แชร์

EP.1913    เร่งสร้างศักยภาพในการคบคนให้ดี แล้วศักดิ์สิทธิ์จะมาช่วยจัดการเกรดบุคคล (อา. 5 เม.ย. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 11 เม.ย. 2026
4 ผู้เข้าชม
 
สวัสดีทุกๆ ท่าน ลมหายใจเข้าเรายังมีอยู่พุท ลมหายใจออกเราก็ยังออกได้อยู่ โธ เราก็อธิษฐานถึงพุทโธเป็นพระพุทธคุณ ช่วยให้ชีวิตเราอยู่ได้ต่อไปจนครบวาระ ก็เกิดปัญหาว่าแล้ววาระของเราจะไปสิ้นสุดลงที่ตรงไหน ใครๆ ก็อยากมีอายุให้อยู่ยืนยาวตามวาระ นี่แหละเขาเรียกว่า ความตายเป็นอนิจจัง เมื่อความตายเป็นอนิจจัง ทุกอย่างก็เป็นอนิจจังไปหมด ไม่มีอะไรไปนิจจังเลย 
วันนี้วันเชงเม้ง ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 5 เดือนเมษายน พุทธ คริสต์ 69 และ 26  แรม 3 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พหุเกนะ วา”  วันเดือนปีมันผ่านไป ผ่านไป ขอให้เราเอามันมา เอามันมา เอามันมา ทำประโยชน์ ทำประโยชน์ให้กับเรา และประโยชน์ให้กับผู้อื่นให้มากที่สุด 
ประโยชน์มี 3 อย่าง คือ ประโยชน์ตน ประโยชน์ของเราเอง  ประโยชน์ท่านคือ บุคคลที่ 2 และประโยชน์ร่วม ร่วมกันระหว่างเรากับบุคคลที่ 2  ถ้าเราทำประโยชน์อยู่คนเดียว มันก็ไม่เกิดเป็นผลขยายออก เราทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นแต่ฝ่ายเดียว ผลประโยชน์ก็ไม่ขยับเข้า มันจึงต้องทำประโยชน์ร่วมกัน ทั้งของเรา ทั้งของเขา และเรากับเขาร่วมกัน ประโยชน์นั้นต้องเป็นประโยชน์ที่มีความสำคัญ 
วันนี้เรามาทวนของเมื่อวานเพื่อจะกล่าวซ้ำกันอีกทีหนึ่ง คุณอรสา กู้เกินพงษ์ 1912 เมื่อมนุษย์ไม่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง ความจริงพอไม่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง ก็เป็นอันว่าจบเห่แล้วแหละ แต่เราไม่รู้ว่ามันจบ คิดว่ามันยังไม่จบ เพราะไม่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง ไม่เชื่อเทพในตัวเอง  มนุษย์คนนั้นไม่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเทพในตัวบุคคลที่ตัวเองติดต่อ ในตัวเขา เราก็มีเทพ เขาก็มีเทพ  ไม่เชื่อ ไม่เชื่อ แล้วเทพของเรา เทพของเขา ในตัวเองก็ดี เทพในตัวผู้อื่นก็ดีต้องติดต่อกัน ต้องสัมพันธ์กัน ไม่อย่างนั้นจะไม่เกิดผลดีกับตัวเราและกับตัวเขาเลย  ต่างคนต่างก็แย่  ต่างคนต่างก็ไปไม่ไหว 
เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะติดต่ออันดับแรก คือ มนุษย์กับมนุษย์ เดี๋ยวนี้มนุษย์ห่างเหินกันเหลือเกิน ไม่ค่อยจะเอาใจใส่ซึ่งกันและกันเลย นอกจากจะหวังผลประโยชน์ จะหวังผลประโยชน์ก็เอาใจกันหน่อย แต่ถ้าหากว่าเห็นว่าไม่มีประโยชน์ หรือคิดไปเองว่าไม่มีประโยชน์ ก็เหินห่างกัน ตัวใครตัวมัน ต่างคนต่างถือดีว่าฉันนี่วิเศษ พิเศษขนาดไหน  ถ้าฉันจะคบใคร  จะคุยกับใคร  จะพูดกับใคร  จะต้องคิดถึงประโยชน์  ดีดลูกคิดรางแก้ว  คบคนนี้มีประโยชน์ก็พยายามเอาใจคนนี้ คบหา  ดีดลูกคิดรางแก้ว  คบคนนั้นไม่มีประโยชน์ ไม่ดีดลูกคิดรางแก้ว แต่ลืมไปว่าตัวเองต้องมีลูกคิดรางกรรม  ลูกคิดรางกรรมเป็นยังไง 
ลูกคิดรางแก้วมันไม่มีประโยชน์ คบคนๆ นี้มีแต่จะเสียสตางค์ เสียเงิน  คบคนๆ นั้นดีกว่า มีประโยชน์ ได้สตางค์ ได้เงิน เขาเรียกว่า ดีดลูกคิดรางแก้ว แต่หารู้ไม่ว่าลูกคิดรางแก้วในการที่จะคบกันแล้วดีดลูกคิดรางแก้วถึงประโยชน์ที่จะได้รับ บางทีมันเป็นค่าของเงิน เป็นค่าของสิ่งของที่เล็กน้อยมาก แต่กลับกลายเป็นไม่รู้จักลูกคิดรางกรรม  กรรมเก่าเกี่ยวกันนี่แหละ กงเกวียนกำเกรียนกรรมเก่าเกี่ยวกันนี่แหละ ถ้าดีดลูกคิดรางกรรมเป็น มันก็หมายความว่า เราดีดลูกคิดรางแก้วด้วย ง่ายๆ ก็คือ ดีดลูกคิดล้างแก้วคือทางนอก ลูกคิดรางกรรมคือ ทางใน 
คนสมัยนี้ไม่เอาเลย อย่ามาพูดให้เสียเวลาว่าเราต้องคิดถึงว่า เขากับเราคงมีกรรมเก่าเกี่ยวเก่ากันมา  คงมีบุพกรรมเกี่ยวเก่ากันไว้  คงมีบุพเพสันนิวาสที่ตามวาสนาของเราได้กระทำมา  ถึงเราจะแต่งงานกันไม่ได้ก็ให้เมตตากันไว้ แล้วเราจะได้เฮง เราจะได้โชคดี สงสัยเขากับเราคงต้องมีพรหมลิขิตร่วมกัน ยังไงๆ ก็ดูกันดีๆ หน่อยว่า เราจะคบกันในลักษณะไหน ถึงฐานะของเขากับเราต่างกันเหลือเกิน คบไปคงจะขาดทุนแน่ ที่แท้เปล่าเลย 
คนบางคนคบคนบางคนเกิดเป็นโชคดีมากมายมหาศาล เขาเรียกว่า เฮง ถึงคบแล้วไม่ได้มีประโยชน์ทางนอกอะไร ก็ลองคิดถึงทางในดูว่ามันต้องมีแน่ บุญกุศลที่ร่วมกันมา แต่ถ้าเห็นว่าไม่ไหว นิสัยไม่ดีจริงๆ คบไปมันก็ไม่มีประโยชน์ ก็อย่าถึงขนาดให้ร้ายกัน อย่าถึงขนาดทำร้ายกัน ไม่ชอบก็เฉยๆ ซะ ไม่บวก ไม่ลบ ไม่อะไรทั้งนั้น ปล่อยให้เขาอยู่กับความว่างเปล่า ไม่ไปพยาบาท อาฆาต จองเวรจองกรรม  อย่างนี้ก็ยังจะดีกว่า 
เพราะฉะนั้น สื่อสัมพันธ์สำคัญ เราจะเห็นได้ว่าแม้แต่กระทั่งพิธีกรรม อย่างพรุ่งนี้ วันนี้วันเชงเม้ง พรุ่งนี้วันมหาจักรี เราก็จะทำพิธีบวงสรวงเซ่นไหว้ไปพร้อมกันในวันเดียวกัน คือ ทำในวันพรุ่งนี้ คิดกันง่ายๆ อย่างนี้ว่า ขนาดคนที่ตายไปแล้ว จะเป็นบรรพบุรุษ อย่างเชงเม้งเขาถือว่าไหว้บรรพบุรุษ ระลึกถึงผู้ที่มีฐานะเป็นปู่ ย่า ตา ทวด บรรพบุรุษโดยตรง  เรายังต้องมีการคบหากันด้วยการจุดธูปจุดเทียนบอกกล่าวเล่าแจ้ง อธิษฐาน แล้วระลึกถึง แล้วสัมหาอะไรคนเป็นๆ ถ้าหากว่าเห็นว่า พอได้ พอไหว ก็หยวนๆ คบหากันไป กล้อมแกล้มกันไป แล้วก็ให้ใช้ความมีสติในการคบหา 
อย่าไปเจอคนที่ถึงจะมีกรรมเก่าเกี่ยวเก่ากับเราจริง จะมีบุพกรรมกับเราก็จริง มีบุพเพสันนิวาสกับเราค่อนข้างชัดเจน มีพรหมลิขิตร่วมกับเราก็ค่อนข้างเห็นชัด โดยเฉพาะบุพเพสันนิวาส ถ้าเห็นว่ามันวาสกันไม่ไหวแล้ว ก็หยุดวาส แต่หยุดเฉยๆ ไม่บวก ไม่ลบ ไม่คูณ ไม่หาร ให้เข้าใจว่าคนๆ นี้กับเรานะ ที่จริงแล้วจะต้องมีสัมพันธ์กันอย่างสำคัญทีเดียว เพราะว่าความสัมพันธ์ คือ ความสำคัญที่จะต้องสัมผัสกันจนกระทั่งลงตัวเรียกว่า สัมพัทธ์  แต่เราทำไม่ได้ ทำไม่ได้ เพราะว่าพูดอย่างภาษาวัยรุ่นว่าไม่ไหวจริงๆ ไม่ไหว ไม่ไหว แต่เราต้องทำใจให้สงบ รู้เท่าทัน คนนี้นะที่จริงแล้วเราจะต้องให้ความสนิทสนมใกล้ชิด แล้วก็มีความเกี่ยวข้องกับเขาอย่างมากมายทีเดียวแหละ แต่ว่าเขาไม่ไหว ไม่ไหวก็คือ พฤติกรรมของคนบางทีมันคนละเรื่องเลยกับวิบากกรรม 
เช่น นาย ก. มีวิบากกรรมกับนาย ข. อย่างลึกซึ้งมาก มีเรื่องลึกลับต่อกันมามาก แต่นาย ก. เห็นว่า นาย ข. นี่ไม่ไหว พูดกันได้ว่า ไม่ไหว นิสัยไม่ไหว เรียกว่า ถ้าไม่อยู่ต่อหน้านาย ข.  นาย ก. ส่ายหน้าไปส่ายหน้ามา  ไม่ไหว คนนี้ไม่ไหว  ก็ให้วางใจเป็นกลางๆ  วางใจนิ่งๆ วางใจเฉยๆ  แต่ต้องรู้ทันนะ 
รู้ทันว่าคนๆ นี้เขามีกรรมเก่าเกี่ยวเก่ากับเราเยอะมากนะ เขามีบุพกรรมกับเรามากมายเลยนะ  แล้วเผลอๆ ที่จริงเราต้องแต่งงานกับเขาด้วยซ้ำไป แต่อย่าว่าแต่แต่งงานเลย ร่วมงานกับเขายังร่วมไม่ได้เลย ก็ต้องห่างๆ อย่างห่วงๆ  คนนี้เขาพรหมลิขิตกับเรามากนะ ก็เมตตานะ แต่อย่าไปวุ่นวาย อย่าไปเกี่ยวข้อง 
มันต้องแยกให้เด็ดขาดว่า พฤติกรรมอย่างหนึ่ง วิบากกรรมอย่างหนึ่ง แล้วมารวมให้สนิทในวิธีอย่างอื่น ไม่ร่วมหัวจมท้าย  ไม่สุงสิง  ไม่ใกล้ชิดสนิทสนม แต่อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ  วิธีการทำใจก็คือว่า เดี๋ยวก็ผ่านไป  ชาติหนึ่งก็อยู่กันไม่ถึง 100 ปี ที่เกิน 100 ปีนั้นมีน้อยรายเต็มทีละ เดี๋ยวเราก็จากกันไป  
รู้ทันว่าบุคคลนี้เบอร์ 1 เลยนะ คนนี้รองลงไปหน่อยเบอร์ 2  คนนี้รองไปอีกเบอร์เบอร์ 3  คนนี้เบอร์ 4  เบอร์ 5  แล้วเราก็ปฏิบัติต่อเขาตามคำพระท่านเรียกว่า ฐานานุฐานะ  ปฏิบัติต่อคนที่ 1 ตามฐานานุฐานะให้เป็นที่หนึ่ง เพราะว่านิสัยดี  คนที่ 2 ปฏิบัติตามฐานานุฐานะรองลงไป นิสัยไม่ค่อยดี  คนที่ 3 ปฏิบัติตามฐานานุฐานะ อันนี้ค่อนข้างแย่  คนที่ 4 ปฏิบัติตามฐานานุฐานะแย่มากๆ   คนที่ 5 คนนี้แย่ที่สุด แย่ที่สุด  ก็รู้ทันว่า เขาแย่ระดับเบอร์ 5  แย่ระดับเบอร์ 4  แย่ระดับเบอร์ 3   แย่ระดับเบอร์ 2  แล้วก็เบอร์ 1 พอคบหาสมาคมได้  แต่ปฏิบัติความรู้สึกให้เท่าๆ กัน เมตตา  เมตตา 1 2 3 4 5 เท่าๆ กัน แต่การสุงสิง ไปมาหาสู่ หรือใกล้ชิดสนิทสนมต้องแยก  แยกเป็นระดับ 1 2 3 4 5 บางคนบอกลำเอียง อันนี้ไม่ได้เรียกว่าลำเอียง เพราะรู้เท่าทันตามความเป็นจริงจึงแบ่งเกรด แบ่งเกรดในการคบหาให้ได้ 
รู้เท่าทันตามความเป็นจริง เราจึงสามารถแบ่งเกรดในการคบหาให้แก่เขาและเราได้ มาก 1  มาก 2  มาก 3  มาก 4  มาก 5  มาก 6 น้อยๆๆๆๆ ลงมา มนุษย์สามารถจะใช้จิตของตัวเองจัดการ จัดสรรการคบหาสมาคมกันได้ไม่ยากถ้าใช้สติ ใช้ปัญญาสักนิด แล้วชีวิตก็จะปลอดภัย 
เอาละวันนี้ก็ขอขอบคุณผลงานของคุณอรสา กุ้เกินพงษ์ 1912 เมื่อมนุษย์ไม่เชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง จบเลยถ้าไม่เชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง ไม่เชื่อเทพในตัวเอง มนุษย์คนนั้นไม่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทพในตัวบุคคลที่ตัวเองติดต่อ เทพในตัวเองก็ดี เทพในตัวบุคคลที่เราติดต่อก็ดี เขาก็ไม่สามารถมาช่วยอะไรเราได้ 
การคบหาคนนอกจากประโยชน์ที่ได้จากคน แล้วระวังโทษที่จะเสียเพราะคน เราได้จากเรื่ององค์ในเขาด้วย องค์ในเขา เทพของเขา แต่ถ้าเราไปลุ่มหลง เอาคนที่ 5 มาเป็นเหมือนคนที่ 1 คนที่ 4  ที่ 3  ที่ 2 มาเหมือนคนที่ 1  พฤติกรรมที่เสียหายที่คนที่ 5  ที่ 4  ที่ 3  ที่ 2 จะทำให้เราเสียหายมากกว่าวิบากกรรมที่จะทำให้เราได้ดี  เพราะเราคบคนไม่ดูหน้า ซื้อผ้าไม่ดูเนื้อ ก็ต้องว่ากันไปตามเนื้อผ้า ว่ากันไปตามสภาพหน้า  คนๆ นี้คบได้เบอร์ 1 เลย  คนๆ นี้ไปอยู่เบอร์ 5 เบอร์ 5 เขามักจะเป็นคำผวนว่า บ้าเห่อ  แปลว่าบ้า  เบอร์ 4  เบอร์ 3  เบอร์ 2  
ลำดับการจัดคนที่ตนเองจะให้ความสำคัญ มันเป็นศิลปะอันหนึ่งซึ่งทุกคนมีศักยภาพ เร่งสร้างศักยภาพในการคบคนให้ดี แล้วศักดิ์สิทธิ์จะมาช่วยจัดการเกรดบุคคลให้เห็นเป็น ใกล้ชิด 1  ใกล้ชิด 2  ใกล้ชิด 3  ใกล้ชิด 4  ใกล้ชิด 5  หรือห่างไกล 6  ห่างไกล 7 ห่างไกล 8  ห่างไกล 9  ห่างไกล 10  ห่างออกไปเรื่อยๆ  
ถ้าเราไม่พัฒนาศักยภาพให้ขึ้นมาเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถจะจัดบัลลังก์คนที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเราเพื่อการคบหาให้กับเราได้ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวกลับมาฟังเพลง แล้วสวดมนต์ภาวนนา พรุ่งนี้เป็นวันมหาจักรีเราจะได้ทำพิธีบวงสรวงเซ่นไหว้บรรพบุรุษด้วย ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
เอาล่ะ เพลงที่จบลงไป เราคุยกันตั้งแต่ปี 2528 ให้ไปตั้งแต่ปี 2528  ปีนี้  2569  บวกลบคูณหารแล้วก็หลายปีอยู่ ชื่อเพลง เรขาคณิต(กุล)พิสูจน์รัก  คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่มที่ 1  เล่มแรกเลย ครูธวัช คณิตกุล ทำนองและเสียงร้อง พึ่งมาทำตอนหลัง ใช้ AI   AI ประดิษฐ์นี่เก่งจริงๆ ซึ่งตอนนี้กำลังวิตกกันอยู่ไม่ใช่น้อยว่า AI จะครองโลก  เราจะตกเป็นทาสของ AI   เป็นทาสนี่ไม่ดีแน่ ต้องเป็นอิสระ  เราต้องใช้ AI อย่างอิสระแล้วดีแน่  ถ้าใช้แบบเป็นทาส ไม่ดี  ก็เหมือนคนถ้าคบหาสมาคมกัน แล้วเราต้องเสียเปรียบ ต้องตกเป็นทาสเขา ไม่ดี  ถ้าอิสระต่อกันแล้วรู้ฐานะว่า นี่เขาผู้ใหญ่กว่าเรา  นี่เขาเด็กกว่าเรา นี่เขารวยกว่าเรา  เราพึ่งเขาได้เราก็พึ่ง นี่เขาจนกว่าเรา เราให้เขาพึ่งได้ เราก็ให้เขาพึ่ง อันนี้จึงจะเหมาะ
ตอนนี้คนจะใช้อะไร ใช้ความพอใจ ไม่พอใจ เป็นหลักในการคบหา มันจะเสียหาย ยังไม่ทันจบ ทำนองของเพลงนี้จัดทำโดย คุณพัทธนันท์ พิมานพงศภัทร เนื้อเพลงมีอยู่ว่า “เส้นตรงที่น่าสงสารตั้งอยู่บนฐานแห่งความพอใจ  สิ่งที่เกิดเก่าคือ ความรัก สิ่งที่เกิดใหม่คือ ความใคร่   สิ่งที่เกิดใหม่คือ ความใคร่ สิ่งที่เกิดเก่าคือ ความรัก  จงพิสูจน์ว่ารักและใครต่างกันอย่างไร” 
อันนี้เป็นบทพิสูจน์ที่ต้องอาศัยจิตและก็อารมณ์ อันไหนเกิดจากจิต แน่นอนความรักน่าจะเกิดจากจิต ต้องเกิดจากจิต ส่วนความใคร่แน่นอนต้องเกิดจากอารมณ์ ทีนี้อารมณ์กับจิตต่างกันอย่างไร ถ้าใครเข้าใจความลึกซึ้งของอารมณ์ต่างกับจิต ก็จะเข้าใจเรขาคณิต(กุล)พิสูจน์รัก ข้อนี้ได้ไม่ยาก 
ความรักเกิดจากจิต ความเมตตายิ่งเกิดจากจิตที่ปราศจากสิ่งอันเป็นอคติ หรือความมุ่งร้าย  รักนี่ขาดเมตตา  เสน่หาหรือความใคร่เกิดจากอารมณ์ แต่ก็ต้องมี  ไม่มีอารมณ์จิตก็ไม่ทำงาน ความใคร่ก็ต้องเกิดจากอารมณ์ ความรักก็เกิดจากจิต  
รักและใคร่ต่างกันตรงที่ว่า รักเป็นจิต  ใคร่เป็นอารมณ์ ซึ่งก็สำคัญนะ 2 อย่าง  ต้องใช้ทั้ง 2 อย่าง  เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไร ก็ฝากพิจารณาด้วย

รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1840   ชีวิตควรอยู่กับทั้งพฤติกรรม เห็นตำตา และวิบากกรรม มองเท่าไหร่ก็ไม่เห็น
เรื่องพลังเหนือสามัญวิสัยมันมีอำนาจ มันเอาอำนาจของมันเปลี่ยนให้คนดีก็ได้ ได้ดี เปลี่ยนให้คนร้ายก็ได้ ได้ร้าย เราจึงบอกว่า อย่ามองข้ามเรื่องเหนือสามัญวิสัย บางคนใช้ชีวิตมาครึ่งค่อนชาติ หรือเกือบหมดชาติ มองเห็นชัดๆ เลยสำหรับผู้มีประสบการณ์ คนๆ นั้นต้องอำนาจอาถรรพ์ อำนาจนั้นเรียกว่า เหนือสามัญวิสัย
6 ม.ค. 2026
EP.1907  สรรพสิ่งจะเสื่อมสูญสลาย หรือเจริญรุ่งเรือง  มีตัวกำกับด้วยกาลเวลา  แต่มีตัวพยุง และส่งเสริม คือ พฤติกรรม (จ. 30 มี.ค. 2569)
คนจะเฮงหรือซวย มีตัวกำกับด้วยวิบากกรรม  แล้วทำอย่างไรจึงจะเฮง  ทำอย่างไรจึงจะพ้นซวย  ต้องมาเรียนรู้
11 เม.ย. 2026
EP. 1861   สร้างสวรรค์ทั้งเป็น แล้วหลีกหนีนรกทั้งที่ยังไม่ตาย  ทำอย่างไรจึงจะมีปาฏิหาริย์ที่ดีเกิดขึ้น  เริ่มต้นจากตัวเราก่อน  1. อารมณ์    2. จิต      3. วิญญาณ  ที่ทำงานคือ ร่างกาย  จุดสุดท้ายคือ วิญญาณสร้างราศี (พฤ. 29 ม.ค. 2569)
สร้างสวรรค์ทั้งเป็น แล้วหลีกหนีนรกทั้งที่ยังไม่ตาย  ทำอย่างไรจึงจะมีปาฏิหาริย์ที่ดีเกิดขึ้น  เริ่มต้นจากตัวเราก่อน  1. อารมณ์    2. จิต      3. วิญญาณ  ที่ทำงานคือ ร่างกาย  จุดสุดท้ายคือ วิญญาณสร้างราศี กายต้องการความคล่อง จิตต้องการความนิ่ง  วิญญาณเบาบางจากโลภ โกรธ หลง  กิเลส ตัณหา อุปาทาน  โดยเฉพาะอุปาทานทางเหนือสามัญวิสัย มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ชีวิตสับสนวุ่นวาย
3 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy