EP. 1894 พิจารณา 3 อย่างแรก โลภ โกรธ หลง มีลักษณะของโทษเป็นอย่างไร (พ. 11 มี.ค. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 13 มี.ค. 2026
17 ผู้เข้าชม
เรื่องของการโยงใย ถ้าใครเข้าใจเรื่องของลึกซึ้งจริงๆ ก็จะเข้าใจเรื่องลึกลับด้วย คือ จู่ๆ เราจะไปบอกว่าเราเข้าใจเรื่องลึกลับเลย มันก็ค่อนข้างยากอยู่ ถ้าเราไม่ฝึกให้เราเกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องลึกซึ้ง ในเบื้องต้นก่อน เรื่องลึกลับมันก็เกิดขึ้นโดยที่ว่าง่ายขึ้น หรือ ชัดเจนขึ้น
ความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นต้นฉบับของการที่ทำให้เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลายผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป ถ้าเราลดความโลภลง ลดความโกรธลง ลดความหลงลง ไม่ต้องถึงกับงด เพราะมันงดไม่ได้ ตราบใดที่เรายังไม่สำเร็จอรหันต์ เจ้าโลภ โกรธ หลง มันเป็นต้นฉบับ เสร็จแล้วมันก็ขยายฉบับอื่นออกไปเป็น กิเลส ตัณหา อุปาทาน
กิเลสแปลว่า เครื่องเศร้าหมอง ตัณหาแปลว่า ความอยาก แต่เป็นอยากที่ผ่านขบวนการของความโลภ อุปาทาน อุปาทานตัวนี้เป็นเรื่องทางในด้วยนะ เพราะอุปาทานเกิดขึ้นทางนอก แล้วเกิดเอาผสมความรู้ที่เอาความโลภ เอาความโกรธ เอาความหลงใส่ลงไปในวิญญาณธาตุ อุปาทานตัวนี้ก็จะไปทำให้เรื่องของความเข้าใจผิดในเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา ผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป เพราะเจ้าอุปาทานตัวนี้มันก็ไปปรุงแต่งตัณหา ตัณหาก็ไปปรุงต่อ ปรุงแต่งตัณหา ปรุงแต่งมานะ แล้วก็ไปทำให้เกิดทิฏฐิ ปิดประตูเลย ใจแคบ
คืออย่างนี้ เรากำลังจะนำผู้เข้าร่วมพิธีให้มาพิจารณา 3 อย่างแรก คือ โลภ โกรธ หลง มันมีรูปลักษณะของโทษเป็นอย่างไร และก็กลายมาเป็นกิเลสมาจากไหน มาจากผลพวงของอะไร ตัณหาเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วเป็นผลดีผลร้ายอย่างไร อุปาทานตัวนี้บานปลาย ยึดมั่นถือมั่นทั้งทางนอก ยึดมั่นถือมั่นทั้งทางใน เห็นสัญญาวิปลาส แทนที่จะรู้ว่าสัญญานี้มันเป็นสัญญาโกหก ก็กลับไปจับเอาสัญญานี้ ทึกทักเอาสัญญานี้ เอาเป็นเอาตายกับสัญญานี้ เขาเรียกว่า อุปาทาน
ทางพุทธศาสนาก็เริ่มจากอุปาทานในขันธ์ 5 ที่แท้จริงขันธ์ 5 ไม่เที่ยง ขนาดขันธ์ 5 ซึ่งเห็นได้ด้วยตา จับได้ด้วยตัว ยังไม่เที่ยง แล้วนิมิตต่างๆ ที่เกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับทั้งหลายจะไปเที่ยงได้อย่างไร เมื่อมันไม่เที่ยงเราจะเอามาใช้อย่างไร เราต้องจัดการกับอุปาทาน เสร็จแล้วก็ไปเกิดการปรุงแต่งอีกทีหนึ่ง หลังจากโลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน ก็ไปปรุงแต่งเอาสุดท้ายอีกทีหนึ่ง หมดโอกาสเลย
ตัณหา เริ่มต้นใหม่ คือ ปปัญจสัญญาตัวแรก แปลว่า ความอยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด มานะ อยากใหญ่มาก สุดท้ายมันสรุปว่า ฉันต้องการใหญ่ ฉันต้องการได้ ฉันก็ตัณหาเยอะขึ้น ฉันอยากใหญ่ ฉันก็มีมานะเยอะขึ้น ที่จริงธรรมชาติมันกำลังจะยอมเราอยู่แล้ว คุณเกิดมา คุณมีสิทธิ์ที่จะสร้างตัณหาได้เป็นที่ไปตามความสามารถของคุณ คุณเกิดมาคุณก็มีสิทธิ์ใหญ่ ตำแหน่งใหญ่ ตามฐานะและความอุตสาหะของคุณ พอไปเจอคำรบที่ 3 ทิฏฐิ ตัวปปัญจสัญญามันปรุงแต่ง ความอยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด ความอยากใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด แต่มันมาตายตอนจบ คือ ตายตอน ทิฏฐิ
ทิฏฐิ ในภาษาก็อาจจะมีคำแปลที่หลากหลาย แต่ในที่นี้พอมันปรุงแต่งแล้ว พอปปัญจสัญญาปรุงแต่งแล้ว เจ้าทิฏฐิตัวนี้คือ ตัวปิดกั้นทุกสิ่งทุกอย่างทุกประการลงไปเลยก็คือ ใจแคบ แล้วยิ่งนับวันสังคมมันเจริญด้วยวัตถุ สิ่งของ ข้าวของเงินทอง สิ่งที่เป็นวัตถุธรรม เป็นรูปธรรม คนก็ยิ่งอยากได้มากๆๆ มาตายตอนสุดท้ายรู้เท่าไม่ทัน หรือ รู้เท่าไม่ถึงการณ์คือ ใจแคบ
รวบรวมและเรียบเรียงโดย คุณปุนนภา รักษาวงษ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
ถ้าใครทำความสามารถที่จะสร้างพฤติกรรมของตัวเองด้วยการคิด พูด ทำ ให้สอดคล้องเข้ากันเป็นกลมเกลียวกัน กลมกลืนกันกับวิบากกรรม คนๆ นั้นมีชีวิตที่เดินอยู่บนเส้นตรงที่น่าสรรเสริญ
ทุกอย่างมันต้องพอดี ทำดีให้ถูกดี ทำดีให้ถึงดี ทำดีให้พอดี
12 ก.พ. 2026
กายพร้อม จิตเพียบพร้อม วิญญาณมีความสวยสดงดงามเพียบพร้อม
ทำให้ฮอร์โมนเคมีมีคุณภาพ เมื่ออารมณ์ ฮอร์โมน เคมีที่เกิดจากวิญญาณ เกิดจากจิต เกิดจากกาย ที่เพียบพร้อม ทำให้เกิดปราณที่เปล่งออกมา เป็นปราณที่มีราศี มากกว่าราคี
3 ก.พ. 2026
โลภ โกรธ หลง เป็นต้นฉบับ ต่อมาก็ขยายฉบับออกไป กิเลส ตัณหา อุปาทาน มันก็ไปปรุงแต่งตัณหา มานะ แล้วก็ไปปิดประตูสุดท้ายที่ทิฏฐิ ความใจแคบ
13 มี.ค. 2026
