EP.1948 เมื่อเราเข้าใจ 5 ขั้นตอน คือ ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบังอำพราง ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย ก็จะสัมฤทธิ์ผลทำให้เกิด ปาฏิหาริย์ ได้
อัพเดทล่าสุด: 17 พ.ค. 2026
9 ผู้เข้าชม
EP.1948 เมื่อเราเข้าใจ 5 ขั้นตอน คือ ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบังอำพราง ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย ก็จะสัมฤทธิ์ผลทำให้เกิด ปาฏิหาริย์ ได้
สวัสดีทุกๆ ท่าน วันนี้วันศุกร์แล้ว วันศุกร์ที่ 15 เดือนพฤษภาคม พุทธะ คริสต์ 69 และ 26 เป็นวันแรม 14 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเมีย พุทธภาษิตที่มีคุณค่าประจำ ที่เราจะต้องพูดกันอยู่แทบทุกวัน “อะโมฆัง ทิวสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เวลาแต่ละวัน อย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อย ต้องให้ได้อะไรบ้าง
เมื่อเรามีคติอย่างนี้แล้ว เราในฐานะที่มีความมุ่งมั่น ที่จะให้สาธุชนทั้งหลายได้เข้าใจว่า เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ แต่จะมีประโยชน์ หรือจะมีโทษ ขึ้นอยู่กับผู้รับรู้ เรียนรู้ และปฏิบัติ ถ้าหากว่า ไปรับรู้ผิดๆ เรียนรู้พลาดๆ แล้วก็ปฏิบัติแบบไม่เข้าท่า ไม่เข้าที สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็กลายเป็นเรื่องเสียหาย กลายเป็นเรื่องป่วยการที่เราจะไปใส่ใจ เพราะว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องผลุบๆ โผล่ๆ ลับๆ ล่อๆ ไม่สามารถที่จะจับได้มั่น คั้นได้ตาย หมายได้ตรง แต่ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรื่องศักดิ์สิทธิ์ พลังศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีผลเสียต่อเรา คือ ถ้าเราไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ แล้วไม่ทำให้ถูกต้องตามหลักความเป็นจริง เราจะเดือดร้อน เราก็จะไม่สนใจ
แต่นี้มันไม่ได้ ถ้าหากว่าเราไม่รู้จัก และหรือปฏิบัติต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แบบผิดๆ พลาดๆ ไปลุ่มหลงงมงาย ไปหลงเอาเป็นเอาตาย ผลที่สุดไม่ได้อะไรเลย
เพราะฉะนั้น เราจึงต้องมาคุยกันให้มากที่สุดว่า เริ่มทีเดียว ศักดิ์สิทธิ์อันแรกเลยเป็นมาตรฐาน คือ เราเรียงไว้ 5 ขั้นตอน คือ ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบังอำพราง
เราสามารถที่จะเน้น ทุกคนสามารถที่จะเน้นข้อหนึ่งข้อใด เราคิดว่าเราเกิดมี เกิดสมมติว่า นาย ก. คิดว่า นาย ก. มีสิ่งของที่ลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบังอำพราง เก็บมาตั้งแต่คุณทวด หรือทวดของทวดให้มา ต่อๆ ต่อๆ กันมา นาย ก. ก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกเอาข้อที่ 5 นาย ก. ก็บอกว่า ฉันเอาข้อที่ 5 ข้อที่ 5 คืออะไร เรื่องลึกลับ หรือสิ่งลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางทั้งหลาย เอามาเป็นปัจจัย เพื่อจะสร้างปาฏิหาริย์ คือ ปาฏิหาริย์เป็นข้อแสดง เป็นข้อแสดงปรากฏการณ์
ปาฏิหาริย์ แปลว่า ตอบโต้ตีกลับ ก็เมื่อคืนก็ได้พูดไปแล้วว่า ปาฏิหาริย์ ตอบโต้ตีกลับเรื่องอะไร เรื่องความจนไปสู่ความรวย ความเจ็บ เจ็บป่วยไข้ไปสู่ความหายเจ็บป่วยไข้ ความผิดหวังไปสู่ความสมหวัง ความอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ดีไปสู่เรื่องดี ความทุกข์ไปสู่ความสุข ตัวที่เราต้องการให้เกิดผล คือ ปาฏิหาริย์ แต่เหตุปัจจัยมีอยู่ ข้อที่ 1 ศักดิ์สิทธิ์ ข้อนี้มาตรฐาน ที่เราบอกว่า เดี๋ยวค่อยๆ มาว่ากัน ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ข้อที่ 2 ข้อที่ 3 นี่คือผล ผลปาฏิหาริย์ ข้อที่ 4 บุคลาธิษฐาน คือ เทพเทวดา สัตยาธิษฐานก็ได้ บุคลาธิษฐานอยู่ในตัวคน เทวดาในตัวคน ถ้าสัตยาธิษฐาน เทวดาเกิดจากการตั้งจิตอธิษฐาน เทวดานอกตัวคน อย่างที่ฝรั่งเขาเรียกว่า spirit อยู่ในตัว แต่ถ้า soul อยู่นอกตัว
อันที่ 5 เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบังอำพราง หรือของลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย สมมตินาย ก. มีของลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย ตั้งแต่ปู่ของปู่ ปู่ของปู่ให้มา นาย ก. ก็เอาข้อที่ 5 มาพิจารณา มันเป็นดาบโบราณ มันเป็นอาวุธสมัยเก่า หรือมันเป็นวัตถุอย่างหนึ่งอย่างใดที่มีในประวัติศาสตร์เก่าแก่ หรือถ้าสามารถจริงและของจริงนะ ก็คือ เหล็กไหล อะไรต่อมิอะไร ที่จะเรียกกันเป็นเครื่องรางของขลัง ก็เอาสิ่งนั้นมาศึกษา มาเรียนรู้ มาหาความรู้ให้ชัดเจน แล้วก็เอามาแสดงปาฏิหาริย์
เอามาแสดงปาฏิหาริย์ ก็คือ ตอบโต้ตีกลับ สิ่งที่เราไม่ต้องการ เช่น ความทุกข์ ความเจ็บป่วย ความผิดหวัง ความเสียอกเสียใจ ความอะไรต่อมิอะไร ก็มาตีกลับไปเป็นบวก เป็นดี เป็นดี เป็นดี แต่นาย ก. จะต้องรู้ว่า ของลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางชิ้นนี้ของจริง หรือของปลอม ของอะไรกันแน่
เพราะฉะนั้น เราจึงบอกว่า ถ้าให้เราแนะนำว่า คุณจะเอาอะไร เอาวิธีใดมาสร้างปาฏิหาริย์ดีหนอ เราก็แนะนำว่า ข้อที่ 1 ข้อที่ 1 คืออะไร ศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนสามารถสามารถสร้างความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ ถามว่าจริงหรือเปล่า ก็เรามีสูตรของเราอยู่ว่า ศักยภาพ “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” ยกฐานะขึ้นไปเลย
ฉะนั้น เรามาค่อยๆ ใจเย็นๆ เรียนรู้ว่า เอาละ ปีนี้มันก็เข้ามาเดือนที่ 5 ครึ่งปีแล้ว เราจะต้องอะไรสักอย่างหนึ่ง ให้มันเกิดเป็นปรากฏการณ์ที่เป็นประโยชน์แก่เราซะที แล้วก็มาพิจารณา ของเครื่องรางของขลัง สิ่งลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางทั้งหลาย เราก็ไม่มีกับเขา เพราะว่าตระกูลเรา ครอบครัวเรา เป็นครอบครัวที่ไม่ได้มีบรรพบุรุษมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ก็มาดูข้อที่ 1 ศักดิ์สิทธิ์ ทำได้ไหม ทำได้ทุกคน ทุกคนสามารถจะสร้างศักยภาพ คือ ความเก่ง กล้า สามารถ และมีคุณความดี
อันที่ 2 อิทธิฤทธิ์ อิทธิแปลว่า อำนาจ ฤทธิ์แปลว่า พลัง เราจะใช้พลังอะไรมาแสดงอิทธิ จะเอาพลังอะไรดี พลังจิต อธิษฐาน เราก็ไม่รู้ว่าเราอธิษฐานลอยๆ หรืออธิษฐานแบบจริงๆ อย่างที่เคยบอกว่า 1. อ้อนวอน 2. อธิษฐาน 3. สัตยาธิษฐาน มันเข้าใจยากจัง เราก็อาจจะไม่เอา หรือเอา เอาอ้อนวอน อ้อนวอนยังไงเผื่อจะได้ผล อธิษฐาน อธิษฐานอย่างไร เอาอะไรเป็นจุด เอาอะไรเป็นจุดที่เราจะอธิษฐาน
และ 3. สัตยาธิษฐาน อันนี้ค่อนข้างยากหน่อย เพราะว่าถ้าเราจะพูดกันอย่างหมดจดจริงๆ สัตยาธิษฐานต้องอ้างหลักอภิธรรม จิตในระดับจิตไร้สำนึก แล้วตัวจิตไร้สำนึกก็ไปโยงใยเข้ากับวิชาจิตวิทยาชั้นสูง ข้อ 1. ก็คือ เกี่ยวกับเรื่อง unconscious หรือจิตไร้สำนึก เป็นจิตไร้สำนึกในหลักของฝรั่งเขา โดยเฉพาะทฤษฎีพิเศษของนักจิตวิทยาเอกของโลก คือ ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) ยืนยันว่า ในตัวมนุษย์มีจิตไร้สำนึก unconscious แล้วซึ่ง unconscious หรือจิตไร้สำนึก เรียกว่า มาตรงกับในเรื่องของภวังคจิตในอภิธรรม ตรงนี้เรายังไม่พูดกันในรายละเอียด อันนี้ยกตัวอย่างคร่าวๆ ไปก่อน
เพราะฉะนั้น เราจะเอาอะไรมาเป็นศักดิ์สิทธิ์ เราจะเอาศักดิ์สิทธิ์ไหม ไม่เอาศักดิ์สิทธิ์ เราจะเอาอิทธิฤทธิ์ เราจะมีอะไรมาเป็นตัวอิทธิ เป็นอำนาจ ฤทธิ์คือ พลัง อันที่ 4 อันที่ 3 นี้ก็คือผลนะ ผลของการแสดง ก็คือ ปาฏิหาริย์ แปลว่า ตอบโต้ตีกลับ
อันที่ 4 เทพเทวดา เทพเทวดาทุกวันนี้เรายังคลางแคลงอยู่ หรือเราเกิดความมั่นอกมั่นใจแล้วว่า เทพเทวดาจริงๆ ในตัวเรามีจริง แล้วเทพเทวดาในตัวเราจริงๆ มีระดับ มีฐานะขนาดไหน ไม่มั่นใจ หรือมั่นใจ ถ้ามั่นใจว่า ตัวเรามีเทพเทวดาที่มีระดับจริงๆ ยิ่งถ้าระดับพรหม ก็จะยิ่งได้ผลในการที่เราใส่ความรู้สึกและความรู้ ที่ได้พูดเรื่องความรู้ และความรู้สึก เข้ามาในเรื่องของเทพเทวดาว่า เอาล่ะ เราจะจับให้มั่น คั้นให้ตาย หมายให้ตรง เรื่องเทวดาและนางฟ้าในตัวเรา ซึ่งเป็นข้อที่ 4
อันนี้ฝาก ฝากทุกท่านช่วยคิดว่า ณ ขณะนี้แล้ว เราฟังมาเยอะมากแล้ว เราเรียนรู้มาเยอะแล้ว เราจะเอาอะไรมาเป็นตัวดำเนินการชีวิต เพื่อช่วยธรรมะในภาคเหนือสามัญวิสัยของเราให้สัมฤทธิ์ผลขึ้นมา จะเอาศักดิ์สิทธิ์ จะเอาอิทธิฤทธิ์ จะเอาเรื่องเทพเทวดา เอาเรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง มาสร้างตัวที่ 3 ก็คือ ปาฏิหาริย์
พูดอย่างนี้หลายคนก็บอก ยังงงอยู่ ก็ต้องเป็นธรรมดา เพราะว่าเราเพิ่งเริ่มชี้นำ หรือชี้แนะให้แก่ผู้รับฟังว่า เราจะเอาอะไรกันดี แล้วจะเอาอะไร เราก็มาช่วยกัน เอาศักดิ์สิทธิ์เหรอ เอาศักดิ์สิทธิ์คุณก็นึกถึงสูตรสั้นๆ ที่เราพูดว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” อันนี้ก็ได้
หรือคุณจะเอาอิทธิฤทธิ์ คุณนึกไหมว่า คุณมีอำนาจอะไรในตัว อำนาจิต อำนาจสมาธิ นั่งมานาน กำลังมั่นใจว่า จะได้ฌานชั้นสูงแล้ว ก็เอาตรงนี้เป็นอิทธิ แล้วก็สร้างฤทธิ์ในฌานก็ได้ อันนี้ก็ขอให้เร่ง เร่งสนใจ ใส่ใจกันสักนิด เพื่อประโยชน์ของตัวเอง ไม่ใช่ประโยชน์ของสหปฏิบัติฯ และไม่ใช่ประโยชน์ของใคร อยากจะเห็นทุกคนละทิฏฐิ ลดทิฏฐิ แล้วหันมาใส่ใจใฝ่เรียนรู้จริงๆ จังๆ จะได้เกิดเป็นประโยชน์โพดผลกันจริงๆ จังๆ กันสักที แล้วก็จะได้สืบต่อความรู้ทั้งหลาย ฝากไปให้กับบรรดาลูก หลาน เหลน โหลนในภายหน้า
อันนี้ก็ขอย้ำว่า เราจะเอาอะไรมาสร้างปาฏิหาริย์กันดีเอ่ย เอาข้อไหน และแต่ละข้อมีข้อดี ข้อเสีย มีข้อเด่น ข้อด้อยอย่างไร เราจะเอาอันไหนดี เราก็มาค่อยๆ คิดกันว่า เอาข้อที่ 1 ดีไหม ศักดิ์สิทธิ์ อันที่ 2 อิทธิฤทธิ์ อันที่ 4 เทพเทวดา อันที่ 5 เรื่องลึกลับ หรือของลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย เรามีทางเลือก มีทางเลือกอยู่ 4 ทาง เพื่อจะมาสร้างสัมฤทธิ์ในข้อที่ 3 คือ ปาฏิหาริย์ แปลว่า ตอบโต้ตีกลับ
เชื่อว่า ผู้ฟังหลายคนยังงงๆ อะไรอยู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาให้เลือก มีช้อยส์ให้เลือก 4 ช้อยส์ เพื่อข้อที่ 3 ก็หวังว่าบางท่านก็คงจะพอเริ่มมองเห็นว่า ฉันเอาตัวนี้ ฉันเอาวิธีนี้ น่าจะเป็นประโยชน์กับฉันมากกว่า
เพราะฉะนั้น เมื่อเลยในช่วงวันสำคัญของปีนี้ ซึ่งมีอยู่หลายวันไปแล้ว ก็เลยไปแล้ว โอกาสที่เราจะแสดงปรากฏการณ์อันแปลกประหลาด และพิสดาร คือ ปาฏิหาริย์ โอกาสมันจะน้อยลง น้อยลง เพราะปีหน้า 2570 มันจะเป็นปีสรุป
เป็นปีสรุปว่า ใครที่ศึกษา ค้นคว้า วิจัย เก็บข้อมูล ประเมินผล จากงานธรรมะ 2 ภาค คือ เหนือสามัญวิสัยและสามัญวิสัย เก็บมาได้เท่าไหร่ เก็บมาอยู่ในคลังสมองเท่าไหร่ เก็บมาอยู่ในสโตร์อารมณ์เท่าไหร่ โดนทดลอง ทดสอบจิตใจ เขาเรียก ลองใจ ลองจิตลองใจ โดนมาเท่าไหร่ ทุกข์มาเท่าไหร่ ควรจะได้ผลปรากฏเป็นปาฏิหาริย์ คือ เอามาตอบโต้ตีกลับกันเสียที เพื่อจะได้เป็นครูบาอาจารย์สอนผู้อื่นต่อไป อย่างนี้ วันต่อๆ ไปเราก็จะมาย้ำให้เข้าใจในรายละเอียดอีกทีหนึ่ง
วันนี้ขออนุญาตเอาข้อเขียนของคุณสุกัญญา สุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ 1947 การรวมความเชื่อและความรู้ มาอยู่ในจุดเดียวกัน คือ ปัญญา เพราะศรัทธาและปัญญามาอยู่รวมกัน เกิดเป็นความศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทั้งศักยภาพคือ ความเก่ง ศักดิ์สิทธิ์คือ ความเฮง ทุกคนต้องการความเก่ง และทุกคนต้องการความเฮง ถ้าเข้าใจตัวเองถูกต้องจริง ก็สามารถสร้างทั้งเก่งและเฮงขึ้นมาในตัวเองได้
ย้ำอีกทีนึงนะ 1947 คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ “การรวมความเชื่อและความรู้มาอยู่ในจุดเดียวกัน คือ ปัญญา เพราะศรัทธาและปัญญามาอยู่ในจุดเดียวกัน เกิดเป็นความศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทั้งศักยภาพคือ ความเก่ง ศักดิ์สิทธิ์คือ ความเฮง ถ้าเข้าใจตัวเองถูกต้องจริง ก็สามารถสร้างทั้งเก่งและเฮงขึ้นมาในตัวเองได้” เอาล่ะ เราจะมาฟังเพลงคั่นเวลา สักนิดหนึ่ง แล้วก็มาสวดมนต์ สวดพรกัน แล้วเราก็จะมาย้ำ ย้ำถึงสิ่งที่เราจะเลือก เลือกวิธีใด หรือจะเอาหลายวิธี ก็สุดแท้แต่ มาสร้างปาฏิหาริย์ในชีวิตเรา ซึ่งแปลว่า ตอบโต้ตักลับ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวกลับมาพบกัน
เพลงของครูหลง สมศักดิ์ รักไพบูลย์สมบัติ ชื่อเพลง กรรม ที่จบลงไปชื่อเพลงกรรม คำร้อง ก็ ธวัช คณิตกุล ปุ๊/เก๋ ปุ๊นี่ก็คือ คุณมาริษา ถาวร ชื่อเล่น คุณเก๋นี่คือ คุณพิมพ์ปวีณ์ ค้าเจริญ เป็นผู้อุปถัมภ์อุปกรณ์ในการทำเพลงนี้ คุณปุ๊กับคุณเก๋ ขับร้อง คนที่ขับร้องชื่อ เพชรเศรษฐี ดีจัง ชื่อเพชรแล้วยังเป็นเศรษฐี ทำนองทหารแก่ ไม่ทราบอาจารย์หลงแกไปเชิญทหารแก่ที่ไหนมาให้ทำนองก็ไม่รู้ เรียบเรียงเสียงประสาน สุรพล ศิริวรรณ
เนื้อเพลงก็ยาวหน่อย เอาย่อหน้าที่เป็นคำพูดดูจะน่าสนใจ มีวรรคที่ 3 เป็นคำพูด “วิบากกรรม คือ ผลของการกระทำ ทั้งกรรมดีและกรรมชั่วในตัวเราเอง ซึ่งส่งผลถึงปัจจุบันและอนาคต ขอเพียงละความชั่ว สร้างความดี ทำจิตใจให้ผ่องใส ความทุกข์ทั้งหลาย มักเกิดจากการยึดมั่น ถือมั่น เป็นทุนเดิม นี่แหละคือ กรรม ปล่อยวางลงบ้าง ความทุกข์ก็บรรเทา ชีวิตเราหาใช่ มีพร้อมทุกอย่างไป” ก็จริง คนที่ตะเกียกตะกาย กระเสือกกระสน ทุรนทุราย กระวนกระวาย กระสับกระส่าย จะเป็นจะตาย จะต้องทำนั่น นี่ โน่น ให้ได้อย่างที่ตัวเองต้องการ ผลที่สุดก็ต้องพบกับความลำบาก ยากเย็นแสนเข็ญ เขาเรียกว่า โลภมาก ลาภหาย
เดี๋ยวนี้เขาจะมีคำว่า เมื่อตอนแรกๆ ก็เอาชีวิตเข้าแลกกับเงิน เอาชีวิตแลกกับเงินก็เหมือนคนที่ทำมาหากินอย่างบ้าคลั่ง เอาชีวิตตัวเองเข้าไปแลกกับเงินเพื่อให้ได้เงินมา พอบั้นปลายชีวิตก็กลับกัน เอาเงินไปรักษาตัว รักษาร่างกาย เอาเงินไปแลกชีวิต เดี๋ยวนี้เขาจะพูดกันอย่างนี้ ฉะนั้น ก็ต้องเดินสายกลาง เอาแต่พอดี ให้มีสติ ระลึกรู้ สัมปชัญญะคือ รู้ตัว เราก็รู้ว่า เราควรจะทำมาหากิน สักมากน้อยแค่ไหน
เอาละ เรามาเข้าสู่การขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันมีคุณพระศรีพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อีก 15 วันซินะ 15 วัน วันวิสาขบูชามหาปุณณมี หรือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า The Buddha Day วันแห่งพระพุทธ ที่องค์การสหประชาชาติ UN เขาถือเป็นวันสำคัญสากลโลก เขาทำการหยุดทำการ หยุดทำงานหนึ่งวัน ของ UN ชาวยุโรปตะวันตก เราก็มาบูชาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันวิสาขบูชา อีก 15 วันจะถึง เราก็อธิษฐานจิตล่วงหน้า เผื่อว่าบางคนอาจจะใช้สรณะตรงที่ว่า เอาวันสำคัญมาสร้างปาฏิหาริย์ก็ได้ เอาระลึกถึงวันสำคัญมาสร้างปาฏิหาริย์ เพราะอาจจะบอกรอศักยภาพ รอศักดิ์สิทธิ์ ก็ไม่รู้กว้างลึกแค่ไหน รออิทธิฤทธิ์ มาสร้างปาฏิหาริย์ ก็ไม่รู้ว่าอำนาจและฤทธิ์จะเกิดขึ้นมาในตัวเราเมื่อไหร่ รอเทพเทวดา มองไปรอบตัว ข้างนอกตัว ในตัวก็มองไม่เห็นเทพ และรอเรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย เรื่องลึกลับซับซ้อนมีตั้งกี่เรื่อง ของลึกลับทั้งหลายมีตั้งกี่ชนิด จะเอายังไงกันดี ไม่เป็นไร อย่าตกใจ เป็นสิ่งที่ไม่ยากจนเกินความสามารถของมนุษย์ผู้มีจิตศรัทธา
รวบรวมโดย คุณกันติชา เวชสุรียะกุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
มีวิธีใดทำให้ศักยภาพคือ ความเก่งกล้าสามารถของแต่ละคน เสมอด้วยศักดิ์สิทธิ์ก็คือ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ในตัวคน
แบ่งปันความรู้สึกนึกคิดไปที่ศาสตร์อื่นๆ ด้วย คือ ตรรกศาสตร์ จิตวิทยา ปรจิตวิทยา พาราไซโค ปรัชญา อภิปรัชญา
คนที่โต่งสุดไปทางวัตถุนิยม คนที่ติดในเรื่องจิตนิยม Idealism ติดอยู่ด้วยเพียงแค่ว่า ศักยภาพยังไม่เป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ที่คุณเพียรพยายามจาก Idealism ยังไม่ได้มาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ นี่คือ ข้อเท็จจริงที่อยากจะฝากเรียนทุกท่าน เพื่อการสร้างความสุขที่สมดุลให้กับตัวท่านเอง
27 ม.ค. 2026
คนจะเฮงหรือซวย มีตัวกำกับด้วยวิบากกรรม แล้วทำอย่างไรจึงจะเฮง ทำอย่างไรจึงจะพ้นซวย ต้องมาเรียนรู้
11 เม.ย. 2026
