EP. 1864 เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์ลิขิตพรหม (อา. 1 ก.พ. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 4 ก.พ. 2026
13 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกๆ ท่าน เราพบกันในเดือนใหม่แล้ว หนึ่งเดือนผ่านไป เราก็มาพบกันอีก 1 เดือน เดือนที่ 2 วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 1 เดือนกุมภาพันธ์ พุทธ คริสต์ 69 และ 26 ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 3 ปีมะเส็ง “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พหุเกนะ วา” วันเวลาผ่านไปแต่ละวัน อย่าให้มันผ่านไปเปล่าๆ เราจะต้องเอาวันเวลามาทำประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
ขนาดตกหัวค่ำแล้ว เราใกล้จะเข้านอนแล้ว เราก็ยังถือโอกาสมารับรู้เรียนรู้เรื่องธรรมะ 2 ภาค ภาคสามัญวิสัย ธรรมดาๆ พูดกันตรงไปตรงมา แล้วก็ภาคเหนือสามัญวิสัย ต้องพูดกันหลากหลาย บอกว่าถ้าอย่างนั้นเราไม่พูดกันดีไหม ก็บอกว่า มันไม่ดี เพราะว่าภาคเหนือสามัญวิสัยคือ สิ่งที่ทำให้ชีวิตของคนจำนวนไม่ใช่น้อยเกิดความงวยงงสงสัยในชีวิตของตัวเอง ได้แต่เข้าใจผิดๆ จนกระทั่งเกิดเป็นทุภาษิตว่า ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป เป็นการขัดแย้งกับพุทธภาษิตที่เป็นภาษิตที่ดีว่า ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว
วันนี้เราก็กลับมาย้ำเรขาคณิต (กุล) พิสูจน์ลิขิตพรหมกันอีกหน่อย บอกว่าเมื่อวานยังบอกว่า เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์กรรม แล้ววันนี้ทำไมมาเปลี่ยนเป็นเรขาคณิต (กุล) พิสูจน์ลิขิตพรหม ลิขิตพรหมก็คือ พรหมลิขิตนั่นแหละ
ถ้าเราค่อยๆ มาทำความเข้าใจกันให้กว้างสักนิด ลึกสักหน่อย การใช้ชีวิตแบบผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากความสมเหตุสมผล คงไม่ต้องไปเปลี่ยนพุทธภาษิตว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว กลับไปเปลี่ยนเป็นว่า ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป ขืนปล่อยอยู่อย่างนี้ ซึ่งตอนนี้ก็มักจะเป็นอย่างนี้ซะส่วนใหญ่ว่า คนทำดีแล้วน้อยใจ และ/หรือบางคนไม่คิดจะทำดีเพราะว่าถามว่า ทำไปทำไม ก็คนนั้นเห็นมันทำดีแทบตาย มันยังสู้ฉันไม่ได้เลย ฉันรวยเอา รวยเอา รวยเอา อันนี้ก็มีให้เป็นข้อคัดง้างกันในการคุยกันในสังคมให้ได้ยินอยู่บ่อยๆ
คำว่า ลิขิตพรหม หรือคำว่า กรรม ซึ่งแบ่งออกเป็นพฤติกรรมกับวิบากกรรม ตามเนื้อหาของบทเรขาคณิต (กุล) พิสูจน์กรรมของเราก็คือ เส้นตรงที่น่าสรรเสริญ ทำไมเป็นสรรเสริญไปซะแล้ว ซึ่งผิดกับบทแรก เส้นตรงที่น่าสงสาร ตั้งอยู่บนฐานแห่งความพอใจ บทแรกเรขาคณิต (กุล) พิสูจน์รักก็จะต้องบอกว่า เส้นตรงที่น่าสงสารตั้งอยู่บนฐานแห่งความพอใจ
แต่ว่าบทนี้เราบอกว่า เส้นตรงที่น่าสรรเสริญ ตั้งอยู่บนฐานแห่งความพอดี มันพอดีได้ยังไง เรามาศึกษากันต่อ เส้นตรงที่น่าสรรเสริญ ตั้งอยู่บนฐานแห่งความพอดี ใครต้องการชีวิตที่เป็นเส้นตรง แล้วได้รับคำสรรเสริญว่า คุณคนนี้ดำเนินชีวิตในหนทางตั้งแต่เริ่มต้นจนมาถึงท่ามกลาง และบางคนอาจจะถึงปลายทาง เป็นคนที่ตรงไปตรงมาน่าเลื่อมใสศรัทธา น่าเคารพ น่าเชื่อถือ เพราะว่าเขาเข้าใจ หรือจะบังเอิญก็ไม่รู้ ได้ทำสิ่งที่เป็นพฤติแล้วก็วิบาก อ่านต่อให้จบอีกนิดหนึ่งก่อน เส้นตรงที่น่าสรรเสริญ ตั้งอยู่บนฐานแห่งความพอดี สิ่งที่เกิดเก่าคือ วิบาก สิ่งที่เกิดใหม่คือ พฤติ สิ่งที่เกิดใหม่คือ พฤติ สิ่งที่เกิดเก่าคือ วิบาก จงพิสูจน์ว่า พฤติกรรมและวิบากกรรมต่างกันอย่างไร
ส่วนบทเส้นตรงที่น่าสงสาร ตั้งอยู่บนฐานแห่งความพอใจ สิ่งที่เกิดเก่าคือ ความรัก สิ่งที่เกิดใหม่คือ ความใคร่ สิ่งที่เกิดใหม่คือ ความใคร่ สิ่งที่เกิดเก่าคือ ความรัก จงพิสูจน์ว่า รักและใครต่างกันอย่างไร 2 บทนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน
กลับมาวิเคราะห์ที่เดิม ทำไมเราจะได้รับคำสรรเสริญ เพราะเราทำความพอดี พอดีระหว่างอะไร ระหว่างพฤติกรรมคือ การกระทำของเราในขณะปัจจุบันนี้แหล่ะ หรือถ้ากว้างออกไปหน่อยก็คือ ในชาตินี้ เราทำอะไรพอดีๆ คิดอะไรพอดีๆ พูดอะไรพอดีๆ ทำอะไรพอดีๆ แล้วมันพอดียังไง มันไปพอดีกับวิบากกรรม วิบากกรรมคือ ผลกรรมที่เราได้ทำไว้ ผลกรรมที่เราได้ทำไว้เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ความพอดีของมันอยู่ตรงไหน นี่คือปัญหานะ คนก็ไม่รู้ แล้วยิ่งยุค IT ChatGPT คอมพิวเตอร์ก้าวหน้า เทคนิคก้าวกระโดด คนก็บอกว่า ทำเท่านั้นที่ได้ ทำมาหากินแบบเอาเป็นเอาตาย แล้วส่วนมากถ้าผู้ที่ขาดซึ่งความพอดีก็จะได้รับกำลังคือ ตาย บางคนก็ฆ่าตัวตาย บางคนก็ตายทั้งเป็น บางคนก็ทำจนร่างกายทรุดโทรม แล้วก็ตายไปจริงๆ
เพราะฉะนั้นคนที่ไม่เข้าใจข้อเท็จจริงของการเกิด ในเบื้องหน้าการเกิด ก่อนเราเกิดมา แล้วก็ไม่เข้าใจข้อเท็จจริงในเบื้องหลังความตาย หลังจากเราตายไปแล้ว เราไปในลักษณะไหน เรามาเกิดในลักษณะไหน เราก็เคยให้รายละเอียดไว้บ้างแล้วว่า สิ่งที่เป็นวิบากเกิดจากคติ 4 อภิณหปัจจเวกขณ์ 5 แล้วก็วิบาก 6 รายละเอียดก็คงจะพูดไปหลายครั้งแล้ว
เราไม่รู้ว่าวิบากกรรมคือ บุญกับบาปของเรา เราได้ทำอะไรมา เราได้ทำบุญกับใครที่ไหน อย่างใด เมื่อใด แบบใด เท่าใด เราก็ไม่รู้อีก เราได้ทำบาปกับใคร ที่ไหน เมื่อใด อย่างใด แบบใด เท่าใดไว้ เราก็ไม่รู้ ไม่รู้แล้วจะไปสนใจทำไม ก็ต้องสนใจสิเพราะมันมีผลต่อความทุกข์และสุขของเราในชาตินี้ ทั้งเรื่องรักสมหวังหรือผิดหวัง ทั้งเรื่องรวยสมความปรารถนารวยหรือไม่รวย ทั้งเรื่องการปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ ที่เราเรียกว่า รัก รวย โรค
เมื่อเราอยากจะรู้เราต้องเรียนรู้ เหมือนกับการศึกษา เมื่อเราอยากจะมีวุฒิการศึกษาสูงๆ เราก็ต้องไปเรียนหรือหนังสือให้สูงๆ แต่เรื่องที่เราเรียนในที่นี้เราไม่จำเป็นจะต้องไปเดือดร้อนว่า เอาเป็นเอาตาย เพียงแต่ว่าเปิดใจกว้างอีกสักนิด ทำใจให้เป็นกลางอีกสักหน่อย ใครที่เอาเป็นเอาตายมุทะลุดุดันกับการสร้างฐานะ แล้วก็ไปดูตัวอย่างของคนที่เขามีวิบากกรรมทำมาดีเป็นช่วงระยะยาวว่า เขายังประสบความสำเร็จได้ ทั้งๆ ที่เขาเก่งไม่เท่าเรา เราเก่งกว่าเขาต้องไม่รู้เท่าไหร่ ก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องของชาติภพวังวนเวรกรรม
เรื่องนี้จึงขอฝาก ฝากให้ช่วยกันคิดอีกทีหนึ่งว่า เรื่องที่เราจะสร้างฐานะใช้ชีวิตให้เป็นที่ยอมรับและน่าสรรเสริญ ก็คือ ความพอดีของการรับรู้วิบากกรรมและพฤติกรรม วิบากกรรมพูดไว้ตั้งแต่เมื่อวานและก่อนเมื่อวานว่า ไม่ได้หมายความว่า จะต้องไปคิดจากชาตินี้เป็นวันแรกที่เราเกิดมานะ
สมมติว่านาย ก. มีอายุ 50 ปี นาย ก. กำลังสร้างพฤติกรรมคือ คิด พูด ทำของตัวเองแบบสุดฤทธิ์สุดเดช แต่นาย ก. ไม่รู้หรอกว่า มันจะสุดจริงหรือเปล่า ถ้าวิบากกรรมตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว วันที่แล้ว อาทิตย์ที่แล้ว เดือนที่แล้ว ปีที่แล้ว และชาติที่แล้ว ที่แล้วๆ มา ส่งผลมาให้อย่างไร วิบากกรรมที่ถอยหลังจากขณะปัจจุบันไป มันจะเป็นวิบากกรรมที่ให้คุณ ให้โทษกับเราอย่างแน่นอนที่สุด แล้วเราจะทำยังไง ก็ต้องรู้ความตื้น ลึก หนา บางของวิบากกรรมตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว ความจริงจะเอานาที เอาวินาทีมันก็ดูละเอียดเกินไป ไปจนถึงชาติที่แล้ว ชาติที่แล้วหมดปัญญาใช่ไหมว่า เราจะรู้ได้อย่างไร ก็รู้ได้ด้วยการทำการเจริญภาวนา
การเจริญภาวนามีให้เลือก เอาง่ายๆ ตรงนี้ก่อนว่า เราต้องการจะเกิดหูทิพย์ ตาทิพย์ เราต้องการเกิดมีเซ้นส์พิเศษ Sixth Sense อะไรพวกนี้ เราจะต้องเลือกทำสมาธิในรูปแบบของมุ่งสมถะก่อน และถ้าเราต้องการจะเกิดความรู้แจ้งเห็นจริง ให้เกิดวิปัสสนาก็คือ ปัญญา อันนี้ต้องแยกตรงนี้นิดหนึ่ง บางคนบอกว่า ฉันนั่งสมาธิ เข้าสมาธิ ฉันไม่เอาฤทธิ์เด็ดขาด ฉันต้องการเอารู้ ก็คือ ต้องการมุ่งวิปัสสนา ก็ดี ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าลืมว่าเมื่อจิตขณะที่ยังไปไม่ถึง ยังไปไม่ถึงวิปัสสนาญาน โดยเฉพาะญาณ 16 โสฬสญาณ มันไม่ได้ไปง่ายๆ กว่าจะไปถึงโสฬสญาณ ญาณที่ 16 คุณจะต้องผ่านญาณที่ 13 ก่อน ญาณที่ 13 คือ โคตรภูญาณ ญาณข้ามโคตร อันนี้ก็ยาวไป แล้วก็ยากไป
เอาเป็นว่านั่งสมาธิ หรือจะสวดมนต์ภาวนา จะทำการบูชาด้วยพระคาถา ถ้ามันจะเกิดเซ้นส์พิเศษขึ้นมา เราไม่ลุ่มหลง เราไม่ลุ่มหลงแต่เรายอมรับ ยอมรับว่าอันนี้ทำให้เราสามารถหวนระลึกไปได้โดยเลาๆ โดยพอเป็นนัยๆ ว่า ชาติที่แล้วคือ ภพที่แล้ว เราได้สร้างวิบากกรรมบุญ วิบากกรรมมีทั้งบุญทั้งบาปนะ ไม่ใช่ว่า วิบากกรรมแท้ๆ นี่ไม่ใช่ต้องเป็นบาปเสมอไป เราได้สร้างวิบากกรรมเป็นบุญ และเราได้สร้างวิบากกรรมที่เป็นบาปในรูปแบบโดยประมาณว่าอย่างไร
พอเรามีเซ้นส์พิเศษย้อนไปคิดถึงอดีตชาติ คือ ภพที่แล้ว มาประสานกับปัจจุบันชาติคือ ชาตินี้ ชาตินี้ก็อย่าทิ้งของที่เริ่มต้นจำความได้มานะ เช่น นาย ก. อายุ 50 ที่จริงนาย ก. ต้องจำความได้ตั้งแต่อายุ 10 ขวบโดยประมาณ ว่าตัวเองเป็นเด็กเกเร หรือเป็นเด็กรักดี เป็นเด็กอกตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้มีพระคุณ หรือผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ หรือตัวเองเป็นคนมีความกตัญญูอยู่รู้คุณมาก่อน ก็พอรู้นะ 10 ขวบแล้ว อันนี้ถือเป็นวิบากทั้งนั้น เป็นวิบากกรรมทั้งนั้นนะ บางคนไม่ยอมรับวิบากกรรมในชาติ ไม่ใช่ ต้องเอาของเก่าที่เรายังไม่เกิด มันก็ขาดข้อมูลไป ขาดเนื้อหาไป เพราะยังไงๆ เราต้องยอมรับกรรมทุกเวลานาที อะไรที่เราทำออกไปแล้ว อะไรที่เราคิดออกมาแล้ว อะไรที่เราพูดออกมาแล้ว ถือเป็นของเราทั้งนั้น และกระทั่งเราได้ทำ พูด คิดเมื่อชาติที่แล้วไว้ ก็เป็นของเรา กว่าจะสิ้นสุด สิ้นสุดภาระ คุณต้องสามารถละกิเลสได้ ก็คือ อรหันต์
เอาล่ะ หลายท่านคงยังงงๆ อยู่ โดยเฉพาะบอกว่า เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์ลิขิตพรหม เมื่อวานยังพูดเป็นพิสูจน์กรรมอยู่หยกๆ ก็เรื่องของกรรมมันเป็นสิ่งกระทำเพื่อพรหมลิขิต พรหมลิขิต บุพเพสันนิวาส บุพกรรม กงเกวียนกำเกวียนกรรมเก่าเกี่ยวกัน มันเนื่องกัน เนื่องกันหมด แต่เบ้าหลอมใหญ่คือ พรหมลิขิต เราจึงตกลงรับปากกับคุณวนิดา อิศรางกูร ณ อยุธยา หรือป้าต๋อยว่า ยินดีร่วมสร้างรูปท้าวมหาพรหม ซึ่งเราจะเรียกว่า องค์พรหมอานันทชัย มานั่งบูชาในสถานที่ของเรา ซึ่งตอนนี้โรงหล่อ หล่อรูปพระพรหมก็ติดต่อมาว่า ได้หล่อรูปพระพรหมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอให้ไปดูว่าพอใจแล้วหรือยัง คนที่อาจจะคิดในแง่ว่า เพิ่งจะสร้างสหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญาเสร็จไปใหม่ๆ ยังไม่ได้จัดพิธีฉลองกันจริงจัง เพราะยังไม่ได้จัดภายในให้เรียบร้อย แล้วทางด้านฝ่ายปัญญา ข้อมูลใน QR Code ข้อมูลที่จะมาส่งหาความรู้ต่างๆ จากสหปฏิบัติฯ ก็ยังไม่เสร็จเรียบร้อย จะมาตั้งพระพรหมอีกแล้ว นี่ก็คือ ปัญหาที่จะทำให้สมาชิกบางท่านคลางแคลงได้ว่า อะไรกันนักกันหนา
เอาล่ะ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง ส่วนเหตุผลอะไรเป็นอะไรอย่างไร เราค่อยๆ มาไล่เรียงบอกกล่าวกันไปเรื่อยๆ เดี๋ยวฟังเพลงจากผู้ที่เป็นผู้เปิดดีเจคนสวยว่า จะเปิดเพลงค่ายไหน ถ้าเป็นค่ายของคุณสมศักดิ์ รักไพบูลย์สมบัติ หรือครูหลง ที่แต่งให้เราจะเรียกว่า ค่ายบรรพกาล ตำนานเก่า ไม่ใช่ว่า ครูหลงแก่ แล้วก็แต่งเพลงเก่าๆ ไม่ใช่อย่างนั้นนะ บางเพลงของแกก็ทันสมัย และอีกค่ายหนึ่ง เราก็มีสมาชิกขยันช่วยกันทำ ช่วยกันหา เขาเรียกว่า ค่ายเพลง AI ชื่อว่า ขำไม่ออก ขันไม่หยุด ไม่รู้วันนี้จะเป็นของใคร ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
เพลงคั่นเวลาจบลงตรงที่ว่า ครบถ้วนตามสิทธิสัญญากรรม ลิขิตพรหม เป็นข้อความที่ต้องฝากให้ช่วยกันคิดในรูปของจินตนาการ แต่ว่าเป็นจินตนาการที่ให้เกิดเป็นประโยชน์ ไม่ใช่เพ้อเจ้อ
รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
การคิด พูด ทำ เราไม่ได้เป็นอิสระ หลายครั้งเราผิดพลาดเองจากพฤติกรรม แต่บางครั้งเราพลาดผิด เพราะคลื่นสอดแทรกจากวิบากกรรม มาศึกษาเรียนรู้ธรรมะสองภาค เพื่อรู้เท่าทันป้องกันแก้ไข
10 ม.ค. 2026
มนุษย์มีสิ่งลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง แต่เราถูกพรางความรู้สึก พราง แปลว่า ปิดบังความรู้สึก เช่น เรื่องศักดิ์สิทธิ์ เข้าใจกันผิดมากมาย อิทธิฤทธิ์ เข้าใจไม่ถูกต้องตามความจริง ปาฏิหาริย์ หาความรู้ที่แท้จริงยาก เทพเทวดา ไปกันคนละเรื่องคนละราว
16 ม.ค. 2026
เราจะพยายามทำอย่างไรไม่ให้เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับ เกิดรูโหว่และเกิดช่องว่าง เราจะอุดรูโหว่และช่องว่างให้มากที่สุดได้อย่างไร
25 ม.ค. 2026
