EP. 1863 เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์กรรม (ส. 31 ม.ค. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 4 ก.พ. 2026
24 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกท่าน เพลงออกแขกหยุดลงตรงที่ว่า ลมหายใจไม่เข้า ลมหายใจไม่ออก พุทโธ ตายเสียแล้ว เป็นมรณานุสติ แต่วันนี้เราไม่ถึงขั้นให้พิจารณามรณานุสติ เรามาพิจารณาสิ่งที่เป็นการตั้งสติเพื่อชดใช้กรรม โดยที่เรามี มีสูตรใหม่ สูตรใหม่ล้อเลียนสูตรเก่า มันคืออย่างไร เดี๋ยวมารายงานวันเดือนปีกันก่อน
วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ 31 ขึ้น 13 ค่ำเดือน 3 ปีมะเส็ง พุทธ คริสต์ 69 และ 26 “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พหุเกนะ วา” เวลาวันนี้เราจะไม่ให้ผ่านไปเปล่า เราจะมาพิจารณาเรื่องว่า จริงหรือเปล่าที่ว่า ทำดีคือ กรรมดีต้องได้ดี หรือว่าไม่จริง ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป เป็นทุภาษิต ทุภาษิตแปลว่า ภาษิตที่เลว ภาษิตที่ไม่ถูก ภาษิตที่ใช้ไม่ได้ เพราะว่าเราไม่เข้าใจ หรือไม่พิจารณาเรื่องของกรรม 2 ชนิดให้เกิดความสอดคล้อง หรือกลมกลืนกันให้มากที่สุด กรรม 2 ชนิดที่ว่านี้ก็คือ วิบากกรรม วิบากกรรมคือ ผลกรรมที่ได้กระทำไว้ กับพฤติกรรมคือ ผลกรรมที่กำลังกระทำอยู่
ทีนี้คนส่วนใหญ่ก็ตั้งหน้าตั้งตาพิจารณาแต่เรื่องของวัตถุนิยม แล้วก็วิชาการว่า อะไรที่เราทำแล้วมันต้องได้ อะไรที่เราคิดแล้วมันต้องสำเร็จ อะไรที่เราพูดมันต้องเป็นประโยชน์ แต่จำนวนคนไม่ใช่น้อยที่พูดดีน่าจะมีประโยชน์ คิดดีน่าจะเกิดประโยชน์ แล้วตัวเองคิดว่าตัวเองทำดี ทำไมมันจึงไม่เกิดประโยชน์ ปัญหาโลกแตก ที่จริงโลกมันไม่แตกหรอก เพราะมันเป็นปัญหาโลกธรรม ไม่ใช่โลกแตก
ปัญหานี้เกิดขึ้นอย่างไรว่า เราใช้ชีวิตแบบมุ่งหน้าเอาแต่พฤติกรรม คือ ฉันคิดดี ฉันต้องเชื่อว่าคิดถูก ฉันพูดดีฉันเชื่อว่าฉันต้องพูดถูก ฉันทำดีฉันเชื่อว่าฉันต้องทำถูก ทำถูกแต่บางทีมันไม่ถูก มันผิดต่อกฎแห่งกรรมเก่า บางคนบอกงมงายจัง ยุคนี้ยุคอะไรแล้ว สมัยนี้เขาใช้อะไรเป็นที่พัฒนาการความก้าวหน้าแล้ว เราแยกกันก่อนนะ อย่าพึ่งเอามาหักล้าง เรื่อง AI เรื่อง ChatGPT เรื่องของความก้าวหน้าทางวัตถุทั้งหลาย อย่าพึ่งเอามาหักล้าง
เราหันกลับมาเอาความจริงก่อน ความจริงว่ายังไง มนุษย์คือ คนเราทุกคนไม่ใช่อยู่ๆ ก็โผล่มาเกิดเพียง 1 ชาติ โผล่มาเกิดในชาตินี้ แล้วก็ตายไปในชาตินี้ก็เป็นศูนย์ หาเป็นเช่นนั้นไม่ ไม่อย่างนั้นคำว่า เวียนว่ายตายเกิด ก็เป็นคำไม่จริง แต่ความจริงคือ เป็นคำที่แท้จริง
การเวียนว่ายตายเกิดของเรา เราสามารถพิจารณาให้กว้างสักนิดหนึ่ง แล้วก็พิจารณาให้ลึกลงไปอีกสักหน่อยหนึ่ง เพื่อเอาความรู้ที่เกิดจากความคิดกว้างๆ คิดลึกๆ มาแก้ไขความทุกข์ในชีวิต เวลาคนมีทุกข์ก็ตีโพยตีพาย แล้วก็พยายามจะเอาความดีของตัวเองซึ่งก็ทุกคนก็พอมีกันอยู่บ้าง มาหักล้างบ้าง ฉันทำดีขนาดนี้ ขนาดนั้น ขนาดโน้น อย่างที่ฉันทำอยู่ทุกวันนี้แล้ว ทำไมฉันต้องมามีความทุกข์ อันนี้หักล้างกันโดยไม่ถูกต้อง
เราจะต้องมารับรู้ว่า วิบากกรรมคือ ผลกรรมที่เราได้ทำไว้ มันมีรูปร่างหน้าตาลักษณะเป็นยังไง มีผู้บอกถึงวิบากกรรมคือ กรรมเก่ากันมากมายสุดที่จะบรรยายว่า กี่แบบ กี่ชนิด กี่ประเภท ซึ่งเราก็ไม่ต้องไปเถียง ที่แท้จริงแล้วสิ่งที่เราสร้างวิบากกรรมของเรามา ไม่ใช่นับจากที่เราเกิด ที่เราเกิดวิบากกรรมจะส่งมาแค่นั้น และ/หรือคิดเพียงแค่ว่าเรื่องชาติที่แล้วก็ต้องตั้งแต่ก่อนที่ฉันจะเกิดมา ต้องเอามาประสาน แต่วิบากกรรมชาติที่แล้วเราไม่รู้ ผู้รู้ส่วนมากก็จะไม่ชี้ ผู้รู้ในระดับสำเร็จญาณและฌานชั้นสูง ท่านก็จะไม่ชี้ ส่วนมากผู้ชี้ส่วนมากนะก็จะไม่รู้ และผู้ที่มีความสูงสุด สุดสูง ก็คือ พระอรหันต์ ท่านก็จะทำไม่รู้ไม่ชี้ ที่เรามีสำนวนว่า ผู้รู้ไม่ชี้ ผู้ชี้ไม่รู้ ส่วนใหญ่ไม่รู้ แล้วพระอรหันต์ หรือผู้สำเร็จอรหันต์ก็จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
ทีนี้ผู้ทำเป็นผู้รู้ และทำเป็นผู้มาชี้อันตรายมาก เพราะบางคนให้ตัดตอนว่า วิบากกรรมคือ ผลกรรมที่ได้ทำไว้มันส่งเราแค่ตอนที่เราเกิด ส่งเราให้มาเกิดด้วยคติ 4 อภิณหปัจจเวกขณ์ 5 วิบาก 6 รายละเอียดเราเคยพูดมาแล้วคติ 4 คืออะไร อภิณหปัจจเวกขณ์ 5 คืออะไร วิบาก 6 คืออะไร
จากคติ 4 อภิณหปัจจเวกขณ์ 5 วิบาก 6 มารวมเป็นตัวเรา บวกหรือลบ ดีหรือชั่ว มาก่อร่างสร้างตัวเป็นตัวเรา เป็นชีวิตเรา เป็นจิตใจเรา แต่จากนั้นยกเว้นคุณยังเป็นทารก 1 ถึง 5 ขวบหรือต่ำกว่านั้น คุณไม่รู้ประสีประสาตรงนั้นสุดวิสัย แต่พอ 5 ขวบขึ้นมาแล้วโดยประมาณ เริ่มเป็นเด็กแล้ว เริ่มโตแล้ว เริ่มรู้อะไรเป็นอะไรแล้ว คุณทำดี ทำชั่ว ทำอะไร กับใคร ที่ไหน อย่างใด เมื่อใด แบบใด เท่าใด ตีซะว่าอายุ 13 5 ถึง 13 เป็นวัยเด็ก เด็กโตแล้ว แต่ถ้าก่อน 5 ขวบเป็นวัยทารก แต่ตอนนี้ต้องยกประโยชน์ให้
เราก็จะต้องนับตั้งแต่เรารู้ความ รู้ความตั้งแต่อายุ 13 โดยประมาณว่า เรามีความประพฤติด้วยกาย ประพฤติด้วยวาจา ประพฤติด้วยใจมาอย่างไร นี่แหละนับคะแนนวิบากกรรมแล้ว เข้าไปประสานกับวิบากกรรมในภพที่แล้วก็คือ คติ 4 อภิณหปัจจเวกขณ์ 5 วิบาก 6 เข้าไปรวมกันแล้วบวก ลบ คูณ หาร เข้าไปด้วย
เพราะฉะนั้นเราอย่ามองข้ามว่า หรือใช้ความมุทะลุดุดันว่า ฉันจะต้องเอาให้ได้ ฉันจะต้องทำให้ได้ ฉันจะต้องได้ ไม่ได้ไม่ได้ อะไรก็แล้วแต่ที่ต้องการได้ ให้ค่อยๆ ประนีประนอมพฤติกรรมคือ การกระทำของตัวเรากับวิบากกรรมซึ่งเป็นตัวเราในชาตินี้ ที่เราเริ่มจำความได้ เช่น เด็กวัยรุ่นตั้งแต่ 13 ถึง 18 เกกมะเหรกเกเร เป็นวัยพายุบุแคม เป็นวัยที่แตกเปลี่ยว เป็นวัยที่รุนแรง ทำสิ่งที่เสียหายไว้ตอนวัยรุ่น ตีรันฟันแทงสมมติอย่างนี้ อันนี้ถือเป็นวิบากกรรม
พอโตขึ้นมา เด็กคนนั้นก็ต้องรับผลจากที่ตัวเองทำมา ตั้งแต่ตัวเองเริ่มจำความได้ เช่น เป็นคนก้าวร้าวรุนแรง เอาแต่ใจตัวเอง หรือเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนมีสัมมาคารวะ อะไรทำนองอย่างนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นวิบากกรรมทั้งนั้น วิบากกรรมในภพในชาตินี้ตั้งแต่เราจำความ ไปต่อกับวิบากกรรมในภพที่เรายังไม่รู้ความ นั่นเราเรียกว่า ผลกรรมที่ได้กระทำไว้ โดยคร่าวๆ
เมื่อวานตอบคำถามรู้สึกถ้าจำไม่ผิด เพราะวันหนึ่งคุยหลายสาย จะเป็นดร.วันพร หรือใคร อันนี้ต้องขออภัย ก็เลยเขียนสูตรเรขาคณิต (กุล)พิสูจน์กรรม ขึ้นมาล้อเลียนเรขาคณิต (กุล) พิสูจน์รัก ฉบับเก่า ก็ขออ่านให้ฟังสั้นๆ ว่า “เส้นตรงที่น่าสรรเสริญ ตั้งอยู่บนฐานแห่งความพอดี สิ่งที่เกิดเก่าคือ วิบาก สิ่งที่เกิดใหม่คือ พฤติ สิ่งที่เกิดใหม่คือ พฤติ สิ่งที่เกิดเก่าคือ วิบาก จงพิสูจน์ว่า พฤติกรรม พฤติกรรมคือ การกระทำในขณะที่เราจำความแล้ว และวิบากกรรมต่างกันอย่างไร” อันนี้ก็เป็นสิ่งฝากเล็กๆ น้อยๆ ฉบับเรขาคณิต (กุล) พิสูจน์กรรม ฉบับที่ 2 ต่อจากเรขาคณิต (กุล) พิสูจน์รัก
อีกทีหนึ่ง เส้นตรงที่น่าสรรเสริญ ถ้าคนรู้จักเส้นตรงเส้นนี้แล้วทำให้ตรงจริงๆ น่าสรรเสริญ ตั้งอยู่บนฐานแห่งความพอดี พอดีจริงหรือเปล่า หรือว่าดีแต่ปาก มันไม่ใช่ดีจริง เส้นตรงที่น่าสรรเสริญ ตั้งอยู่บนฐานของความพอดี สิ่งที่เกิดเก่าคือ วิบาก วิบากในที่นี้บอกแล้วว่า จากภพที่แล้วส่งมาถึงชาตินี้ด้วยคติ 4 อภิณหปัจจเวกขณ์ 5 วิบาก 6 สิ่งที่เกิดเก่าคือ วิบาก สิ่งที่เกิดใหม่คือ พฤติ สิ่งที่เกิดใหม่คือ พฤติ สิ่งที่เกิดเก่าคือ วิบาก จงพิสูจน์ว่า พฤติกรรมและวิบากกรรมต่างกันอย่างไร
ถ้าใครไม่รำคาญในหลักสูตรนี้เสียก่อน ค่อยๆ พิจารณา เมื่อเราทบทวนนิสัยที่ดีๆ และไม่ดีของเราตั้งแต่เราเริ่มจำความ ถ้าเราจำไม่ได้ก็ให้ถามพ่อแม่ ผู้หลักผู้ใหญ่ หรือผู้ปกครอง เมื่อตอนเด็กหนูก้าวร้าว หนูรุนแรง หนูขี้เกียจ หนูทำสิ่งที่ไม่ดีอะไรไว้บ้าง ก็ถามได้ แต่ส่วนมากจะถามแต่สิ่งที่ดีๆ นะ
ส่วนภพที่แล้วถามว่า แล้วฉันจะรู้ได้อย่างไร รู้ได้ด้วยการทำกายให้เบาสบาย กินอาหาร ขับถ่ายของเสีย พักผ่อน ออกกำลังกาย ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย รู้ได้ด้วยการทำใจให้เบาๆ อย่าหนักใจ อะไรที่มันควรหนักใจ เราก็ค่อยๆ นำมาพิจารณาให้มันเบาลงไปเรื่อยๆ คนบางคนหนักใจไปหมด นั่นก็หนักใจ นี่ก็หนักใจ นั่งอยู่ใกล้ๆ คนหนึ่งชื่อ คุณณรงค์ คณิตกุล หนักใจไปหมด กังวลไปทุกเรื่องแม้กระทั่งเรื่องเข็มเล่มเดียว เสาเข็มทั้งต้นที่เขาตอกตึก ถ้าคนที่เขารู้จักใช้ชีวิต เขาก็ยังไม่หนักใจกับเสาเข็มทั้งต้น คุณณรงค์แกหนักใจแม้กระทั่งเข็มเย็บผ้าเล่มเดียว แกก็หนักแล้ว
เพราะฉะนั้น คนที่หนักใจจะเข้าใจเรื่องภพเก่าชาติเก่ายาก ส่วนวิญญาณ กายเบาสบาย ดูแลสุขภาพกายให้เหมาะพอดีๆ อย่าตกละจนเกินไป อย่ากินน้อยจนเกินไป พุทธองค์บอกว่า โภชเนมัตตัญญุตา ให้รู้จักประมาณในการกินอาหาร แต่กินน้อยเกินไปหิวโหย ท่านก็บอก ชิฆจฺฉา ปรมา โรคา ความหิวโหยเกิดเป็นโรคร้ายแรง
ทีนี้วิญญาณส่วนใหญ่แล้วตายตรงนี้แหละ ตายตอนจบ วิญญาณจะสั่งสมเก็บ เก็บ เก็บความโลภ โลภ โลภ ที่ทำมาหากินกันอย่างบ้าคลั่งจนเกินเหตุ เกินความพอดี แล้วกลายเป็นมิจฉาชีพไปก็มี ก็เพราะอะไร เพราะความโลภที่ก่อให้เกิดเรื่องเสียหายเดือดร้อนขึ้นในบ้าน ในสังคม เพราะอะไร เพราะความโลภ
พอความโลภมันเกิดมาก ความโกรธมันก็มักจะเกิดง่าย ความหลงมันก็ไม่รู้ทิศทาง โลภ โกรธ หลง กิเลส ตันหา อุปาทานไปเกาะกินอยู่ที่วิญญาณ ถ้าคุณทำกายของคุณให้เบา ให้เบาสบายสักนิดนึงเหมาะแก่รูปร่างและฐานะ ถ้าคุณทำใจให้ปลอดโปร่งโล่งสบายอย่าหนักใจไปซะทุกเรื่อง ในเรื่องที่ไม่ควรหนักใจก็อย่าไปหนักมัน ถ้าคุณลดความโลภลงไปอีกสักนิด ชีวิตคุณจะปลอดภัย แล้วคุณจะเข้าใจด้วยว่า วิบากกรรมในภพเก่าของเราที่มาเชื่อมต่อวิบากกรรมคือ ผลกรรมที่เราทำไว้ในชาตินี้ที่เริ่มจำความ มันผิดตรงไหน มันต้องแก้ไขตรงไหน มันต้องยอมตรงไหน ไม่ยอมตรงไหน บางเรื่องเราต้องยอม ยอมเสียประโยชน์ ยอมสูญเสีย ยอมเสียสละ บางเรื่องเราก็ไม่ยอม เพราะถ้ายอมแล้วมันจะไปกันใหญ่
ก็ขอให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรขาคณิต (กุล) พิสูจน์กรรม ยังมีรายละเอียดที่จะมาพิสูจน์กรรมในเรขาคณิต (กุล) ข้อนี้กันอีกมาก โดยเฉพาะการตีความและเข้าใจความคติ 4 อภิณหปัจจเวกขณ์ 5 วิบาก 6 แล้วสักวันหนึ่งผู้ฟังที่ทนฟังก็จะร้อง อ๋อ มันเป็นอย่างนี้เอง ฉันเห็นแสงสว่างในชีวิตแล้วว่า ฉันจะดำเนินชีวิตในพฤติกรรมของฉันไปอย่างไร มันจึงจะได้ผลดีในการสร้างฐานะ และอนาคตอย่างปลอดภัย ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวกลับมาฟังเพลงที่ดีเจคนสวยเขาจะเปิดให้ฟังตามอัธยาศัย
แต่เดี๋ยวอีกนิดหนึ่ง ขอ 2 นิด ผลงาน 1862 ของคุณกันติชา เวชสุรียะกุล 1862 เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์กรรม ก็ที่พูดให้ฟังไป เส้นตรงที่น่าสรรเสริญ ตั้งอยู่บนฐานแห่งความพอดี สิ่งที่เกิดเก่าคือ วิบาก สิ่งที่เกิดใหม่คือ พฤติ สิ่งที่เกิดใหม่คือ พฤติ สิ่งที่เกิดเก่าคือ วิบาก จงพิสูจน์ว่า พฤติกรรมและวิบากกรรมต่างกันอย่างไร อันนี้คือ ตัวโปรยที่คุณกันติชา เวชสุรียะกุล นำมาโปรยไว้ใน 1862 ก็ขอขอบคุณคุณกันติชา
เดี๋ยวมาฟังเพลงอมตะ วันนี้จำไม่ได้ว่าจะเป็นเพลงฝากไหน ฝากขำไม่ออก ขันไม่หยุด ส่วนของอาจารย์สมศักดิ์ หรือครูหลง คือ บรรพกาล ตำนานเก่า บรรพกาล ตำนานเก่า วันนี้เป็นของค่ายขำไม่ออก แล้วก็พอนึกขึ้นมาได้ก็ขันไม่หยุด เดี๋ยวฟังดูแล้วกลับมาพบกันใหม่ในช่วงสวดมนต์สวดพร ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
เอาล่ะ ฝากไว้สำหรับผู้ที่ทนฟัง เมื่อทนฟังก็ช่วยทนคิดกันหน่อย เมื่อคิดออกแล้วก็ไปทนเอาไปเผยแพร่กันอีกสักนิดหนึ่งในเรื่องของเรขาคณิต (กุล) พิสูจน์กรรม เพลงที่จบลงไปนั้นพิสูจน์รัก แต่เขาว่ากันว่า กรรมอะไรจะมาทรมานจิตใจ และจะมาเทิดทูนจิตใจ เท่ากับเรื่องของความรัก เขาว่ากันว่า ไม่มี บางคนก็บอกว่า ไม่ใช่ กรรมที่ทรมานจิตใจเรามากที่สุดก็คือ เรื่องของโรค โรคภัยไข้เจ็บ บางคนก็บอกเรื่องความรักเรื่องเล็ก เรื่องโรคภัยไข้เจ็บเราก็ไปหาหมอ แต่เรื่องความจนนี่สิ
ขอตอบรวมความทีเดียวว่า ทั้งหมดทั้งสิ้นรวมห่อเดียวกัน ทั้งรักเรื่องความรัก ทั้งความรวย แล้วก็เรื่องการรักษาโรค หรือเกิดโรค รวมอยู่ในห่ออะไร ห่อเดียวกันของพรหมลิขิต 1 ห่อ พอเปิดออกมาก็เห็นเลยว่า ในห่อนั้นมีอะไรน่ารับประทาน และมีอะไรที่รับประทานไม่ได้ อันนี้ก็เปรียบอุปมาอีกนิดหนึ่ง
เรามาขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยมีพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งอันสูงสุด ให้กับทุกท่านที่เข้าสู่รายการพบกันทางเราในวันนี้ เมื่อพรนี้สัมฤทธิ์แล้วทุกคนก็อย่าลืมว่า “สังขารนี้ไม่ใช่ของเรา เราไม่ใช่เจ้าของสังขารนี้ พระพุทธศาสนานี้เป็นของเรา เราเป็นเจ้าของพระพุทธศาสนานี้ เรารักสังขารพอประมาณ เรารักพระพุทธศาสนาสุดประมาณ” ก็ปวารณาเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี แล้วชีวิตเราจะได้มีความสุขความเจริญ
รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
ข้อแรก อะเสวนา จะ พาลานัง เว้นคนพาลไม่คบหา
ปิดท้ายด้วย ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติ นั่นคือ อุดมมงคล ของเทวะมนุษยชนเหล่านั้นแล เป็นการยืนยันว่าในตัวเรามีเทพ ที่ต้องการให้ทำมงคล 38 ข้อ
6 ม.ค. 2026
เราจะพยายามทำอย่างไรไม่ให้เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับ เกิดรูโหว่และเกิดช่องว่าง เราจะอุดรูโหว่และช่องว่างให้มากที่สุดได้อย่างไร
25 ม.ค. 2026
เรื่องพลังเหนือสามัญวิสัยมันมีอำนาจ มันเอาอำนาจของมันเปลี่ยนให้คนดีก็ได้ ได้ดี เปลี่ยนให้คนร้ายก็ได้ ได้ร้าย เราจึงบอกว่า อย่ามองข้ามเรื่องเหนือสามัญวิสัย บางคนใช้ชีวิตมาครึ่งค่อนชาติ หรือเกือบหมดชาติ มองเห็นชัดๆ เลยสำหรับผู้มีประสบการณ์ คนๆ นั้นต้องอำนาจอาถรรพ์ อำนาจนั้นเรียกว่า เหนือสามัญวิสัย
6 ม.ค. 2026
