แชร์

EP.1910    เทพในตัวไม่ได้รับการใส่ใจ กลับตะลอนไปหาเทพเจ้าตามที่เขาเล่าลือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ (พฤ. 2 เม.ย. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 11 เม.ย. 2026
7 ผู้เข้าชม
 
วันนี้เราพบกันวันพฤหัสบดีที่ 2 เดือนเมษายน 69 และ 26 เป็นพุทธและคริสต์ศักราช  วันนี้เป็นวันพระข้างขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย  ที่จริงแล้วต้องนำเอาชื่อของผู้ส่งมาทางอากาศ  มาออกบอกขอพรแด่เทพจ้า ถามเทพเจ้าท่านแล้วท่านบอกไม่เป็นไร  เขาส่งมาเมื่อไหร่เขาก็ได้รับพรเมื่อนั้นแหละ เขาตั้งใจส่งเขาก็ได้รับพรแล้ว  เพราะฉะนั้นคนพูดก็เลยใช้ความขี้เกียจตรงนี้ เลื่อนไปอีกหน่อย เพราะว่ายังไม่พร้อม เราก็จะบอกเทพพระเจ้าว่า ยิ่งขอช้า ก็ขอให้ท่านยิ่งให้มากๆ หน่อย  เพราะว่าแสดงว่าผู้ขอใจเย็น พอใจเย็นแล้วอะไรต่อมิอะไร มันก็ไม่คลาดเคลื่อน มันเป็นไปตามครรลองที่ถูกต้องและเหมาะสม 
เราคุยกันถึงเรื่องอะไร  สื่อกลางในตัวมนุษย์ 3 อย่าง 1909 ของคุณปุนนภา รักษาวงษ์ บอกว่า สื่อกลางในตัวมนุษย์ 3 อย่างคือ สื่อกับตัวเอง สื่อกับมนุษย์ด้วยกัน อันนี้สำคัญที่สุด  สื่อกับตัวเองมันก็แน่นอนล่ะ ในทุกๆ ขณะจิตเราก็รู้ตัว เราสื่อก็สื่อถึงตัวของเรา ตอนนี้อย่าลืมว่า เมื่อสื่อกับตัวเราแล้วก็ต้องสื่อสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกัน เป็นบุคคลที่ 2  ตัวเราเป็นบุคคลที่ 1  บุคคลที่ 2 ที่เราจะสื่อสัมพันธ์ด้วยสำคัญมากทีเดียว 
แล้วสื่อกับมนุษย์ด้วยกันสื่อด้วยอะไร เราก็สื่อกันด้วยภาษา สื่อกันด้วยท่าทาง สื่อกันด้วยอะไร เดี๋ยวเอาให้จบก่อนแล้วค่อยมาไล่เรียงใหม่  สื่อกลางในตัวมนุษย์มี 3 อย่าง คือ 1. สื่อกับตัวเองและสื่อกับมนุษย์ด้วยกัน  2. สื่อกับเทพ อันนี้สำคัญขึ้นอีกหนึ่ง  แต่ก็ยังไม่สำคัญเท่ากับอันแรก อันแรกนี่สำคัญมาก มนุษยสัมพันธ์ หรือความสัมพันธ์กับมนุษย์เรื่องใหญ่มาก  อันที่ 3 นี่คงไม่มีใครชอบ แล้วหลายคนคงปฏิเสธว่า เอาไหม ไม่เอา ฉันไม่สื่อด้วย สื่อกับผี   
ใครชอบสื่ออันไหน 1. สื่อกับตัวเอง  2. สื่อกับมนุษย์ด้วยกัน  ตัวเองไม่ต้องสื่อหรอก เพราะมันเป็นประสาทสื่อสมองสั่งของเจ้าตัวเองอยู่แล้ว แต่ประสาทสื่อสมองสั่งแล้ว  ในตาทำหน้าที่มองกันไปมองกันมา รู้สึกหมั่นไส้ หรือรู้สึกเสียวซ่าน  ไปคนละอารมณ์เลย ตามองตา สายตาก็จ้องมองกันรู้สึกหมั่นไส้ ถ้าตามองตา สายตาก็จ้องมองกันรู้สึกเสียวซ่าน อันนี้จะเริ่มเข้าใส่แล้ว 
เมื่อมนุษย์กับมนุษย์สัมพันธ์กันนี่สำคัญมาก เทพเขาก็คอยดูตรงนี้ด้วย เทพเขาบอกว่า เดี๋ยวฉันจะคอยจับตาดู จะคอยพิจารณาดูว่า มนุษย์สื่อถึงมนุษย์แบบไหน สื่อแบบยังไม่ทันจะรู้เหนือรู้ใต้รู้ออกรู้ตกเลย เหม็นขี้หน้ากันซะอย่างนั้นแล้ว หมั่นไส้กันไปซะอย่างนั้นแล้ว  ก็แปลก สื่อกับมนุษย์ด้วยกันต้องสื่ออย่างประนีประนอม สื่ออย่างกลางๆ เว้นเสียแต่ มนุษย์คนนี้เป็นมนุษย์สเปโต มนุษย์สเปโตฟังแล้วเพราะนะ แต่ความหมายไม่ดี มนุษย์เปรโตเขาแปลว่า มนุษย์เปรต ก็ภาษาชาวบ้านเรียกว่า อีเปรต ไอเปรตอย่างนี้  
สื่อถึงมนุษย์ด้วยกันต้องมองกันดีๆ ไว้ก่อน  แต่มองดีเกินไปก็อันตรายนะ ก็มองร้ายเกินไปก็ไม่ดี ทางที่ดีคือ เฉยๆ ไว้ก่อน  เฉยๆ ไว้ก่อน อย่าพึ่งตัดสินใจว่า คนนี้ดีที่สุด คนนี้เลวที่สุด ดูไปดูมาสืบไปสืบมา คนนี้ใกล้เข้ามาอีกนิดก็จะดี    คนนี้ห่างออกไปอีกหน่อยก็คงจะดี   คนนี้ไม่ต้องใกล้แล้วไม่ต้องห่างอยู่พอดีๆ น่าจะดี  เราจัดลำดับได้  พอเราสื่อถึงมนุษย์แล้ว มนุษย์คนนี้ควรใกล้ชิดอีกสักนิด แล้วชีวิตจะปลอดภัย  มนุษย์คนนี้ห่างไกลอีกสักหน่อย แล้วชีวิตจึงจะไม่เป็นภัย  มนุษย์คนนี้อยู่ตรงกลางๆ ดีแล้ว ไม่ต้องชิดนักไม่ต้องห่างนัก ก็เอาพอดีๆ อันนี้เขาเรียกว่า วิธีการที่จะสื่อกับมนุษย์ด้วยกัน 
ตอนนี้พอสื่อกับมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกันแล้ว  มนุษย์กับเทพตอนนี้ง่ายแล้ว  ทำไมเป็นง่าย  ง่าย ที่ยากนี่คือ มนุษย์กับมนุษย์  ที่สื่อกับเทพไม่ยากจริงๆ แต่คนมักไปคิดว่า ฉันสื่อกับมนุษย์ ติดต่อมนุษย์ ฉันเข้าใจง่ายกว่า  แล้วมีวิธีการสื่อที่เห็นชัดกว่า  แล้วเรื่องอะไรฉันจะไปสื่อกับเทพ หันรอบหมุนรอบตัว หันกลับมาอีก 1 รอบ ไม่รู้เทพอยู่ตรงไหน บางคนว่าอย่างนั้นนะ  แล้วฉันจะสื่อกับเทพยังไง  กลัว  กลัวว่าสื่อผิดสื่อถูก  สื่อไปสื่อมาเทพ เขามีเทพเจ้าองค์หนึ่งอยู่ที่ศาลตั้งอยู่ตรงนั้น ตรงนั้น ตรงนั้น  ไม่ใช่  อย่าเข้าใจผิด ศาลเจ้าหรือศาลเทพที่เขาตั้งอยู่ เทพอาจจะไม่ได้อยู่ตรงนั้น หรือเทพอาจจะอยู่ตรงนั้นเฉพาะตอนที่เราไปเห็นศาลเจ้าตรงนั้น พอเราไม่ไปศาลเจ้าตรงนั้น เทพเขาก็ไม่มาตรงนั้น  พอเราไปตรงนั้น เทพเขาก็มาอยู่ตรงนั้น 
สมมติว่า มีศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ทุ่งหมาว้อ ไม่รู้อยู่จังหวัดอะไรเนอะทุ่งหมาว้อ  นาย ก. ก็เดินทางไปหาเทพเจ้าที่ทุ่งหมาว้อ  เดินทางไปกว่าจะไปถึง ปรากฏไปถึงที่ศาลเจ้าทุ่งหมาว้อ  มีแต่ศาลเจ้าเปล่าๆ   นาย ก.ไม่รู้หรอกไม่มีเจ้าอยู่  บางทีศาลเจ้าที่ตั้งใจจะไปหา  ที่จะไปบูชา  จะไปถวายเทพ  กลับไม่มีเทพอยู่ หรือแต่ศาลร้างๆ อันนี้มนุษย์ก็ไม่รู้ ก็ไปถึงก็จัดการเอาของเซ่นไหว้ บวงสรวง บูชา  ทำการยกใหญ่  มีปรากฏการณ์เหมือนกัน ปรากฏการณ์อะไรเกิดขึ้น มีผลน่ะ ที่แท้ศาลเจ้าร้างๆ แล้วพอเราไปถึงปั๊บ บรรดาโอปปาติกะที่เขาเที่ยวตะลอนๆ หาโอกาสอยู่แถวนั้น หรือบังเอิญผ่านมาพอดี เขาก็เข้าไปสวมรอยเป็นชื่อ ชื่อเทพเจ้าองค์นั้นๆ ที่คนต้องการจะไปไหว้  ก็สวมรอยเลย  แล้วก็รับเครื่องเซ่นไหว้ไปเฉยเลย 
เขาช่วยเราได้ถ้าเรากับเขามีกรรมสัมพันธ์กัน เกิดไม่มีกรรมสัมพันธ์กันเท่าที่ควรจะมี ก็ปรากฏว่าการไปบวงสรวงเซ่นไหว้ ฟรีไปเลย  ป่วยการไปเลย  ไม่มีอะไรเกิดขึ้น คนเขาไม่รู้ ไม่รู้ก็เดี๋ยวเอาใหม่  สงสัยจะเอาหมูเห็ดเป็ดไก่  เอาของไหว้ให้น้อยไป ไปแล้วไม่ได้ผล เพราะฉะนั้นเดี๋ยวต้องตั้งใจ เตรียมหาโอกาสเตรียมตัวไปใหม่อีกที  ไปกันอยู่นั่นแหละ  เทพในตัวของใครต่อใครไม่ได้รับการใส่ใจสนใจเท่าที่ควร ตะลอนๆ ไปหาเทพเจ้าตามที่เขาเล่าลือกันว่า ศักดิ์สิทธิ์ อยู่ที่ตรงนั้น อยู่ที่ตรงนี้  ผลที่สุดก็เลยงวยงงไปหมด ไม่รู้จะติดต่อใครดี  
สื่อสัมพันธ์ 3 อย่างนี้ 1. สื่อมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกันดีที่สุด แต่ต้องสื่ออย่างฉลาดหน่อยนะ  อย่าสื่อถึงกันอย่างโง่ๆ  เดี๋ยวจะเสียค่าโง่  สื่อสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกันอย่าสื่อแบบโง่ๆ เดี๋ยวจะเสียค่าโง่  สื่อต่อมนุษย์มนุษย์ด้วยกันอย่างรู้เท่าทันและบริสุทธิ์ใจต่อกัน ต้องดูท่าที ดูดีๆ อย่าถลำ อย่าพลาดถลำ   
สื่อเทพไม่เป็นไร ขอยืนยันในที่นี้ตัดบทเลย ต้องการพบเทพองค์ไหนได้ทุกเวลา แล้วเทพอยู่ไกลๆ ฉันจะทำยังไง  เช่น ตอนนี้เขาบอกว่า เทพในสมรภูมิรบ ในสถานที่สงครามศักดิ์สิทธิ์มาก ขอร้องเลยว่าอย่าไปเสี่ยง  อย่าไปเสี่ยง  อยากพบเทพองค์ที่เขามีศาลเจ้าตั้งอยู่ในที่ที่เขากำลังรบกันสมมติอย่างนี้ เสี่ยงมาก อย่าไป  หาโอกาสติดต่อเทพองค์นั้นด้วยตัวของตัวเอง คงยากหรือเปล่า  หาโอกาส  หาวิธี เรียนรู้วิธีติดต่อกับเทพองค์นั้นๆ หรือองค์ไหนๆ ก็ได้ ด้วยตัวของเราเอง ก็แสดงว่า มนุษย์สื่อกับมนุษย์  สามารถจะสื่อได้ทั้งมนุษย์ด้วยกัน แล้วก็สื่อได้ทั้งเทพกับมนุษย์ 
พอมาสื่อที่ 3 เรื่องขี้เล็บเลย เรื่องขี้ผงเลย เรื่องปลายก้อยเลย สื่อถึงผี  สื่อถึงผี ผีมันเป็นใคร   ผีมันเป็นผี เป็นวิญญาณที่เขาไม่นิยมกัน  แต่มันมี  มันมี   มันมีเราก็ยอมรับมัน แต่จำเป็นไหมที่เราต้องสื่อถึงผี ก็ไม่จำเป็น จำเป็นเฉพาะที่ผีที่มีญาติ  ผีที่เป็นญาติ  ถ้าผีที่เป็นญาติมันก็จำเป็นอยู่ที่เราต้องสื่อถึง ต้องพยายามแสวงหาที่จะพบปะกับเขา  เช่นอย่างตรุษจีน สารทจีน  ตรุษไทย สารทไทย โอกาสที่สำคัญๆ อย่างเช่น   เดือนเมษายนนี่ก็มีวันสงกรานต์ ประเพณีสงกรานต์ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษอย่างนี้   
ผีที่มีญาติ เขาจะเป็นผีที่มีมารยาท เราจะพบเขา เขาจะมาพบเรา  เขาไม่มาทำอะไรให้เสียหาย ทำให้ตกอกตกใจ ทำให้เดือดร้อน เพราะเป็นผีที่มีญาติ เราเป็นญาติกับเขา เขาเป็นญาติกับเรา  แล้วผีอย่างอื่นนะ ผีอย่างอื่นไม่ค่อยจะมีผลเท่าไหร่  
แต่อย่าลืมนะว่า ผีที่เป็นญาติกับเรา  ไม่ใช่ชาติเดียวนะ บางทีผีที่เป็นญาติกับเราเมื่อร้อยชาติ หลายร้อยชาติที่แล้วมา แต่กรรมเกี่ยวเก่า กรรมสัมพันธ์ยังไม่หมดลง  ก็มีความโยงใยเกี่ยวข้องกันอีก วุ่นวายไปหมด  มันไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ ตราบใดที่เรายังไม่สำเร็จอรหันต์  
การสื่อถึงเทพ  การสื่อถึงผี  ซึ่งจะต้องมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเรา  ไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ  มันจะต้องมีความโยงใย  โยงใย  และโยงใยกันตลอดเวลา  เพราะว่าผีก็ดี เทพก็ดี เขาเป็นเรื่องของชาติภพวังวนเวรกรรม ต้องเกี่ยวข้องกันไม่มีที่สิ้นสุด หยุดลงตรงที่ชาติหนึ่งชาติใดเราสำเร็จอรหันต์แล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอีกกี่ร้อย กี่พัน กี่หมื่นชาติ ที่เราจะสำเร็จอรหันต์  ก็เป็นด้วยเหตุประการฉะนี้ 
และอาจจะมีผู้ที่ยังคลางแคลง ยังไม่เข้าใจ ยังไม่ชัดเจน เราก็มาคุยกันในโอกาส  “ถามแอนด์ทอล์ค” ก็ได้  แล้วเราก็จะได้เข้าใจฐานะของเราดีขึ้น ดีขึ้น ดีขึ้น ฉันเป็นสื่อกับมนุษย์กับมนุษย์  ใช้ภาษาอะไร  พูดไม่เป็นก็หาล่ามมาแปล  ฉันเป็นสื่อกับเทพเทวดา  เทพชั้นไหนที่จะมาติดต่อกับฉัน  ฉันเป็นสื่อกับผี แล้วเจ้าผี หรือนายผี หรือยายผี แกกับฉันมันเกี่ยวข้องยังไงกันมากี่ภพกี่ชาติ จะเอาอะไรขอให้บอกก่อนว่า แกก็รู้ไหมว่าแกกับฉันพบกันมากี่ชาติ ถ้ามันเกินความจำเป็นก็ตัดบัญชีมันออกไปซะบ้าง เพราะบางทีมันก็มาขอสุ่มสี่สุ่มห้า  เราก็เอาเฉพาะผีที่เป็นญาติโกโหติกา แล้วนอกนั้นก็แค่ผลพลอยได้เล็กๆ น้อยๆ ก็ว่ากันไป  อันนี้เป็นกติกาทั้ง 31 ภพ 31 ภูมิในพระไตรปิฎก ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ มีรายงาน  ขอขอบคุณอีกครั้งที่ตั้งใจฟัง
“อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พหุเกนะ วา”  อย่างน้อยๆ วันนี้เราก็ได้ฟังเพลงที่เป็นข้อคิดแง่พิจารณาว่า ระวังบุคคลประเภทหนึ่ง เข้ามาหาประจบประแจงให้เราถือท้ายเขา แล้วเราก็ยังไม่รู้พฤติกรรมของเขาแต่ต้น ความเลวร้ายของเขาในท่ามกลาง แล้วก็ไปถือหางเขา อย่างนี้เป็นอัปมงคล  ชีวิตไม่เจริญ  รุ่งเรืองจำเริญแน่นอน 
เรามาเข้าสู่การขอพรในวันที่ 2 เดือนเมษายน ซึ่งตรงกับ EP. ที่ 1909  อย่าลืมสื่อ 3 ระดับ  คนบอกว่า ผีไม่ติดต่อได้ไหม  ผีติดต่อได้  ติดต่อแล้วดี  ดีกว่าคนผีๆ  คนที่ทำตัวเหมือนผีไม่ติดต่อดีกว่า แต่ถ้าผีจริงๆ มันน่ารัก ติดต่อแล้วจะเข้าใจอะไรต่ออะไรดีขึ้น  คนผีๆ ยิ่งติดต่อยิ่งแย่ลง 

รวบรวมโดย คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1913    เร่งสร้างศักยภาพในการคบคนให้ดี แล้วศักดิ์สิทธิ์จะมาช่วยจัดการเกรดบุคคล (อา. 5 เม.ย. 2569)
ถ้าเราไม่พัฒนาศักยภาพให้ขึ้นมาเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถจะจัดบัลลังก์คนที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรา เพื่อการคบหาให้กับเราได้
11 เม.ย. 2026
EP. 1839  เทพจะเสกสรรสิ่งอันเป็นประโยชน์ทั้งหลายที่มนุษย์ต้องการให้กับมนุษย์ที่จัดสรรเท่านั้น
ถ้ามนุษย์ไม่จัดสรร  เทพก็ไม่สามารถจะเสกสรร ในขณะที่ธรรมชาติตั้งใจจะสร้างสรรค์ ธรรมชาติก็สร้างสรรค์ไปตามธรรมชาติ  แต่เทพไม่สามารถจะเสกสรรค์ เพราะมนุษย์ไม่จัดสรรตัวเอง
6 ม.ค. 2026
EP. 1886   วันมาฆบูชา วันแห่งความรักที่บริสุทธิ์ของชาวพุทธ (จ. 2 มี.ค. 2569)
พระพุทธองค์ทรงประทาน โอวาทปาติโมกข์ ใครปฏิบัติฯ ตามได้ถูกต้องและเหมาะสม ก็เท่ากับว่า เป็นผู้น่ารัก และเป็นผู้ให้ความรักกับคนอื่น แล้วก็ให้ผู้อื่นมารักตัวเองด้วย เพราะคนผู้นั้นเป็นคนทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส หากใครทำได้ 3 อย่างนี้ ก็เป็นคนน่ารัก และมีคนมารัก แล้วก็ตัวเองก็รักคนทั่วไปหมด
13 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy