EP.1921 หากกายวิปริต จิตวิปลาส วิญญาณเกิดเป็นวิญญาณอาฆาตให้กับเจ้าของชีวิต (อ. 14 เม.ย. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 25 เม.ย. 2026
11 ผู้เข้าชม
สวัสดีวันสงกรานต์ วันนี้ก็ยังเป็นวันสงกรานต์แต่เราเรียกกันว่า วันเนา หรือวันทางราชการเรียกว่า วันครอบครัว สงกรานต์จัดขึ้น 3 วัน คือ เมื่อวานวันมหาสงกรานต์ วันที่ 13 เมษายน วันนี้วันที่ 14 เมษายน เขาเรียกว่า วันเนา วันเนาคือ วันเชื่อม เชื่อมปีเก่า ของดีปีเก่า กับเตรียมรับของดีปีใหม่ในวันพรุ่งนี้ วันนี้เป็นวันกลางหรือวันเนา พรุ่งนี้เป็นวันปีใหม่เถลิงศก เราก็บอกว่า อังคารที่ 14 เดือนเมษายน พุทธศักราช 2569 คริสต์ศักราช 2026 แรม 12 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย
วันนี้จับใจความได้อีกหนึ่งคำว่า ประเพณีของคนไทยมีความแยบยลและแยบคาย มีความละเอียดลออ ละมุนละม่อม ละเมียดละไม ความหมายทุกอย่างจะมีความเป็นศิลปะ มีความละเอียด ไม่หยาบ
ฉะนั้นจิตของเราคนไทยถูกปรุงแต่งมาด้วยความละเอียด ไม่หยาบ ถ้าหากว่าเกิดเราฝืนสัญชาติของเราในฐานะเป็นคนไทย เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย แล้วคิดหยาบ พูดหยาบ ทำหยาบ ความแยบคายของวิญญาณของคนไทย ก็จะเกิดการขัดแย้งกันกับตัวเรา
คือพูดง่ายๆ ว่า คนไทยมีความคิดที่ติดมาจากขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรม เช่นอย่างสงกรานต์ที่พูดมาแล้ว ถ้าหากว่าเราขาดความคิดที่ละเอียดลออ ละมุนละม่อม ละเมียดละไม กลับกลายเป็นตรงกันข้าม คือ คิดหยาบ ไม่แยบยล ไม่แยบคาย พูดหยาบ ไม่แยบยล ไม่แยบคาย ทำหยาบ ไม่แยบยลและไม่แยบคาย พูดกันว่า
หยาบกับแยบคาย ละเอียดลออ ละมุนละม่อม ละเมียดละไม มีความแยบยลและแยบคาย เราคิด พูด ทำ แบบส่งๆ ฟุๆ ฟ่ามๆ มันก็จะเกิดการขัดแย้งกันกับวิญญาณธาตุของเราตั้งแต่ดั้งเดิมมา
พูดกันง่ายๆ ว่า ตั้งแต่ดั้งเดิมมามีความละเอียดลออ ละมุนละม่อม ละเมียดละไม มีความแยบยลและแยบคาย แต่เรากลับมาคิดแบบหยาบคาย พูดแบบหยาบคาย กระทำแบบหยาบคาย นี่ล่ะคือความขัดแย้ง ก็จะเกิดการค้านกัน กายก็จะค้านกาย จิตก็จะค้านจิต เมื่อกายค้านกาย กายก็กลายเป็นกายวิปริต มันจะวิปริต ก็ผิดปกติน่ะ จิตค้านจิต จิตก็กลายเป็นวิปลาส จิตผิดปกติ มันผิดปกติไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ โดยเราไม่รู้ตัว
พอกายค้านกาย กายวิปริต จิตมันค้านจิต จิตวิปลาส ตอนนี้ค้านข้ามเขตแล้ว กายก็ไปค้านจิต จิตก็ข้ามเขตมาค้านกาย คราวนี้ค้านกันไปค้านกันมา ค้านกันมาค้านกันไป ทีแรกกายค้านกายก่อน แล้วก็มาจิตค้านจิต ทีนี้กายก็ไปค้านจิต จิตก็มาค้านกาย
กายค้านกับกายกลายเป็นกายวิปริตแล้วในเบื้องต้น แล้วเรายังมามีจิตค้านจิต จิตก็เริ่มวิปลาส วิปลาสแปลว่า ผิดปกติ หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า บ้า ก็ค้านจิต พอจิตค้านจิต กายค้านกาย กายมาค้านจิตอีกคราวนี้หนักเข้าไปอีก จิตมาค้านกาย คราวนี้กายก็วิปริต จิตก็วิปลาส กายวิปลาส จิตก็วิปริต วิญญาณซึ่งรับผลพวงอยู่ข้างล่างสุดๆ ก็เกิดภัยเป็นวิญญาณอาฆาต อาฆาตใคร วิญญาณอาฆาตเจ้าของชีวิตก่อน วิญญาณไม่สามารถจะอารักขาหรือดูแลร่างกายเราได้ กลายเป็นวิญญาณที่ทำร้ายเรา อาฆาตเรา กลายเป็นกายวิปริต จิตวิปลาส วิญญาณก็อาฆาต
วิญญาณอาฆาตเราหมายถึงว่า ไม่อำนวยช่วยเรา ไม่อำนวย ไม่ช่วยเรา แล้วยังเกิดการบีบคั้น กดดัน รังควาน และปิดกั้น กลั่นแกล้งกันด้วย
เพราะฉะนั้นเราจึงมองไม่เห็นกันว่า คนที่พยายามตะเกียกตะกายจะหาวิธีสร้างฐานะ สร้างความสำเร็จให้กับชีวิตของตัวเอง ไม่ว่าทางด้านชื่อเสียงเกียรติยศ ยศฐาบรรดาศักดิ์ อำนาจวาสนา ความร่ำรวย ความมีสุขภาพแข็งแรง ความมีความสามารถ เก่งกล้าสามารถที่จะแสดงออกหรือเรียกว่า ศักยภาพ ก็แสดงไม่ออก แสดงศักยภาพออกมาไม่สมกับโลกสังขารของตัวเองที่มีมา แสดงไม่ออก พูดกันง่ายๆ ว่า แสดงศักยภาพไม่เต็มที่
พอแสดงศักยภาพไม่เต็มที่ ความศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เต็มที่ ความศักดิ์สิทธิ์ไม่เกิดเท่าที่ควร เพราะศักดิ์สิทธิ์คืออะไร ศักดิ์สิทธิ์คือ ปาฏิหาริย์ 5 อย่าง ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ พอศักดิ์สิทธิ์เกิดขึ้นแล้วอิทธิฤทธิ์ก็เกิด แล้วพออันที่ 4 เทพเทวดา อันที่ 5 คือ เรื่องลึกลับ ทั้ง 1 ทั้ง 2 ทั้ง 4 ทั้ง 5 ก็เพื่ออันที่ 3 อันที่ 3 ก็คือ ปาฏิหาริย์ ปาฏิหาริย์ในการตอบโต้ตีกลับ เกิดปาฏิหาริย์ขึ้น
เมื่อไม่เกิดปาฏิหาริย์ อะไรต่ออะไรก็แก้ปัญหาไม่ได้ ตัวเองก็แก้ไม่ได้ ความสัมพันธ์กับผู้อื่นก็ไปสัมพันธ์แบบไม่ใช่กระแสพรหมลิขิตเดียวกัน ก็ได้เหมือนกันที่เขาเรียกว่า ผ่อนคลายภายนอก แต่ไม่สามารถที่จะคลี่คลายปัญหาความทุกข์ภายใน การผ่อนคลายภายนอกที่ฝรั่งเขาเรียก Relax ก็ผ่อนคลายได้ แต่ไม่สามารถจะคลี่คลายปัญหาภายในได้
เริ่มต้นจากเจ้าตัวแท้ๆ แทนที่จะมีความคิดอันแยบยล และแยบคายตามระบบของขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม เช่น ประเพณีสงกรานต์ วันนี้ก็เป็นวันเนา เราก็กลับกลายเป็นไปค้านตัวเอง บอกคนไทยมีความละเอียด ละมุนละม่อม ละเมียดละไมที่ถูกหล่อหลอมพันธุกรรม DNA RNA อะไรมาตั้งแต่พันๆ ปีก่อน แล้วมีพุทธศาสนาเป็นเบ้าหลอม พุทธศาสนาละเอียดลออ ละมุนละม่อม ละเมียดละไมที่สุด ก็กลายเป็นว่า ตัวเองทำร้ายตัวเอง เริ่มจากกายค้านกาย จิตค้านจิต กายค้านจิต จิตค้านกาย ค้านกันไปค้านกันมา ค้านกันมาค้านกันไป กลายเป็นกายวิปริต จิตวิปลาส วิญญาณตามมาอาฆาต
เพราะอย่างนี้ทำให้เห็นเป็นภาพว่า อัตตาหิ อัตตะโนนาโถนะ เราช่วยตัวเราด้วยการทำจิตให้ละเอียดลออ ละมุนละม่อม สมกับเรามีขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมที่เรียกว่า ลึกซึ้ง หรือแยบยลและแยบคาย อย่าใช้จิตที่หยาบคาย ใช้กิริยาที่หยาบคาย ใช้วาจาที่หยาบคาย ไม่เป็นผลดีกับชีวิตเลย ส่วนการล้อเล่นนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง
เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า ชีวิตเรา เราจัดสรรได้ เมื่อมนุษย์จัดสรร เทพก็จะเสกสรร แล้วธรรมชาติทั้งภาคสามัญ และเหนือสามัญก็จะสร้างสรรค์ มนุษย์จัดสรรตัวเองก่อนให้เป็นคนมีระเบียบ มีความน่ารัก นุ่มนวล ควรแก่การเป็นคน ส่วนจะล้อเล่นล้อหัวอะไรกันนี่อีกเรื่องหนึ่ง สนุกสนานสำเริงสำราญในวันสงกรานต์ อย่างนี้อีกเรื่องหนึ่ง
แต่เอาเข้าจริงๆ ความรู้สึกของคนที่มีต่อกันและกันสำคัญที่สุด มาพบกันถือว่าเป็นโอกาสที่หายากแล้วนะ แล้วมาใช้ความหยาบคาย ความคิดต่อกันก็คิดร้าย คิดไม่ดี คิดจะหักโค่น คิดจะทรยศคดโกง คิดจะหาเรื่อง คิดจะเอาเรื่อง คิดจะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ก็ไม่รู้ว่าคนเหล่านี้หรือคนลักษณะอย่างนี้เขาคิดยังไง
แม๊บๆๆ เดี๋ยวไม่ช้า ก็ตายจากกันไปแล้ว เห็นๆ กันอยู่ มีตัวอย่างกันอยู่ ไม่รู้กี่รายต่อกี่ราย เดี๋ยวก็มีข่าวคนนั้นที่เรารู้จักระดับห่างๆ เขาตายแล้ว คนนี้ที่เราเคยรู้จักระดับกลางๆ เขาตายแล้ว คนนี้ คนโน้นที่เรารู้จักระดับใกล้ชิดสนิทสนม เขาก็ตายแล้ว คนนี้ คนนั้น คนโน้น เดี๋ยวคนนี้ตาย เดี๋ยวคนนั้นตาย เดี๋ยวคนโน้นตาย สักวันหนึ่งก็ถึงคิวของเราตาย อันนี้ไม่ได้พูดให้สลดหดหู่ วันสงกรานต์เขามีแต่จะทำให้ร่าเริงเบิกบานและแจ่มใส แต่มรณานุสตินี่ล่ะ ทำให้คนสงบ สงบลงได้ บางคนก็บอกไม่ดี พูดเรื่องเงินทองดีกว่า ก็นี่ไง กำลังพูดเรื่องเงินทองด้วย เพราะคนที่สงบแล้วเข้าสู่พรหมลิขิต ลิขิตสัญญากรรม ลิขิตพรหม คนนั้นมีโอกาสจะมีโชคมีลาภ จะมีทรัพย์สินเงินทองได้โดยไม่ยาก อันนี้ขอยืนยันว่า ทุกอย่างมันเกี่ยวโยงกันไปหมด
ก็ขอกลับมาที่ผลงานของคุณพรทิพย์ พุตติ 1920 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สรรหาในตัวเราเองดีที่สุด บริหารอากาศธาตุให้พอดีๆ เกิดเป็นพลังปราณ แล้วใส่ธาตุรู้จากการเรียนรู้เข้าไปในวิญญาณธาตุ คือ ธาตุรู้รับเข้าไปทางหู ทางตา ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ธาตุรู้มันรับเข้าไป พอรับรู้เข้าไป วิญญาณธาตุมันก็รับรู้ความรู้เหล่านั้นไปอีกทีหนึ่ง เมื่อวิญญาณธาตุได้รับการปรุงจากศักยภาพแล้ว คุณก็จะกลายเป็นคนที่มีทั้งศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ ส่วนจะไปสัมพันธ์กับผู้อื่น กับผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่อื่น ก็แล้วแต่กรณีๆ ไป
หมายความว่า ความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเราสำคัญที่อันดับหนึ่ง แล้วถ้าเราไปสัมพันธ์กับบุคคลที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ก็มีความศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้นมาอีกเป็นกรณีๆ ที่จำเป็นก็ต้องสัมพันธ์ ไม่จำเป็นก็ต้องผ่านไป ที่จำเป็นก็เข้ามาใกล้ ที่ไม่จำเป็นก็ห่างไกล แต่อย่าหลงตัวเอง นะอย่าหลงตัวเองว่า ข้ามีเทพศักดิ์สิทธิ์ในตัว ดูหมอทำนายทายทักโชคชะตาให้คนอื่นแม่นยำอย่างกับตาเห็น อะไรอย่างนี้ หลงตัวเอง แล้วก็กร่าง อย่ากร่าง ถ้ากร่างปุ๊บละก็คราวนี้ศักดิ์สิทธิ์ห่างไกลปั๊บเลย พอคนเริ่มกร่างน่ะ กร่างก๋าว่าข้าเก่งเนี่ยศักดิ์สิทธิ์จะห่างออกไปทันทีเลย พูดอย่างภาษาเด็กวัยรุ่นไม่ค่อยเพราะหน่อยเขาเรียกว่า อย่าโชว์โง่
สมัยนี้เราจะเห็นคนโชว์โง่ในเรื่องการใช้ชีวิตเยอะมาก เพราะว่าเขาใช้เทคโนโลยีเก่งมาก ยกตัวอย่างโทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์ เขาใช้กันเก่งๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะเด็กหนุ่ม เด็กสาวรุ่นใหม่ คนแก่ยังงุ่มง่ามๆ ไม่รู้จะกดทางไหน ทีนี้พอคนรุ่นใหม่มีนวัตกรรม เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ที่ทันสมัยแล้วก็แปลกประหลาดพิสดาร ก็เกิดการกร่าง กร่างก็คือ อวดเก่ง อวดเบ่งกับผู้หลักผู้ใหญ่ แล้วก็เรื่องของการใช้ชีวิต ซึ่งมันละเอียดอ่อนมาก มันมีความลึกลับซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางมาก ก็แสดงออกมาแบบโง่ๆ เราจะใช้คำว่านี้ว่า สมัยนี้คนโชว์โง่ด้วยเรื่องการใช้ชีวิตเยอะมาก ถึงเขาจะโชว์ฉลาดในการใช้คอมพิวเตอร์ ในเครื่องสื่อสารอะไรที่ฉลาดเก่งกล้าสามารถก็น่าชมเชย อันนั้นเขาโชว์ฉลาด แต่พอเอาเข้าจริงๆ เรื่องการใช้ชีวิตที่ถูกต้องเขาโชว์โง่กันเยอะ ไม่ใช่ทุกคนนะ แต่ว่าค่อนข้างเยอะ ก็ขอยุติลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้ เดี๋ยวอาจารย์โอ๊ตมีรายงาน ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
เพลงคั่นรายการวันนี้ก็เป็นเพลงที่ต้องนำมาคิด เตือนผู้ที่อาจจะเบื่อ หรือรำคาญเรื่องการเสนอสิ่งอันแปลกๆ ความรู้ที่ประหลาดๆ ก็เพื่ออะไร ให้ผู้ที่ทนฟังได้เก็บเข้าไปข้างใน แล้วไปเป็นภูมิต่อสู้กับเรื่องลึกลับซับซ้อนที่ไม่ดี แล้วก็เอาเข้าไปใช้ให้เกิดเป็นปาฏิหาริย์ในสิ่งที่ดีด้วย
ก็ทั้งหมดทั้งสิ้นที่พูดอยู่เสมอว่า ขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง ก็เพราะว่าเรื่องที่เรานำเสนอมันแปลกประหลาดพิสดาร ไม่ค่อยจะเหมือนใครแล้วก็ไม่ค่อยจะมีใครเหมือน คนฟังมาฟังคนที่นำเสนอเป็นคนที่ไม่มีฐานะทางสังคม อันนี้ไม่ได้ถ่อมตัวนะ ไม่มีฐานะทางสังคม มาเสนอเรื่องแปลกๆ ประหลาดๆ พิสดาร พิลึกๆ ก็ทนฟัง บางคนก็ไม่ฟัง
ที่จริงการฟังมันไม่เกิดประโยชน์กับคนพูดหรอก เกิดประโยชน์กับคนฟัง เพราะว่าธาตุรู้มันเก็บเข้าไป แล้วมันก็ส่งความรู้ไปให้วิญญาณธาตุ วิญญาณของทุกคนก็ศักดิ์สิทธิ์ มีพลังขึ้น เหมือนกับมีอาหารบำรุงน่ะ ร่างกายก็แข็งแรง ก็ต่อสู้กับสิ่งลึกลับ ภัยลับๆ ได้ อันนี้หลักแค่นี้แหละ หลายๆ คนก็บอกไม่รู้จะฟังไปทำไม มันไม่สนุก มันไม่ค่อยจะเหมือนชาวบ้านชาวช่องเขานำมาเสนอหรอก อันนี้ก็เห็นใจนะ เอาล่ะ พอสมควรวันนี้เราก็เหน็ดเหนื่อยกันมาพอสมควรแก่เวลา
รวบรวมโดย คุณวิษณุ กระจ่างศรี
บทความที่เกี่ยวข้อง
หากจะมองว่าไม่เป็นธรรมเลยทำไมต้องมาเลือกฉันด้วย ก็ขอตอบว่า..คุณเสนอตัวคุณเองตั้งแต่ชาติปางก่อน
ที่เราถูกเลือกนั้นเขาให้โอกาสเรา เวลาที่เราจะมีเคราะห์ มีโศก มีโรค มีภัย มีทุกข์ มีความลำบากแสนสาหัสสากรรจ์ เขาให้เรามาเข้าเกมกลกรรมในกลไกกรรมโดยการทำพฤติกรรมให้ถูกต้อง
คุณมีสิทธิ์สร้างภาควิบากกรรมในเกมกลกรรมโดยการทำกลไกกรรมให้เป็นปาฏิหาริย์หรือ Sixth sense
18 ก.พ. 2026
สนใจ ใส่ใจที่จะรับรู้และเรียนรู้เรื่องที่มีสาระ เพื่อให้ความรู้เข้ามาในธาตุรู้ จนตัวเองได้พัฒนาเป็นศักยภาพ หรือความสามารถพิเศษขึ้นมา แล้วกลายเป็นวิญญาณธาตุคือ ธาตุรู้ที่เก่งกล้าสามารถ จนกระทั่งสร้างศักยภาพและสร้างศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้
เรื่องศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย แต่เป็นเรื่องเหนือสามัญวิสัย
11 เม.ย. 2026
