แชร์

EP. 1888    ค่าสมดุลในวิญญาณ คือ ขันธ์ตัวที่ 5 (พ. 4 มี.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 13 มี.ค. 2026
38 ผู้เข้าชม
สิ่งมหัศจรรย์ทั้งหลายทั้งปวงมันเกิดขึ้นได้ ถ้าหากว่าสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น แล้วเรามาให้ค่าเป็นปาฏิหาริย์  แปลว่า ตอบโต้ตีกลับในสิ่งที่ไม่ดี ไปสู่สิ่งที่ดี มันก็จะมีประโยชน์ แต่ถ้าตอบโต้ตีกลับไม่ไหว มันกลายเป็นอาถรรพ์มันก็เกิดเป็นโทษ
วันนี้มีหัวข้อที่เพิ่งจะคิดขึ้นมาใหม่ ปุ๊บปั๊บขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ยังไม่ได้เกลา พรุ่งนี้อาจจะเปลี่ยนความหมายเล็กๆ น้อยๆ ได้ วันนี้ก็เอาโจทย์ที่ค่อนข้างจะฟังยากไปก่อนสักนิดหนึ่ง เกิดคิดมาว่า ค่าสมดุลในจิตสังขาร คือ ขันธ์ 5  ค่าสมดุลของวิญญาณคือ ขันธ์ตัวที่ 5 กับอีก 4 ขันธ์ ตั้งแต่ รูปขันธ์  เวทนาขันธ์  สัญญาขันธ์  สังขารขันธ์  แล้วมาถึงวิญญาณขันธ์ ขันธ์ตัวที่ 5 
ถ้าเกิดวิญญาณขันธ์ปรุงแต่งด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร แล้วมาเป็นวิญญาณที่มันเกิดไม่สมดุลกับวิญญาณนอกตัว 
วิญญาณนอกตัวในที่นี้ก็หมายถึงว่า ราศีของเราที่ออกจากร่างกายไป แล้วไปประสานกับบุคคลที่มีกรรมเก่าเกี่ยวกัน  มีบุพกรรม  มีบุพเพสันนิวาส  ตรงนี้เรื่องใหญ่ เรื่องโต เรื่องลำบากลำบน เรื่องที่คนทั้งหลายทนทุกข์ทรมานมาก ก็บุพเพสันนิวาสกรรมนี่แหละ ทางกลับกันก็เป็นเรื่องที่ดีเหลือหลาย ทางที่ไม่ดีก็ร้ายเหลือเกินอะไรอย่างนี้ 
แต่ทั้งหมดทั้งสิ้น จะเป็นกรรมเก่าเกี่ยวกัน บุพกรรม บุพเพสันนิวาส เราสามารถยกประโยชน์ทั้งหมดลงมาในพรหมลิขิต แล้วก็บริหารพรหมลิขิตให้ดีๆ ทุกอย่างก็สามารถผ่านพ้นไปได้ ก็อันนี้จินตนาการไว้ก่อนว่า เราจะศึกษาความรู้เกี่ยวกับวิญญาณในสังขาร คือ ทุกขณะจิตเราจะมีวิญญาณอยู่ในสังขาร แล้วก็เปล่งออกมาเป็นลักษณะเป็นราศี ที่ภาษาฝรั่งสมัยใหม่เรียก ออร่า  ออร่าก็เป็นราศี  ราศีก็คือ ออร่า 
ออกมาแล้วมันเป็นราศีประสาน หรือเป็นราศีประหารกับบุคคลที่เรามีสัมพันธ์ด้วย ตั้งแต่กรรมเก่าเกี่ยวกัน บุพกรรม บุพเพสันนิวาส พรหมลิขิต ถ้ามันไม่ประสานแล้วไม่กลมกลืนกันก็คือ มันไม่สัมพัทธ์กัน ไม่สมดุลกันก็จะเกิดการพุ่งเป้าไปสู่ 3 สิ่งที่ไม่ดี 
1. โรคจิต โรคประสาท  2. ศรัทธาจริตที่เป็นผิดปกติ  3. ปัญญาประดิษฐ์
สิ่งที่ราศีของเราไปประสานกับผู้อื่น แล้วไม่กลมกลืนกันเป็นราศีประหัตประหารกัน มันเกิดเป็นปัญหาโรคจิตโรคประสาท  เช่น ยุคนี้สมัยนี้เรียกว่า ไปโพลาร์ หรือ depress ก็คือ โรคอารมณ์ 2 ขั้ว ที่ตอนนี้เป็นกันมาก 

รวบรวมและเรียบเรียงโดย คุณปุนนภา รักษาวงษ์
 
สวัสดีทุกท่าน เราพบกันหลังวันมาฆบูชา ปีพุทธศักราช 2569 ก็คือ เมื่อวานนี้  สิ่งมหัศจรรย์ทั้งหลายทั้งปวงมันเกิดขึ้นได้ ถ้าหากว่าสิ่งมหัศจรรย์มันเกิดขึ้น แล้วเรามาให้ค่าเป็นปาฏิหาริย์แปลว่า ตอบโต้ตีกลับในสิ่งที่ไม่ดี ไปสู่สิ่งที่ดี มันก็จะมีประโยชน์  แต่ถ้ามันตอบโต้ตีกลับไม่ไหว มันกลายเป็นอาถรรพ์ มันก็เกิดเป็นโทษ 
วันนี้เราพบกันวันพุธที่ 4 เดือนมีนาคม พุทธ คริสต์ 69 และ 26  แรม 1 ค่ำ เดือน 4  ปีมะเส็งมาฆบูชาปีนี้ก็มาตกอยู่ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4  เพราะว่าปีนี้เป็นอธิกมาส มีแปดสองแปด “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พหุเกนะ วา”  เราสัญญากับตัวเราว่า เราจะทำตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเรื่องการที่จะใช้เวลา ให้เป็นประโยชน์แก่ชีวิตของเราให้มากที่สุด
วันนี้มีหัวข้อที่เพิ่งจะคิดขึ้นมาใหม่ ปุ๊บปั๊บขึ้นมา สดๆ ร้อนๆ แต่ก็ยังไม่ได้เกลา พรุ่งนี้อาจจะเปลี่ยนความหมายเล็กๆ น้อยๆ ได้ วันนี้ก็เอาโจทย์ที่ค่อนข้างฟังยากไปก่อนสักนิดหนึ่ง  เกิดคิดขึ้นมาว่า ค่าสมดุลในจิตสังขารคือ สังขารเราคือ ขันธ์ 5  ค่าสมดุลของวิญญาณคือ ขันธ์ตัวที่ 5 กับอีก 4 ขันธ์  ตั้งแต่รูปขันธ์  เวทนาขันธ์  สัญญาขันธ์  สังขารขันธ์ แล้วมาถึงวิญญาณขันธ์ ขันธ์ตัวที่ 5 
ถ้าเกิดวิญญาณขันธ์ปรุงแต่งด้วยรูป เวทนา สัญญา สังขาร แล้วมาเป็นวิญญาณ ที่มันเกิดไม่สมดุลกับวิญญาณนอกตัว  วิญญาณแต่นอกตัวในที่นี้ก็หมายถึงว่า ราศีของเราที่ออกจากร่างกายไป แล้วไปประสานกับบุคคลที่มีกรรมเก่าเกี่ยวกัน  มีบุพกรรม  มีบุพเพสันนิวาส ตรงนี้เรื่องใหญ่   เรื่องโต  เรื่องมโหฬาร  เรื่องลำบากลำบน  เรื่องที่คนทั้งหลายทนทุกข์ทรมานมาก ก็ตัวบุพเพสันนิวาสกรรมนี่แหละ ในทางกลับกันก็เป็นเรื่องที่ดีเหลือหลาย  ในทางที่ไม่ดีก็ร้ายเหลือเกิน อะไรอย่างนี้ 
แต่ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้จะเป็นกรรมเก่าเกี่ยวกัน บุพกรรม  บุพเพสันนิวาส  เราสามารถยกประโยชน์ทั้งหมดลงมาในพรหมลิขิต แล้วก็บริหารพรหมลิขิตให้ดีๆ ทุกอย่างก็สามารถผ่านพ้นไป  
ก็อันนี้จินตนาการไว้ก่อนว่า เราจะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับวิญญาณในสังขาร คือ ทุกขณะจิต เราจะมีวิญญาณอยู่ในสังขาร แล้วก็เปล่งออกมาเป็นลักษณะเป็นราศี  ทีนี้ภาษาฝรั่งสมัยใหม่เขาเรียกว่า ออร่า  ออร่าก็เป็นราศี  ราศีคือ ออร่า  
ออกมาแล้วมันเป็นราศีประสาน หรือเป็นราศีประหารกับบุคคลที่เรามีสัมพันธ์ด้วย ตั้งแต่กรรมเก่าเกี่ยวกัน  บุพกรรม  บุพเพสันนิวาส  พรหมลิขิต  ถ้ามันไม่ประสานแล้วมันไม่กลมกลืนกันก็คือ ไม่สัมพัทธ์กัน ไม่สมดุลกัน ก็จะเกิดการพุ่งเป้า  พุ่งเป้าไปสู่อะไร  ไปสู่ 3 สิ่งที่ไม่ดี สิ่งหนึ่งก็คือ โรคจิตโรคประสาท  อันที่ 2 ก็คือ ศรัทธาจริต   ศรัทธาจริตที่เป็นศรัทธาจริตผิดปกติ   แล้วเป้าที่ 3 ก็คือ ปัญญาประดิษฐ์ 
เดี๋ยวเราจะค่อยๆ มาไล่เรียงว่า สิ่งที่ราศีของเราไปประสานกับผู้อื่น แล้วไม่กลมกลืนกันเป็นราศีประหัตประหารกัน มันเกิดเป็นปัญหาโรคจิตโรคประสาท  เช่น ยุคนี้สมัยนี้เขาเรียกว่า ไบโพลาร์ หรือ depress ก็คือ โรคอารมณ์ 2 ขั้ว กับโรคซึมเศร้า  ซึ่งตอนนี้เป็นกันมาก 
มีบริษัทแห่งหนึ่งโทรมาปรับทุกข์บอกว่า รับพนักงาน 3 ตำแหน่ง  ปรากฏว่าทั้ง 3 ตำแหน่งก็มีคนมาขอรับสมัคร มารับสมัครเข้าทำงาน  แต่เสร็จแล้วทั้ง 3 รายต้องโทรมาขอให้ปฏิเสธ ยังไม่สามารถจะมารับหน้าที่การงานได้ แล้วก็สารภาพว่า ตนเองอยู่ในสภาพที่เป็นโรคไบโพลาร์ ก็คือ อารมณ์ 2 ขั้ว  ก็ด้วยความเสียดายว่า ตัวเองยังไม่สามารถจะมารับหน้าที่ที่ได้สมัครมา แล้วก็ทางบริษัทก็ยินดีรับไว้แล้วถึง 3 ราย  มีตำแหน่งให้ทำ  มีหน้าที่การงานให้  มีเงินเดือนให้  เหมาะสมกับวุฒิการศึกษาที่ร่ำเรียนมา แต่เกิดโรคจิตโรคประสาท ก็คือ เขากำลังทานยา รับประทานยาเกี่ยวกับเรื่องโรคจิตโรคประสาท ก็คือ ไบโพลาร์  
ความจริงไบโพลาร์ กับดีเพรสก็คือ ต่อเนื่องกันนั่นล่ะ  มันจะสลับขั้วกัน  อันที่ 1 ก็คือเราก็บอกว่า นี่เขาไม่สมดุลระหว่างวิญญาณในสังขาร กับวิญญาณนอกสังขาร  
อันที่ 2 ศรัทธาจริตผิดปกติ  ศรัทธาจริตมีอะไร  ศรัทธาจริตก็มีในจริต 6 ที่พระพุทธศาสนาบอกว่า คนเราจะมีจริตเด่น และด้อยอยู่ 6 อย่าง  เริ่มตั้งแต่ ราคจริต  โทสจริต  โมหจริต  สัทธาจริต  พุทธิจริต แล้วก็วิตกจริต 
จริต 6 อย่างนี้ เจ้าความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ที่ส่งออร่า หรือส่งราศีออกไปสัมพันธ์  แล้วเกิดไม่สัมพัทธ์กัน มันจะเกิดเป็นปัญหากับจริต 6 ราคจริตผิดปกติ โทสจริตผิดปกติ  โมหจริตผิดปกติ  ศรัทธาจริตผิดปกติ  แล้วก็พุทธิจริต  วิตกจริตก็มากไปน้อยไป  อันที่ 3 ปัญญาประดิษฐ์
ปัญญาประดิษฐ์อันนี้เราให้หัวข้อไว้ก่อน รายละเอียดจะมาเล่าให้ฟังทีหลังว่า คนคิดว่าแค่ปัญญาซึ่งถ่ายเทมาจากความรู้  ความรู้ถ่ายเทมาจากตำราต่างๆ หรือการสอนต่างๆ  พอมีปัญญาก็เพียงพอแล้ว ยังไม่เพียงพอ  ปัญญาต้องประดิษฐ์เป็นวุฒิ  ปัญญาวุฒิ ในคำร้องบูชาครู  ไหว้ครู   ปัญญาวุฒิกเร เต เต คือ ปัญญาต้องแตกฉาน  
ลำพังปัญญารวมตัวกระจุกกันเป็นก้อน ก็ไม่ต่างกับความรู้  หรืออาจจะดีกว่าความรู้ขึ้นมาหน่อยนึง  โอนจากความรู้  โอนจากการเรียนมาเป็นความรู้  ความรู้ก็โอนมาเป็นปัญญา  ปัญญาก็ยังกระจุกอยู่  ไม่พอแก่การใช้  ก็ต้องกระจายเป็นปัญญาวุฒิกเร เต เต นั่นแหละ  ปัญญาแตกฉาน  
คนที่มีปัญหาด้านจิตเวลานี้โดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว และหรือคนอื่นมองตัวไม่ออก มีมากเหลือเกิน   ครั้นพอแสดงการปฏิบัติจิตออกมา เช่น  พูดออกมา  แสดงออกมา  ความคิดที่ถ่ายทอดออกมา  เราจึงจะรู้ว่า เขาผิดปกติทางจิต ภาษาจีนเขาเรียกว่า คนติงต๊อง  พวกติงต๊องตอนนี้เยอะนะ มากทีเดียว  แล้วก็ไม่รู้ตัวหรอกนะ พวกประเภทติงต๊องผิดปกติ  เขาก็ยังหลงตัวเอง  ภูมิใจตัวเองว่า  ฉันนี่เก่งที่สุด  วิเศษที่สุด ฉลาดที่สุด  อนิจจังคือ ตรงกันข้าม 
สรุปไว้อีกทีหนึ่ง เราจะมาศึกษาความสมดุลระหว่างสัมพันธ์ของออร่า 3 อย่าง ก็คือ 1. พุ่งเป้ามาที่โรคจิตโรคประสาท 2. พุ่งเป้ามาที่ศรัทธาจริต 3. พุ่งเป้ามาที่ปัญญาประดิษฐ์   โรคจิต  ศรัทธาจริต ปัญญาประดิษฐ์ แล้วรายละเอียดเราจะมาขยายความ ไปจนกว่าจะมีผู้พอเข้าใจได้บ้างพอประมาณ  ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง  เดี๋ยวอาจารย์ปัญจพลมีรายงาน หลังจากฟังเพลงของค่าย 1 ค่ายใดแล้ว ค่ายใดวันนี้ก็สุดแท้แต่เจ้าหน้าที่จะคัดสรรมาให้ฟัง  ขอบคุณอีกครั้งที่ตั้งใจทนฟัง
ข้อความใหม่ที่เราอยากจะเรียกว่า เหล้าเก่าแต่ในขวดใหม่ ก็คือ เรื่องความสัมพัทธ์ หรือความสมดุลระหว่างออร่า หรือออร่าของกันและกัน ก็คือ ราศีประสานราศี ถ้าประสานได้สนิทลงตัวดี ก็รักษาโรคจิตโรคประสาท โดยเฉพาะไบโพลาร์ กับดีเพรส   แต่ถ้าหากว่าประสานกันไม่ลงตัว ก็เป็นชนวนของการเกิดโรคจิตโรคประสาท  
เมื่อประสานกันได้ลงตัวดี ศรัทธาจริตซึ่งมีทั้งชนิดที่ดีและไม่ดี  เช่น  ราคจริต  โทสจริต  โมหจริต  สัทธาจริต  พุทธิจริต  วิตกจริต ก็จะเป็นตัวดี เลือกตัวดีมาปฏิบัติ  และอันที่ 3 คือ ปัญญาประดิษฐ์  คนมีความรู้ก็เลื่อนฐานะของความรู้ขยายออกมาเป็นปัญญา แต่ตัวปัญญาบางทีแก้ได้เฉพาะปัญหาง่ายๆ  ปัญหาบางอย่าง ปัญหาที่ไม่ลึกซึ้ง ที่ไม่ลึกลับซับซ้อนนัก ก็แก้ได้
แต่ปัญญาที่จะแก้ปัญหาที่ลึกซึ้ง หรือลึกลับซับซ้อนได้จริงๆ  ต้องเป็นปัญญาระดับปัญญาวุฒิ ในบทไหว้ครูเราก็จะชินหูกับคำว่า ปัญญาวุฒิกเร เต เต ก็คือ ปัญญาแตกฉาน  ยังไงเราจะมาสนทนาธรรมกันในรายละเอียดอันนี้ในโอกาสต่อไป  อย่างที่อาจารย์ปัญจพลได้เกริ่นไว้แล้ว   
วันนี้หันมาขอบคุณคุณวิษณุ กระจ่างศรี และผลงานของคุณวิษณุ กระจ่างศรี 1887  วันมาฆบูชาเป็นวันความรักของชาวโลก คือ ไม่ใช่รักธรรมดา เป็นความรักทั่วโลก เหตุเพราะพระพุทธองค์บอกว่า การเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี จะต้องเป็นคนที่มีจิตใจผ่องใส แล้วก็ทำแต่ความดี  ละเว้นความชั่ว  อันนี้ก็เท่ากับว่า ถ้าใครทำได้ 3 อย่างนี้มากที่สุด ก็เท่ากับรักตัวเอง  รักผู้อื่น  แล้วก็จะมีผู้อื่นมารัก  แต่ก็ยากลำบากสักหน่อยในยุคสมัยนี้ พระเจ้าเงินตรา  พระเจ้าเงินตรามาเป็นปัญหากับชีวิตของคุณในยุคเสียส่วนใหญ่

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1847   พระพรหม 20 ชั้น พระพิฆเนศ พระฤาษี เทพเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จะเป็นองค์ใดก็แล้วแต่ ที่มีเมตตาต่อเรา มีความศักดิ์สิทธิ์ แล้วเป็นผู้ให้ความอุปการะเรา ในทางโลกก็ดี ในทางธรรมก็ดี ในทางวิญญาณก็ดี เราจะถือว่าท่านเหล่านั้นเป็นครูของเราทั้งนั้น 
พระพรหม 20 ชั้น พระพิฆเนศ พระฤาษี เทพเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จะเป็นองค์ใดก็แล้วแต่ ที่มีเมตตาต่อเรา มีความศักดิ์สิทธิ์ แล้วเป็นผู้ให้ความอุปการะเรา ในทางโลกก็ดี ในทางธรรมก็ดี ในทางวิญญาณก็ดี เราจะถือว่าท่านเหล่านั้นเป็นครูของเราทั้งนั้น  ใช้ 2 รอ คือ ร. รู้ กับ ร. รู้สึก เพื่อเข้าถึงศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์
16 ม.ค. 2026
EP. 1895   วันศุกร์ 13 คติชาวตะวันตกส่วนหนึ่ง มีความเชื่อและความศรัทธาระหว่างประวัติของพระเจ้า คือ วันที่สาวก หรือลูกศิษย์ทรยศต่อครูบาอาจารย์ (ศ. 13 มี.ค. 2569)
การเล่นของ ให้มาเป็น ของเล่น   ของเล่นส่วนมากจะเป็นของเด็กๆ ที่ไม่มีสาระ ถ้าเราเข้าใจในเนื้อหา ความเป็นจริง เราสามารถเอาของเล่นกลับมาเป็นอุปกรณ์ในการเล่นของได้
23 มี.ค. 2026
EP. 1886   วันมาฆบูชา วันแห่งความรักที่บริสุทธิ์ของชาวพุทธ (จ. 2 มี.ค. 2569)
พระพุทธองค์ทรงประทาน โอวาทปาติโมกข์ ใครปฏิบัติฯ ตามได้ถูกต้องและเหมาะสม ก็เท่ากับว่า เป็นผู้น่ารัก และเป็นผู้ให้ความรักกับคนอื่น แล้วก็ให้ผู้อื่นมารักตัวเองด้วย เพราะคนผู้นั้นเป็นคนทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส หากใครทำได้ 3 อย่างนี้ ก็เป็นคนน่ารัก และมีคนมารัก แล้วก็ตัวเองก็รักคนทั่วไปหมด
13 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy