EP.1951 จริต 6 เป็นตัวอารมณ์ที่เป็นมาตรฐานเฉพาะของแต่ละคน มีบทบาทต่อการสร้างรังสีแห่งพรหม (อ. 19 พ.ค. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 21 พ.ค. 2026
13 ผู้เข้าชม
EP.1951 จริต 6 เป็นตัวอารมณ์ที่เป็นมาตรฐานเฉพาะของแต่ละคน มีบทบาทต่อการสร้างรังสีแห่งพรหม
รังสีแห่งพรหม เกิดจากสารเคมี 7 ชนิด แต่ 7 ชนิดนี้ก็ต้องอาศัยอารมณ์ ฮอร์โมน เคมีเป็นตัวประคับประคอง เวทนา ปราณจึงจะเป็นปกติ แล้วราศีจะออกมากี่เปอร์เซนต์ หรือจะเป็นราคีเสียมากกว่า
สวัสดีทุกท่าน คนเรานั้นควรมีสติ เตือนกันมันไม่ยาก แต่ผู้ถูกเตือนมักจะทำยาก วันนี้เรามาพบกันทางเงาในวันอังคารที่ 19 เดือนพฤษภาคม 69 และ 26 คือ พุทธะ และคริสต์ศักราช ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเมีย พุทธภาษิตที่ต้องให้ติดหูติดใจไว้อยู่ตลอดเวลาก็คือ “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” วันแต่ละวันเราจะต้องทำให้เกิดประโยชน์ไม่มากก็น้อย ให้ได้อะไรบ้าง แต่บางคนเผลอ เอาไปทำให้เกิดเป็นโทษ แน่นอนที่สุดเมื่อทำให้แต่ละวันเกิดเป็นโทษได้แน่นอนคือ เป็นที่เกลียดชังของคนทั้งหลาย เป็นที่ดูถูกดูแคลนของผู้ที่เขามีเหตุผลในการที่ว่า ทำไมคุณถึงทำตัวอย่างนี้
เอาล่ะ เรากลับมาเข้าเรื่องเข้าราวกัน เรื่องราวเรื่องแรกวันนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องมงคล วันนี้เป็นวันคล้ายเป็นวันมงคลของคุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ หรือคุณน้อง เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิด วันเกิดถือเป็นวันมงคล แต่มงคล 38 ข้อที่เราสวดกันอยู่ทุกวันให้ข้อคิดได้อย่างมากทีเดียว ก็ขอให้อำนาจคุณพระศรีพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย มาอำนวยอวยพรดลบันดาลให้คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ หรือคุณน้อง มีความสุขความเจริญเนื่องในวันคล้ายวันเกิด โดยเฉพาะให้ระลึกถึงบารมีของคุณพ่อคุณแม่ให้มากที่สุด แล้ววันนี้ก็จะเป็นวันสำคัญ เป็นวันมงคลที่มีความหมายอย่างยิ่งยวด ขอให้สุขสันต์วันเกิด
กลับมา วันนี้เราตั้งใจจะมาบอกให้เห็นถึงความรู้สึกอย่างหนึ่งของคนที่มีอารมณ์ อารมณ์ที่เป็นมาตรฐาน อารมณ์ที่เป็นหลักใหญ่ คือ อารมณ์ในตัวคนมันจะมีหลักอยู่ 2 หลัก ก็คือ อารมณ์ที่เป็นมาตรฐานที่เป็นเฉพาะของแต่ละคน แต่ละคน อันนี้เราเรียกว่า จริต
ส่วนอารมณ์ที่เข้ามากระทบแล้วรู้สึกไปตามสิ่งที่เข้ามากระทบ อันนั้นมันเป็นลมๆ มันไม่ใช่เป็นอารมณ์ที่มาตรฐานที่แน่นอน กระทบเข้ามาก็รู้สึกตามที่มีสิ่งมากระทบ กินอาหารอร่อยก็รู้สึกว่าอารมณ์ดี ได้ยินเสียงไพเราะก็รู้สึกอารมณ์ดี มีคนแสดงกิริยาต่อเราดูแล้วน่ารัก น่าเลื่อมใสก็อารมณ์ดี อันนั้นไม่ใช่อารมณ์ที่จะมีบทบาทต่อการสร้างรังสีแห่งพรหม
ตัวอารมณ์ที่จะมาสร้างรังสีแห่งพรหม เขาเรียกกันทั่วไปว่า จริต เราจะแก้จริตได้อย่างไร คนโบราณ หรือคนรุ่นเก่าก็จะ ขออภัย จะด่าว่ากล่าวบุตรสาว หรือหลานสาว หรือผู้ชายก็โดนว่าได้ว่า ลูกคนนี้ หลานคนนี้ดัดจริตจัง อะไรอย่างนี้ ที่จริงก็ไม่ใช่คำรุนแรงอะไร แต่ว่าเป็นว่ากล่าวที่ถ้าใครโดนว่าแล้วก็จะให้รู้ตัวว่า ตัวเองทำอะไรไม่เหมาะสม คนๆ นี้ดัดจริตจริงๆ อะไรอย่างนี้นะ
เรากลับมาเรียนเรื่องจริต กับผลของอารมณ์ที่มันมีส่วนมาสร้างพรหมลิขิต มารับพรหมลิขิต หรือมาต่อต้านพรหมลิขิต อารมณ์ชนิดที่เป็นมาตรฐานประจำตัวคนแต่ละคนที่เป็นหลักใหญ่ๆ เขาเรียกว่า จริต 6 ในพระพุทธศาสนามีจริตอยู่ 6 ชนิด อารมณ์ที่สำคัญที่สุดที่เป็นตัวธรรมชาติที่มนุษย์เราจะต้องต่อสู้แล้วก็แก้ไขยากมากอันนี้ก็คือ ราคจริต ตัวนี้แก้ไขยากมาก ราคะ แปลว่า ความกำหนัดหรือความต้องการ มันรุนแรง แล้วไม่มีที่สิ้นสุด อารมณ์อันนี้ถ้าเกิดแก่ใคร คนนั้นก็จะค่อนข้างเป็นที่ลำบากในการพัฒนาจิตใจ ราคจริต
อันที่ 2 โทสจริต คนบางคนขี้โกรธ โกรธง่าย โกรธมาก เขาเรียกว่า คนมีโทสะ 3. โมหจริต โมหะนี่แปลว่า หลงนะ บางคนนี่หลงอะไรนี่หลงไม่รู้ทิศรู้ทางเลยหลงชนิดที่เขาเรียกว่า กู่ไม่กลับ โมหจริต อันที่ 4 สัทธาจริต บางคนนี่เชื่ออะไรนี่เชื่อชนิดที่หัวหกก้นขวิดเลยล่ะ ไม่มียับยั้ง ไม่มีที่จะระมัดระวังเลย เช่น ศรัทธาต่อเรื่องศักดิ์สิทธิ์ เรื่องบุคคล เรื่องอะไรก็สุดแท้แต่ ความศรัทธานั้นรุนแรงมาก ก็เป็นอารมณ์อันหนึ่งนะ อารมณ์ศรัทธานี่รุนแรง
1. ราคจริต 2. โทสจริต 3. โมหจริต 4. สัทธาจริต 5. พุทธิจริต พุทธิจริตนี่ก็ค่อนข้างจะเป็นคนที่มีเหตุมีผล อารมณ์จะค่อนข้างสุขุม แล้วก็ค่อนข้างจะนิ่ง เมื่อมีอะไรก็ต้องเดี๋ยวพิจารณาก่อนแล้วจึงพูดโพล่งออกไป หรือทำออกไป คิดออกไป อันนี้ก็ค่อนข้างดี คนที่มีพุทธิจริตสูงก็จะเป็นคนสุขุมรอบคอบ
อันที่ 6 วิตกจริต วิตกจริตนี่มันกังวลไปหมด วิตกไปหมด นั่น นี่ โน่น ระแวงไปหมด อะไรอย่างนี้ ก็มีประเภทจริต 6 ชนิด ราคจริต โทสจริต โมหจริต สัทธาจริต พุทธิจริต วิตกจริต จริตทั้ง 6 เป็นตัวมาตรฐานของอารมณ์ของแต่ละคน แต่ละคน
เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเรารู้ไม่ทัน สิ่งที่เราได้ตั้งสมการไว้ให้ 2 บรรทัด อันนี้เป็นสูตรของสหปฏิบัติฯ นะ ใครเกิดเอาไปใช้ ยืมไป อะไรไปเราก็ไม่ว่ากัน ยินดีให้เอาไปใช้ สิ่งที่เรากำหนดไว้เป็นสมการ 2 ชั้น เราก็จะเริ่มจากอารมณ์ คนมีอารมณ์ชนิดใดก็มีราคจริต โทสจริต โมหจริต พุทธิจริต สัทธาจริต แล้วก็วิตกจริต จริต 6 จะเป็นตัวก่ออารมณ์ อารมณ์ที่จะไปสร้างอีก 2 ตัว 2 เรื่องใหญ่ๆ ก็คือ ฮอร์โมนและเคมี เคมี ก็คือ สารที่ปนอยู่ในฮอร์โมนนั่นล่ะ อารมณ์ ฮอร์โมน เคมีของแต่ละคนโน้มเอียงไปทางไหน ก็จะให้ผลของอาการต่างๆ ในร่างกาย เช่น คนมีโทสจริตสูงมันก็จะค่อนข้างร้อนรุ่มกลุ้มอุราอยู่บ่อยๆ จะมีแบบรุนแรงน่ะ พูดกันง่ายๆ ว่า รุนแรง
ถ้าฮอร์โมนเกิดมันผิดปกติ เคมีเป็นพิษขึ้นมา การไปสร้างสมการชั้นที่ 2 ก็ดูจะไม่ฮ้อแล้ว ไม่ได้เรื่องแล้ว ไม่ดีแล้ว เพราะว่าเจ้าตัวเมื่อปรับอารมณ์ที่เป็นอารมณ์หนักๆ ไม่ได้ เพราะมันรุนแรง ราคจริตสูง โทสจริตสูง โมหจริตสูง สัทธาจริตสูง ห้ามไม่อยู่เลย แล้วก็พุทธิจริตสูงก็ค่อนข้างดีหน่อย วิตกจริตสูง อันนี้ก็จะออกมาเป็นตัวกำกับฮอร์โมนและเคมี ตัวฮอร์โมน เคมีก็จะคล้อยตามไปตามอารมณ์หลักอันนี้
นอกจากเจ้าตัวจะรู้ตัว แล้วก็จะปรับ จะคอยปรับ คอยระวัง ก็จะออกมาสร้างฮอร์โมนและเคมีให้เกิดความเรียกว่า เสียหายหรือเสียหายน้อยลง หรือมีคุณภาพของฮอร์โมนและเคมีดีขึ้น ขึ้นอยู่กับอารมณ์ที่เราสามารถควบคุมให้อยู่ในความสมดุลหรือพอดี ส่วนมากก็จะยากหน่อยล่ะเมื่อคนมีจริตแรงๆ ถ้าหากว่าไม่ได้ผ่านโลกมา อายุขัยมากขึ้น พบสิ่งอันเป็นปัญหามากมายก็จะปรับตัวยากหน่อย แล้วก็จะเกิดอาการตามจริตของตัวเองขึ้นมา เช่น โทสจริตก็จะโกรธง่าย โมหจริตก็จะหลงง่าย ราคจริตก็จะเกิดความกำหนัดมาก กำหนัดง่าย ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยการปรับตัวทั้งนั้น
ถ้าหากว่าปรับตัวดีแล้ว พอประมาณแล้ว เวทนาซึ่งเมื่อวานบอกไว้แล้วว่า เวทนาจะมีสิ่งที่ต้องการมากที่สุด ก็คือ ที่จะสร้าง หรือรับรังสีแห่งพรหมได้ แล้วก็ส่งรังสีแห่งพรหมออกไปก็คือ อทุกขมสุขเวทนา เวทนาเมื่อมันรับสิ่งอันเป็นต้นฉบับ ต้นเรื่องจากอารมณ์ ฮอร์โมน เคมี ตัวเวทนาก็ปรับตัว ถ้าหากว่าอารมณ์กลมกล่อม ฮอร์โมนดี เคมีดี เวทนาก็จะปรับตัวอยู่ในระดับกลางๆ ก็จะเป็นอทุกขมสุขเวทนา
แต่ถ้าเวทนารับสิ่งที่มาจากอารมณ์ค่อนข้างรุนแรง ก็อาจจะเป็นหวือหวาเกินไป สุขเวทนามากไป นิดเดียวก็รู้สึกมีความสุข ต้องการความสุขแล้ว ทุกขเวทนามากไป นิดเดียวก็ทุกข์แล้ว หน่อยเดียวก็ทุกข์แล้ว อันนี้ก็จะไปมีผลต่ออันที่ 5 ก็คือ ปราณ เมื่อเวทนาออกมาจากอารมณ์ ฮอร์โมน เคมีที่พอดีๆ ปราณที่จะออกไปเป็นออร่า หรือไปเป็นรังสี ไปเป็นราศี ของการรับรังสีแห่งพรหมก็จะเป็นปกติ หรือผิดปกติ เวทนาตัวที่จะเป็นตัวปรับไม่เป็นกลาง ก็จะทำให้ปราณผิดปกติต่อไป ส่งต่อ ส่งต่อ ส่งต่อกันไปนั่นล่ะ
พอปราณผิดปกติ คราวนี้มันก็กลายเป็นว่า ราศีที่ออกจากตัวเราไปจะไปรับรังสีประสานจากพรหมก็รับไม่เต็มที่ แต่พอออกจากตัวเราไปเป็นราคีซะส่วนใหญ่ ก็ออกไปประสานกับยมลิขิต อำนาจของพญายม อำนาจของพระยมที่ส่งมาตามวิบากกรรมที่ไม่ดีของเรา ก็จะส่งกลับเข้ามา
พอส่งกลับเข้ามาเป็นราคี ราศีแทนที่จะเป็นราศีก็เป็นราคี เป็นราคีก็มาป่วนปราณ ปราณคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ แต่ถ้าหากว่าในอภิธรรมก็มี วิญญาณธาตุ อากาศธาตุ ก็กลับมาป่วนเวทนา เวทนาขึ้นๆ ลงๆ ขึ้นๆ ลงๆ ก็ไปป่วนเคมี ไปป่วนฮอร์โมน ไปป่วนอารมณ์อีก อารมณ์ก็ขึ้นๆ ลงๆ มันก็วิ่งเข้าวิ่งออก วิ่งเข้าวิ่งออก
พลังที่ออกมาเป็นตัวการใหญ่ เราเคยให้ไว้ว่า มันเป็นพวกสารเคมีที่ลงด้วยเซียมๆ เดียมๆ เอียมๆ พวกนี้ ซึ่งอันนี้แพทย์เขาจะรู้ดีกว่าเรา ก็จะได้แก่ โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ไบคาบอร์เนต ซัลเฟต แล้วก็คลอไรด์
สารเคมี 7 ชนิดนี้คุณหมอบอกว่าจะอยู่ใน 1% ของในเซลล์ในร่างกายที่เป็นส่วนไซโตพลาสซึม แต่ละเซลล์ในร่างกายก็จะมีนิวเคลียส ไซโตพลาสซึม โปรโตพลาสซึม อันนี้จะออกมาส่วนของไซโตพลาสซึม คร่าวๆ นะ เราก็ไม่สามารถจะมาเลคเชอร์ในวิชาชีววิทยาชั้นสูงได้ แต่เราต้องการจะเปรียบเทียบให้รู้ว่า รังสีแห่งพรหมเกิดจากสารเคมีดั่งที่พูดแล้ว 7 ชนิด แต่ 7 ชนิดนี้ก็ต้องอาศัยอารมณ์ ฮอร์โมน เคมีเป็นตัวประคับประคอง เวทนา ปราณจึงจะเป็นปกติ แล้วราศีจะออกมากี่เปอร์เซนต์ หรือจะเป็นราคีเสียมากกว่า
ส่วนหนึ่งส่งออกจากร่างกายของเราไป อีกส่วนหนึ่งรับจากข้างนอกเข้ามา รายละเอียดเป็นอย่างไรก็ต้องจบลงตรงที่ว่า เรามาคุยกันในรายการ “ถามแอนด์ทอล์ค” ที่เราจัดขึ้นเดือนละครั้ง จะได้เป็นประโยชน์ในการที่เราจะได้เรียนรู้ ถึงจะไม่ละเอียดอย่างคุณหมอท่านเรียนแพทย์ แต่เราก็เอามาใช้ในการสร้างรังสีแห่งพรหม และพยายามทำให้ราคีแห่งยมลดถดถอยน้อยลงที่สุด หรือต้านไว้อย่าเข้ามาในตัวเรามากเกินไป เพราะเข้ามาในตัวเรามากเกินไปอันดับแรกเลย ร่างกายเจ็บไข้ได้ป่วย โอกาสเจ็บไข้ได้ป่วยนี่ง่ายแล้ว โอกาสที่จิตใจจะไม่สบายนี่มากแล้ว เพราะฉะนั้นทุกอย่างคือ ธรรมชาติสามัญวิสัยร่วมประสานกับธรรมชาติเหนือสามัญวิสัย
วันนี้ก็อธิบายคร่าวๆ ไปก่อน แล้วรายละเอียดเราค่อยมาคุยกันอย่างที่ว่าแล้วว่า ในรายการ “ถามแอนด์ทอล์ค” เราสร้างได้นะราศีแห่งพรหม แล้วราคีแห่งยมเราก็ต่อต้านได้ในบางส่วน แล้วก็ระงับได้ในอีกหลายส่วน ถ้าราคีแห่งยมเข้ามาในตัวเรามากๆ เราก็เริ่มจากเจ็บป่วยไข้ อาชีพการงาน ปัญหาคู่ครอง บุตรบริวาร พลอยย่ำแย่ไปหมดแล้ว ตอนนี้ก็จะไปกันใหญ่แล้ว เพราะฉะนั้น รักษารังสีแห่งพรหมทั้งที่เราออกไปรับ และรับส่งเข้ามาให้ดีที่สุด แล้วชีวิตเราจะมีความสุข
ตอนนี้กลับมาดูผลงานของคุณพรทิพย์ พุตติ แม่เง็กนึ้งนะ EP.1950 ตัวโปรยคุณพรทิพย์ให้ไว้ว่า เชื่อหรือไม่ว่า อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี เวทนา ปราณ ราศี คือ การสร้างรังสีแห่งพรหม หรือรับรังสีแห่งพรหมที่จะส่งเข้ามา ให้เราได้รับส่งที่ดีๆ และยังสามารถป้องกันราคีแห่งยมได้ มีวิธีการและเคล็ดลับอย่างไร มาศึกษาเรียนรู้กัน
ขอทวนอีกครั้งหนึ่ง 1950 คุณอิ๋ว หรือคุณพรทิพย์ เชื่อหรือไม่ว่า อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี เวทนา ปราณ ราศี คือ การสร้างรังสีแห่งพรหม หรือรับรังสีแห่งพรหม รังสีแห่งพรหมนี้ก็ทำให้คนนั้นมีจิตเมตตา อันดับแรก ก็คือ ต้องมีจิตเมตตา ที่จะส่งเข้ามาให้เราได้รับสิ่งที่ดีๆ และยังสามารถป้องกันราคีแห่งยมได้ มีวิธีการและเคล็ดลับอย่างไรมาศึกษาเรียนรู้กัน ก็ขอบคุณคุณพรทิพย์ พุตติ
วันนี้อาจจะข้อมูลกระท่อนกระแท่นไปนิดหนึ่ง แต่คิดว่าค่อยเป็นค่อยไป แล้วสักวันหนึ่งผู้ฟังก็จะถึงบางอ้อ มันอย่างนี้เอง ฟังทีแรกรำคาญแทบแย่ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟังอย่างรำคาญ
เพลงที่จบลงไป คุณชนัดดา วงษ์มณี ให้เนื้อมาว่า เป็นเพลงชื่อว่า เพลง สูตรความรัก สูตรตะระนี่แหล่ะ สูตร คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 1 ครูธวัช คณิตกุล ทำนอง เสียงร้อง AI จัดทำโดย คุณพัทธนันท์ พิมานพงศ์ภัทร หรือ คุณแจน
เนื้อเพลงมีอยู่ว่า สูตรความรักสูตรที่หนึ่ง มีสูตรที่หนึ่ง สูตรที่สองด้วยนะ สูตรที่หนึ่งบอกว่า “ความรัก คือ ความลับ ที่พระพรหมจับใส่ไว้ในตัวมนุษย์” มนุษย์ทุกคนมีสารเคมีประเภทเซียมๆ เอียมๆ ที่อ่านให้ฟังไปแล้วนั้นไม่เท่ากัน แล้วก็มากน้อยแต่ละอย่างขึ้นอยู่กับอารมณ์ แล้วขึ้นอยู่กับเคมี เคมีก็ขึ้นอยู่กับฮอร์โมน อะไรอย่างนี้ ความรัก คือ ความลับ ที่พระพรหมจับใส่ไว้ในตัวมนุษย์ จิตกำกับ วิญญาณกำหนด จิตวิญญาณเกินกำกับ เกินกำหนด กำกับไม่อยู่แล้ว กำหนดไม่อยู่แล้ว พระยมเก็บหมด พระยมเก็บหมดก็ต่างคนตัวใครตัวมันแล้ว
ความรักสูตรที่สอง ความรัก คือ วิถีทางลัด เท่ากับว่า ความรักเป็นวิถี เป็นทางลัด ที่นำพาไปสู่ฤทธิ์ทางใจ ใครได้ฤทธิ์ทางใจ คือ มโนมยิทธิ มโนมยิทธิก็เรียกว่า ฌาน สูงแค่ไหนก็แล้วแต่ ได้ระดับฌาน พร้อมทั้งธรรมะในภายในจิต ก็คือ เข้าใจเนื้อหาสาระของธรรมะนั่นเอง ธรรมะในภายในจิต
เพราะฉะนั้น คนที่มีความรักที่ถูกต้อง จะเป็นทางลัดที่ทำให้เกิดมโนมยิทธิ ฤทธิ์ทางใจ แล้วทำให้เกิดธรรมะ รู้ธรรมะในภายในจิต ก็คือ โดยปริยายก็จิตตานุภาพ อันนี้ก็อันหนึ่งเป็นฌาน ถ้าฤทธิ์ทางใจเป็นฌาน ธรรมะในภายในจิตนี่ก็เป็นญาณ โดยนัยยะนะ ก็หวังว่าเพลงนี้คงเป็นที่ชื่นชอบของหลายท่าน
ก็มาสู่การขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยมีอำนาจคุณพระศรีพระรัตนตรัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ 31 เดือนพฤษภาคม คือเดือนนี้ที่จะถึงนี้ เป็นวันสำคัญที่สุดอีกวันหนึ่งในงานพระพุทธศาสนา ซึ่งองค์การสหประชาชาติยกให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลโลก เขาเรียกว่า The Buddha Day อันนี้ก็เป็นวันสำคัญที่เราจะต้องระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระรัตนตรัย ก็อำนวยอวยพรให้ทุกๆ ท่านที่เข้าสู่รายการพบกันทางเงาในวันนี้ มีความสุขความเจริญ คิดสิ่งใดปรารถนาสิ่งใดก็ขอให้ได้สมปรารถนาในสิ่งนั้นๆ
รวบรวมโดย คุณวิษณุ กระจ่างศรี
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทุกคนมีพรหมลิขิต ที่ได้รับมาแล้วตั้งแต่เกิด ส่วนใหญ่เป็นพรหมลิขิตที่ดีทั้งนั้น แต่ที่ไม่ดีเพราะคุณไปฝืนพรหมลิขิต โดยการขาดจิตเมตตา คำว่า “พรหมลิขิต” คือ ให้เดินชีวิตตามพรหมด้วยเมตตา อยากเข้าถึงพรหมลิขิต ต้องมีจิตเมตตาและอย่าใจแคบ “ใจแคบ” พระพรหมเกลียดที่สุด
2 พ.ค. 2026
งานของสหปฏิบัติฯ คือ พูดคิดทำ ในสิ่งที่เหมาะสม สมควร แล้วเป็นประโยชน์ ไม่เป็นโทษ มี 2 หลักใหญ่ คือ งานสามัญวิสัยและงานเหนือสามัญวิสัย เพื่อให้รู้ว่า คนเรามีศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ตัว ไม่ต้องตะลอนหาที่ไหน แต่ต้องดึงออกมา และทำให้ธรรมชาติสองอย่างสมดุลกันทั้งศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ ชีวิตก็จะเป็นปกติสุข แต่วิธีการอย่างไร มีรายละเอียด ต้องศึกษาเรียนรู้
29 ม.ค. 2026
พฤ. 19 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2026
