แชร์

EP.1920   สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สรรหาในตัวเราเองดีที่สุด (จ. 13 เม.ย. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 25 เม.ย. 2026
15 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกท่าน วันนี้เราสวัสดีกันในวัน “มหาสงกรานต์” เป็นวันมหาสงกรานต์ประจำปี พุทธศักราช 2569  ตรงกับวันที่ 13 วันจันทร์ที่ 13 แรม 11 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย  สงกรานต์กับสงคราม ภาษาใกล้เคียงกันแต่ความหมายตรงกับข้าม สงกรานต์มีแต่ความน่ารัก ร่มเย็นเป็นสุข มีความเมตตาต่อกัน มีประเพณีอันงดงามที่จะปฏิบัติต่อกัน แต่สงครามนั้นเป็นปัญหาแห่งความทุกข์ 
          วันนี้เราจะมาคุยอะไรกันดี ก็เหมือนกับแม่ครัวหรือแม่บ้าน ถามว่า วันนี้กินอะไรกันดี อะไรที่กินแล้วดีนั่นหมายความว่า เอร็ดอร่อย ไม่เป็นพิษเป็นภัย มีประโยชน์ต่อชีวิต กินแล้วก็ดี  ทำให้ชีวิตปลอดภัยมีความแข็งแรง  เช่นเดียวกันกับความรู้ ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางนอก ทางใน ทางลับ ทางแจ้ง หากว่าเป็นความรู้ที่เปรียบเหมือนอาหารที่มีคุณค่า มันก็จะเกิดประโยชน์กับชีวิต แล้วก็ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับสุขภาพร่างกาย 
อาหารทางปัญญาสำคัญที่สุด แล้วสิ่งที่เข้าใจกันผิดง่ายๆ ก็คือ ปัญญาเกี่ยวกับเรื่องเหนือสามัญวิสัย มันเป็นเรื่องที่เรียกว่า เส้นผมบังภูเขาจริงๆ เรื่องทางใน เป็นเรื่องเหนือสามัญวิสัย ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย แต่บางคนก็กลับไปคิดว่า คนอย่างเราจะไปมีปัญญาล่วงรู้เรื่องทางในกับเขาได้อย่างไร เราต้องไปหาท่านอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเรียงนาม ยิ่งถ้าเป็นท่านอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากมายเท่าไหร่  ก็ยิ่งน่าเชื่อถือ  แล้วควรจะเชื่อถือได้มากเท่านั้น แล้วเราก็ตะลอนๆ หา 
          อันนี้ก็เปรียบเหมือนคนที่หาตัวเอง คนที่ไปตะลอนๆ หาอาจารย์ทางใน หรือผู้ศักดิ์สิทธิ์ ก็เท่ากับคุณไปตามหาตัวเอง ไปตามทำไมตัวเอง  ก็หาความเข้าใจในตัวเอง ไม่ต้องไปตามหาตัวเอง เพราะตัวเองก็เป็นผู้ที่มีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ สามารถสร้างอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์  และสามารถเป็นที่สถิตของเทพเทวดา สามารถจะเอาตัวเราค้นหาเรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางได้ตลอดเวลา  ขออย่างเดียวอย่าหลงตัวเองก็แล้วกัน หลงตัวเองไปกันใหญ่เลย ยิ่งหนักใหญ่  คนที่หลงตัวเองก็ทางที่ดีไปหลงคนอื่นดีกว่า  อันตรายน้อยกว่า  แล้วทำยังไงฉันจึงจะไม่หลงตัวเอง ก็ต้องรู้ตัวว่าตัวเองสามารถจะสร้างความศักดิ์สิทธิ์ได้จากไหน  แล้วเราก็บอกกันมานานแล้วว่า ความศักดิ์สิทธิ์ที่คุณจะหาได้จากตัวคุณ เกิดมาจากศักยภาพของตัวคุณเอง 
          เรามีคาถาสั้นๆ แต่ต้องตีความ ต้องทำความเข้าใจกันยาวเหยียดเชียวว่า ว่ายังไง ว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ”  แล้วเราไปตามหาตัวเองอยู่ทำไม  ตะลอนๆ ไปที่นู่น ที่นี่ ที่นั่น  คนเขาจะถามว่า ไปทำไม  ไปหาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์  ไปหาวิธีการศักดิ์สิทธิ์  ไปหาผู้ศักดิ์สิทธิ์  ไปหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ไปหา ไปหา ไปหา แต่ไม่รู้ว่าตัวเองก็มีครบอยู่ในตัว  อันนี้ยกเว้นนะ  ยกเว้นกรณีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่ต่างๆ ที่นู่น ที่นี่ ที่นั่น เขามีกรรมสัมพันธ์กับเราเป็นบางครั้ง บางโอกาส ถ้าเราไปสัมผัสเขาได้ ก็ไปสัมผัส แต่อย่าพร่ำเพรื่อ  ทั้งหมดทั้งสิ้นให้มาสรรหาความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเองถูกต้องที่สุด  ส่วนความศักดิ์สิทธิ์ของผู้อื่นที่เราจะไปพบ  สถานที่อื่นที่เราจะไปหา  เอามาเป็นแค่ส่วนประกอบน่ะได้  ไม่ใช่เอามาทั้งหมด  ถามกันจริงๆ ว่า พร้อมแล้วหรือยัง พร้อมแล้ว  พร้อมอะไร  พร้อมแล้วว่า คุณจะเป็นผู้สร้างความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาจากตัวของคุณเองด้วยศักยภาพ  
          ศักยภาพคืออะไร  บางคนยังไม่รู้   ก็คุณเก่งกล้าสามารถ และที่สำคัญนะ ต้องเป็นคนดีด้วย คนเก่งกล้าสามารถ แต่เป็นคนชั่ว อันนี้ศักยภาพที่ใช้การไม่ได้ ต้องเป็นคนดีด้วย  เมื่อคุณเป็นคนเก่งกล้าสามารถและมีคุณความดี คุณเตรียมตัวเถอะ ว่าคุณจะเป็นคนศักดิ์สิทธิ์ เป็นบุคคลศักดิ์สิทธิ์  แต่ก็ต้องระวังอีกเหมือนกัน  อย่าหลงตัวเอง  อย่าลืมตัวเอง  เอาความจริง ว่าคุณเก่งกล้าสามารถ และเป็นคนดีจริง จริงๆ  อีกไม่ช้าไม่นานหรืออาจจะเป็นปัจจุบันแล้วก็ได้ว่า  คุณก็จะกลายเป็นคนที่มีความศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์ มีปาฏิหาริย์ มีเทพประจำชีวิต มีสิ่งลึกลับซับซ้อนในตัวคุณ 
          ขอให้มั่นใจ แล้วหาความรู้ ความรู้ความเข้าใจ ใส่เข้าไปในธาตุรู้  ทุกคนมีธาตุรู้   เขาถามว่าธาตุรู้มาจากไหน  ธาตุรู้ก็เกิดจากปราณของคุณเอง ในอภิธรรม ในขันธ์ 5 คือ ตัวเรา จะมี ดิน น้ำ ลม ไฟ พลังปราณ  พลังปราณที่มีอยู่ 4 อย่าง  แล้วยังมีอากาศธาตุและวิญญาณธาตุ   อากาศธาตุตัวนี้คือ ตัวที่เป็นลมที่เคลื่อนที่ในตัวเราเพื่อปรับ ดิน น้ำ ลม ไฟ ให้เข้ากัน ให้เหมาะสมต่อกัน  
เมื่อวิญญาณธาตุได้รับการบริหารจากอากาศธาตุ ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ก็จะเกิดมีการปรับตัวพอดีๆ เขาเรียกว่า พลังปราณ คุณก็เอาวิญญาณมาบรรจุความรู้ ธาตุรู้ใส่เข้าไปในวิญญาณธาตุ แล้วธาตุรู้จะมาจากไหน ก็มาจากการเรียนรู้  เรียนรู้เรื่องนั้นก็เกิดธาตุรู้  ส่งเรื่องนั้นให้กับวิญญาณธาตุ  เรียนรู้เรื่องนี้ก็เกิดธาตุรู้เรื่องนี้ ส่งให้กับวิญญาณธาตุ  เรียนรู้เรื่องโน้นก็เกิดธาตุรู้ ส่งเรื่องโน้นๆ ให้กับวิญญาณธาตุ  ต่อไปวิญญาณธาตุที่ได้รับการปรับปรุงจากศักยภาพ คือ เก่งกล้าสามารถและมีคุณงามความดีด้วย  ก็จะปรับ  ปรับไปปรับมา  คุณก็จะกลายเป็นคนมีทั้งศักยภาพแล้วก็มีความศักดิ์สิทธิ์ 
ส่วนจะไปสัมพันธ์กับผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่อื่น อันนั้นเป็นกรณีๆ ไป เฉพาะๆ เหมือนอย่างกับว่าบัณฑิตไปพบบัณฑิต นักปราชญ์ไปพบนักปราชญ์  พหูสูตรไปพบพหูสูตรด้วยกัน  ไม่ต้องไปกังวลว่า คนนั้นเขาเหนือเรา  คนนี้เขาเหนือเรา แต่ขณะเดียวกันเราก็อย่าเผลอกร่าง ไปทำตัวเหนือเขา  ประเภทที่ทำตัวกร่างว่า ข้าเหนือเจ้า ที่แท้ข้านี่โง่งี่เง่า ไปคิดได้ยังไงว่าข้าเหนือเจ้า เจ้าสู้ข้าไม่ได้ ที่แท้ตัวข้าคิดว่าข้าเหนือเจ้า  เจ้าเป็นคนโง่งี่เง่า ขออภัย ความคิดของคนมันทำลายตัวเองและทำลายผู้อื่นง่ายที่สุดเลย คนที่โง่ที่สุด ที่สุด ที่สุด ของคนโง่ ก็คือ ไม่รู้ว่าตัวเองโง่ 
          เพราะฉะนั้นอย่าโง่ ขออภัย อย่าโชว์โง่ สมัยนี้เขาเรียก โชว์โง่  ร้านโชห่วยตอนนี้มันลดลงไปเยอะแล้ว  มันไปเป็นห้างสรรพสินค้าเสียหมดแล้ว  โชห่วย แต่ที่จริงแล้วร้านโชห่วย เขาไม่ได้โชว์เหมือนภาษาอังกฤษหรอก เขาแปลว่า มีของสารพัดชนิดขาย โชห่วย มีข้าวสาร มีน้ำตาล มีแป้งมัน มีโน่น นี่ นั่นขาย  ร้านโชห่วย  เขาก็ไปรวมอยู่ในห้างสรรพสินค้าหมดแล้ว 
         แล้วมนุษย์ยุคสมัยนี้ ยังมาเปิดร้านโชว์โง่กันอยู่ โชว์อันนี้โชว์ ภาษาอังกฤษโชว์ แปลว่า แสดง  มาโชว์โง่กันอยู่นั่นแหล่ะ โชว์โง่เรื่องอะไร โชว์โง่ในเฉพาะที่ขอวิจารณ์เฉพาะ เรื่องทางใน เรื่องศักดิ์สิทธิ์มาโชว์โง่กันอยู่ จริงๆ แล้วไม่เข้าใจก็บอกกันตรงๆ ว่า ไม่เข้าใจ 
อย่าไปโชว์โง่ในเรื่องศักดิ์สิทธิ์เลย แล้วคุณจะกลายเป็นคนมีความศักดิ์สิทธิ์จริงๆ  ถ้าคุณไม่โง่แล้วไปโชว์โง่  ทำไมถึงพูดอย่างนั้นล่ะ  ก็ห่วง ถ้าไม่ห่วงจะพูดอย่างนี้เหรอ  พูดไปก็รู้ว่าคนก็ฟังแล้วก็ไม่เข้าใจ ทำไมแสดงธรรมมะแบบนี้ล่ะ อยู่ดีๆ ก็มาว่าคนส่วนใหญ่ที่ไม่เข้าใจเรื่องศักดิ์สิทธิ์กำลังโชว์โง่  ไปแสดงอะไรก็ไม่รู้ มันน่ารำคาญ  ก็ขออภัย 
          กลับมาที่ผลงาน 1919 อีพีอันนี้เป็นของคุณอรสา กู้เกินพงษ์ 1919 บอกว่า “เราจะสร้างพฤติกรรม คือ การกระทำให้เหมาะสมสอดคล้องกับวิบากกรรมอย่างไร  เราคิด เราพูด เราทำ ของเราไปอย่างกลางๆ เราไม่ต้องกลัวและไม่ต้องกล้าจนเกินไป  ไม่ต้องกร่าง  ไม่ต้องกร่าง อยู่อย่างกลางๆ อยู่อย่างพอดีๆ  แต่เราไปกลางๆ ไม่ต้องกร่าง  แต่เราไปกลางๆ ดีที่สุด ไปเรื่อยๆ” 
ขอฟังซ้ำอีกที ผลงานคุณอรสา กู้เกินพงษ์ 1919  “เราจะสร้างพฤติกรรม คือ การกระทำให้เหมาะสม และสอดคล้องกับวิบากกรรมอย่างไร เราคิด เราพูด เราทำ เราทำของเราไปอย่างกลางๆ เราไม่ต้องกลัว ผีก็ไม่ต้องไปกลัว เทพก็ไม่ต้องไปกลัว โดนของ  คำว่าโดนของนี่ส่วนมากคนจะกลัวมาก ก็ไม่ต้องไปกลัว และขณะเดียวกันก็ไม่ต้องกร่าง อย่าไปกร่าง  พอไปกร่างๆ เข้า  มันก็จะเข้าคำที่เมื่อกี้ไม่สุภาพว่า คุณกำลังโชว์โง่ ไปโชว์มันทำไมโง่ คนเขาแอบปิดปากหัวเราะ  คนจีนเขาบอกว่า อาชุ้ยเฉี่ยว คือเขาจะบอกว่า กร่าง  เขาก็เกรงใจแล้วก็เสียมารยาท  เขาก็แอบไปปิดปากหัวเราะ ก็คือ ขำ  ว่าตาคนนี้ ยัยคนนี้ มันโชว์โง่เสียแล้ว ขำจริงๆ ขำจริงๆ 
          เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกร่าง แต่เราไปกลางๆ  ของเราดีที่สุดคือ ไปเรื่อยๆ วันต่อวัน เดือนต่อเดือน ปีต่อปี ทำไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ  เดี๋ยวเราก็รู้ว่า ตัวเรานี่นะ ทั้งเก่งคือ มีศักยภาพ ต้องดีด้วยนะ  แล้วก็ทั้งเฮงคือ ศักดิ์สิทธิ์  เราเก่งแล้วเราดีด้วย แล้วเราก็เฮงก็คือ ศักดิ์สิทธิ์  
สรุปแล้วเก่งกับเฮง ก็คือ ศักดิ์สิทธิ์กับศักยภาพ อันเดียวกัน ขอให้ทุกท่านเร่งสร้างศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาในตัวเองเถอะ ก็คือ กำลังสร้างความเก่งและเฮงให้กับตัวเอง  อย่าเป็นคน ขออภัย เฮงซวย เฮงซวย แล้วก็เฮงซวย เดี๋ยวมาฟังอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์รายงาน มีรายงานจากผลงานของ ศ.ดร.สิทธิชัย สมานชาติ วันนี้ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
          
เพลงหยุดลงตรงที่ว่า “พัฒนาตนให้จิตนิ่ง”  เรื่องจิตนี่คำสั้นๆ แต่จัดการกับมันยากจริงๆ  คนๆ หนึ่งสมองไวแล้ว ร่างกายคล่องแคล่ว เพราะว่าแข็งแรง หรืออาจจะยังหนุ่มและสาวอยู่ แต่เกิดจิตฟุ้งซ่าน จิตไม่นิ่ง เสียคนเอาง่ายๆ  เป็นคนที่เสียจริตเอาชนิดที่ว่า ไม่รู้ตัวเลย ฉะนั้นถ้าใครมีคุณสมบัติครบทั้ง 3 อย่างตามเนื้อเพลงที่คุณเจนจิรา สุวรรณน้อย เป็นผู้ร้อง  ครูหลง สมศักดิ์ รักษ์ไพบูลย์สมบัติ เป็นผู้แต่ง ก็จะถือว่าเป็นคนสมบูรณ์ที่เดียวที่หายาก 
ฉะนั้นสมองดีแล้วสำหรับหลายคน กายคล่องแคล่ว ว่องไวดีแล้ว สำหรับคนจำนวนมาก อย่าลืมว่า ทำจิตให้นิ่งด้วยนะ ถ้าจิตไปคิดฟุ้งซ่าน ทำอะไรไม่อยู่กับเนื้อกับตัวละก็ ตอนนี้ละก็เสียผู้เสียคนเอาง่ายๆ เสียดายสมองและเสียดายกายที่มันสมบูรณ์ มันไวและมันคล่อง แต่พอมาเจอจิตไม่นิ่งเข้านี่เสียหายหมดเลย 
          วันนี้เราก็มาเข้าสู่การขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนื่องในวันมหาสงกรานต์ ซึ่งพรุ่งนี้เป็นวันเนา หรือวันเชื่อมต่อระหว่างปีเก่ากับปีใหม่ อาจารย์ปัญจพล ก็รายงานไปแล้ว่า เราทำกิจกรรมตามประเพณีเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุเป็นต้น 
จากนี้เราก็จะมาบูชาอธิษฐานจิตเพื่อปีใหม่ไทย คือ สงกรานต์  จะได้ผ่านทุกข์ ผ่านโศก ผ่านโรค ผ่านภัย ให้ชีวิตเราสดใสขึ้นในปีหน้าฟ้าใหม่ของปีใหม่ไทย ก็คือ วันที่ 15 เป็นวันเถลิงศก และขอให้ทุกท่านโชคดีปีสงกรานต์ 

รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1919   เราจะสร้างพฤติกรรม คือ การกระทำ ให้เหมาะสม และสอดคล้องกับวิบากกรรมอย่างไร (อา. 12 เม.ย. 2569)
เราคิด เราพูด เราทำของเราไปอย่างกลางๆ  เราไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกล้า และไม่ต้องกร่าง แต่เราไปกลางๆ ดีที่สุด ไปเรื่อยๆ
20 เม.ย. 2026
EP. 1860   กายพร้อม จิตเพียบพร้อม วิญญาณมีความสวยสดงดงามเพียบพร้อม  ทำให้ฮอร์โมนเคมีมีคุณภาพ (พ. 28 ม.ค. 2569)
กายพร้อม จิตเพียบพร้อม วิญญาณมีความสวยสดงดงามเพียบพร้อม  ทำให้ฮอร์โมนเคมีมีคุณภาพ   เมื่ออารมณ์ ฮอร์โมน เคมีที่เกิดจากวิญญาณ เกิดจากจิต เกิดจากกาย ที่เพียบพร้อม  ทำให้เกิดปราณที่เปล่งออกมา เป็นปราณที่มีราศี มากกว่าราคี
3 ก.พ. 2026
EP. 1845    เลื่อนอะไรจะมาเลื่อนได้ดีเท่ากับเลื่อนฐานะของจิตใจ  ปลอดภัยทั้งชาตินี้และชาติหน้า เลื่อนด้วยความรู้และปัญญา
เลื่อนอะไรจะมาเลื่อนได้ดีเท่ากับเลื่อนฐานะของจิตใจ  ปลอดภัยทั้งชาตินี้และชาติหน้า เลื่อนด้วยความรู้และปัญญา
16 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy