แชร์

EP.1996  คนที่จะสร้างศักยภาพได้สมบูรณ์ ต้องจิตใจสงบพอสมควรหรือสงบในระดับหนึ่ง ไม่เช่นนั้นแล้วศักยภาพไม่ใช่ศักยภาพ มันเป็นความเก่งธรรมดาทั่วๆ ไป ยังไม่สามารถที่จะเป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์ได้ (อ. 7 ก.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 10 ก.ค. 2026
4 ผู้เข้าชม
EP.1996  คนที่จะสร้างศักยภาพได้สมบูรณ์ ต้องจิตใจสงบพอสมควรหรือสงบในระดับหนึ่ง ไม่เช่นนั้นแล้วศักยภาพไม่ใช่ศักยภาพ มันเป็นความเก่งธรรมดาทั่วๆ ไป ยังไม่สามารถที่จะเป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์ได้
ทุกอย่าง ทุกสิ่งทุกประการมันต้องประกอบกัน คุณเป็นคนเก่งแต่คุณไม่ดี  ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เกิด  คุณเป็นคนดีแต่ไม่เก่ง ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เกิด  คนที่มีความเก่งและเป็นคนที่มีความดีเท่านั้น จึงจะเกิดความศักดิ์สิทธิ์  ทั้งเก่งและทั้งดี คือ ศักยภาพ  เฮงหรือศักดิ์สิทธิ์ก็จะตามมา
สวัสดีทุกท่าน พบกันทางเงา วันนี้เป็นเงาของวันอังคารที่ 7 เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช  คริสต์ศักราช 69 และ 26  แรม 8 ค่ำ  เดือน 8 ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เวลาแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อยต้องให้ได้อะไรบ้าง  วันนี้ที่จะได้ก็คงจะมีไม่ใช่น้อย แต่ก่อนอื่นขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย มาอำนวยอวยพรให้กับคุณประมาพร ศรีพาเพลิน เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิดในวันนี้ ขอให้คุณประมาพรมีความสุขความเจริญ คิดสิ่งใด ปรารถนาสิ่งใดก็ขอให้สมความปรารถนาทุกๆ ประการ 
ก็เข้ามาสู่การสนทนาธรรม ธรรมะ 2 ภาคมีผู้พูดถึงน้อยมาก จะว่าไม่มีก็ไม่แน่ใจ แต่ว่าเชื่อว่าน้อยมาก  สิ่งที่เราใช้คำว่า ธรรมะ 2 ภาค ก็เพราะว่าให้เกิดการเสมอภาคกัน ระหว่างธรรมะภาคสามัญวิสัยกับธรรมะภาคเหนือสามัญวิสัย ก็อาจจะมีผู้คัดค้านว่า เปอร์เซ็นต์ธรรมะเหนือสามัญวิสัยที่มีความสำคัญ มันน่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์น้อยมาก จะไม่ได้สำคัญอะไรนักหนา อันนี้ก็อาจจะนะ  อาจจะมีผู้คัดค้านว่า ธรรมะสามัญธรรมดาจำเป็นที่สุด เพราะว่าตรงไปตรงมา เห็นได้ชัด แล้วธรรมะเหนือสามัญวิสัยนี่มันมองไม่ออก คิดไม่ออก แล้วก็นึกไม่ออกว่าอะไรกันแน่ 
เพราะฉะนั้น ตรงนี้เราขอเถียงสุดฤทธิ์สุดเดชเลยว่า ผู้ที่มีชีวิตอยู่อย่างทนทุกข์ทรมาน ผิดพลาด พลั้งพลาด ไม่สมปรารถนา มีอันเป็นไปต่างๆ นานา เท่าที่จับตาและสังเกตมาเป็นเวลา 40 กว่าปี ก็น่าเห็นใจผู้ที่ไม่ใส่ใจใฝ่เรียนรู้ในเรื่องธรรมะเหนือสามัญวิสัย แต่เอาเข้าจริงๆ เขากลับไปให้ความสนอกสนใจ เอาเป็นเอาตายกับเรื่องของความเชื่อที่มีเหตุผล หรือแทบไม่มีเหตุผลเอามากๆ ทีเดียว 
พูดกันง่ายๆ ว่า คนไม่สนใจที่จะเอาเรื่องธรรมะเหนือสามัญวิสัยมาเรียนรู้ มารับรู้ในลักษณะที่ให้เกิดสติ เกิดปัญญา แต่กลับไปลุ่มหลงงมงาย เชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรื่องอิทธิฤทธิ์ที่มันเกินเหตุ ปาฏิหาริย์ที่มันเกินผล อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดาแบบเกินไป มันไม่ใช่เทพเทวดาแล้ว แล้วก็เรื่องลึกลับก็ลึกจนเกินไป ลับจนเกินไป แต่ของเรานำเสนอให้อยู่ในระดับเกิดประโยชน์ เกิดประโยชน์แก่มวลมนุษย์ และมนุษย์สามัญธรรมดาสามารถทำได้ 
ถ้าเราจะเสนอเรื่องอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพเทวดาแบบในหนัง ในภาพยนตร์เรื่องไซอิ๋วอย่างนี้ เรื่องรามเกียรติ์อย่างนี้ แล้วก็นวนิยายที่โลดโผนโจนทะยานในเรื่องไสยศาสตร์ทั้งหลาย มันคงไม่ใช่ชีวิตของมนุษย์ เพราะชีวิตมนุษย์มันอยู่ในการจัดการของมนุษย์ เมื่อมนุษย์สามารถจัดการได้ สิ่งเหล่านั้นก็เป็นประโยชน์  เมื่อมนุษย์จัดการไม่ได้ สิ่งเหล่านั้นก็ไม่เกิดประโยชน์ เราจึงมีคำจำกัดความว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์” หมายความว่า ให้เร่งสร้างความเก่งกล้าสามารถเท่าที่มนุษย์ตนหนึ่งๆ สามารถจะทำได้ เราเรียกกันทั่วๆ ไปว่า ศักยภาพ 
ถ้ามนุษย์ไม่สามารถจะทำอะไรได้จนในระดับที่สูงลิ่ว มันก็ไม่มีประโยชน์  มันทำไม่ได้ ก็คือ ไม่ได้ แต่มนุษย์ทำได้ เขาเรียกว่า ฝึกตัวเองจนเกิดศักยภาพ  แน่นอนนาย ก. ฝึกศักยภาพของตัวเองขึ้นมาระดับสูง ระดับไหน ความศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถจะเกิดขึ้นได้ระดับนั้น  ไม่ใช่ว่านาย ก. ฝึกศักยภาพของตัวเองแค่ระดับ 10 แต่ปาฏิหาริย์ เรื่องเหนือสามัญวิสัย เรื่องศักดิ์สิทธิ์ พุ่งขึ้นไปเป็น 100  มันเป็นไปไม่ได้  นาย ก. ก็ต้องมีความเพียรพยายามฝึกฝนตัวเองให้เกิดศักยภาพระดับ 100  พอฝึกศักยภาพของตัวเองจะทางหนึ่งทางใดก็ตามให้ได้ระดับ 100  แน่นอนที่สุด นาย ก. ก็สามารถจะฝึกศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ระดับ 100 เหมือนกัน มันต้องให้ได้พอดีๆ กัน  เรื่องที่มันคนละระดับสูงสุดกับต่ำสุด ฝึกศักยภาพ ศักยภาพของฉันได้แค่ระดับ 10 แต่ฉันสามารถแสดงปาฏิหาริย์เรื่องศักดิ์สิทธิ์ได้ระดับ 100  ระดับ 1000  อันนี้ขอตอบได้เลยว่า นาย ก. โกหก เป็นไปไม่ได้ 
เพราะฉะนั้น มนุษย์ทุกคนถ้าต้องการความศักดิ์สิทธิ์ ต้องการให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ ขอให้อดทนเถอะ ให้อดทน ฝึกฝนตัวเองไปจนถึงที่สุด จะเป็นเก่งทางไหนก็แล้วแต่ เช่นว่า เก่งทางทำกับข้าว  ก็เป็นพ่อครัวหรือแม่ครัวที่ทำอาหาร จนคนรับประทานบอกว่า พอได้ๆ พ่อครัวคนนี้ แม่ครัวคนนี้เก่ง หรือฝึกขึ้นไปอีก ไม่ใช่พ่อครัวเก่ง แม่ครัวเก่ง ถือเป็นกุ๊ก สมมตินะสมมติ ถือเป็นกุ๊กที่เรียกว่า ยอดเยี่ยมทีเดียว  กุ๊กก็ทำกับข้าวยอดเยี่ยม ต่อไปฝึกไปฝึกมา ฝึกมาฝึกไปกลายเป็นเชฟ  เชฟก็คือ ผู้ชิมอาหาร ผู้วางแผนชนิดของอาหาร ตั้งชื่ออาหาร กลายเป็นเชฟที่เก่งกล้าสามารถ หาผู้จับ หาผู้เสมอเหมือนได้ยาก 
อย่างนี้เปรียบเทียบให้เห็นอย่างนี้ว่า นาย ก. ฝึกศักยภาพของตัวเองจากคนทำกับข้าวเป็น เป็นกุ๊กที่เก่งกล้าสามารถ แล้วก็สูงขึ้นไปเป็นตัวเองเป็นเชฟผู้เก่งกาจ เป็นที่เลื่องลือกันไปทั่วว่า นาย ก. เป็นเชฟที่หาตัวจับยาก  อย่างนี้นาย ก. สามารถสร้างศักดิ์สิทธิ์ให้ได้เท่ากับความเก่งกล้าสามารถของตัวเอง จะเก่งทางกีฬา จะเก่งทางทำกับข้าว จะเก่งทางอะไรก็สุดแท้แต่ เก่งอย่างหนึ่งอย่างใดได้ทั้งนั้น ขอให้เก่งจริง ศักดิ์สิทธิ์ก็สูงจริงตามความเก่งกล้าสามารถตามศักยภาพ 
เพราะฉะนั้น ผู้ที่สงสัยว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” มันแปลว่าอะไร ก็แปลว่าอย่างนี้แหละ ยังไงๆ คุณอดทน ผู้ใดที่ต้องการความศักดิ์สิทธิ์ ก็ขอให้อดทนฝึกฝนตัวเอง แต่ต้องเป็นคนดีด้วยนะ เพราะถ้าหากว่า ไม่เป็นคนดี จิตนั่นล่ะ  ตัวจิตนั่นล่ะ มันไม่สามารถจะสร้างความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ เพราะว่าจิตต้องมีเมตตา คนมีเมตตาก็คือ คนดี พอสร้างไม่ขึ้นมันก็โกหกตัวเอง ใช่ไหม โกหกตัวเองว่า ตัวเองศักดิ์สิทธิ์ แต่ความจริง เปล่า  ไม่ศักดิ์สิทธิ์ 
เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นคนดีด้วย เพราะคนดีก็จะมีความมั่นใจในจิตของตัวเองว่า เราเป็นคนทำอะไรมีเหตุมีผล เรามีเจตนาดี ถึงจะเป็นผู้ที่มีฐานะเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ใช่เป็นพระ ใจเมตตาสูง อันนี้ก็เป็นคนมีจิตเมตตาในระดับหนึ่ง ศักยภาพจึงจะสมกับคำว่า ศักยภาพ เพราะถ้าศักยภาพที่ไม่ใช่ศักยภาพ ก็คือ เก่ง แต่จิตใจไม่ดี  ก็ใช้ไม่ได้  ศักดิ์สิทธิ์ต้องการอาศัยทั้งความเก่งและจิตใจที่ดี เจตนาดีว่าอย่างนั้นเถอะ 
เพราะฉะนั้น คนที่จะสร้างศักยภาพได้สมบูรณ์ต้องจิตใจสงบพอสมควร ถึงจะไม่ได้สงบอย่างอรหันต์แต่ก็ต้องสงบในระดับหนึ่ง ไม่เช่นนั้นแล้วศักยภาพไม่ใช่ศักยภาพ มันเป็นความเก่งธรรมดาทั่วๆ ไป ก็ยังไม่สามารถที่จะเป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์ได้ ทีนี้กลับกัน บางคนเป็นคนดี๊ดี  ดีซะจนไม่รู้จะดียังไง แต่ไม่มีความเก่งกล้าสามารถอะไรเลย ตั้งหน้าตั้งตาทำตัวเป็นคนดีอย่างเดียว ดีอย่างเดียวแต่ความจริงดีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะถ้าคนดีจริงเขาต้องสร้างฐานะ เขาต้องสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง เพราะฐานะก็เป็นประโยชน์กับตัวเอง ฐานะก็เป็นประโยชน์กับผู้อื่น และฐานะก็เป็นประโยชน์ร่วมกันกับตัวเองและผู้อื่น 
คนที่เอาแต่ทำเป็นคนดีอย่างเดียว แต่ไม่ทำอะไรให้เกิดประโยชน์โพดผลเลย ก็ไม่ใช่อีก ก็ไม่ใช่ศักยภาพ ศักยภาพที่แท้จริงต้องทั้งเก่งและเป็นคนดี พอเป็นคนเก่ง เป็นคนดีได้มาตรฐาน  ศักดิ์สิทธิ์เกิด ศักดิ์สิทธิ์โดยนัยยะแปลว่า ความเฮง คือ ทั้งเก่งและทั้งเฮง  บางคนก็บอกว่า ฉันเป็นคนดีขนาดนี้ทำไมฉันไม่เฮงสักที เป็นคนดีแบบประเภทที่ไม่ทำอะไรเลย ไม่ทำสิ่งที่เป็นคุณ ไม่ทำสิ่งที่เป็นโทษ  ก็ยังดีไม่ทำสิ่งที่เป็นโทษ 
บางคนตั้งหน้าตั้งตาสำรวมตัวเอง ระแวดระวังไปหมดทุกอย่าง ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่ทำอะไรแม้กระทั่งมดสักตัวนึง ฉันก็หลีกเลี่ยงการที่จะไปพลั้งพลาดทำให้มันตาย  อย่าว่าแต่ช้างทั้งตัวฉันจะไปฆ่ามันเลย อันนี้ก็ภูมิใจมากว่า ฉันเป็นคนดีที่สุด เดี๋ยวเทพเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะต้องเกิดกับตัวฉัน เปล่าเลย  รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ ก็ไม่เกิดศักดิ์สิทธิ์สักที ก็เพราะคุณดีอย่างเดียว แต่คุณไม่เก่ง  อะไรก็ไม่เอา อะไรก็ไม่เอา งานการก็ไม่ทำ เพื่อนฝูงมาชวนไปทำอะไร ช่วยอะไร ผู้ใหญ่มอบหมายงานอะไรให้ ฉันก็ไม่เอา ไม่เอา อยู่อย่างงอมืองอเท้า แล้วฉันเป็นคนดี อันนี้ก็ไม่ใช่ 
ทุกอย่าง ทุกสิ่งทุกประการ มันต้องประกอบกัน คุณเป็นคนเก่งแต่คุณไม่ดี ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เกิด คุณเป็นคนดีแต่ไม่เก่ง ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เกิด เพราะฉะนั้น คนที่มีความเก่งและเป็นคนที่มีความดีเท่านั้น จึงจะเกิดความศักดิ์สิทธิ์ ทั้งเก่งและทั้งดี คือ ศักยภาพ เฮงหรือศักดิ์สิทธิ์ก็จะตามมา  เพราะฉะนั้น คนเข้าใจผิดว่า ฉันอยู่เฉยๆ เดี๋ยวฉันก็ศักดิ์สิทธิ์เองแหละ ไม่ศักดิ์สิทธิ์หรอก เขาเรียกว่า คนสักแต่ว่า ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
ผลงานของคุณพรทิพย์ พุตติ  EP.1995 สถานที่ปฏิบัติธรรม วิธีการปฏิบัติกับเทพ และหลักในการปฏิบัติต่อมนุษย์ หาได้ที่ตัวเราเอง ตามจริตที่ไม่ฝืนจริต คนไม่ใช่หุ่นยนต์ ต้องมีสิ่งขับเคลื่อนทางใน เทพเขามาขับเคลื่อนวิบาก คือ โอปปาติกะที่มี 2 ภาค คตินิมิตและกรรมนิมิต เขามีบทบาท ลวดลาย ลีลา เราต้องรู้จักเขา และรู้เท่าทันว่า เขามาบอกหรือมาหลอกเรา 
ขอซ้ำอีกทีของคุณพรทิพย์ พุตติ 1995 สถานที่ปฏิบัติธรรม วิธีการปฏิบัติกับเทพ และหลักในการปฏิบัติต่อมนุษย์ หาได้ที่ตัวเราเอง ตามจริตที่ไม่ฝืนจริต  คนไม่ใช่หุ่นยนต์ ต้องมีสิ่งขับเคลื่อนทางใน เทพเขามาขับเคลื่อนวิบาก คือ โอปปาติกะที่มี 2 ภาค คือ คตินิมิต และกรรมนิมิต เขามีบทบาท ลวดลาย ลีลา เราต้องรู้จักเขา เขาไม่ธรรมดานะโอปปาติกะ เขามีลวดลายเยอะ  และรู้เท่าทันว่า เขามาบอกหรือมาหลอกเรา
ถ้าเขาไม่แน่จริง เขาคงไม่สามารถหายตัวไปเท่ากับปลายเข็ม แล้วก็แสดงตัวออกมาใหญ่เท่ากับช้างหรือภูเขาทั้งลูก เขาคือ ผู้แสดง แล้วเราทันเขาไหม เราสามารถหายตัวได้เหลือแค่ปลายเข็มไหม เราสามารถแสดงตัวใหญ่เท่ากับช้างทั้งตัว หรือภูเขาทั้งลูกไหม เราก็ทำไม่ได้ เขาเป็นพลังงาน ไม่มีร่างกาย แต่เขาสามารถจะซ่อนเข้าไปในกายเราได้ เพราะเขาหายตัวได้เล็กเท่ากับปลายเข็ม สิ่งนี้น่าทึ่งมาก น่าสนใจมาก เรามาช่วยกันเรียนรู้ให้มากๆ เพื่อจะเอาไว้ช่วยตัวเองและช่วยผู้อื่นต่อไป ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวกลับมาฟังรายงานจากอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
เพลงที่เพิ่งจบลงไป เป็นเพลงอยู่ในค่ายขำไม่ออก แล้วก็ขันไม่หยุด บางคนบอกว่า เพลงนี้ชอบจัง บางคนบอกไม่ชอบเลย ถามเป็นอะไรถึงไม่ชอบ เขาบอก 3 คำหลังไม่เพราะ  เราก็คิดอยู่ 3 คำหลัง อ๋อ..เฮงซวย  บอกมันไม่เพราะแล้วก็รู้สึกมันจะคล้ายๆ กับว่า ไม่สุภาพ  เราก็มานั่งคิดอยู่ มันไม่สุภาพตรงไหน  ไม่สุภาพตรงคำว่า ซวย  ก็มาคิดถึงภาษาจีน ซวย เขาแปลว่า โชคไม่ดี  มันไม่ใช่คำอัปมงคลตรงไหนเลย เฮงเขาแปลว่า โชคดี  ซวยเขาแปลว่า โชคไม่ดี  ก็คุณอยากจะเฮงเฮง 2 คำ คุณก็ต้องทำให้เป็นคนเก่งแล้วก็เฮง ก็เท่านั้นเอง ไม่ได้เห็นจะเสียหายตรงไหน เขาบอกมันเป็นคำไม่เป็นมงคล  ไม่เป็นมงคลตรงไหน  นาย ก. โชคไม่ดี นาย ก. ก็พยายามแสวงหาความดี สร้างศักยภาพและคุณความดีขึ้นมา นาย ก. ก็ต่อไปก็ไม่ต้องเป็นคนเฮงซวย ก็เป็นคนอะไร คนเฮงเฮง ก็เท่านั้นเอง ก็มีผู้ตำหนิมาว่า ไม่ดี ก็ขอบอกว่า มันเป็นธรรมดา นานาจิตตังนะ  ก็ทุกอย่างก็เป็นของประสมกัน  มีคนชอบ ก็มีคนไม่ชอบเป็นธรรมดา
อ. 7 ก.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณวิษณุ กระจ่างศรี

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1882   ขบวนการของจิต 9 ขั้น แล้วก็บ้า 9 อย่าง (พฤ. 26 ก.พ. 2569)
คือ ตัวเจ้าการใหญ่ที่ทำให้เรื่องศักยภาพ และเรื่องศักดิ์สิทธิ์ปั่นป่วน ส่วนใหญ่ก็คือ ดิ้นรน และปิดขบวนด้วยการเกิดเร็วและดับเร็ว  ก็ต้องเอาจิตเข้าสู่สมาธิให้เกิดความพอดี  ปรับอาการของจิตให้มันเกิดดับอย่างมีสติ  จิตก็ถูกฝึกรักษาง่ายขึ้น ในการเรียนรู้เรื่องทางใน เรื่องศักดิ์สิทธิ์ ชะตาชีวิตจะดีขึ้นจริงหรือเปล่า ขอตะโกนดังๆ ว่า " จริงจ๊ะ "
2 มี.ค. 2026
EP.1976  แต่ละคนเกิดมามีรังสีประสานแห่งพรหมลิขิต ผิดแผกแตกต่างกัน (จ. 15 มิ.ย. 2569)
ฉะนั้น ต้องรู้ฐานะของตัวเอง และบริหารจัดการชีวสารในร่างกายไม่ให้มันเป็นพิษ  โดยการใส่ใจใฝ่เรียนรู้  แล้วธาตุรู้กับวิญญาณธาตุจะช่วยไปทำให้มันเป็นฤทธิ์  เมื่อเราปฏิบัติได้ถูกต้องตามพรหมลิขิต
20 มิ.ย. 2026
EP. 1843    ความหมายของการไหว้ครู
เริ่มจาก จิตที่ศรัทธา แล้วเข้าใจคำว่า ไหว้ครู  เรื่อยไปๆ จนไปถึง จิตศักดิ์สิทธิ์ จิตศักดิ์สิทธิ์ คือ จิตที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ หรือสิ่งที่เป็นปาฏิหาริย์ให้เกิดประโยชน์มากมายแก่จิต การไหว้ครูจนถึงตัวรู้ จนเกิดความเข้าใจ หยั่งลงไปในจิตศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นโอกาสสำคัญยิ่งของผู้ที่เข้าใจคำว่า  ศิษย์มีครู ครูมีศิษย์ และทุกคนก็เป็นได้ทั้งครู และก็เป็นได้ทั้งศิษย์
10 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy