แชร์

EP. 1856   ปิดรูโหว่และช่องว่างด้วยสติและสัมปชัญญะ คือ ความระลึกได้และความรู้ตัว (ศ. 23 ม.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 4 ก.พ. 2026
15 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกๆ ท่าน ต้องขออภัยขาดหายไปเมื่อวานนี้ แล้วก็ต้องอภัยต่อ พรุ่งนี้จะงดรายการอีก 1 วัน  วันนี้เรามาทบทวน ทบทวนเรื่องของวันก่อนสักนิดหนึ่ง เพื่อให้เกิดความเข้าใจ แล้วความเข้าใจนั้นก็จะได้เป็นข้อมูลที่ฝังเข้าไปในวิญญาณธาตุ ผู้ใดที่มีความรู้อยู่ในวิญญาณธาตุที่ถูกต้อง และมากพอสมควร มันเหมือนกับจะมีภูมิ ภูมิคุ้มกันสิ่งอันจะมาทำให้เราเกิดมีรูโหว่ และช่องว่าง ที่ทำให้เกิดปัญหาชีวิตได้ 
วันนี้เราพบกันศุกร์ที่ 23  ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 3 ปีมะเส็ง  เดือนมกราคม พุทธ คริสต์ 69 และ 26  ต้องย้ำถึงวันเวลาที่เป็นประโยชน์  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา   อัปเปนะ พหุเกนะ วา”  เวลาแต่ละวัน อย่าให้มันผ่านไปเปล่า  เราต้องพยายามทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับธรรม 2 ภาค คือ ทั้งภาคสามัญ เรื่องทั่วไปธรรมดา มีโอกาสที่จะแสวงหาความรู้ เราก็แสวงหา แต่ว่าให้เป็นความรู้ที่มีประโยชน์กับเรา และงานของเรา  หน้าที่ของเรา  ความจำเป็นของเรา  แล้วก็แสวงหาความรู้ในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังเกิดความสับสนวุ่นวายกันอยู่  ยังงวยงงสงสัยกันอยู่ บ้างก็เรียกว่า สายมู  บ้างก็เรียกว่า ไสยศาสตร์  บ้างก็เรียกว่า เรื่องปาฏิหาริย์  เรื่องปรากฏการณ์อันแปลกประหลาด มหัศจรรย์  ซึ่งมีทั้งคนที่ขานรับ ยอมรับ  แล้วก็มีทั้งคนที่ปฏิเสธ  มีทั้งคนที่ชอบ และมีคนที่ชัง ไม่ชอบ  ยังไงเราก็รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม  มันไม่ได้หนักบ่า  มันเป็นความรู้เสริม เสริมพิเศษ ให้เกิดความวิเศษ  
สิ่งที่สำคัญที่สุด เรามาทวนเรื่องเมื่อวานซืนนี้กันสักนิดหนึ่ง  วันที่ 21 ที่เราคุยกันไว้ว่า ชีวิตคนทุกคนส่วนตัวแล้วจะต้องมีสติ สติแปลว่า ความระลึกได้ ซึ่งคู่กับสัมปชัญญะ สัมปชัญญะแปลว่า  ความรู้ตัว  ทีนี้การที่คนมีสติ และมีสัมปชัญญะ คือ ระลึกได้ตลอดเวลา เราเป็นใคร เรากำลังทำอะไร  อยู่กับใคร  ที่ไหน  อย่างใด เมื่อใด แบบใด เท่าใด  กรณีที่จะระลึกได้อย่างนี้ตลอดเวลา ไม่มีรูโหว่และช่องว่างเลย จะต้องมาเป็นพระอรหันต์ หรือผู้สำเร็จอรหันต์เท่านั้น  
สำหรับคนธรรมดาทั่วไปโอกาสที่จะขาดสติ เกิดเป็นรูโหว่และช่องว่างให้สิ่งที่ไม่ดีเข้ามาทำร้ายเรา เข้ามาทำให้เราเดือดร้อน   มันมีโอกาสมาก  ขณะเดียวกัน สัมปชัญญะคือ ความรู้ตัว โอกาสที่เราจะรู้ตัวว่า เราเป็นใคร เราควรจะทำอะไร กับใคร ที่ไหน อย่างใด เมื่อใด แบบใด เท่าใด ที่จะร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเต็มร้อย ถ้าไม่ใช่อรหันต์ หรือไม่ใช่พระอรหันต์ที่จะมีสัมปชัญญะเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มี  โอกาสที่จะเกิดรูโหว่ และช่องว่างมันมีมาก  
ทางนอก คนขาดสติ ขาดสัมปชัญญะ ก็จะทำให้ลืมตัว  พลั้งเผลอ  ทำอะไรผิดพลาด  แล้วก็ทำให้ตัวเองและบริวารเดือดร้อน  ทางในก็เช่นเดียวกัน คนที่ขาดสติ ขาดสัมปชัญญะ ไม่เฉลียวใจ  ไม่คิดในแง่ว่า เรามีอำนาจลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง อะไรอยู่หรือเปล่า ทำไมชีวิตเราถึงได้ผิดปกติ ไม่เหมือนคนอื่นเขา  ทำไมร่างกายเรามีโรคแปลกๆ  ทำไมเรามีปัญหาชีวิตประหลาดๆ  ทำไมเราไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาทั้งหลายทั้งปวงให้มันสิ้นสุดไปได้ ให้มันเหมาะสมกับฐานะของเรา ก็ทำไม่ได้  นี่เขาเรียกว่า เกิดรูโหว่และช่องว่าง  
โดยทั่วไป เราจะคุมสติและสัมปชัญญะของเราได้เฉพาะ แล้วบางครั้งเราก็พลาด  พลาดทางนอก ขาดสติทางนอก  แล้วก็ขาดสัมปชัญญะทางนอก  อันนี้ก็เห็น เห็นได้ง่ายๆ ชัด ๆ ตรงไปตรงมา ก็ได้แต่ว่าต้องเตือนสติตัวเองหรือให้คนอื่นมาเตือน ต้องระลึกถึงสัมปชัญญะของตัวเอง คือ รู้ตัว หรือให้คนอื่นมาบอกให้รู้ตัว แล้วก็ตกใจเราขาดสติไปแล้ว เราขาดสัมปชัญญะไปแล้ว เกิดรูโหว่และช่องว่าง 
ตอนนี้เกิดมีสิ่งซึ่งเป็นเรื่องอำนาจที่เขามาเตือนเราให้เรามีสติ มีสัมปชัญญะ ทางนอกก็ตรงไปตรงมาว่า มีผู้มาเตือนเรา เช่น ลูกขาดสติ ขาดสัมปชัญญะ พ่อแม่ก็มาเตือน ขาดสติและก็มีสัมปชัญญะขึ้นมา ลูกศิษย์ขาดสติ ขาดสัมปชัญญะ ครูบาอาจารย์มาเตือน ก็ตกใจ ก็รู้ตัว แล้วก็เร่งแก้ไข  เร่งระมัดระวังต่อไป อันนี้มันก็ชัดเจน ไม่น่าจะมีข้อสงสัย 
แต่มีสิ่งหนึ่งซึ่งนอกเหนือจากที่มาเตือนเราตรงๆ หรือมาป้องกันให้เราตรงๆ ห่างไกลออกไป  เขาเรียกว่า บันดาล  มีคนบันดาลให้  เช่น ขับรถไปเกิด หลับในขาดสติ ก็มีปรากฏการณ์อะไรแปลกๆ มาเตือนว่า ระวังนะ ทางข้างหน้ามีอันตราย  ก็ตกใจตื่นจากหลับใน อะไรอย่างนี้  อันนี้ก็เป็นเรียกว่า ห่างออกไป มีอำนาจบางอย่างมาเตือนเรา  ถ้าคนไม่เชื่อ ฉันมีสติ ไม่ต้องมาเตือนฉันหรอก  ทางนอกฉันก็มีสติ  ทางในฉันก็มีสติ  ฉันมีสัมปชัญญะ คือ รู้ตัว ไม่ต้องมาบอกฉันหรอก  ทางนอกฉันก็มีสัมปชัญญะ คือ รู้ตัว  ทางในฉันก็มีสัมปชัญญะ คือ รู้ตัว  อันนี้ก็เป็นเรื่องของแต่ละคนที่คิดว่า ตัวเองประมาท ประมาทไม่แคร์ต่อสิ่งภายนอก ใครจะมาเก่งกว่าฉันไม่มี ก็ทำอะไรไปแบบขาดสติ  ขาดสัมปชัญญะ 
ทางนอกฉันใด ทางในก็ฉันนั้น คนที่มีองค์ มีเทพ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัว แล้วจิตเลื่อนลอย  หรือเกิดความเลินเล่อ  เกิดความประมาท  เกิดความโอหัง  เกิดขาดความศรัทธา ขาดความเชื่อถือ ไม่สนใจ มั่นใจว่า เทพประจำตัวของฉัน หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ฉันบูชาอยู่ที่บ้าน บูชาอยู่ทบนโต๊ะทำงาน   บูชาอยู่ในห้องนอน ศักดิ์สิทธิ์พอแล้ว ช่วยฉันได้  ไม่สนใจที่จะให้มันกว้างออกไปอีกสักนิด 
เช่น  พิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญร่วมกัน เช่นอย่างวันมาฆบูชา วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3  ขณะที่เราประกอบพิธีก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาเป็นสักขีพยาน  วิสาขบูชา วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6  ไม่ไปประกอบพิธีกับใครแล้ว ฉันไปได้แต่ฉันไม่ไป ฉันขี้เกียจ ใช้คำว่า ขี้เกียจ  วันอาสาฬหบูชา วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8  ฉันก็ไม่เอาละเรื่องศาสนพิธี  ฉันไม่สนใจละ  ฉันเก่งซะอย่าง  ใครจะมาทำไม  เราก็ห่างเหินจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในระดับนอก  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ระดับสากลหรือระดับนอก เขามีอิทธิพล เขามีอำนาจของเขาที่จะช่วยเหลือเราถ้าเรายอมรับเขา  
ถ้าเราไม่ยอมรับเขา เขาก็ไม่รู้จักเรา  เพราะอะไร  เพราะเราไม่รู้จักเขา มันเป็นธรรมชาติ เป็นธรรมดา อย่างคนที่เขามีฐานะเป็นผู้หลัก ผู้ใหญ่  ที่เขามีอำนาจ ที่เขามีอะไร แล้วคนทั่วไป คนบางคนไม่รู้จักเขา ไม่ไปรู้จักมักคุ้น หรือไม่ไปเคารพนับถือกัน ไม่ไปอะไรกัน แล้วเขาจะมาช่วยเหลือเราไหม เขาก็ไม่มาช่วยเหลือเรา และเขาก็บอกว่า เขาไม่รู้จักเรา เพราะเราไม่รู้จักเขา  
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ต่างกับคน  ยิ่งเป็นผู้ที่มีฐานะระดับมหาพรหม  อย่างที่เรานำชื่อมาบอกกล่าวเล่าแจ้งในช่วงก่อนไหว้ครู 20 มกรา  ถ้าหากว่าเราเมินเฉยต่อการบอก..จะมามีอะไรนักหนา ในตำราเขาก็ว่าของเขาไปเท่านั้นแหละ มองขึ้นไปบนฟ้าก็ไม่เห็นมีใคร จะมีมหาพรหมทั้งรูปพรหมและอรูปพรหมถึง 20 ชั้นเชียวหรือ  บางคนก็ประมาทว่า ไม่จริง ไม่มี  ฉันก็งุมมะงาหรา นับถือแต่เทพทั่วไป  อันนี้ไม่ได้ดูถูกเทพทั่วไปว่า ไม่มีฐานะ อย่าเข้าใจผิด   ฉันเอาแต่เรื่องสาย..พูดกันง่ายๆ ว่า เอาแต่สายมูก็แล้วกันน่ะ  ความรู้ที่ควรจะรับรู้ แยกให้เป็นส่วนๆ แล้วก็เอามารวมกันให้เป็นสัดส่วน ไม่เคยคิดที่จะใส่ใจ ไม่เคยคิดที่จะใฝ่เรียนรู้ ไม่เคยคิดที่จะสรรหาความเข้าใจตรงนี้ 
ผลที่สุดในธาตุรู้ของเรา ไม่มีอะไรเป็นข้อมูลเลย เกิดรูโหว่และช่องว่างสำหรับเทพประจำตัวของเราขึ้นมา เพราะเทพประจำตัวของเราก็เหมือนกับเรา โอกาสขาดสติ โอกาสขาดสัมปชัญญะของเทพประจำตัวของเรา แล้วเกิดในช่วงนั้นเกิดเคราะห์หามยามร้าย เราเกิดมีสิ่งอันเป็นเรียกว่า เคราะห์กรรมเข้ามาพอดี 
ถ้าเรามีสิ่งอันสัมพันธ์กับมหาเทพ สมมติก่อน มหาเทพ 20 องค์อย่างที่ว่า เรามีความเข้าใจในเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ระดับที่ว่า ทำไมพระฤาษีทั้ง 9    7 องค์แรกอยู่ในทำเนียบ แล้วฤาษีเพชรฉลูกัณฑ์ องค์ที่ 8 เป็นฤาษีกรณีพิเศษที่ไปได้ทั่วหมด  แล้วองค์ที่ 9 คือ หมอชีวกโกมารภัจจ์ ท่านมีความโยงใยเชื่อมโยงอย่างไรกับมหาเทพ 20 องค์ ที่เรียกว่า เป็นรูปพรหม หรือรูปโลกอยู่ในกามาวจร ตั้งแต่มหาพรหมปาริสัชชา ลงมาเรื่อยๆ ไปจนกระทั่งมหาพรหมอกนิฏฐา อย่างนี้  แล้วยังมีอรูปพรหมอีก 4 ชั้น ฟังดูก็คุ้นๆ  อากาสานัญจายตนะ  วิญญาณัญจายตนะ  อากิญจัญญายตนะ  เนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นพระพรหมด้วยเหรอ แล้วเป็นมหาพรหมได้อย่างไร  ก็นี่ชื่อของอรูปฌาน  ไม่ใส่ใจ  ไม่ใฝ่ที่จะเรียนรู้ว่า ความโยงใยระหว่างฤาษีทั้ง 9  สมมติน่ะ ฤาษีทั้ง 9 กับมหาพรหม 20 ชั้นมันเกี่ยวกันยังไง  โยงกันยังไง  มหาพรหมที่เป็นอรูปพรหม อกามาวจรเป็นอรูปโลก  ทำไมชื่อแปลกจัง  ชื่อ 4 ชื่อนี่ฉันคุ้นๆ  มันเป็นชื่ออรูปฌานนี่ แล้วทำไมมาเรียกอรูปพรหม  
ความเข้าใจเหล่านี้เรียนรู้ไม่ยาก เพียงแค่อยากจะเรียน  เพียงแค่อยากจะรู้  ใส่ใจใฝ่เรียนรู้  มันก็รู้ได้ไม่ยาก  วิญญาณธาตุก็บันทึก บันทึก บันทึกเข้าไป  ถึงเวลาเกิดมีปัญหาระดับพรหมลิขิตของเราในระดับสูง เกิดรูโหว่และช่องว่าง  ตัวธาตุรู้ หรือสิ่งรับรู้  หรือการศรัทธาต่อสิ่งเหล่านี้ ในเชิงปัญญาก็ดี หรือในเชิงศรัทธาที่เราไปร่วมพิธีกรรมต่างๆ ก็ดี มันจะมาเป็นเหมือนพลังคุ้มกันเรา ในขณะที่เราเกิดไปถึงสภาวะที่เรียกว่า เกิดรูโหว่และช่องว่างที่เป็นอันตราย ทั้งทางนอกเป็นอันตราย  ทั้งทางใน  
อันนี้มีผู้ให้อธิบายซ้ำในวันนี้ ก็อธิบายได้ในหลักคร่าวๆ อย่างนี้เเหละ  ถามว่าทำไมจะต้องมาแนะนำบอกกล่าวเล่าเเจ้งกันมากมายละเอียดลออ   ไม่เหมือนที่อื่นเขาก็บอกว่า มีแค่ฤาษีองค์เดียว เขาก็หยุดอยู่แค่นั้น มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักองค์เดียวเขาก็เอาเพียงแค่นั้น ทำไมสหปฏิบัติฯ นี้ยุ่งยากจัง  มีผู้บ่นให้ฟัง  มีผู้นินทา แล้วก็มีผู้ว่าในเชิงลบ ในเชิงไม่ดีก็มีมากมาย  สรรเสริญก็มีบ้าง แต่ไม่มากนัก  ซึ่งเราก็ไม่ได้ไปสนใจกับสิ่งเหล่านี้  เพราะว่าสรรเสริญคู่นินทามันเป็นของธรรมดา 
แต่สิ่งที่เราห่วงใยก็คือ ท่านถูกกำหนดมา กำหนดมาว่า เมื่อไหร่ท่านเกิดธาตุรู้ และเกิดการร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ และพิธีกรรมใหญ่ๆ หรือพิธีกรรมที่สำคัญๆ  ท่านนั้นก็จะปลอดภัยเมื่อเกิดมีรูโหว่และช่องว่างที่จะมีอันตราย หรือเรื่องที่ยังไม่ควรจะเกิดเพราะชะตายังไม่หมด   มันสอดแทรกเข้ามาในชีวิต  แล้วชีวิตก็กลายเป็นอยู่ในสภาพที่หมดสิ้นฐานะ บ้างไม่ตายจริง ไม่ตายจริงแต่ตายทั้งเป็น  
ตายทั้งเป็น เช่น ขออภัย ผู้นอนติดเตียง หรือไม่ควรจะติดแต่ก็ติด  ผู้ที่ไม่ได้ติดเตียงแต่ว่าสติก่อไม่ติด  สติก่อไม่ติดแปลว่าอะไร  ขาดสติ  เขาเรียกคนเสียจริต  คนเสียสติเดินมาแล้ว  เขาก็รีบเตรียมเดินห่างๆ  อย่างนี้ชีวิตหมดเลยนะ  เพราะฉะนั้นทางนอกฉันใด ทางในก็ฉันนั้น ขออธิบายไว้เพียงเท่านี้ก่อน  และรายชื่อก็จะนำมารายงานในโอกาสต่อไป 
วันนี้ 1855  คุณปุนนภา รักษาวงษ์ มีตัวโปรยอยู่ 2 บรรทัดกว่าๆ   เราจะทำอย่างไรไม่ให้เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์  อิทธิฤทธิ์  ปาฏิหาริย์  เทพเทวดา  ลึกลับ เกิดรูโหว่และเกิดช่องว่าง  เราจะอุดรูโหว่และช่องว่างให้มากที่สุดได้อย่างไร  
พูดกันง่ายๆ ว่า  ทำอย่างไรจะเกิดสติคือ ความระลึกได้  ซึ่งถ้าคนขาดสติต้องพูดภาษาวัยรุ่นก็ได้ว่า ดูไม่จืด  ขาดสัมปชัญญะคือ ความรู้ตัว พูดภาษาวัยรุ่นต้องขอบอกว่า ตัวใครตัวมัน  คนขาดสติก็ดูไม่จืด ภาษาวัยรุ่นหน่อยนะ  คนขาดสัมปชัญญะก็คือ ไม่รู้ตัว  ก็ตัวใครตัวมัน ไม่มีใครเขาเอาด้วยหรอก อันนี้น่าสงสาร  ก็ขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลงตามอัธยาศัยที่คุณกนกวรรณจะเปิดให้ฟัง  แล้วก็มาสวดมนต์สวดพรกัน ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง  

รวบรวมโดย คุณกันติชา เวชสุรียะกุล

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1851     ไหว้ครู ไหว้ใคร   ไหว้กันไป ไหว้กันมา  ไหว้กันมา ไหว้กันไป เพราะใครๆ ก็เป็นได้ทั้งศิษย์และครู  แด่คุณครูด้วยดวงใจ ให้กับครูที่มีตัวตน เป็นอณู จำกัดจำนวน  แด่คุณครูด้วยดวงวิญญาณ ให้กับครูที่ไม่มีตัวตน เป็นปรมาณู ไม่จำกัดจำนวน  ทั้งครูที่มีตัวต
ศ.  16  ม.ค.  2569 ไหว้ครู ไหว้ใคร   ไหว้กันไป ไหว้กันมา  ไหว้กันมา ไหว้กันไป เพราะใครๆ ก็เป็นได้ทั้งศิษย์และครู  แด่คุณครูด้วยดวงใจ ให้กับครูที่มีตัวตน เป็นอณู จำกัดจำนวน  แด่คุณครูด้วยดวงวิญญาณ ให้กับครูที่ไม่มีตัวตน เป็นปรมาณู ไม่จำกัดจำนวน  ทั้งครูที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน ควรมีทั้งศักยภาพ และความศักดิ์สิทธิ์
18 ม.ค. 2026
EP. 1842   คลื่นพลังสอดแทรก เรามีพลังเหนือพลังบางอย่าง ที่ทั้งจะมากลั่นแกล้งเราให้เราผิด ให้เราพลาด ให้เราพลั้ง และมีพลังเหนือพลังที่จะมาเพิ่ม มาเติม มาต่อสิ่งที่ดีๆ ให้กับเรา  พลังเหนือพลังก็คือ คลื่นสอดแทรก มีทั้งคลื่นที่ดี และมีทั้งคลื่นที่ร้ายเข้ามาสอ
คลื่นพลังสอดแทรก เรามีพลังเหนือพลังบางอย่าง ที่ทั้งจะมากลั่นแกล้งเราให้เราผิด ให้เราพลาด ให้เราพลั้ง และมีพลังเหนือพลังที่จะมาเพิ่ม มาเติม มาต่อสิ่งที่ดีๆ ให้กับเรา  พลังเหนือพลังก็คือ คลื่นสอดแทรก มีทั้งคลื่นที่ดี และมีทั้งคลื่นที่ร้ายเข้ามาสอดแทรก
10 ม.ค. 2026
EP. 1846  งานไหว้ครู และครอบครูให้เป็นความหมายของตัวเลข 20  เพราะพระพรหมมีรูปพรหม 16 ชั้น และอรูปพรหม 4 ชั้น
งานไหว้ครู และครอบครูให้เป็นความหมายของตัวเลข 20  เพราะพระพรหมมีรูปพรหม 16 ชั้น และอรูปพรหม 4 ชั้น
16 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy