป บอกมาว่าอย่างนั้น อย่างนี้ อย่างโน้น แล้วฉันจะมีผลกับชีวิตอย่างไร  แต่ถ้าเกิดเทพที่ไม่ทั่วไป ไม่ธรรมดา เป็นเทพระดับพิเศษบอกมาว่าล่ะ แล้วบอกมาว่ายังไง แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไง ถ้าหากว่าคนเขาบอกมาว่าอย่างนั้น อย่างนี้ อย่างโน้น ก็ยังเข้าใจกัน  นี่อย่าว่าแต่เทพพิเศษ  เทพธรรมดาบอกมาว่าอย่างนั้น อย่างนี้ อย่างโน้นฉันก็ไม่รู้เรื่อง 
เพราะฉะนั้นฉันก็เลยไปรับฟัง รับฟังมนุษย์ด้วยกันที่อ้างว่า อ้างว่าเป็นอะไร อ้างว่าเป็นสื่อให้กับเทพ แล้วเราจะเชื่อมนุษย์ที่เป็นสื่อให้กับเทพได้หรือไม่ หรือได้มากหรือไม่ได้มาก มันงงไปหมด 
สรุปแล้วเอาตัวเรานี่แหละ เร่งรับรู้ เรียนรู้  หาความรู้จนถึงบางอ้อ  อ๋อ เทพเขาบอกมาว่า เทพธรรมดาธรรมดาๆ เขาบอกมาว่า ว่าอย่างนี้ๆๆ  เข้าใจแล้ว  แล้วพอถึงเวลาเป็นกรณีพิเศษ เทพที่เป็นพิเศษเขาก็บอกมาว่าอย่างนั้น อย่างนี้ อย่างโน้น อ๋อ เข้าใจแล้ว  
เทพธรรมดาในตำราว่าอย่างไร  เทพธรรมดาในตำราว่า สูงจากมนุษย์ขึ้นไปอีก 1 ชั้น มนุษย์เป็นชั้นที่ 5 ภูมิที่ 5 สูงกว่ามนุษย์ขึ้นไปอีก 1 ชั้นก็เป็นภูมิที่ 6 7 8 9 10 แล้วก็ 11 นี่เทพธรรมดา เทพธรรมดาเขาบอกมาว่ายังไง  อันนี้คิดว่า แล้วติดต่อได้ไม่ยาก  ติดต่อได้ไม่ยาก  เช่น  ชั้นที่ 6 จาตุมหาราชิกา เจ้าที่ พระภูมิเจ้าที่ที่เขาตั้งศาลกันก็จาตุมหาราชิกา  คนจีนเขาตั้งตี่จู้เอี๊ยะก็คือ เจ้าที่ที่วางอยู่พื้นดินก็จาตุมหาราชิกา แล้วสูงขึ้นไปล่ะ สูงขึ้นไปก็แล้วแต่ จาตุมหาราชิกา ยามา ดาวดึงส์ ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี  ก็แล้วแต่มนุษย์จะเชิญเขามา  ตั้งแต่ 6 7 8 9 10 ถึง 11 เชิญเขามา แล้วเขาจะสถิตที่ตรงไหนเขาก็สถิต  บางทีเขาก็มาอยู่บนหลังคาห้องนอนเรา  พอเห็นเราหลับสนิท ก็มาเข้าฝันเข้า  มาฝันซะสวยสดงดงาม  ฝันซะวิเศษวิเสโส  ฝันจนกระทั่งหรูหรา บางทีเปล่าหรอกตื่นขึ้นมาถูกได้แค่ 2 ตัว น่าโมโห  
บางทีฝันร้ายน่ากลัวมาก  น่ากลัว น่าเกลียด น่าชังมาก  เผลอๆ อาจจะถูกรางวัลที่ 1 ก็ได้ ทำไมเทพเขาหลอก เทพเขามีสิทธิ์ เขาสามารถจะเล่นเกมสารพัดชนิดกับเรา เหมือนอย่างมนุษย์ทายเกมกัน  ก็มีลูกเล่น  ลูกล่อ  ลูกหลอก  ลูกชน  ลูกอะไรนี่หลอกกันไปล่อกันมา ล้อกันไปล้อกันมา  อันนี้เทพธรรมดา 6 ชั้น ไม่สู้กระไร  ถ้าพูดกันอย่างภาษาค่อนข้างจะอวดๆ อยู่สักหน่อย ก็บอกพอคุยกันได้ พอเจรจาต๊าอ้วยคุยกันได้  ตั้งแต่จาตุมหาราชิกาขึ้นไปจนถึงปรนิมมิตวสวัตตี คุยกันได้
ทีนี้ที่คุยกันลำบากแล้วไม่สามารถจะรับคุยกันได้ง่ายๆ ก็ชั้น 12 ขึ้นไป เป็นมหาพรหม  ชั้น 12 ไปจนถึงชั้นที่ 27  12 ถึง 27 คุยกันยาก คุยกันลำบาก เพราะว่าท่านจะต้องส่งคลื่นที่เป็นคลื่นที่เขาเรียกคลื่นสอดแทรกลงมาจากอวกาศ  แต่ 6 ชั้นแรกนั้นอยู่ในบรรยากาศ บรรยากาศก็ยังมีแรงดึงดูดของโลก มีแรงโน้มถ่วงของโลกและจักรวาล มีแรงกดดันของบรรยากาศเป็นตัวช่วยพยุงกดๆ กดๆ ไว้ 
แต่พอเลยชั้นบรรยากาศขึ้นไปเป็นอวกาศ ไม่มีอากาศ สูงสุดที่จะบรรยายเลย ขึ้นไปอีก 16 ชั้นฟ้า รูปพรหมที่อยู่ในกามาวจร 16 ชั้น แล้วพอเลยขึ้นไปยังมีอีก ออกไปนู่น ไกลขนาดไหนก็ไม่รู้จะบรรยายยังไง อีก 4 ชั้นเป็นอรูปพรหม แต่ถ้าในพระไตรปิฎกบอกว่า ยังสุดขอบฟ้าจักรวาล มีมหาพรหมผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งมีนามว่า ภวัคคพรหม   เวลาจะแสดงตัวจักรวาลจะสะเทือนเลื่อนลั่นไปหมด เสียงฟ้าบนจักรวาลครืนครัน โครมคราม ดังลั่นเปรี้ยง แสงวูบวาบๆ เต็มท้องฟ้าไปหมดในอวกาศ 
องค์ภวัคคพรหมองค์นี้เคยมาสนทนาธรรมกับพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดนะ  เสด็จไปโปรด แล้วก็มีการลองกำลังกันของพระพุทธเจ้าเป็นฝ่ายชนะ  ท่านมหาพรหมบอกว่า ไม่เคยแพ้ใครแล้วก็ยิ่งใหญ่ที่สุดในสุดขอบฟ้าและจักรวาล ภวัคคพรหมไม่เคยแพ้ใคร ผลที่สุดคุยกันไปคุยกันมา สนทนาธรรมกันจนเป็นที่จบลงแล้ว  พระพรหมก็บอกว่า เราจะลาท่านไปแล้ว  ภวัคคพรหมก็ใช้วิธีหายตัวไป พระพุทธเจ้าบอกยังไม่อนุญาต ยังไม่ให้ไป ท่านพยายามหายตัวกี่เที่ยว กี่ครั้ง ก็หายตัวไม่ได้ จนกระทั่งพระพุทธเจ้าบอกว่า เราจะลาท่านกลับไปยังโลกล่ะ พระพุทธเจ้าก็อันตรธานเสด็จมา กลับมายังโลก  ภวัคคพรหมถึงจะเสด็จกลับไปอยู่สุดขอบฟ้าจักรวาลได้  นี่ยาวไป
เราเข้าใจฐานะของเทพกันสักนิด แล้วชีวิตจะปลอดภัย ที่เขาบอกๆ กันเขาประสมประสานด้วยอุปาทานในขันธ์ 5 ขึ้นมาให้กับเรา เพราะว่ากิเลสมนุษย์มาจากโลภ โกรธ หลงนั่นแหละ  กิเลสก็โลภ โกรธ หลง ก็เกิดเป็นกิเลสขึ้น แล้วก็เกิดเป็นตัณหา แล้วก็เกิดเป็นอุปาทาน  กิเลส ตันหา อุปาทาน 
พอโลภ โกรธ หลง 3 ตัวนี้ที่เป็นภาษาไทยมันก็ออกมาเป็นกิเลส  กิเลสแปลว่า เครื่องเศร้าหมอง มนุษย์ก็ต้องขวนขวายหาวิธี ฉันจะระงับความเศร้า  ความหมอง  ความทุกข์  ความลำบากได้ยังไง เพราะกิเลสมันเครื่องเศร้าหมอง ก็มาระงับที่ตรงไหน อ๋อ ตัณหา ตัณหาแปลว่า ความทะยานอยาก แล้วฉันมีสิทธิ์อยากแค่ไหน มีสิทธิ์อยากไหม มี มีสิทธิ์อยาก แต่สิทธิในความอยากของแต่ละคนไม่เท่ากัน  ตัณหามากบ้าง น้อยบ้าง แต่ส่วนมากน้อยไม่ค่อยมี  ตัณหาก็มีแต่มากๆ ทั้งนั้นแหละ  
อย่างเช่น อวยพรให้รวย อะไรรวยเฉยๆ เหรอ ไม่ได้ ต้องรวยยังไง รวยสุดๆ ไปเลย  มีผู้หนึ่งเล่าให้ฟังว่า หลานชายคนหนึ่งไปอวยพรปีใหม่ให้กับลุง ซึ่งตัวเองก็ไม่ค่อยได้รู้จักฐานะของลุงหรอก อวยพรขอให้คุณลุงมีฐานะอยู่แล้ว ขอให้ร่ำรวยร่ำรวยเป็นพันๆ ล้านนะ  ลุงโมโหเขกกบาลโป๊กเลย แช่งเหรอ  ผมไม่ได้แช่งลุง ผมอวยพรให้คุณลุงมีความร่ำรวยเป็นพันๆ ล้าน   ตอนนี้มีเป็นหมื่นๆ ล้าน แล้วมาแช่งให้มีแค่เป็นพันๆ ล้านได้ยังไง  มีผู้น่าเชื่อถือเล่าให้ฟัง ออกชื่อออกนามด้วย แต่ว่าไม่กล้าเอาชื่อเขามาออก เอานามเขามาบอก
ตัณหาไม่มีที่สิ้นสุด กิเลสคือ เครื่องเศร้าหมอง  ตัณหาคือ ความทะยานอยาก แล้วมันมาจ๊ะเอ๋กับอุปาทาน  อุปาทานแปลว่า หลง   หลงไม่ดี ไม่รู้ไปทางไหนเลย มันจึงเกิดการปรุงแต่งขึ้นในตัวเราเรียกว่า ปปัญจสัญญา สัญญาปรุงแต่ง 
สัญญาปรุงแต่งนี่ขอพูดออกความเห็นให้ฟังว่า ตัวที่ 1 รับได้เป็นธรรมดา ตัณหาคือ อยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด  อันที่ 2 ก็รับได้มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์  มานะอยากใหญ่  คุณอยากได้เยอะๆ คุณก็อยากใหญ่เยอะๆ  คุณอยากใหญ่เยอะๆ เพราะคุณอยากได้เยอะๆ  คุณมีตัณหาเยอะๆ คุณก็มีมานะเยอะๆ  คุณมีมานะเยอะๆ ก็มีตัณหาเยอะๆ  แต่มาตายตอนจบ  
ตัณหา มานะมาตายตอนไหน มาตายตอนจบคือ ทิฏฐิใจแคบ  ไปไม่รอดเลย  ส่วนเจ้ากิเลส ตัณหาก็มาเสียท่าอุปาทาน มาเสียท่าอุปาทาน เรามีอุปาทานกันมากมายเหลือเกิน ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ไม่ควรยึด ไม่ควรถือ ไม่ควรมั่น โดยเฉพาะเรื่องทางใน อุปาทานกันมาก  ตัณหา มานะ อยากได้ อยากใหญ่ มาตายตอนจบ คือ ใจแคบ ทิฏฐิ  
เรามาหาความรู้เรื่องทิฏฐิ  ทำไมเราจึงใจแคบ  มาหาความรู้เรื่องอุปาทาน ทำไมเราไปยึดมันถือมั่นในสิ่งที่ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ในบุคคลที่ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ในสถานที่ที่ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น อุปาทานกับตัวใจแคบคือ ทิฏฐิถ้าเราเรียนรู้มันให้ชัดเจน แล้วเราจะมีความสุขในชีวิต แล้วเรื่องที่จะไม่ประสบความสำเร็จ หรือไม่รวยไม่มี ต้องมี แต่จะมีก็ต่อเมื่อเราสามารถผ่านอุปาทาน  อุปาทานเริ่มจากขันธ์ 5  สามารถผ่านทิฏฐิความเห็นแบบแคบๆ ใจแคบ  ถ้าเราผ่านเรื่องการใจแคบ และเรื่องยึดมั่นถือมั่น 2 เรื่องนี้ไปได้ รับรองได้ว่าไปฉลุยเลย ถึงไหนถึงกันเลย
เพราะฉะนั้น ขอทิ้งท้ายไว้ตรงนี้เท่านี้ก่อนว่า อุปาทานกับสิ่งที่เป็นใจแคบ ทิฏฐิ อุปาทานกับทิฏฐิลองไปคิดกันดูว่า มันมีรูปร่างหน้าตาท่าทางเป็นยังไง  อุปาทานมันอาจจะหล่อ อาจจะสวยมากก็ได้  ทิฏฐิมันอาจจะน่ารักมากก็ได้ หรืออาจจะตรงกันข้าม  น่าเกลียดน่าชัง  ไม่น่ารักเลย อย่าไปรักอย่าไปสนใจมันเลย  ใจแคบดีไหม ไม่ดี ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ไม่ควรยึดมั่นถือมั่นดีไหม ไม่ดี  แล้วอย่างไรดี รู้จักมันให้ดี แล้วจัดการกับมันให้เหมาะสมที่สุด แล้วเราจะสมปรารถนา ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง 
เดี๋ยวทนฟังอีกนิดนึง 1905 คุณอรสา กู้เกินพงษ์  รายนี้พูดน้อยต่อยหนักเหมือนกัน  เทพองค์ไหนจะมีอภิสิทธิ์ในตัวเราเท่ากับเทพที่พาเรามาเกิดไม่มี เทพองค์ไหนจะมีอภิสิทธิ์ในตัวเราเท่ากับเทพที่พาเรามาเกิด อย่าไปมองข้ามเสียงของเทพที่พาเรามาเกิด แล้วเราจะดำเนินชีวิตผิดพลาด อาจจะทุกข์ยากเพียงแค่เส้นผมบังภูเขาเท่านั้นเอง  ก็ขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวอาจารย์ปัญจพลมีรายงาน แล้วกลับมาสวดมนต์สวดพรกัน ขอบคุณอีกครั้งที่ตั้งใจทนฟัง
คนละครึ่ง แต่ไม่รู้เทพเทวดาตั้งแต่อยู่ในตัวเรา จนกระทั่งเทพเทวดาที่อยู่ในตัวเขา คือ บุคคลที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับเรา เขาจะยอมหรือเปล่าไม่รู้  แล้วถ้าไม่ยอมจะทำยังไง ก็ต้องมีข้อตกลงกัน  แล้วถ้ายอมแล้วเราจะรู้ได้ยังไง ก็มีสัญญาณบอกกัน  แต่มันไม่ยากเรื่องการพบกันคนละครึ่ง  มันมายากตรงสัญญากรรมลิขิตพรหม  เราไม่รู้ว่า เรามีกรรม ซึ่งมีทั้งกรรมดีและกรรมชั่วทำมาเท่าไหร่เราก็ไม่รู้ เรามีพรหมลิขิตประจำชีวิตเราเป็นพระพรหมเบอร์ไหน ตั้งแต่เบอร์ 12 ขึ้นไป  เพราะว่าเบอร์ 11 นั้นเป็นปรนิมมิตวสวัตตี ตั้งแต่เบอร์ 12 ขึ้นไปถึงชั้นที่ 27  แล้วยังมีสูงขึ้นไปอีก 4 ชั้น อันนี้ค่อนข้างยากหน่อย  
พระพรหมองค์ไหนที่ลิขิตชะตาชีวิตเรา บางคนก็บอกคนอย่างฉัน พระพรหมจะมาลิขิตชะตาชีวิตให้เสียเวลาท่านทำไม บางทีหารู้ไม่ว่า เป็นพระพรหมชั้นสูงมากลิขิตชะตาชีวิตมา แต่คนที่ถูกลิขิตมาทำไมชีวิตมันตกต่ำ แล้วก็ทุกข์ทรมาน คนจีนเขาบอกชีช้ำเหลือเกิน มันลำบากเหลือเกิน เราก็ไม่รู้ใช่ไหม แล้วจะรู้ได้ยังไง  ก็ต้องมีวิธีรู้สิ  มีวิธีรู้  เรามาค่อยๆ ศึกษากันนะ มาแชร์ไอเดียกัน ก็คือ มาแบ่งปันความรู้ความคิดกันในวันที่เรานัดพบกัน ตามคำเชิญชวนของอาจารย์ปัญจพล 
เอาล่ะ ตอนนี้หันมาผลงานของคุณอรสาบอกไปแล้วว่า ไม่มีเทพองค์ไหนที่จะมีอภิสิทธิ์ในตัวเราเท่ากับเทพที่พาเรามาเกิด  คนก็บอกง่ายๆ ก็ดีนะสิ พาเรามาเกิด ก็พาเราไปพบกับคนที่เราควรจะพบสิ  เปล่า  ถ้าเราไม่บริหารธาตุรู้ของเราให้เกิดเป็นตัวรู้ไปจนถึงธาตุวิญญาณ วิญญาณธาตุ  เราไม่มีโอกาสรู้หรอกว่า เรามีกฎแห่งกรรมเป็นอย่างไร   มีเกณฑ์แห่งเวรเป็นอย่างไร   มีกติกาแห่งเทพเป็นอย่างไร   มีระเบียบวินัยทางวิญญาณระดับไหน  เราไม่รู้หรอก เกมกลกรรม กลไกกรรมนี่เรางงเป็นไก่ตาแตกเลย  เพราะเราขี้เกียจรับรู้ ไม่อยากเรียนรู้  ก็ไม่เป็นไร ทุกคนมีสิทธิ์  

รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1866   ทบทวนเรขาคณิต(กุล)พิสูจน์กรรม (อ. 3 ก.พ. 2569)
ถ้าใครทำความสามารถที่จะสร้างพฤติกรรมของตัวเองด้วยการคิด พูด ทำ ให้สอดคล้องเข้ากันเป็นกลมเกลียวกัน กลมกลืนกันกับวิบากกรรม คนๆ นั้นมีชีวิตที่เดินอยู่บนเส้นตรงที่น่าสรรเสริญ   ทุกอย่างมันต้องพอดี   ทำดีให้ถูกดี  ทำดีให้ถึงดี  ทำดีให้พอดี
12 ก.พ. 2026
EP. 1882   ขบวนการของจิต 9 ขั้น แล้วก็บ้า 9 อย่าง (พฤ. 26 ก.พ. 2569)
คือ ตัวเจ้าการใหญ่ที่ทำให้เรื่องศักยภาพ และเรื่องศักดิ์สิทธิ์ปั่นป่วน ส่วนใหญ่ก็คือ ดิ้นรน และปิดขบวนด้วยการเกิดเร็วและดับเร็ว  ก็ต้องเอาจิตเข้าสู่สมาธิให้เกิดความพอดี  ปรับอาการของจิตให้มันเกิดดับอย่างมีสติ  จิตก็ถูกฝึกรักษาง่ายขึ้น ในการเรียนรู้เรื่องทางใน เรื่องศักดิ์สิทธิ์ ชะตาชีวิตจะดีขึ้นจริงหรือเปล่า ขอตะโกนดังๆ ว่า " จริงจ๊ะ "
2 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy