EP. 1859 เหตุที่สุขภาพใจดี ร่างกายแข็งแรงดี แต่ทำไมมันยังทุกข์ ก็เพราะวิญญาณของคุณยังมีโลภ มีโกรธ มีหลง มีกิเลส ตัณหา อุปาทาน วิญญาณก็เลยหนัก เพราะวิญญาณของคุณไปค้านกันกับความจริงของธรรมชาติในโลกเหนือสามัญวิสัย (อ. 27 ม.ค. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 4 ก.พ. 2026
15 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกท่าน เพลงจบลงตรงที่ว่า คนเรานั้นควรมีสติอีกแล้ว เรามาตั้งสติร่วมกัน ช่วยกันคิด ช่วยกันฟัง แล้วต่อไปผู้ฟังก็จะได้ไปช่วยกันพูด พูดว่าอย่างไร มารายงานวันที่กันก่อน วันนี้วันอังคารที่ 27 เดือนมกราคม พุทธศักราช คริสต์ศักราช 69 และ 26 เป็นวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 3 ปีมะเส็ง “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เอาล่ะ เราจะใช้วันนี้อีกวันหนึ่งให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด ตามที่พุทธองค์ทรงเตือนเราไว้ว่า เวลาแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปเปล่า จะมากหรือน้อยก็ต้องให้ได้อะไรบ้าง ต้องได้แน่นอน
คนบ่นทุกข์จำนวนมากกว่าคนที่จะบอกความสุข จำนวนคนที่บ่นว่าเป็นทุกข์ ทุกข์อะไร ทุกข์อันแรกทุกข์กาย ทุกข์กายมันก็มีหลายอย่างว่า ถ้าเราทำให้กายเราผ่อนคลาย ผ่อนคลายตามสมควรแก่การผ่อนคลาย เช่น กินอาหารให้พอเหมาะพอดี น้อยเกินไปร่างกายมันก็หิว มันจะหวิว มันจะโหวงเหวง กินมากไปร่างกายมันก็จะหนักตื้อ มีความหนักกาย เราก็กายสบาย ใจมันหนักไหม หนักใจ หนักใจเรื่องนั้น หนักใจเรื่องนี้ หนักใจเรื่องโน้น หนักๆๆๆ อย่างนี้ทุกข์แน่ ถึงกายจะบอกว่าสบาย แต่ใจมันหนัก มันก็ทุกข์ เพราะอะไร กายกับใจมันอยู่ด้วยกัน กายเบาสบาย ทุกข์ทางกายมันก็ลดลง ใจไม่หนัก ไม่หนักใจในเรื่องที่ไม่ควรจะหนักใจ ใจก็เบาสบาย ความทุกข์ใจก็ลดลง
แต่บางคนบอกว่า ผมก็ทำอยู่แล้ว หนูก็ทำอยู่แล้ว ร่างกายผม ร่างกายหนูคล่องแคล่วว่องไว เล่นกีฬาได้สารพัดมากมาย ก็ถามว่าแล้วจิตใจมันหนักไหม อ๋อ มีเรื่องหนักใจเรื่องนั้น หนักใจเรื่องนี้ หนักใจเรื่องโน้น ฟังเขาบ่นความหนักใจแล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่จะมีสาระเลยบางคนนะ เอาเรื่องไร้สาระมาหนักอยู่นั่นแหละ แล้วคุณจะหนักไปทำไม สุดท้ายก็หาคำตอบไม่เจอ เราก็เลยช่วยตอบแทนให้ว่า เพราะวิญญาณ กายคุณเบาแล้วใช่ไหม คุณไปหาวิธีผ่อนคลายร่างกายแล้ว จิตใจคุณบอกคุณรับโน่น รับนี่ คุณไม่ไปคิดเรื่องนั้น ไม่ไปหนักใจเรื่องนี้ได้ดีขึ้นแล้วใช่ไหม ใช่ แต่ทำไมมันยังทุกข์ อมทุกข์อยู่ เพราะวิญญาณของคุณยังมีโลภ มีโกรธ มีหลง ตัวโลภนี่ร้ายที่สุด มีกิเลส ตัณหา อุปาทานนั่นแหละ วิญญาณของคุณก็เลยหนัก หนัก แล้วก็หนัก
การสร้างราศีในตัวคุณคือ ออร่า จากอิเลคโทรไลต์ทั้งหลาย อิเลคโทรไลต์คืออะไร อันนี้เรายังไม่ลงไปในรายละเอียด เอาเป็นว่าอิเลคโทรไลต์ในตัวคุณ มันกลั่นราคีออกมามากไปจากความโลภของคุณ จากความโกรธของคุณ จากความหลงของคุณ จากกิเลสตัวร้ายของคุณ จากตัณหา ตัณหามันเป็นตันๆ แล้วล่ะ อุปาทานยึดมั่นถือมั่นของคุณ ในสิ่งที่ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น วิญญาณของคุณก็เลยอาฆาต กายค้านกาย กายทรมานกาย จิตค้านจิต จิตทรมานจิต หนักกายหนักจิต แล้ววิญญาณของคุณยังค้านกันกับความจริงของธรรมชาติในโลกเหนือสามัญวิสัย
วิญญาณของคุณค้านยังไงรู้ไหม เขาบอกว่าฉันไม่ต้องการกิเลสหนา ฉันไม่ต้องการตัณหาจัด แล้วเจ้าของร่างของฉัน เมื่อไหร่มันจะทำให้กิเลสมันเบาบาง เมื่อไหร่มันจะทำให้ตัณหาของมันลดน้ำหนักลง มันก็ไม่ทำ มันมีแต่จะเพิ่มกิเลส เพิ่มตัณหา แล้วไปยึดอุปาทาน เรื่องอุปาทานนี่ต้องคุยกันนานหน่อยละนะ วิญญาณก็เลยหนัก ออร่าของฉันที่กลั่นออกมาจากอิเลคโทรไลต์ทั้งหลาย ออกมาเป็นราคีมากกว่าเปอร์เซ็นต์ของราศี
เมื่อราศีออกจากตัวฉันไป ไม่สามารถทะลุทะลวงชั้นบรรยากาศได้ ก็ไปติดอยู่แค่ในอากาศ ซึ่งในอากาศมันเป็นสิ่งที่ถูกบังคับด้วยกาลเวลา ภาษาดาราศาสตร์เขาเรียกว่า Space and time มีแอนด์ (and) แอนด์ก็คือ และ กาลเวลาเป็นตัวบังคับ
เมื่อเราอยู่ในอำนาจของกาลเวลาที่บังคับร่างกาย จิตใจ และวิญญาณเรา เราก็เหมือนกับผู้ต้องโทษ ไม่สามารถจะมีอิสระ ขยับกายก็ลำบาก จะขับเคลื่อนจิตก็แสนยากเพราะวิญญาณอาฆาต ออร่า หรือราศีออกไปได้แค่ในชั้นบรรยากาศ ออกไปไม่สู่อวกาศ ภาษาจักรวาลเขาเรียกว่า Space and time
ถ้าเราทำให้กายเบาสักนิด กินอาหารพอประมาณ อย่าเห็นแก่กินจนเกินไป แต่ก็อย่าถึงกับอดอยาก ทำใจให้เบาบางจากความสับสน ความทุกข์ที่เป็นสัพเพเหระออกไปซะบ้าง เรื่องกะเละกะละ กะเรวกะราด บุคคลที่ไม่ควรแก่การนำมาอยู่ในใจ เรื่องราวที่ควรจะเอาออกจากจิต เรื่องไร้สาระทั้งหลาย ใจเราปลอดโปร่ง ไม่หนักใจ กิเลส ตัณหา อุปาทาน โลภ โกรธ หลง ไม่มาสะสมอยู่ในวิญญาณ ออร่าของเราก็ออกไปอย่างคล่องสะดวก ผ่านทะลุทะลวงชั้นบรรยากาศออกไปสู่อวกาศ
การออกไปสู่อวกาศของออร่าของเรา ซึ่งราศีผ่านทะลุรัศมีออกไปได้ เพราะรัศมีคือ สิ่งที่คลุมโลกอยู่ในระดับที่ 30,000 ฟิต ที่เครื่องบินบินไปมาได้ เลยเครื่องบินขึ้นไปอีก หัวเราะเยาะเจ้าเครื่องบินมันเลยว่า แกออกมาอวกาศไม่ได้ แต่ออร่าหรือราศีของฉันทะลุทะลวงออกไปสู่อวกาศแล้ว
ในชั้นอวกาศ เราอุปมาเปรียบเทียบเป็นรังสีแห่งพรหม เป็นชั้นมหาเทพ มหาพรหม มีความเบาบาง ผ่อนคลาย สบาย ไม่เครียด ไม่ขึง ไม่ตึง ไม่หย่อนจนเกินไป เพราะรังสีแห่งพรหมจะเกิดความเหมาะสมกับพรหมลิขิตของทุกชีวิต
ในอวกาศ Space time ไม่แยกกาลเวลา ไม่มีกาลเวลา เพราะฉะนั้นเขาบอกว่า ออกไปสู่อวกาศแล้วจะไม่แก่ ไม่มีอายุขัย เพราะไม่มีกาลเวลาเป็นตัวกำหนด เป็นตัวบังคับ แต่ที่เราต้องแก่ลงไปตามเวลาในอากาศคือ ภายใต้ที่เราอยู่กันทุกวันนี้ มันก็ทำให้แก่ลงๆ เราออกไปอวกาศไม่ได้ ถ้าจะไปก็ต้องไปเขาเรียกว่า ยานอวกาศ ยานอวกาศเขาออกไป เขาจะออกมานอกยานอวกาศ เขาก็ต้องมีอุปกรณ์ในการออกมา ไม่ใช่ตัวทั้งตัวไปลอยอยู่ในอวกาศ เป็นไปไม่ได้
เราก็ฝากราศีของเรา รัศมีทะลุรัศมีออกไป ไปสู่รังสีแห่งพรหม คือ ชั้นอวกาศ นี่คือ ข้ออุปมัยในวันนี้ อุปมาในขณะนี้ ให้ท่านรับฟังพิจารณาว่า เราจะทำอย่างไรจึงจะขึ้นไปถึงในระดับรังสีแห่งพรหม ซึ่งเราเพิ่งไหว้ครูกันไปได้แค่ 7 วัน รังสีแห่งพรหมถึงเราจะไปถึงชั้นที่ 16 หรือชั้นที่ 20 ไม่ได้ เราก็ไปชั้นแรกๆ ก็ยังดี เอาออร่าของเราคือ เอาราศีของเราไปสัมผัสรังสีแห่งพรหมชั้นแรกชื่อ พรหมปาริสัชชา ชั้นที่ 2 พรหมปุโรหิตา ชั้นที่ 3 มหาพรหมมา ชั้นที่ 4 ปริตตาภา ชั้นที่ 5 ก็ยังก็ยังดี อัปปมาณาภา จนไปเรื่อยๆ ถ้ามีความสามารถ เราก็ได้รับรังสีแห่งพรหมที่เปล่งปลั่ง พร้อมจะมาดูแลสุขภาพกายของเรา พร้อมจะมาดูแลสุขภาพจิตของเรา ทำให้ชีวิตลดความทุกข์กาย และทุกข์ใจลงไปได้มากมายทีเดียว
ข้อคิดเห็นวันนี้ยังไม่ชัดเจน เรายังมีรายละเอียดที่จะมาบอกกล่าวเล่าแจ้งแก่ผู้สนใจช่วยกันพิจารณา เชื่อไม่เชื่อสุดแท้แต่ผู้รับฟัง ขอขอบคุณที่ทนฟัง
เดี๋ยวอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ มีรายงาน ก่อนจะไปถึงอาจารย์ปัญจพล มาถึงอาจารย์พรทิพย์ ก่อน อาจารย์พรทิพย์พุตติ 1858 งานของสหปฏิบัติฯ คือ พูด คิด ทำ ในสิ่งที่เหมาะสม สมควร แล้วเป็นประโยชน์ ไม่เป็นโทษ มี 2 หลักใหญ่คือ งานสามัญวิสัยและงานเหนือสามัญวิสัย เพื่อให้รู้ว่าคนเรามีศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ตัวเรา ไม่ต้องตะลอนๆ ไปหาที่ไหน แต่ต้องดึงออกมา และทำให้ธรรมชาติ 2 อย่าง สมดุลกัน ทั้งศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ ชีวิตก็จะเป็นปกติสุข แต่วิธีการอย่างไร มีรายละเอียด ต้องศึกษาเรียนรู้กันต่อไป
คุณพรทิพย์ พุตติ แม่เง็กนึ๊ง รายงานใน 1858 ก็ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง เดี๋ยวฟังเพลง แล้วมารับฟังข้อเสนอของอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ เป็นรายงานของศาสตราจารย์ดร.สิทธิชัย สมานชาติ ขอขอบคุณอีกครั้ง
ก็ต้องรีบเข้ามา เพราะสงสารเจ้าเส้นตรงที่ไม่รู้จะบอกใครถูกว่า รักและใคร่ต่างกันอย่างไร เรามาเข้าสู่การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลก สากลพิภพ และสากลจักรวาล แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์เดียวในโลก และจักรวาลนี้ที่จะช่วยเราได้ ก็คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในตัวเรา ที่เรียกกันว่า เทพจุติ ก็ค่อยๆ รับรู้ และพิจารณากันต่อไป
รวบรวมโดย คุณวิษณุ กระจ่างศรี
บทความที่เกี่ยวข้อง
พอความรู้ชนิดหนึ่งชนิดใดที่ผ่านเข้ามาในวิญญาณธาตุ แล้วมันตรงขั้วกับวิญญาณ กับธาตุของวิญญาณนั้นพอดี ความรู้นั้นจะเกาะติดในธาตุวิญญาณ จะเกิดการประสานกับความรู้สึกในเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ความรู้เรื่องศักดิ์สิทธิ์กับความรู้สึกเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ก็จะเกิดการรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว
12 ก.พ. 2026
ไหว้ครูไม่มีจำกัดจำนวน และครูมีทั้งครูที่มีตัวตน และไม่มีตัวตน
16 ม.ค. 2026
