EP. 1887 วันมาฆบูชาเป็นวันความรักของชาวโลก (อ. 3 มี.ค. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 13 มี.ค. 2026
64 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกท่าน วันนี้เราพบกันวันสำคัญ เป็นวันมาฆบูชามหาปุณณมี แล้วยังเป็นวันหง่วงเซียวโจ่ยของคนจีน ไหว้เทศกาลของชาวนา ตามคติของชาวจีน วันนี้เป็นวันอังคารที่ 3 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ปีมะเมีย เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 เป็นเดือน 4 เพราะว่าปีนี้เป็นปีอธิกมาส มีสองแปด ก็เลยกลายเป็นวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4
มาฆบูชามีความหมายหลากหลาย บรรยายกันเป็นชั่วโมงๆ ก็ยังไม่จบ แต่มาจบตรงที่ว่า เป็นวันความรักบริสุทธิ์ ความรักมีหลายอย่าง ความรักที่ขาดความบริสุทธิ์แล้วทึกทักว่า ความรัก ก็ใช่ ความใคร่หรือความเสน่หาที่เบาบางก็เรียกได้ว่า ความรัก อย่างข้อความในเรขาคณิต(กุล)พิสูจน์รักของเรา ก็มีชื่อว่า “เส้นตรงที่น่าสงสาร ตั้งอยู่บนฐานแห่งความพอใจ สิ่งที่เกิดเก่าคือ ความรัก สิ่งที่เกิดใหม่คือ ความใคร่ สิ่งที่เกิดใหม่คือ ความใคร่ สิ่งที่เกิดเก่าคือ ความรัก จงพิสูจน์ว่า รักและใครต่างกันอย่างไร”
ที่จริงวันมาฆบูชา เป็นวันรักของชาวโลก เหตุเพราะพระพุทธองค์บอกว่า การเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี จะต้องเป็นคนที่มีจิตใจผ่องใส พอจิตใจเราผ่องใสเราก็ไม่ทำชั่วใช่ไหม เราก็ทำแต่ความดี พอเราทำความดี เราก็ละเว้นความชั่ว มันจะเป็นสิ่งที่เกื้อกันทั้ง 3 อย่าง ทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว ละเว้นความชั่ว ทำแต่ความดี เมื่อทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว ละเว้นความชั่ว ทำแต่ความดี จิตใจมันจะไปไหนเสีย จิตใจก็ผ่องใส ไม่มีเล่ห์เพทุบาย ไม่มีเจตนาร้าย ไม่ทุจริตอะไรกับใครทั้งนั้น ซึ่งก็พูดง่าย แต่ทำลำบาก เราก็ค่อยๆ ต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ถึงจะยาก ฝืนกิเลสในตัวมนุษย์ เพราะมนุษย์นั้นเกิดมาพร้อมกับความโลภแปลว่า ความอยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด เกิดโลภมันก็เกิดมีตัวโกรธ ตัวโกรธก็เป็นผลของตัวโลภ ผลพวงของมัน
พอเกิดความโลภ เกิดความโกรธ ความหลงก็เข้ามาประสม ไม่รู้ทิศรู้ทาง โลภ โกรธ หลงเป็นตัวแม่บท แม่บทของกิเลส แล้วก็เกิดเป็นกิเลส ตัณหา อุปาทาน กิเลสแปลว่า เครื่องเศร้าหมอง ถ้าคนเราจิตใจผ่องใส มันก็ไม่เศร้าหมอง มันก็ไม่มีกิเลส ใช่ไหม พระพุทธเจ้าจึงบอกว่า วันมาฆบูชาวันสำคัญแห่งชาวโลกก็คือ ลดกิเลส จิตใจผ่องใส พอมีกิเลส มีตัณหาตามมาแล้ว ตัณหาคือ อยากไม่มีที่สิ้นสุด แล้วเราก็เกิดอุปาทานว่า ต้องอย่างนี้ ต้องอย่างนี้ ต้องอย่างนี้ ไม่อิสระ
เท่ากับว่า 3 ชุดนี้ มันเกื้อกันไปเกื้อกันมา โลภ โกรธ หลง ชุดหนึ่งแล้วนะ กิเลส ตัณหา อุปาทาน ความจริงก็คือ ผลพวงของเจ้าโลภ โกรธ หลง นั่นแหละ เสร็จแล้วยังมาปรุงแต่งต่อ เขาเรียกว่า ปปัญจสัญญา สัญญาปรุงแต่ง ปรุงแต่งออกมาเป็นอะไร ปรุงแต่งออกมาเป็นตัณหา ความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด ปรุงแต่งออกมาเป็นมานะ มานะอยากใหญ่ อยากใหญ่มาก ใหญ่เท่าไหร่ๆ ก็ไม่พอ แล้วก็ทิฏฐิ ทิฏฐิโดยปริยายแปลว่า ใจแคบ
พอคนใจแคบ คนอยากใหญ่ คนอยากได้ไม่สิ้นสุด คนอยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด คนอยากใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด คนใจแคบไม่มีที่สิ้นสุด มันก็กลับมาที่เดิมก็คือ คนโลภจัด โลภมาก คนมีโทสะมาก โกรธมาก คนมีความหลงมาก 3 ชุดนี้มันจะเกื้อกันตลอด โลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน ตัณหา มานะ ทิฏฐิ เราศึกษาเจ้า 9 ตัวนี้ให้ชัดเจน แล้วเราก็จะได้ค่อยๆ ทำใจ ใหม่ๆ มันก็คงยังทำยากนะ แต่ต่อไปก็ค่อยๆ ดีขึ้น ดีขึ้น สาระสำคัญมันมีอยู่เท่านี้จริงๆ
วันนี้เราก็ได้ประกอบพิธีวันมาฆบูชากันอย่างสมน้ำสมเนื้อ หลายคนก็มาร่วมงาน และบางคนก็อาจจะยังกลับไม่ถึงบ้าน บางคนก็อาจจะกลับไปถึงแล้ว เพราะว่าสถานที่ของเราตอนนี้ย้ายจากที่เจริญมาสู่ป่าซะไกลลิบลิ่วเชียว ผู้คนหลายคนบอกเดินทางมากว่าจะถึง ใช้เวลามากมายมหาศาล อย่างท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์สิทธิชัย สมานชาติ เดินทางออกจากอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี สมมติว่าเช้าวันนี้ มาถึงกระเสียว มาถึงอ่างเก็บน้ำเขื่อนกระเสีย สหปฏิบัติฯ รุ่งเช้าของอีกวันหนึ่ง เท่ากับเดินทางมา 24 ชั่วโมง อาจารย์สิทธิชัยก็มีความอดทนสูงมาก ก็มาอยู่ซะหลายวัน ก็เป็นอานิสงส์
เอาล่ะ วันนี้เราก็เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ากันมาพอสมควร แต่ยังภูมิใจในผลงานของคุณพรทิพย์ พุตติ พรทิพย์เป็นลูกสะใภ้คุณพยงค์ Episode ที่ 1886 วันมาฆบูชา วันแห่งความรักที่บริสุทธิ์ของชาวพุทธ รักนี้ก็มีบริสุทธิ์ ไม่บริสุทธิ์นะ อย่างเมื่อวานก็คุยกันว่า อาจารย์ปัญจพลก็จะเอาเนื้อความอันนี้ไปต่อเติมแต่งเป็นเพลงว่า ผู้หญิงเกิดเห็นผู้ชายรูปหล่อ ถูกใจ เหมือนชาร์จไฟ เหมือนกับชาร์จแบตเตอรี่ เอาโทรศัพท์มือถือไปเสียบไฟ มันจะวิ่งปุ๊ดมาทีเดียวเต็มร้อยไม่ได้ มันต้องค่อยๆ ชาร์จ แต่พอเต็มร้อยไฟก็แน่นเปรี๊ยะเลย
ผู้ชายเห็นผู้หญิงสวยเกิดถูกใจ สะดุดใจปั๊บเหมือนไฟช็อตปุ๊บ มีทั้งแสง มีทั้งเสียง มีทั้งกลิ่น กลิ่นไหม้ ผู้หญิงเห็นผู้ชายถูกใจ พอใจ เหมือนชาร์จไฟ ค่อยๆ ค่อยๆ ผู้ชายเห็นผู้หญิงสวยถูกใจ เหมือนไฟช็อต ความรักก็มีหลายระดับ
วันมาฆบูชา วันแห่งความรักที่บริสุทธิ์ของชาวพุทธ พระพุทธองค์ทรงประทานโอวาทปาติโมกข์ ใครปฏิบัติตามได้ถูกต้องและเหมาะสม ก็เท่ากับว่าเป็นผู้น่ารักและเป็นผู้ให้ความรักกับคนอื่น แล้วก็ให้ผู้อื่นมารัก มารักตัวเองด้วย เพราะคนผู้นั้นเป็นคนทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส หากใครทำได้ 3 อย่างนี้ก็เป็นคนน่ารัก และมีคนมารัก แล้วตัวเองก็รักคนอื่นทั่วไปหมด อันนี้คุณพรทิพย์กำลังจะหมายถึง ความรักที่สลับไปมาว่า รักตัวเอง รักผู้อื่น แล้วมีผู้อื่นมารัก อันนี้เป็นความรักที่สมบูรณ์
ก่อนอื่นคนที่จะให้คนอื่นรัก ก็ต้องรักตัวเองก่อน เพราะถ้าตัวเองจะรักตัวเองได้ยังไง ถ้าในเมื่อเป็นคนไม่ดี เป็นคนชั่ว แล้วหลงรักตัวเองว่า ตัวเองเป็นคนดี ก็ต้องเป็นคนดี แล้วก็รักตัวเอง พอรักตัวเองเพราะตัวเองเป็นคนดี ละเว้นความชั่ว ตัวเองจิตใจผ่องใส ก็น่ารัก ก็มีผู้อื่นมารัก แต่พอมีคนมารัก ตัวเองเป็นคนดี ละเว้นความชั่ว จิตใจผ่องใส ตัวเองก็รักผู้อื่น รัก 3 เวอร์ชั่นก็เกิดขึ้น รักตัวเอง รักผู้อื่น และมีผู้อื่นมารัก นี่คือ สูตรธรรมชาติ คนก็บอกมันยุ่งยากเหลือเกิน เพราะศึกษา รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม
เอาล่ะ วันนี้เราก็สนทนากันพอสมควร ไม่มากนัก ไม่น้อยนัก มีบางคนก็บ่นน้อยไป บางคนบอกกำลังดีแล้ว สมัยก่อนพูดเยอะหน่อย คนก็บอกรำคาญจัง บางคนก็บอกดีจัง ก็นานาจิตตัง เราก็เอาพอประมาณ “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เราจะไม่ให้แต่ละวันผ่านไปเปล่า โดยไม่มีประโยชน์ เราก็เอาประโยชน์ว่า ยังไงๆ อย่าโกหกตัวเองเลย รักตัวเองด้วยการทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส และไม่ช้าไม่นาน หรืออาจจะเกิดขึ้นทันที ก็จะมีผู้อื่นมารัก พอรักตัวเอง รักผู้อื่น ก็มีผู้อื่นมารัก
ตรงกันข้าม ตัวเองไม่รักผู้อื่น ก็ไม่มีผู้อื่นมารัก แล้วจะมารักตัวเองอยู่ได้ยังไง มันต้องครบวงจร วงจรรักก็มี 3 มิติอย่างนี้แหละ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวคั่นเวลาด้วยการฟังเพลง แล้วมาสวดมนต์สวดพรในวันอันเป็นมงคลที่สำคัญยิ่ง มาฆบูชามหาปุณณี วันแห่งความมีมหัศจรรย์ พระพุทธองค์ทรงบอกว่า วันนี้ที่พุทธองค์เสด็จมาพบกับสาวกจำนวนตั้ง 1,250 รูป ไม่ได้นัดหมาย มันเป็นนิมิต มันเป็นปรากฏอันมหัศจรรย์ ก็เลยทรงเทศน์โอวาทปาติโมกข์
เพราะฉะนั้นเราก็ยึดเอาวันนี้ทำให้เกิดเป็นปาฏิหาริย์ขึ้น เป็นมหัศจรรย์ขึ้น พอเรายึดวันนี้เป็นที่มหัศจรรย์ ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น สิ่งไม่ดีก็ตอบโต้ตีกลับไปเป็นดี สิ่งที่ดีอยู่แล้วก็ดียิ่งๆ ขึ้นไป มันเป็นเส้นผมบังภูเขาจริงๆ เคล็ดวิธีมันมีอยู่นิดเดียวจริงๆ ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย ขอขอบคุณอีกครั้ง ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
ธรรมะ คือ ธรรมชาติ ไม่มีใครเก่งไปกว่าธรรมชาติ ก็เท่ากับว่าไม่มีใครฝืนธรรมะได้ เพราะธรรมะมาจากธรรมชาติ ให้เก่งมาจากไหน ให้เก่งขนาดไหน คุณก็หนีไม่พ้นกฎของธรรมชาติ ธรรมชาติ กฎของธรรมชาติ หน้าที่ที่เราจะต้องทำตามกฎของธรรมชาติ แล้วผลออกมาก็คือ ถ้าเราทำหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติถูกต้อง ผลดีก็ออกมา ถ้าเราทำหน้าที่ที่ทำตามธรรมชาติไม่ถูกต้อง ผลเสียก็ออกมา มันก็ตรงไปตรงมาอย่างนี้แหล่ะ คนเข้าใจว่า ธรรมะคือ เรื่องที่ลึกลับซับซ้อน ลำบากลำบน ที่จะเข้าถึง เข้าไม่ถึงได้ง่ายๆ ความจริงก็คือ ธรรมชาติทั้งหมดทั้งสิ้น ทั้งในตัวเราและนอกตัวเรา
แล้วของเราชาวสหปฏิบัติฯ ยังเน้นย้ำ 2 ภาค ธรรมะสามัญวิสัย เรื่องทั่วๆ ไปตรงไปตรงมา กับธรรมะเหนือสามัญวิสัย เรื่องวิเศษ เรื่องศักดิ์สิทธิ์ เรื่องอิทธิฤทธิ์ เรื่องปาฏิหาริย์ เรื่องเทพ ก็ตรงไปตรงมาเหมือนกัน แต่ตรงไปตรงมาแบบมองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่มีอำนาจที่จะให้คุณ ให้โทษกับเราได้ เพราะฉะนั้นอย่า ขอร้องว่า อย่า คิดไปทรยศต่อธรรมะก็คือ ทรยศต่อธรรมชาติ ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะเก่ง แล้วสามารถทรยศต่อธรรมชาติได้ อันนี้คือ สิ่งที่เห็นได้ไม่ยาก
เอาล่ะ เราเข้ามาสู่การขอพรจากวันมาฆบูชา มีพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งว่า เราจะศึกษาธรรมะให้ชัดเจน ไม่ลุ่มหลงงมงาย ไม่เบื่อหน่าย ไม่ปฏิเสธ เพราะมันคือ ความจริง
รวบรวมโดย คุณวิษณุ กระจ่างศรี
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
คือ ตัวเจ้าการใหญ่ที่ทำให้เรื่องศักยภาพ และเรื่องศักดิ์สิทธิ์ปั่นป่วน ส่วนใหญ่ก็คือ ดิ้นรน และปิดขบวนด้วยการเกิดเร็วและดับเร็ว ก็ต้องเอาจิตเข้าสู่สมาธิให้เกิดความพอดี ปรับอาการของจิตให้มันเกิดดับอย่างมีสติ จิตก็ถูกฝึกรักษาง่ายขึ้น ในการเรียนรู้เรื่องทางใน เรื่องศักดิ์สิทธิ์ ชะตาชีวิตจะดีขึ้นจริงหรือเปล่า ขอตะโกนดังๆ ว่า " จริงจ๊ะ "
2 มี.ค. 2026
โลภ โกรธ หลง เป็นต้นฉบับ ต่อมาก็ขยายฉบับออกไป กิเลส ตัณหา อุปาทาน มันก็ไปปรุงแต่งตัณหา มานะ แล้วก็ไปปิดประตูสุดท้ายที่ทิฏฐิ ความใจแคบ
13 มี.ค. 2026
