EP. 1850 เรื่องที่แล้ว แต่ยังไม่แล้ว คือ ผลกรรมที่ทำไว้ ต่อด้วยการกระทำในปัจจุบัน เขาเปิดโอกาสให้คุณแก้ตัว แล้วสิ่งซึ่งเป็นพลังเหนือสามัญวิสัยจะมาบรรเทาทุกข์ และเพิ่มสุขให้ เริ่มต้นที่ศรัทธา แล้วก้าวไปสู่ปัญญา
อัพเดทล่าสุด: 4 ก.พ. 2026
16 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกท่าน 19 นาฬิกา กับ 13 นาทีโดยประมาณ ของวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พุทธศักราช 2569 คริสต์ศักราช 2026 วันนี้เป็นวันแรม 12 ค่ำแล้ว เดือน 2 ปีมะเส็ง ก็คงจะต้องกล่าวถึงพุทธพจน์สักหน่อย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” แต่ละวัน อย่าให้ผ่านไปเปล่า จะมากหรือน้อย ต้องให้ได้อะไรบ้าง ก็หวังว่าผู้ฟัง วันนี้ทั้งวันก็คงจะได้อะไรต่อมิอะไรกันมามากมาย บางคนอาจจะบอกว่า วันนี้ฉันมีรายได้มาตั้งหลายล้าน คนที่เขาทำธุรกิจใหญ่ๆ ใหญ่เท่าไหร่ก็มีนะ วันหนึ่งๆ เขามีเงินเข้ากระเป๋าวันละหลายๆ ล้าน บางคนบอกพูดเกินไป ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องมายืนยันกัน
ตอนนี้มาดูตรงกันข้าม คนบางคนทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ บางทีก็ได้สตางค์ไม่กี่ร้อย มันเป็นเรื่องที่ฟังแล้วสะเทือนอารมณ์ สะเทือนจิตใจ ฐานะของแต่ละคนที่จะสร้างรายได้ มันผิดแผกแตกต่างกัน ทีนี้เราอย่าไปอิจฉา หรืออย่าไปสงสาร อิจฉาคนที่ได้วันละหลายๆ ล้าน จะกี่ล้านก็แล้วแต่ฐานะของเขา แล้วก็ไม่ถึงขนาดไปตั้งหน้าตั้งตาสงสารคนที่ทำงานทั้งวัน แล้วได้ไม่กี่ร้อย ก็เห็นใจกันอยู่นะ แต่เรามาพิจารณาในเชิงสร้างสรรค์ให้เกิดความรู้ ให้เกิดความเข้าใจ ถึงมันจะถูกต้อง หรือไม่ถูกต้อง มันก็เรื่องของอนิจจัง อนัตตา
คนที่เกิดมาโชคดีมากมายมหาศาล คนที่เกิดมาโชคร้ายมากมาย อย่างชนิดที่ไม่น่าเชื่อ มันมีอยู่ 2 เหตุใหญ่ๆ เหตุหนึ่งคือ ความประพฤติ พฤติกรรมนี่แหละ พฤติกรรมภายนอกที่ตัวเองทำตัวเอง ทำไปทำมา ทำมาทำไป ก็ไปอยู่ในสภาพที่มีรายได้น้อย และถึงน้อยที่สุด
แล้วก็พฤติกรรมนี่ก็เหมือนกัน ทำให้คนทำไปทำมา ทำมาทำไป ก็ไปอยู่ในประเภทที่มีรายได้มากถึงมากที่สุด อันนี้ตรงไปตรงมา เขาเรียกว่า เรื่องของพฤติกรรม เรื่องของความประพฤติ เรื่องของฐานะ ความเก่งของแต่ละคน แต่ละคน ที่จะสร้างรายได้ หรือสร้างผลประโยชน์ไม่เท่ากัน อย่าพึ่งไปพูดถึงทุกข์หรือสุขนะ คนรวยมีทุกข์ก็เยอะ คนจนมีสุขก็มาก อันนี้ต้องเอาไว้อีกมุมหนึ่งก่อน
เรากำลังพูดถึงมุมของการได้กับไม่ได้ อีกมุมหนึ่งเชื่อก็ได้นะ ไม่เชื่อก็ได้ มันเป็นสิทธิของผู้ฟัง อีกมุมหนึ่งนั้นคือ เรื่องของวิบากกรรม วิบากกรรมคือ ผลกรรมที่ได้ทําไว้ มันมาจากคติ 4 อภิณหปัจจเวกขณ์ 5 แล้วก็วิบาก 6 วันนี้เราจะไม่ลงในรายละเอียดนะ เพราะเวลาเรามีจํากัด
ทำไมคนจึงไปเกิดในคติ 4 ทำไมจึงได้รับอภิณหปัจจเวกขณ์ 5 และมีวิบาก 6 ในฐานะแตกต่างกัน ผลของการกระทำอีกเหมือนเดิม แต่เป็นการกระทำที่ได้กระทำ ผลกรรมที่ได้กระทำไว้ ที่ได้ทำมาแล้วว่าอย่างนั้นเถอะ ก็ทำมาแล้วจะให้ทำยังไง บางคนก็ถาม อ้าว ทำยังไงก็ทำให้ดีใหม่สิ ผลกรรมที่ได้ทำมาแล้ว มันทำไปแล้ว บางเรื่องก็ต้องให้มันแล้วแล้วไป แต่บางเรื่องแล้วไม่ได้ ทำไมจึงแล้วไม่ได้ เพราะมันยังไม่แล้ว ชักยังไงชอบกลแล้ว บางเรื่องที่ทำมาแล้วก็ให้มันแล้วแล้วไป บางเรื่องแล้วไม่ได้ เพราะอะไร เพราะมันยังไม่แล้ว ชักจะฟังยากกันใหญ่แล้ว
เหตุที่บางเรื่องที่ยังแล้วไม่ได้ เพราะมันยังไม่แล้ว เพราะมันยังต่อเนื่องอยู่ ต่อเนื่องกันอยู่ คุณเกิดมา คุณมีความสำเร็จสุข คุณเกิดมา คุณมีความผิดหวังทุกข์ ก็เพราะว่าวิบากกรรมคือ ผลกรรมที่คุณได้ทำไว้ แต่ไม่ได้ทั้งหมด มันไม่ใช่เรื่องทั้งหมด เรื่องของเรื่องมันมาต่อเนื่องด้วยเรื่องของการกระทำของคุณ ของคุณเองในขณะปัจจุบันนี้ คุณบอกว่า จะให้ผมทำยังไง จะให้ฉันทำยังไง ฉันก็ปล่อยมันไปตามยถากรรมนั่นแหละ
ปล่อยไปตามยถากรรมคือ สิ่งที่สุดวิสัย สุดวิสัย มันทำอะไรไม่ได้แล้วก็สุดวิสัย ก็ปล่อยมันไปตามยถากรรม แต่คุณยังมีอีกสิ่งหนึ่งนอกจากเรื่องสุดวิสัยแล้ว คุณยังมีอีกสิ่งหนึ่งคือ คุณสามารถจะสร้างฐานะ และเอาชนะความทุกข์ หรือเพิ่มความสุข ด้วยเรื่องเหนือสามัญวิสัย ยังสามารถ เพราะมันยังไม่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่มันควรจะให้แล้วแล้วไปนะ ก็แล้วแล้วไป
อีกสิ่งหนึ่งยังไม่แล้ว แล้วไม่ได้ เพราะอะไร เพราะมันยังมีผลอยู่ ผลนั้นคือ ให้คุณแก้ตัว เปิดโอกาสให้คุณทำตัวใหม่ แล้วสิ่งซึ่งเป็นพลังเหนือสามัญวิสัย ก็จะมาบรรเทาทุกข์ แล้วก็เพิ่มความสุขให้กับคุณ เพราะสิ่งเหนือสามัญวิสัย เพราะเราบอกว่า สิ่งเหนือสามัญวิสัยไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย เป็นเรื่องที่คุณยังต้องใช้วิสัยทัศน์เข้ามาพิจารณา วิสัยทัศน์คือ วิชั่น เข้ามาพิจารณา ใช้โลกทัศน์ ใช้ชีวทัศน์ อันนี้อาจจะฟังยากไปนิดหนึ่ง
วิสัยทัศน์ในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดาคือ... โลกทัศน์ในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดาคือ... ชีวทัศน์ในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดาคืออะไร ตรงนี้คือ สิ่งที่เราจะนำมาบอกกล่าวเล่าแจ้งแด่ผู้ที่มีศรัทธา
เมื่อคุณมีศรัทธา คุณก็เริ่มต้นที่ศรัทธาก่อน ฉันจะเชื่อได้ยังไง เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา อำนาจลึกลับซับซ้อนซ่อนเร้นทั้งหลายทั้งปวง ฉันจะใช้ชีวิตยังไง ชีวทัศน์ของฉันจะใช้ยังไง เรื่องนี้ฉันจะหันมาอยู่ในมุมโลก ในมุมไหน คุณก็ใช้โลกทัศน์ เรื่องนี้เราจะมีวิสัยทัศน์อย่างไร เราจึงจะจัดการเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา ให้มันเหมาะสมกับฐานะของเราเอง และถ้าในเมื่อต่อหน้าผู้อื่น เราจะทำให้เป็นสากลได้อย่างไร ล้วนแล้วแต่ มันเป็นสิทธิของทุกคนที่จะแก้ไขตัวเอง จากคนที่เคยร่ำรวย มีรายได้วันละเป็นล้านๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง กลับกลายเป็นยากจนข้นแค้น หรือขาดแคลนลงมาก็เยอะ
ตรงกันข้าม จากคนที่มีรายได้วันละเป็นร้อย หรือน้อยกว่า พลิกฐานะตัวเองขึ้นไปเป็นคนมีฐานะ จากวันหนึ่งๆ มีรายได้เป็นล้านก็มี เพราะฉะนั้นเกิดเป็นคนอย่าจนปัญญา ทุกคนยังมีโอกาส สร้างศรัทธา ศรัทธาเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน แล้วก็ก้าวไปสู่ปัญญา ถ้าคุณไม่เริ่มต้นสร้างศรัทธา หมดศรัทธาในตัวคุณเอง หมดศรัทธาในตัวผู้อื่น แล้วยังแถมไปลบหลู่ดูหมิ่นเขาอีก อย่างนี้ก็เป็นอันว่าหมดกันละ ไม่ต้องพูดกันแล้วจบ
เริ่มสร้างศรัทธาให้กับตัวเอง และให้มีศรัทธากับผู้ที่ควรจะให้ศรัทธา แล้วก็ก้าวต่อไป ก้าวต่อไป ให้ถึงปัญญา คุณก็จะเห็นว่า โลกนี้ การวางท่าทีต่อเรื่องศรัทธาต้องวางอย่างไร โลกนี้ การวางท่าทีต่อการใช้ปัญญา ต้องวางท่าทีอย่างไร
งานสหศรัทธาสาน ศาลาสานปัญญาของเรามีจุดมุ่งอย่างนี้ ในเมื่อคุณต้องการความศักดิ์สิทธิ์ ในศาลเรามีให้กับคุณพร้อม พร้อมเพรียง มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างพร้อมเพรียง รับรองได้ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์จากทั่วสารทิศมาอยู่ในศาลนี้ ยกตัวอย่างผงกำยานที่เอามาบูชา แต่ก้าวต่อไปเถอะ อย่าหยุดอยู่แค่บูชาผงกำยาน มีศรัทธาต่องานเสกเป่าทั้งหลาย เซ่นสรวงบวงไหว้ทั้งหลาย การประกอบพิธีกรรมทั้งหลาย ด้วยเครื่องคาวหวาน ของหอม ของประณีต และการสวดมนต์อ้อนวอนทั้งหลาย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ให้ประโยชน์ และมีความสำคัญ แต่ก้าวต่อไปสิ อย่าหยุดอยู่แค่นั้น
บางคนก็ตัดตอนเลย ผมไม่เอา ผมเอาปัญญาเลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องมายุ่งกับผม ผมขอเป็นตัวของตัวเอง อ้าว คุณกระด้างกระเดื่องต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซะแล้ว ถ้าคุณโชคดี คุณเคราะห์ดี คุณก็รอดไป ถ้าคุณโชคร้าย คุณเคราะห์ร้าย คุณไม่รอดนะ อันนี้ไม่ได้ไปขู่คุณ เพราะทุกอย่างในชีวิตคนเรา มันมีเบื้องหน้าการเกิด ก่อนเราเกิดเราไม่รู้ เราเกิดมาในรังสีแห่งพรหมระดับไหน ที่บอกให้ฟังอยู่ทุกวันว่า มหาพรหมมีตั้ง 16 ชั้นฟ้า อรูปพรหมอีก 4 ชั้นฟ้า 20 ชั้น เราไม่รู้เราเกิดมาในรังสีแห่งพรหมของมหาพรหมองค์ไหน จะไปเปรียบกับคนที่เขาเกิดมาในระดับธรรมดา เช่น เกิดมาในบารมีของเทพ 6 ชั้น จตุมหาราชิกา ยามา ดาวดึงส์ ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมิตวสวัตตี เขาทำอะไร เขาไม่มีตัวฉุด แล้วยังมีตัวช่วย
ตรงกันข้าม ผู้ที่มีรังสีแห่งพรหมแรงกล้ากว่าคนธรรมดา มีทั้งตัวฉุด และมีทั้งตัวช่วย ขอให้คุณเข้าถึงความจริงของตัวฉุด แล้วพยายามแกะปมตัวฉุดตรงนั้นออก แล้วก็เข้าถึงตัวช่วย หาจุดช่วยที่เหมาะสมและถูกต้อง
คนที่น้อยอกน้อยใจตัวเองว่า เกิดมาทำไมจึงไม่ประสบความสำเร็จกับเขาสักที รู้ไหมว่าตัวเองเกิดมาดวงชะตามันยิ่งใหญ่กว่าปกติ คนจีนสมัยก่อนเขาเรียกว่า คนโป๊ยยี่ตั่ว เราก็ฟังแล้วก็งง โป๊ยยี่ตั่ว โป๊ยยี่แปลว่า ชะตาชีวิต ตั่วแปลว่า ใหญ่ ชะตาชีวิตใหญ่แต่ทำไมบอกว่า กลับลำบาก กลับมีปัญหา กลับทุกข์ยาก ผู้ใหญ่ก็ไม่สามารถจะให้คำตอบแก่เราได้อย่างชัดเจน เราก็ได้แต่เป็นเด็กสงสัยมาตลอด อะไรกันนักกันหนา ผิดไปแล้วหรือเปล่าว่า คนโป๊ยยี่ตั่ว กลับมีชีวิตที่ลำบากลำบน ทนทุกข์ทรมาน
คนที่โป๊ยยี่ไม่ตั่ว ไม่ใหญ่ กลับมีความสำเร็จสุข ทำมาหากินคล่องกว่าง่ายกว่า มันเป็นเรื่องของการฉุดและการช่วย กับแรงฉุดและแรงช่วยของคนที่เกิดมาในชะตาของเทพธรรมดา เขาไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยอย่างคนที่เกิดมาในบารมี ในรังสีแห่งพรหม 20 ชั้น ด้วยเหตุนี้เราจึงไหว้ครู และครอบครู ในวันที่ 20 มกรา และ 20 กันยายน เพราะพระพรหมในระดับมหาพรหมมี 20 ชั้น หลายคนบอกว่า จำเป็นไหมที่ผมจะต้องไปไหว้ครู มันขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของคุณเอง จำเป็นหรือเปล่าที่หนูควรจะไปไหว้ครู มันขึ้นอยู่กับศรัทธาของหนูเอง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ขอบอกให้เข้าใจกันตามความจริงว่า อย่ามัวแต่งวยงงกันในชะตาชีวิตของตัวเองอยู่เลย
ต่อไปก็เป็นเรื่องของการฟังเพลง และเข้าสู่การสวดมนต์สวดพรในภาคที่ 2 ต่อไป คุณกนกวรรณ วงษ์มณี จะเปิดเพลงอะไรคั่นเวลาก็สุดแท้แต่ศรัทธา ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
เอาล่ะ เพลงขำไม่ออก ขันไม่หยุด ที่จบลงไปชื่อเพลง จะเอายังไงก็เอาสิวะ คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 3/1 ครูธวัช คณิตกุล ทำนองและเสียงร้อง AI จัดทำโดย คุณพัทธนันท์ พิมานพงศภัทร เนื้อความ เนื้อเพลงก็มีอยู่ว่า
“มนุษย์เกิดความทุกข์ยากลำบาก มีความน้อยใจในศรัทธาที่มีต่อเทพเทวดา แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ มนุษย์ก็แหงนหน้าขึ้นไปบนฟ้า เทพปล่อยให้ฉันทนทุกข์ทรมานลำบากลำบนขนาดนี้ ตกลงว่าเทพจะเอายังไง เทพก็ส่งเสียงลงมาว่า แล้วมนุษย์จะเอายังไง มนุษย์ก็เถียง แล้วเทพจะเอายังไง เทพก็ถาม ตกลงมนุษย์จะเอายังไง เทพก็โมโห พิโรธ จะเอายังไงก็เอาสิวะ มนุษย์ก็ตกใจ พระศิวะมา ก็บอกจะเอายังไงก็เอาสิเพคะ” ก็ขำๆ ขันๆ ขำไม่ออก ขันไม่หยุด
ขอขอบคุณคุณปุนนภา รักษาวงษ์ EP. ที่ 1849 การไหว้ครูไม่ได้หมายถึงบุคคลหนึ่งบุคคลใด ไม่ได้หมายถึงมีบุคคลเดียวแล้วให้เรามานั่งไหว้ ไหว้ครูไม่มีจำกัดจำนวน และครูมีทั้งครูที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน นี่คือ คำโปรยที่คุณปุนนภา รักษาวงษ์ ได้คัดสรรเอาไว้ใน EP. 1849 ขอขอบคุณ
รวบรวมโดย คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์
บทความที่เกี่ยวข้อง
เราจะพยายามทำอย่างไรไม่ให้เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับ เกิดรูโหว่และเกิดช่องว่าง เราจะอุดรูโหว่และช่องว่างให้มากที่สุดได้อย่างไร
25 ม.ค. 2026
ถ้ามนุษย์ไม่จัดสรร เทพก็ไม่สามารถจะเสกสรร ในขณะที่ธรรมชาติตั้งใจจะสร้างสรรค์ ธรรมชาติก็สร้างสรรค์ไปตามธรรมชาติ แต่เทพไม่สามารถจะเสกสรรค์ เพราะมนุษย์ไม่จัดสรรตัวเอง
6 ม.ค. 2026
ไหว้ครูไม่มีจำกัดจำนวน และครูมีทั้งครูที่มีตัวตน และไม่มีตัวตน
16 ม.ค. 2026
