28 ธ.ค. 2568 ปฏิบัติธรรม ธาตุรู้ วิญญาณธาตุ
อัพเดทล่าสุด: 4 ก.พ. 2026
20 ผู้เข้าชม
ต้องขอขอบคุณทุกคนทุกท่านที่มาเมื่อวานกับวันนี้ ผลเป็นอย่างไร เราก็ไม่สามารถจะศึกษา ค้นคว้า วิจัย เก็บข้อมูลและประเมินผลได้ในทันที แต่ผลมันจะตกผลึกอยู่ในจิตลึกๆ ของเรา ถ้าเป็นจิตวิทยาเขาเรียกว่า จิตใต้สำนึก subconscious แต่ถ้าเป็นจิตวิญญาณมันจะลงไปอยู่ในวิญญาณธาตุ วิญญาณธาตุคืออะไร วิญญาณธาตุ คือ ธาตุรู้
ทีนี้วิญญาณธาตุคือ ธาตุรู้ ถ้าเราไม่ให้ความรู้กับมันตามอัธยาศัยของมัน มันจะไม่ขยับเขยื้อน มันก็อยู่เฉยของมันอย่างนั้น เราก็ได้แต่อึดอัดคับข้อง ทำไมชีวิตเป็นอย่างนี้ ทำไมไม่เป็นไปอย่างนั้น เพราะว่าเราไม่ได้ให้ความรู้กับวิญญาณธาตุ เราก็อึดอัด เหมือนอย่างกับว่า ฮาร์ดแวร์ไม่มีข้อมูลใส่เข้าไป กดแป้นคีย์เท่าไหร่ก็ไม่มีข้อมูลออกมา ก็เลยกลายเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจคนยุคใหม่ที่เขาอยู่กับวิชาการ พอเขาอยู่กับวิชาการมากๆ วิชากรรมเขาบอกเรื่องโกหก
ผู้พูดเขียนคอลัมน์ในสยามรัฐเมื่อ 20 กว่าปีก่อน เขียนอยู่ 10 กว่าปี วันแรกเลย ฉบับแรกเลย เขียนหัวข้อว่า “วิชาการ วิชากรรม”.......
ถ้าคนเรามีวิชาการเยอะๆ แต่ไม่รู้จักเรื่องของความจริงของกรรม พฤติกรรมกับวิบากกรรมมันเวอร์ซัส versus กันยังไง ตรงนี้ชีวิตก็จะลำบาก
ตอนนี้วิชากรรมสำคัญยังไง วิชากรรมของเรา เราไม่เอาไปใช้แบบงมงาย วิชาการไม่เกี่ยวแล้วนะ นั่นการศึกษา วิชากรรมของเราไม่ไปใช้แบบงมงาย แต่เราไปใช้แก้ปัญหา ปัญหาที่มันยากๆ บางทีเส้นผมบังภูเขานิดเดียวชีวิตคน นิดเดียวผ่านแล้ว ทำยังไงๆ ก็ไม่ผ่าน ทู่ซี้แทบตาย เอาเป็นเอาตายแทบตาย ก็ไม่ผ่าน
เพราะฉะนั้นตรงนี้คือ หน้าที่ของเรา โดยเฉพาะเราจะต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า เรามีสิ่งเหนือสามัญวิสัย เหนือสามัญวิสัยก็คือ ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย เราไม่ได้สอนเรื่องสุดวิสัย แต่เราสอนเรื่องเหนือสามัญวิสัย มันไม่ใช่สุดวิสัย แต่คุณต้องมีใจเปิดกว้าง แล้วคุณจะเข้าใจสิ่งที่เราแนะนำอยู่ทุกวันนี้ ถ้าคุณจิตใจคับแคบ ไม่มีประโยชน์เลย เพราะว่าที่นี่สหปฏิบัตฯ “สห”เป็นภาษาสันสกฤต เหมือน”สรรพ”เป็นภาษาบาลีห้างสรรพสินค้า แต่”สห”ของเราเป็นภาษาสันสกฤต แปลว่าอะไร แปลว่า รวม อะไรๆ ก็เอาเข้ามาคุย อะไรก็เอาเข้ามาสนทนากัน อะไรก็เอาเข้ามาสอน หยิบตรงนั้นนิด หยิบตรงนี้หน่อย แต่สิ่งที่หยิบเข้ามาให้เป็นประโยชน์....
เพราะฉะนั้นขอให้เราทุกคนเข้าใจใน concept ความหมายอันนี้ด้วย เพราะอะไรๆ เราก็เอาเข้ามาคุยกัน อะไรที่เป็นประโยชน์เราก็หยิบเข้ามา เห็นว่าอันนี้ไม่เป็นประโยชน์ มันเกิดโทษ เราก็หยิบออกไป.....
.....ชาร์ตพี่ป้อม....
ธาตุรู้ วิญญาณแท้
ธาตุ+วิญญาณแท้ = ธาตุรู้
วิญญาณ+ธาตุรู้ = วิญญาณแท้
คำถาม:
สัมพันธ์แล้วถูกใจ พอถูกใจแต่ความสัมพันธ์นั้นไม่ถูกกับวิญญาณ ไม่ถูกกับวิญญาณคืออะไร
ตอบ:
ถูกใจแต่ไม่ถูกวิญญาณ ให้ใจกันแทบตายแต่ไม่ได้เกิดผลดีอะไรกับชีวิตเลย ไม่ได้เกิดผลดีกับชีวิต ถ้าเปรียบคู่สมรสหรือแต่งงานกัน เขาเรียกว่า เป็นคู่เทียมเทียม ไม่ใช่คู่แท้แท้ คนเจอคู่เทียมเทียม ชีวิตไม่เกิดปาฏิหาริย์ ไม่เกิดปาฏิหาริย์ชีวิตก็แย่ไปตามเรื่องตามราว และถ้าไม่พัฒนาต่อไปก็เป็นคู่ที่ 4 ของเรา คือ คู่ควายเทียมเกวียน กะโหลกไขว้
คำถาม:
ถูกใจแล้วก็สัมพันธ์กัน แต่ไม่มีธาตุรู้เกิดขึ้นเลย….
ตอบ:
ถูกสเปกแต่ไม่ล็อกสเปก เป็นคู่ถูกสเปก ถูกใจกันรูปร่างหล่อ สวย มีความดื่มด่ำล้ำลึกในรูป ในกิริยา พอใจกันมาก แต่ไม่ล็อกสเปก มันมีล็อกสเปกแต่ไม่ถูกสเปก ถูกสเปกแต่ไม่ล็อกสเปก นานๆ จะเจอถูกสเปกด้วย แล้วก็ล็อกสเปกด้วย....
คำถาม:
คำว่า ถูกใจแต่ไม่ถูกวิญญาณเป็นยังไง?
ตอบ:
ถูกสเปก แต่ไม่ล็อกสเปก คู่เทียมเทียม ดีไม่ดีก็หล่นลงไปเป็นควายเทียมเกวียนเลย เป็นคู่กะโหลกไขว้ แต่ถ้ายกฐานะขึ้นไปประเภทที่ 3 มันเทียมเทียมใช่ไหม ถ้าพัฒนาให้ดีก็มีโอกาส ยกขึ้นไปคู่ประเภทที่ 2 คือ คู่แท้เทียม แท้ครึ่งหนึ่ง เทียมครึ่งหนึ่ง หนังคู่ และถ้าพัฒนาจริงๆ ก็อาจจะยกขึ้นไปแต่อาจจะยากหน่อย คู่ประเภทแรกเลย คู่แท้แท้ เนื้อคู่ มันพัฒนาได้ ไม่ใช่พัฒนาไม่ได้แต่ยากหน่อย ไม่ใช่ว่าตายตัว แต่ถ้าหล่นลงมาคู่ควายเทียมเกวียน กะโหลกไขว้แล้ว ก็ยากแล้ว ลากกันถูลู่ถูกังไปเลยชีวิต.....
อ.บิว:
ถูกใจกับถูกวิญญาณ คบให้มาก แต่อยากเรียนถามว่า วิญญาณเป็น unknown และคบให้มาก ก็เลยอยากถามว่า ข้อแรกเราจะทำยังไง ครูธวัชเคยบอกว่า ไม่รู้จักกันก็ต้องเมตตาต่อกัน แต่เมตตาก็คือ ความรู้สึก มันก็มีระดับ เราจะ...ทำยังไง how to
คนที่ถูกใจ ถูกวิญญาณ สิ่งที่เราพึงปฏิบัติก็คือ คบกันให้มาก เราไม่รู้ว่าวิญญาณมีระดับมากน้อยขนาดไหน เราควรจะทำตัวยังไง คือถ้าเลือกได้ ก็อยากจะคบกับคนที่ถูกวิญญาณให้มากๆ แต่อาจเป็นคนไม่พึงประสงค์ ไม่ชอบหน้าก็ได้ เลยถูกลดระดับไปอยู่ที่คนที่ถูกใจแต่ไม่ถูกกับวิญญาณ คบกันให้น้อย คำถามก็คือว่า เราจะรู้ได้อย่างไร?
ตอบ:
มันเป็นสำนวน แต่จริงๆ วิญญาณแปลว่า ความรู้สึก ถ้าเราจะพัฒนาความรู้สึก พยายามทำความรู้สึกให้ดี รู้สึกกับคนนี้ไม่ดีเลย แต่พยายามทำใจอย่างน้อยๆ ไม่เกลียดแต่ก็ไม่รัก “ไม่ชอบก็เฉย ไม่ช่วยก็อย่าแช่ง ไม่เกื้อก็อย่าแกล้ง” ก็เฉยไป ก็กลายเป็นไม่มีอะไร ถูกใจ ไม่ถูกใจอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนวิญญาณก็กลายเป็น normal ไป ก็กลายเป็นไม่มี effect อะไร เพราะเราพยายามพัฒนาความรู้สึกที่เป็นอคติที่เกลียดให้เป็นกลาง คือ มนุษย์ทุกคนพัฒนาได้
พระพุทธเจ้าบอกว่า มนุษย์เกิดมาแล้วพัฒนาได้ ถ้าไม่พัฒนาก็จะตกลงไปเหมือนสัตว์เดรัจฉานก็ได้ เพราะเราเป็นภูมิที่ 5 ใช่ไหม อาจจะตกไปภูมิที่ 4 เดรัจฉานก็ได้ ภูมิที่ 3 อสูรกาย ใจยักษ์ใจมารก็ได้ ภูมิที่ 2 เปรต ภูมิที่ 1 นรก อุปมาอันนี้ยังเป็นคนอยู่ แต่ตกลงไปที่ 4 ที่ 3 ที่ 2 ที่ 1 เพราะมนุษย์เราภูมิที่ 5 แต่ถ้าพัฒนาก็ขึ้นไปเป็นเทวดา 6 ภูมิ ภูมิที่ 6-11 ก็เป็นเทวดา ..... จิตก็ยกสูงขึ้นไป สูงขึ้นไปอีกไปขั้นพรหม 16 ชั้นก็ได้ พรหมชั้นที่ 12-27 เป็นรูปพรหม มีจิตอุปมาเหมือนพระพรหม
พัฒนาขึ้นไปอีก 28 ถึง 31 เป็นอรูปพรหมก็ได้ สูงขึ้นไปเรื่อย ขึ้นอยู่กับเราจะพัฒนาหรือจะทำให้ตกต่ำ ทีนี้คนที่ตกต่ำคิดแต่ลบ ลบ ลบ สมัยนี้เขาเรียกคิดลบ ถ้าเราคิดบวกเราก็ค่อยๆ เราอย่าไปอะไรกับมันเลย ไม่ถูกใจ ไม่ถูกวิญญาณก็พัฒนาไป ไม่ถูกใจก็ทำใจไป คือ มันขึ้นอยู่กับเราจะทำ หรือไม่ทำ บางคนไม่ทำแล้วปล่อยให้ยิ่งหนักเข้าไปอีก ทำแต่เรื่องความรู้สึกติดลบในทางไม่ดี ไม่ดี ไม่ดี ไม่ช้าก็โรงพยาบาลศรีธัญญา ..... เป็นโรคจิต โรคประสาท.....
อ.บิว:
ที่ฟังครูธวัชมาทั้งหมดก็คือว่า เมื่อวิญญาณเป็นจุดที่เราไม่สามารถประเมินได้ แล้วยิ่งเป็นเรื่องของความรู้สึกแล้ว คือสรุปว่า ครูธวัชให้เราพัฒนาตัวต่อไป
ตอบ:
เอาความรู้ซิ ที่บอกสองรอ ร.รู้สึกกับร.รู้ ร.รู้สึกก็คือ วิญญาณ และร.รู้ก็คือ ตัวร.รู้คืออะไร
(อ.โอ๊ต)....รู้เท่าทันตามความเป็นจริง เฉยฉลาด อุเบกขา เมตตาที่ฉลาด กรุณาที่ฉลาด มุทิตาที่ฉลาด อุเบกขาที่ฉลาด จะเข้าไปสู่ขั้นฌานระดับสูง ฌานถ้าปกติก็จะมี 5 ใช่ไหม
ตอบ:
ฌานมี 4 ก่อน ถ้าจตุกกนัยก็มี 5 ถ้าเป็นอภิธรรมมี 5 ฌาน ถ้าเป็นพุทธธรรมมี 4 ฌาน จตุกกนัย ทั้ง 4 ทั้ง 5 ใช้ได้ทั้งนั้น
จตุกกนัยเป็นอภิธรรม เขาแยกรายละเอียดออกไป อย่างปฐมฌานเขาก็แยกออกไปเป็นฌานที่ 2 เอาข้อที่ 1 ใส่ลงไปข้อที่ 2 อันนี้ไม่ต้องไปกังวล เราไม่ได้เอาอภิธรรมมาเรียนเพื่อสอบ เราเอาเข้ามาประกอบ....
(อ.โอ๊ต)....ส่วนที่เราพูดกันแค่ 4 ฌานในส่วนสุดท้าย คือ เอกกัคคตา กับอุเบกขา ก็ถือว่า ขึ้นไปสู่ฌานในระดับสูง อันนี้พูดถึงฌานคร่าวๆ กลับมาดูที่ไดอะแกรมเดิม แผนภูมิเดิม ในแต่ละส่วนของสาระ ของสัมพันธ์ ของสำคัญ ถ้าเราขาดธาตุรู้ คือ เราไม่รู้ เราก็เลยจะมองไม่ออกว่า คนที่เราจะสัมพันธ์ด้วยถูกวิญญาณหรือเปล่า ...เราจะคุยกับเขาแบบไหน ยังไง สัมพันธ์ยังไง ในเมื่อเราไม่มีธาตุรู้ที่เกิดขึ้น จะไม่สามารถเข้าใจได้ว่า หรือรู้ได้ว่าเราควรจะสัมพันธ์กับเขาอย่างไร เท่าไหร่ เมื่อใด ....
คำถาม:
ศาสตร์สาระ ศาสตร์สำคัญ เป็นศาสตร์สัมพันธ์ และการสัมพันธ์เป็นการสัมพันธ์ของทั้ง 2 คน สมมติว่าคน 2 คนสัมพันธ์กัน เทพสัมพันธ์กัน ระหว่างเทพของเทพของ A กับเทพของ B เหมือนกับว่ามันสัมพันธ์กันจนเป็น miracle triangle กันเลยถูกไหม? .....
....ศาสตร์สาระ ศาสตร์สำคัญ เป็นศาสตร์สัมพันธ์ เชื่อมโยงกับแฝงหรือไม่ เกี่ยวข้องกับเรื่องแฝงขององค์ในของเราหรือไม่?
พี่ชมภูนุช:
คำว่าเทพและวิญญาณ มันอันเดียวกันไหมคะ?
ตอบ:
ไม่อันเดียวกัน แต่เชื่อมโยงกัน เทพส่วนหนึ่งแฝงอยู่ในตัวเรา อีกส่วนหนึ่งอยู่นอกตัวเรา ที่ฝรั่งเขาบอกว่า ในตัวเรามีสปิริต Spiritual นอกตัวมีโซล Soul โซลอยู่ข้างนอก Spiritual อยู่ข้างใน แต่นี่คติฝรั่งนะ คติของฝรั่งเขาว่าอย่างนี้
แต่จริงๆ แล้วคือ วิญญาณ ถ้าว่ากันตามหลักพุทธศาสนาแปลว่า ความรู้สึก ถ้าเราไม่มีความรู้สึกเราติดต่อเทพได้ไหม ติดต่อไม่ได้ ทุกอย่างอย่างอาจารย์บิวบอก Back to basic Back to basic ก็กลับมาที่ตัวเรา ถ้าตัวเราตายแล้ว เน่าเปื่อยไปแล้ว หายไปแล้ว หรือไม่หายใจแล้ว มีความรู้สึกไหม ติดต่อเทพก็ไม่ได้ใช่ไหม จำไม่ได้
เทพเป็นคลื่น เป็นคลื่นพลังชนิดหนึ่ง เป็นคลื่นที่ถ้าเป็นเทพพรหมก็เป็นคลื่นที่สะอาด ถ้าเป็นเทพยมก็เป็นคลื่นที่รุนแรง เข้าใจไหม เทพพรหมก็ซอฟต์ เทพยมก็ฮาร์ด หนัก คลื่นหนัก
เรียนเรื่องวิญญาณต้องจินตนาการ แล้วลดอุปาทานลง อุปาทานเรามีเยอะมาก ถ้าเราไม่ลดลง มันก็มาปิดกั้นโอกาสที่เราจะได้เรียนรู้ จินตนาการพอประมาณ พอเหมาะพอสม เราลดอุปาทานลงให้มากที่สุด เพราะเราจะติดอยู่ตรงอุปาทาน ฟิกซ์ไอเดียอยู่แต่เรื่องนี้ ไม่ใช่ อันนี้ไม่ใช่ มันต้องอย่างนี้ ถ้าเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ต้องเป็นอย่างนี้
อย่างสมัยก่อนคนเราบอกว่า โลกแบนอย่างนี้ ใช่ไหม แล้วขนาดรุ่นสมัยกาลิเลโอ ยังถูกจับไปขัง พอกาลิเลโอ บอกว่า โลกกลม ถูกผู้มีอำนาจจับไปขัง ขังจนตาบอด พอต่อมา เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่าโลกกลม เป็นเรื่องถูกต้อง
เพราะฉะนั้นคนมันจะติดตรงนี้ ติดตรงอุปาทาน เมื่อคุณติดอุปาทานแล้วคุณก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วชีวิตนี้ อยู่กับความงุมงาหรา อยู่กับความงมงาย แต่ไม่ใช่หมายความว่า ความความยึดมั่นถือมั่นเป็นเรื่องไม่ดี ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่จำเป็นน่ะดี แต่ที่ว่าไม่จำเป็นเรื่องไร้สาระตัดมันออกไปซะ เอามาทำไม
อย่างที่บอกว่า ศาสตร์สาระ ศาสตร์สัมพันธ์ ศาสตร์สำคัญ สิ่งไร้สาระเราเยอะมากในคลังสมองเรา ไม่อย่างนั้นมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เขาสำรวจว่า สมัยนี้คนสำลักข้อมูล สังคมสำลักข้อมูล เพราะยิ่งตั้งแต่ 1999 วายทูเค เห็นไหม เวิลด์ไวด์เว็บ ตอนนี้ข้อมูลทะลักออกมากันใหญ่เลย ในโทรศัพท์มือถือทะลักกันออกมาเท่าไหร่ แล้วส่วนมากเป็นข้อมูลอะไร เขาเรียกอะไร Fake news Fake news เยอะมาก
ใครเสพโดยไม่เลือกนะ ตายนะ ตายกับตายลูกเดียวนะ คือ สงสารเด็กรุ่นวัยหลังๆ รุ่นวัยรุ่น เสพโดยไม่รู้ว่า อะไรเป็นอะไร อะไรถูกต้อง อะไรไม่ถูกต้อง แล้วก็ออกมาก็คือ เพื่อการค้าธุรกิจ เพราะฉะนั้นคนเสพข้อมูล ต้องระวังอย่างยิ่งเลย สื่อนั่นนะคือ ปีศาจ สื่อเทพมีน้อย สื่อปีศาจนี่เยอะ
เดี๋ยวจะไปหาว่า ว่าเขานะ ไม่ได้ว่าเขานะ ถ้าไม่ใช้สติปัญญาพิจารณาให้ดีๆ ตาย เด็กรุ่นใหม่นี่ตายเป็นเขียดเลย ตรงนู้นอาจารย์ดัง ตรงนี้อาจารย์เด่น ตรงนั้นอาจารย์โด่ง กลัวมากที่สุดคือ โด่งดัง กลัวที่สุดเลยโด่งดัง
เทพเป็นคลื่น วิญญาณคือ ความรู้สึก ถ้าเติมธาตุเข้าไป วิญญาณ วิญญาณธาตุคือ ความรู้สึกที่รู้ รู้ความรู้สึก ความรู้สึกที่เรารู้ แต่ถ้าวิญญาณเฉยๆ คือ ความรู้สึก ถ้าธาตุ วิญญาณธาตุ ธาตุรู้ที่รู้แล้วก็รู้สึก
วิญญาณขันธ์ตัวที่ 5 รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จิตคือ รับรู้คิดจำ จำได้หมายรู้ หมายรู้ รู้แจ้งแทงตลอด อันนั้นมัน 3 ชุด 12 ข้อของจิต รับรู้คิดจำ จำได้หมายรู้ รู้แจ้งแทงตลอด พอใช้จิตปุ๊บ ไม่ใช้อารมณ์ ก็รู้แจ้งแทงตลอด แต่ส่วนมากเราทำงานด้วยอารมณ์ แอคด้วยอารมณ์
แอคทุกแอคของเราเริ่มต้นที่อารมณ์ก่อน แล้วกว่าเราจะสงบลงไป แล้วพอจิตมันจะรับรู้อารมณ์ จิตเสวยอารมณ์ ถ้าจิตไม่มาเสวยอารมณ์ ก็คือ ใช้อารมณ์ตลอด
วิญญาณคือ ความรู้สึก
อ.บิว:
ถ้าเทพเป็นคลื่น วิญญาณคือ ความรู้สึก เมื่อเข้าสูตรของควอนตัมฟิสิกส์... เราจะเอาความรู้สึกไปจับคลื่นเทพนั้นอย่างไรจึงเกิดเป็นอนุภาค?
ตอบ:
ความรู้สึกละเอียด ต้องมีฌาน ฌานอย่างน้อยๆ ฌาน 1 ฌาน 2
ฌานที่ 1 ปฐมฌานมีองค์ 5 วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา
ทุติยฌานมีองค์ 3 ปีติ สุข เอกัคคตา
ตติยฌาน ฌาน 3 มีองค์ 2 เหลือ สุขกับเอกัคคตา
จตุตถฌานมีองค์ 2 เหลือ เอกัคคตา กับอุเบกขา
ถ้าถึงเอกัคคตากับอุเบกขาตอนนี้ ซิกซ์เซ้นส์เราจะละเอียด จิตเราจะละเอียดมาก เพราะติดต่อเทพได้ ถ้าฌาน 4 ติดต่อเทพพรหมได้ตั้ง 16 องค์ แต่ว่า 16 องค์นี้ยังอยู่ในกามาวจร ถ้าไปองค์ที่ 28, 29, 30, 31 เป็นอรูปพรหม อกามาวจร
อ.บิว:
อุเบกขากับเอกัคคตา คือเมื่อวานนี้ที่ครูธวัชบอกว่า อุเบกขาเป็นตัวสร้างฌาน... ขออนุญาตกลับไปที่เรื่องของควอนตัมฟิสิกส์ว่า คลื่นหรือ wave จับด้วยความรู้สึกที่ละเอียดหรือ.....จนกระทั่งเป็นเอกคัตตาธรรมารมณ์ แต่เราก็อยากจะได้ฤทธิ์ อุเบกขาเป็นความสงบนิ่ง ผลที่ได้รับระหว่างเอกัคคตากับอุเบกขา อันไหนจะดีกว่ากัน สงบนิ่งก็คือว่า เรารู้แล้วว่า เหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้ รับได้เพราะอะไร ยังไง ไม่ได้เฉยโง่ แต่เอกัคคตา....
ตอบ:
เอกัคคตาเป็นเรื่องความนิ่งของอารมณ์ แต่อุเบกขามันนิ่งของจิต เอกัคคตามันเป็นนิ่งของอารมณ์ ซึ่งเป็นตัวเสริมจิต เอกัคคตาธรรมารมณ์เรียกว่า ชั้นหนึ่งละ ใช้ได้ละ แล้วมันไปเสริมจิตให้เกิดอุเบกขาขึ้น อุเบกขานี่คือ จิต ไม่ยากแต่ว่าต้องทำใจว่างๆ ก่อน แล้วจึงจะเข้าใจมัน
แต่อย่าลืมว่า ของเราไม่ได้เรียนวิปัสสนาโดยตรงนะ เราเอามาประยุกต์ใช้เท่านั้น เป็นบางข้อที่เอามาประยุกต์ใช้เท่านั้น
คุณวรารัตน์ (พี่หมวย) :
จิตกับวิญญาณต่างกันยังไง?
ตอบ:
เป็นความเหมือนที่แตกต่าง
คุณวรารัตน์ (พี่หมวย) :
คือ วิญญาณเป็นศัพท์เซ็ตของจิตหรือเปล่า หมายถึงเป็นส่วนหนึ่ง?
ตอบ:
คือ จิต มันก็คือ ความรู้สึกอย่างหนึ่งใช่ไหม วิญญาณแปลว่า ความรู้สึกใช่ไหม แต่ถ้าจิตมันมาตรฐาน แต่วิญญาณมันยังไม่นิ่ง วิญญาณถ้าขันธ์ตัวที่ 5 แปลว่า ความรู้สึกใช่ไหม ความรู้สึกของเรา ดีก็ได้ ร้ายก็ได้ เป็นไปตามสิ่งที่มากระทบ แต่พอจิตมันไปรับงานจากอารมณ์มา อารมณ์ป่วนจิตมันก็ไม่เอา จิตรับรู้อารมณ์ จิตก็รับรู้เฉยๆ จนอารมณ์ปราณีตจริงๆ แล้วก็เกิดเป็นจิตเสวยอารมณ์ พอจิตมันเสวยมามันก็ทำงาน รับรู้คิดจำ จำได้หมายรู้ รู้แจ้งแทงตลอด พอจิตนี่ก็แปลว่า ชัวร์ล่ะ ใช้ได้ล่ะ
คุณวรารัตน์ (พี่หมวย) :
แล้วก็อีกคำหนึ่งค่ะ จิตรู้ คือ เคยฟังธรรมะว่า จิตรู้ กับธาตุรู้นี่มันเหมือนกันไหมคะ?
ตอบ:
ธาตุมันเป็นเหมือนกับว่า ฮาร์ดแวร์ เป็นฮาร์ดแวร์ที่ต้องการใส่ซอฟต์แวร์เข้าไป เพื่อให้ได้ข้อมูล มันก็เป็นธาตุรู้ แต่ถ้าธาตุเฉยๆ มันก็อยู่ในฮอร์โมน ในเคมีเรา ดินน้ำลมไฟ วิญญาณธาตุ อากาศธาตุ
ถ้าวิญญาณธาตุ อากาศธาตุเป็นอภิธรรม ถ้าพุทธธรรมก็ดินน้ำลมไฟ อภิธรรมก็มีวิญญาณธาตุ อากาศธาตุเข้าไปด้วย ถ้าเราไม่ใส่ข้อมูลเข้าไปมันโบ๋เบ๋ โหวงเหวง ไม่รู้อะไรเหมือนอย่างเด็ก เขายังไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาชีวิตเขาไป พอเขารับเข้าไปก็รับไม่ได้เพราะเขายังเด็ก แต่เกิดเป็นผู้ใหญ่แล้วกลับกลายเป็นไม่รับรู้อะไรเลย มันก็หน่อมแน้ม เป็นผู้ใหญ่หน่อมแน้ม เป็นผู้ใหญ่ปัญญาอ่อน ถูกต้องไหม
ถ้าเด็กไปให้ความรู้ให้เขาเกี่ยวกับปัญหาชีวิต เขาก็รับไม่ได้ ก็ไม่ควรไปให้แก่เขา แต่ผู้ใหญ่แล้วควรรู้แล้ว ไม่รับรู้อะไรเลย โตขึ้นมามีแต่จะกิน จะเที่ยว จะเล่น จะสนุก ความรู้เกี่ยวกับชีวิตข้าไม่เอา ก็ไม่มีอะไรเข้ามา วิญญาณธาตุนี่ ธาตุมันก็โบ๋เบ๋ ไม่เอาอะไรเลย ก็กลายเป็นคนแปลกๆ มีคนติงต๋องมาเยอะ
คนติงต๋องบางทีไม่ได้บ้าหรอกนะ แต่มันไม่รู้อะไรเลย แล้วมันคิดของมันเองว่า อันนี้ถูก อันนี้ถูก คนอื่นผิดหมด กูคิดของกูอย่างนี้แหละ ผลที่สุดเขาก็บอกอย่าไปยุ่งกับมัน อย่าไปยุ่งกับมัน
เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาที่จะต้องรับรู้ปัญหาชีวิต เราก็ต้องมีผู้ใหญ่มาสอนให้รู้ปัญหาชีวิต รับรู้มากไปก็เครียด ไม่รับรู้เลยสมองกลวง ไม่รู้อะไรเลย
ทีนี้คนทุกวันนี้เอาการศึกษามาสร้างความภูมิใจมาก การเรียนหนังสือ เรียนหนังสือมันวิชา ช. ช้างตัวเดียว วออิวิ ชออาชา แต่วิชชา ช.ช้างสองตัว ความจริงของความเป็นจริงของชีวิต มันไม่ค่อยมีใครรู้ แต่อย่าไปเอาวิชชา 3 วิชชา 5 ในหลักของพระไตรปิฎกเขามา ไม่ได้นะ เขาหาว่าไปเอาของเขามา
แต่ผู้พูดหมายถึง วิชชาคือ ความจริงของชีวิต คุณต้องผิดหวังบ้างนะ โลกธรรม 8 นะ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์ อะไรอย่างนี้ ข้อมูลเหล่านี้ก็ต้องป้อนให้เด็กถ้าเด็กมันโตแล้ว ถ้ายังไม่โตไปให้มัน มันก็ไม่รู้เรื่อง ผู้ใหญ่ไม่เคยคิดถึงไตรลักษณ์เลย ไม่ค่อยคิดถึงกฎแห่งกรรมเลย มันก็เหลิง พวกคุณหนู ลูกเศรษฐีทั้งหลายแหล่ ขออภัยนะไม่ใช่ทุกคนนะ บางคนเขาก็ดีนะ ก็เลยกลายเป็นครองตัวไม่อยู่ พอสังคมเปลี่ยนไป ตอนนี้ก็ไปกันใหญ่
แล้วทุกคนเวลานี้ ยุคใหม่ เอาการศึกษามาเป็นตัวดัชนี จบอะไรมา ตรีกี่ตรี 2 ตรี โท 1 โท จบอะไรมา สาขานั้นสาขานั้น กี่เอก เอก 1 เอก 2 บางคนจบปริญญาเอกหลายเอกนะ ถามว่าดีไหม ดี แต่คุณไม่รู้อะไร คุณไม่รู้จักชีวิตเลย แล้วคุณก็เลยกลายเป็นคนมีความรู้สูงแต่ติงต๋อง ผิดปกติ เข้ากับใครไม่ได้ ขอโทษอาจจะแรงไปหน่อย......
อย่างอาทิตย์ที่แล้วเราคุยกันเรื่องคลื่นสอดแทรก กับคลื่นแทรกสอด คนฟังแล้วไม่เข้าใจ....
ขอเวลาหน่อยนะ คลื่นสอดแทรกก็คือ เราพูด คิด ทำ อยู่ทุกวัน เราก็อยากจะพูดให้ดี คิดให้ดี ทำให้ดีใช่ไหม แต่วิบากกรรมคือ ผลกรรมที่เราทำไว้ มันเป็นคลื่น ที่มันจะสอดแทรกเข้ามาลงมาใน Pineal Gland ต่อมจอมประสาทเรา ลงมาใน Pineal เจาะเข้าไปตรงนี้ อุณาโลมเจาะเข้าไปตรงนี้ ลงมาแล้วก็สอดแทรก ทำให้เราคิดในสิ่งที่ไม่ควรคิด พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ เริ่มจากความคิดก่อน นี่คือเขาเรียกว่า คลื่นสอดแทรกที่ไม่ดี
แล้วทีนี้เกิดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีอำนาจอะไรที่เราสร้างขึ้นมาเป็นซิกซ์เซ้นส์ เป็นอะไร มันก็จะเกิดคลื่นแทรกสอดเข้ามา
ฟิสิกส์เบื้องต้นเป็นยังไงสอดแทรกกับแทรกสอด...
อ.บิว:
ภาษาง่ายๆ คือ มาประสานกันอย่างนี้
ครูธวัช:
พอจะเปรียบได้ไหม เราไม่ได้แทนค่านะ เราเปรียบเทียบนะ ไม่ได้บังอาจเอาคลื่นฟิสิกส์มาแทนค่าคลื่นพลังกรรมนะ
อ.บิว:
เห็นด้วยกับอาจารย์วัน ถ้าหลักวิชาการไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าแทรกสอดหรือสอดแทรกก็คือ เหมือนกัน มันมีคลื่นสองคลื่นแทรกเข้ามา ก็เลยเกิดการสอด....
ครูธวัช:
แล้วมันทำให้คลื่นแรกเปลี่ยนฐานะไหม?
อ.บิว:
เมื่อมีการแทรกสอดและสอดแทรกเข้ามา ให้ผล 3 ประการ คือ 1. เสริมกัน ก็คือ มีความเป็นบวกมากขึ้น
ครูธวัช:
มีขัดแย้งกันไหม?
อ.บิว:
มี เป็นศูนย์ก็มี คลื่นอันนี้หายไปเลย เหมือนอย่างเราส่งสัญญาณไปกำจัดคลื่นรบกวนต่างๆ noise ต่างๆ อันนี้ก็คือ ….ทำให้มันเป็นศูนย์ไป
ครูธวัช:
คลื่นแทรกสอดก็มีประโยชน์?
อ.บิว:
มี กับสุดท้ายก็คือ หักล้าง ทำให้มันติดลบเลย ......
ครูธวัช:
อย่างนั้นเราต้องมาทบทวนคลื่นสอดแทรกกับคลื่นแทรกสอด เพื่อจะสอดแทรกวิบากกรรม พฤติกรรมของเรา ที่ถูกสอดแทรก แล้วเราจะได้สร้างคลื่นแทรกสอด มาป้องกัน
ดร.วัน:
คือ ครูธวัชสามารถเอามาเปรียบเทียบได้ในแง่ว่า คลื่น 1 คลื่น 2 ที่มาปะทะกัน แล้วเกิดปฏิกิริยาที่ อ.บิว อธิบายสักครู่ แล้วมีคลื่นที่ 3 เข้ามาแทรก มันก็เกิดเป็นปฏิกิริยาลักษณะคลื่นใหม่เกิดขึ้นก็ได้เหมือนกัน อันแรกอาจจะสอดแทรก อันที่สองอาจจะมาแทรกสอด
ครูธวัช:
แล้วคลื่นอันแรกเปลี่ยนสถานะไปไหม?
ดร.วัน:
เปลี่ยนๆ
อ.บิว:
สมมติว่า คลื่นที่ส่งมา สมมติพอเราแทรกสอดแล้วมันติดลบ แต่ถ้ามีคลื่นอีกตัวนึงแทรกสอดกับคลื่นที่ 1 แทรกสอดเข้ามา มันก็จะเกิดเป็นคลื่นใหม่เข้ามาเป็นคลื่นที่ 3
ครูธวัช:
พอเอามาเปรียบได้ไหม
อ.บิว:
ได้ อันนี้ชัดค่ะ
ผลที่ได้รับก็คือ จะบวก ลบ หรือเป็นศูนย์ไป
ครูธวัช:
ต้องการอันนี้
อ.บิว:
ตัวนี้สำคัญ เป็นบวก เป็นลบ เป็นศูนย์ เป็นกลางก็คือว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็น neutral แล้วคราวนี้ถ้ามันมีคลื่นแทรกสอดเข้ามาอีก สมมติว่าคลื่นถ้าเราประสานกันแล้วอันดับแรก ถ้ามันแทรกสอดผลออกมามันติดลบ แต่ถ้าเรามีคลื่นแทรกสอดประสานเข้ามา มันจะเกิดคลื่นใหม่ คลื่นใหม่ที่เกิดขึ้นก็ให้เป็นผลบวก ผลลบ หรือว่า neutral อีกเหมือนกัน มันก็จะมีคลื่นที่ 3 อีกเหมือนกัน ก็ใช้ได้เหมือนกัน
ครูธวัช:
เราจะเอามาใช้ apply เป็นคลื่นกรรมนะ คลื่นพลังกรรม ต้องช่วยกันนะ
อ.โอ๊ต: คราวหน้าค้างไว้ที่ wave ที่เป็นเทพ แล้วเข้ามาสู่ขันธ์ 5 ของเรา ที่มีวิญญาณอยู่ แล้วก็จะมีเรื่องคลื่นแทรกสอดกับสอดแทรก แล้วครูธวัชให้เพิ่มเติมไว้ว่า แล้วมันจะเกิดปรากฏการณ์สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมา เพื่อเปลี่ยนคลื่นที่เป็นลบกลายเป็นบวกได้ยังไง?
เราจะได้เปลี่ยนปรากฏการณ์หรือว่า อาถรรพ์ของเรา ให้กลายเป็นมหัศจรรย์
บทความที่เกี่ยวข้อง
งานของสหปฏิบัติฯ คือ พูดคิดทำ ในสิ่งที่เหมาะสม สมควร แล้วเป็นประโยชน์ ไม่เป็นโทษ มี 2 หลักใหญ่ คือ งานสามัญวิสัยและงานเหนือสามัญวิสัย เพื่อให้รู้ว่า คนเรามีศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ตัว ไม่ต้องตะลอนหาที่ไหน แต่ต้องดึงออกมา และทำให้ธรรมชาติสองอย่างสมดุลกันทั้งศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ ชีวิตก็จะเป็นปกติสุข แต่วิธีการอย่างไร มีรายละเอียด ต้องศึกษาเรียนรู้
29 ม.ค. 2026
พระพรหม 20 ชั้น พระพิฆเนศ พระฤาษี เทพเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จะเป็นองค์ใดก็แล้วแต่ ที่มีเมตตาต่อเรา มีความศักดิ์สิทธิ์ แล้วเป็นผู้ให้ความอุปการะเรา ในทางโลกก็ดี ในทางธรรมก็ดี ในทางวิญญาณก็ดี เราจะถือว่าท่านเหล่านั้นเป็นครูของเราทั้งนั้น
ใช้ 2 รอ คือ ร. รู้ กับ ร. รู้สึก เพื่อเข้าถึงศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์
16 ม.ค. 2026
การคิด พูด ทำ เราไม่ได้เป็นอิสระ หลายครั้งเราผิดพลาดเองจากพฤติกรรม แต่บางครั้งเราพลาดผิด เพราะคลื่นสอดแทรกจากวิบากกรรม มาศึกษาเรียนรู้ธรรมะสองภาค เพื่อรู้เท่าทันป้องกันแก้ไข
10 ม.ค. 2026
