EP.1989 โปรดอย่าทำร้ายวิบากกรรมภาคคตินิมิต และวิบากกรรมภาคกรรมนิมิตของคุณ ด้วยการปฏิบัติตัวไม่สมกับฐานะความเป็นมนุษย์เลย เพราะจะทำให้โอปปาติกะ หรือเทพในตัวคุณลดฐานะต่ำลงมาเรื่อยๆ (อ. 30 มิ.ย. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 2 ก.ค. 2026
12 ผู้เข้าชม
EP.1989 โปรดอย่าทำร้ายวิบากกรรมภาคคตินิมิต และวิบากกรรมภาคกรรมนิมิตของคุณ ด้วยการปฏิบัติตัวไม่สมกับฐานะความเป็นมนุษย์เลย เพราะจะทำให้โอปปาติกะ หรือเทพในตัวคุณลดฐานะต่ำลงมาเรื่อยๆ
แต่เมื่อไหร่ที่คุณทำในสิ่งที่เป็นความหมาย อันเป็นสิ่งเกี่ยวพันโยงใยกับเรื่องพระศาสนา ศรัทธา และความเชื่อ ด้วยเจตนาที่ดี มีจิตบริสุทธิ์ จะเป็นโอกาสให้โอปปาติกะทั้ง 2 ฝ่าย ได้ประสานพลังกัน จะเกิดเป็นความศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
สวัสดีทุกท่าน เมื่อวานรายการงดหายไป 1 วัน วันนี้เรามาพบกันในวันสิ้นเดือนมิถุนายน มีสัญลักษณ์เป็นคนคู่ ปี 69 คือ พุทธะ 26 คือ คริสต์ วันนี้เป็นวันแรม 1 ค่ำ เมื่อวานเป็นวันพระใหญ่ เดือน 8 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เราจะใช้เวลาแต่ละวันให้คุ้มค่าที่สุด ที่เราควรจะทำได้ ขณะเดียวกันเราก็ขอให้วันนี้เป็นวันที่เป็นมงคล แด่นายแพทย์แท้จริง คุณภูทิฐ แล้วก็นางสาวภัทรา ศิริพานิช ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิด เป็นวันมงคล ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อำนวยอวยพรให้ท่านนายแพทย์แท้จริง คุณภูทิฐ แล้วก็คุณภัทรา ศิริพานิช มีความสุขความเจริญ มีความสำเร็จสุขในทุกๆ ประการ สุขสันต์วันเกิดทุกๆ ท่าน อันนี้เป็นการบอกกล่าวเล่าแจ้งมาโดย คุณอุบลวรรณ กิตติมานนท์ หรือป้าจ๋า ก็ขอขอบคุณ
มาเข้าสู่การสนทนา สิ่งที่ยังค้างคาแล้วก็ยังไม่เป็นที่ชัดเจนที่เราได้เคยเปรยๆ ไปอยู่หลายวัน ก็คือว่า คนใดก็แล้วแต่ที่สนทนา หรือคิดถึง หรือไปถึงอยู่หน้าอยู่ในบริเวณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น นาย ก. สนทนาธรรม คิด พูด ทำ เรื่องธรรมมะ และหรือไปอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เช่น ศาลเจ้าหรือวัดวาอาราม และหรือทำในสิ่งที่เป็นความหมาย และเป็นเกี่ยวพันโยงใยกับเรื่องพระศาสนา ศรัทธา และความเชื่อ โอปปาติกะ ของ นาย ก. ซึ่งเป็นฝ่ายกรรมนิมิต ก็จะมาสัมพันธ์กับโอปปาติกะฝ่ายคตินิมิต ในตัว นาย ก.
เมื่อโอปปาติกะทั้ง 2 ฝ่ายประสานพลังกัน ความศักดิ์สิทธิ์ก็ทวีคูณขึ้น เป็นเรื่องของเกิดความศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ตามมาด้วยปาฏิหาริย์ และเทพเทวดาก็มาประสานกัน เทพฝ่ายกรรมนิมิต ซึ่งไปที่นู่น ที่นี่ ที่นั่น เพราะคนเราพอตายแล้วก็จะมีอยู่ 2 ฝ่าย คือ คตินิมิตพาไปเกิด ก็พาเรามาเกิดนี่แหล่ะที่เป็นตัวเป็นตนในชาตินี้แหล่ะ ก็มีโอปปาติกะตนหนึ่ง เรียกว่า “โอปปาติกะฝ่ายคตินิมิต” ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งก็เป็น “โอปปาติกะฝ่ายกรรมนิมิต” ก็นำเอากรรมทั้งหมดที่เราทำออกไปจากตัวเรา ขณะที่นาย ก. ตายไป ก็ออกไปตะลอนๆ สัมพันธ์กับคนโน้น สัมพันธ์กับคนนี้ ตามกฎแห่งกรรมที่ นาย ก. ได้ทำไว้ตอนมีชีวิตอยู่
เอากันง่ายๆ สรุปอีกทีหนึ่ง พอตอนเราตายปั๊บ เบื้องหน้าการเกิด เบื้องหลังความตาย ก็จะเกิดเป็นกรณีขึ้นว่า โอปปาติกะตนหนึ่งพาไปเกิด เขาเรียกว่า เป็นโอปปาติกะฝ่ายคตินิมิต ไปสู่คติ 4 อภิณหปัจจเวกขณ์ 5 วิบาก 6 โอปปาติกะฝ่ายคตินิมิตพาเรามาเกิด
อีกฝ่ายหนึ่ง เป็นโอปปาติกะฝ่ายกรรมนิมิต ก็พาเอาวิบากรรมของเรา ที่เราได้ทำทั้งหมด กรรมดีก็มี กรรมชั่วก็เยอะ ตะลอนๆ ไปสร้างปัญหา สร้างปัญญาขึ้น ที่นู่น ที่นี่ ที่นั่น และหรือถ้าเกิดคราวใด สมมติ นาย ก. มาประกอบพิธีที่ซำฮะตั๊วร่วมกับเรา โอปปาติกะฝ่ายกรรมนิมิตของ นาย ก. ก็จะรีบกลับมา รับรู้การประกอบพิธีที่ซำฮะตั๊วว่า ขณะนี้ นาย ก. กำลังมาไหว้บรรพบุรุษ กำลังมาร่วมไหว้อัฐิที่ซำฮะตั๊ว หรือมาไหว้หลวงพ่อขาว หลวงพ่อดำ มาไหว้เจ้าแม่กวนอิม มาที่สหศรัทธาศาล อะไรทำนองอย่างนี้แหล่ะ ก็จะเกิดเป็นกรณี โอปปาติกะ 2 ฝ่ายมาประสานกัน
ถ้า นาย ก. ต้องการให้โอปปาตะกะฝ่ายกรรมนิมิตกับคตินิมิต มาประสานพลัง มารวมพลัง นาย ก. ก็ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ พูดถึงเกี่ยวกับกิจกรรมของ เรื่องของศาสนา ศรัทธา และความเชื่อทั้งหลาย พอนาย ก. พูดถึง คิดถึง หรือกระทำ สิ่งที่เกี่ยวกับศาสนา ศรัทธา และความเชื่อ โอปปาติกะฝ่ายกรรมนิมิต ก็จะมาประสานกับโอปปาติกะฝ่ายคตินิมิต ก็ทำให้เกิดเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์เพิ่มเป็นทวีคูณ จากศักดิ์สิทธิ์ธรรมดาก็กลายเป็นศักดิ์สิทธิ์เพิ่มเติมเป็น 2 เท่า หรือ 4 เท่า 6 เท่า อันแรก ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิ์ฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์ธรรมดาก็กลายเป็นอิทธิฤทธิ์พิเศษ ปาฏิหาริย์ก็ปาฏิหาริย์เพิ่มขึ้น เทพเทวดาก็เทพฝ่ายคตินิมิตกับฝ่ายกรรมนิมิตมาประสานกัน อธิบายอย่างนี้ไม่ทราบว่า พอจะมองเห็นภาพแล้วหรือยัง
พอทั้ง 2 ฝ่าย โอปปาติกะฝ่ายหนึ่งกับอีกฝ่ายหนึ่งมาประสานกัน ในขณะที่เจ้าของชีวิต ที่เป็นเจ้าของทั้งฝ่ายคตินิมิตและกรรมนิมิตมาประสานกัน พลังศักดิ์สิทธิ์ก็จะเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้น แต่ต้องเป็นเจตนาดีนะ ทำกิจกรรมต่างๆ เรื่องศาสนา ศรัทธา ความเชื่อ ต้องมีจุดมุ่งมั่นในทางที่ดี มีจิตบริสุทธิ์ว่าอย่างนั้นเถอะ จงใจกระทำกรรม ไม่ใช่จำใจกระทำกรรม
เราก็จะเห็นว่า เรื่องอย่างนี้สมัยโบราณเขาจะมีกิจกรรมเหล่านี้มาก แต่สมัยใหม่กิจกรรมเหล่านี้แทบจะหมดไปแล้ว ก็น่าเสียดาย ที่คนต้องทนใช้ชีวิตอยู่อย่างหุ่นยนต์ไม่ใช่หุ่นคน ความศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่จะประสมประสานมาอย่างที่พูดมาทั้งหมด ก็ปรากฏว่าไม่ค่อยได้เกิดแก่มนุษย์เท่าไหร่ มนุษย์ก็แย่ลง แย่ลง และแย่ลงซะส่วนใหญ่ ที่เขาดีขึ้นก็มี แต่ส่วนน้อย รวยขึ้นก็ส่วนน้อย จนลงนี่ส่วนมาก เจ็บมากขึ้นส่วนมาก หายเจ็บส่วนน้อย มีทุกข์มากขึ้น มีสุขน้อยลง อะไรทำนองอย่างนี้แหล่ะ
ก็เพราะว่า ศาสนา ศรัทธา และความเชื่อ ไม่ได้รับการสนอกสนใจนำมาคิด นำมาพูด นำมาทำ เท่าที่ควร วิธีอย่างนี้ ปฏิบัติอย่างนี้ ก็จึงเห็นว่า โอปปาติกะทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ได้มีโอกาสประสานกันเท่าไหร่นัก ก็ทำให้เกิดผลเสียหาย หวังว่าผู้ที่ถามมาว่ายังไม่เข้าใจว่า ทำไมมาย้อนพูดถึงโอปปาติกะ ก็เพราะเพื่อเหตุผลอย่างนี้แหล่ะ แต่ยังไม่เข้าใจอีก เราก็มาจับเข่าคุยกันในวันถามแอนด์ทอล์ค ซึ่งเวลาพอจะมี แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะว่ากระทู้ต่างๆ ที่เราจะสนทนากันมันมากมาย ก็แบ่งๆ กันไป ก็คิดว่าถ้าใครมีโอกาสมาในการคุยกัน ในรายการถามแอนด์ทอล์ค ความสงสัยเหล่านี้ที่ยังไม่ชัดเจน ก็จะถูกนำมาตั้งเป็นคำถาม แล้วก็ทอล์ค ก็คือ คุยกัน ถามแอนด์ทอล์ค ก็คือ เรื่องเดียวกัน ตั้งคำถามแล้วก็ตอบคำถามนั่นแหล่ะ
เอาล่ะ เราจะมีดูผลงาน เพราะวันนี้จะต้องรายงานชื่อของผู้ที่ส่งมาทางอากาศ แล้วมาเข้าเครื่องขยายของคุณศิริวรรณ รื่นเอม เพราะเมื่อวานเป็นวันพระใหญ่ วันนี้จึงต้องนำเอา EP.ของคุณอรสา กู้เกินพงษ์ Episode ที่ 1988 ทุกคนเกิดมาจากโอปปาติกะตนหนึ่งพาเรามาเกิด โอปปาติกะนั้นยกฐานะสูงขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นเทพที่มีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ก็เหมือนกันนะที่พูดไปแล้วเมื่อกี้ โอปปาติกะ 2 ฝ่ายก็มาเจอกัน ตรงกันข้าม ถ้าเรามีความประพฤติ ปฏิบัติไม่สมฐานะความเป็นมนุษย์ ตกต่ำลงไปเรื่อยๆ โอปปาติกะที่ประจำชีวิตเรา ก็จะลดฐานะลงไปเรื่อยๆ อันนี้เป็นการสรุปที่ดีทีเดียว
อ่านซ้ำอีกครั้งหนึ่ง 1988 คุณอรสา กู้เกินพงษ์ คนทุกคนเกิดมาจากโอปปาติกะตนหนึ่ง แต่ 2 ภาค พาเรามาเกิด โอปปาติกะตนหนึ่งก็เป็นฝ่ายกรรมนิมิต ที่ว่าแล้วคือ พาไปตะลอนๆ แล้วเมื่อมีการพูดถึงศาสนา ศรัทธา และความเชื่อ ก็จะกลับมารวมกันทีหนึ่ง โอปปาติกะนั้นยกฐานะสูงขึ้นเท่าไหร่ เมื่อประสานกันระหว่างโอปปาติกะฝ่ายกรรมนิมิตที่พาเอาเรื่องราว ข้อความ ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับวิบากกรรม ออกไปดำเนินการ กับฝ่ายที่ดำเนินการอยู่ในสังขารของเรา เรียกว่า โอปปาติกะฝ่ายคตินิมิต โอปปาติกะนั้นยกฐานะสูงขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นเทพที่มีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ก็เพราะว่าประสานพลัง 2 เท่า 4 เท่า 6 เท่า 8 เท่า 10 เท่า
ตรงกันข้าม ถ้าเรามีความประพฤติ ปฏิบัติไม่สมฐานะ ความเป็นมนุษย์ มนุษย์แปลว่า ผู้มีจิตใจสูง แต่คนที่ทำตัวเป็นคนมีจิตใจต่ำ นั่นไม่ใช่มนุษย์แล้ว มันก็ลงไปเรื่อยๆ โอปปาติกะก็ลดฐานะลงไปเรื่อยๆ เมื่อมนุษย์ไม่สมฐานะความเป็นมนุษย์ ตกต่ำลงไปเรื่อยๆ โอปปาติกะที่ประจำชะตาชีวิตของเรา ก็จะลดฐานะลงไปเรื่อยๆ 1988 บอกไว้ว่าอย่างนี้นะ
ก็พอที่จะเข้าใจผลอะไรบ้างพอประมาณ เพราะฉะนั้น โปรดอย่าทำร้ายวิบากรรมที่เป็นภาคกรรมนิมิต ซึ่งมีโอปปาติกะดูแล กับวิบากกรรมที่เป็นคตินิมิต ก็เป็นปัจจุบันอยูในร่างกาย กรรมนิมิตก็ตะลอนๆ ออกไป แล้วก็มาเจอกันในโอกาสที่ร่างนั้น พูดถึง คิดถึง กระทำถึง เกี่ยวกับเรื่องศาสนา ศรัทธา และความเชื่อ
ก็ขอยุติการอธิบายเรื่องนี้ไว้เท่านี้ก่อน แล้วเรามาคุยกันในรายการถามแอนด์ทอล์คได้ในโอกาสต่อไป เดี๋ยวมาฟังเพลงคั่นรายการ แล้วเราก็มาเข้าสู่การถวายรายชื่อเพื่อการบูชา ให้รายชื่อที่ส่งมามีความศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเจ้าของรายชื่อที่ส่งมามีความศักดิ์สิทธิ์ เจ้าตัวก็จะมีความสุขความเจริญ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวกลับมา
เพลงที่จบลงไป ชื่อเพลง “คนละครึ่ง” คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 3/1 ครูธวัช คณิตกุล ทำนองและเสียงร้อง AI จัดทำโดย อาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์
เนื้อเพลงมีอยู่ว่า “บูรณาการงานทางมนุษย์ครึ่งหนึ่ง บูรณาการแปลว่า ทำให้ดีที่สุด ว่าอย่างนั้นเถอะ ทางวิญญาณครึ่งหนึ่ง คนละครึ่ง ที่จริงคนละครึ่งนี่โบราณทำได้นะ พอ 6 โมงเย็นปั๊บเขาก็เลิกงานเลิกการแล้ว เตรียมเข้านอน กินข้าวเรียบร้อยหมดแล้ว เช้า 6 โมงเช้าเขาก็เริ่มทำงานของเขาแล้ว ส่วนระหว่าง 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นก็ครึ่งหนึ่งของโลกวิญญาณ เพราะเป็นโลกที่พระอาทิตย์ตกดินแล้ว แต่คนสมัยนี้เที่ยงคืนยังไม่เสร็จธุระเลย ก็เยอะแยะที่เป็นกันอย่างนี้ ครบถ้วนตามสิทธิสัญญากรรมลิขิตพรหม งานคนสมัยใหม่เลยเที่ยงคืนก็มี ยังไม่ได้หลับไม่ได้นอน ยังไม่ได้ทำกิจส่วนศรัทธาเลย เช่น ไหว้พระไหว้เจ้า หรืออะไรอย่างนี้ แล้วยิ่งเรื่องกลางวันจะให้ทำกิจทางศรัทธา ศาสนา และความเชื่อนี่ยากมาก เพราะฉะนั้น ชีวิตคนโบราณจึงสงบสุขกว่าชีวิตของคนปัจจุบัน อันนี้ท่านเห็นว่าอย่างไร อันนี้ความเห็นของคนพูดนะ
อ. 30 มิ.ย. 2569
รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ถ้า เป็นคลื่นพิเศษ วิเศษ “คลื่นแทรกสอด” ระดับควอนตัมฟิสิกส์ ตั้งแต่ชั้นพรหม 16 ชั้นและชั้นมหาพรหมรังสี 4 ชั้น อยู่ในชั้นอวกาศ เป็น Space time
9 มิ.ย. 2026
วิญญาณขันธ์ปรุงแต่งด้วยรูป เวทนา สัญญา สังขาร ปรุงแต่งไม่สมดุล เกิดราศีไม่ดี ไปประสานกับคนที่มีกรรมเก่าเกี่ยวกัน บุพกรรม บุพเพสันนิวาส พรหมลิขิต เกิดเป็น 3 สิ่งที่ไม่ดี คือ
1. โรคจิต โรคประสาท 2. ศรัทธาจริตผิดปกติ 3. ปัญญาประดิษฐ์
13 มี.ค. 2026
ถ้าต้องการจะเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างแท้จริง ต้องใช้ปาฏิหาริย์ มาฆบูชาเป็นวันมหัศจรรย์ อาถรรพ์ มหัศจรรย์ ก็คล้ายๆ กัน คือ ต้องรู้จักและรู้สึกอย่างถูกต้อง โดยมีความรู้มากำกับ
2 มี.ค. 2026
