EP. 1840 ชีวิตควรอยู่กับทั้งพฤติกรรม เห็นตำตา และวิบากกรรม มองเท่าไหร่ก็ไม่เห็น
อัพเดทล่าสุด: 4 ก.พ. 2026
39 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกท่านในวันอาทิตย์ที่ 4 ปีนี้ก็เหลือเวลาอีกแค่ 361 วัน บางคนบอกหมั่นไส้จัง เพิ่งจะเริ่มปีใหม่ไปได้ 4 วัน จะมาทำการนับถอยหลังซะแล้ว ความเป็นอนิจจังขึ้นกับทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทุกประการ แต่กาลเวลามันก็ผ่านไปของมันตามกำหนด เราไม่รู้กำหนดของชะตากรรม แต่เรารู้กำหนดของกาลเวลา เพราะฉะนั้นไม่ควรประมาทในการใช้ชีวิต
ชีวิตควรอยู่กับทั้งพฤติกรรมเห็นตำตา และวิบากกรรมมองเท่าไหร่ก็ไม่เห็น มกราคม พุทธศักราช 69 คริสต์ศักราช 26 แรม 1 ค่ำ เดือน 2 ปีมะเส็ง เรายังไม่ได้ขึ้นปีมะเมียนะวัยรุ่นทั้งหลาย ปีไทยเขาจะไปเปลี่ยนตอนเดือนเมษายน เถลิงศกใหม่โน่น แต่ปีสากลเขาถือกันวันที่ 1 มกราคม เพราะฉะนั้นยังอยู่ในปีมะเส็งอยู่
“อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พหุเกนะ วา” พยายามเตือนสติในเรื่องเกี่ยวกับการใช้เวลา เวลาเป็นสิ่งมีค่าที่สุด ที่สุด กว่าทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทุกประการ อย่าให้มันผ่านไปเปล่า ในเมื่อเราไม่ให้มันผ่านไปเปล่า เราก็มาเอาประโยชน์กับธรรมะ 2 ภาคสักนิดจะเป็นอะไรไป บางคนบอกมันจะเสียเวลา การมาสนใจสิ่งซึ่งพิสูจน์ไม่ได้ เช่น เรื่องเหนือสามัญวิสัย ตรงนี้คือ สิ่งที่คนพูดบอกตรงๆ ว่า ทั้งเป็นห่วง ทั้งเสียดาย ยิ่งมันพิสูจน์ไม่ได้ แต่มันมี และมันก็ไม่ได้มีธรรมดา มันมีอำนาจ
เรื่องพลังเหนือสามัญวิสัยมันมีอำนาจ มันเอาอำนาจของมันเปลี่ยนให้คนดีก็ได้ ได้ดี เปลี่ยนให้คนร้ายก็ได้ ได้ร้าย เราจึงบอกว่า อย่ามองข้ามเรื่องเหนือสามัญวิสัย บางคนใช้ชีวิตมาครึ่งค่อนชาติ หรือเกือบหมดชาติ มองเห็นชัดๆ เลยสำหรับผู้มีประสบการณ์ คนๆ นั้นต้องอำนาจอาถรรพ์ อำนาจนั้นเรียกว่า เหนือสามัญวิสัย เขาต้องอำนาจเหนือสามัญวิสัย แต่เขาก็ยังคิดแล้วก็พูดว่า เขาไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะชีวิตไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แล้วเขาก็โทษ โทษว่าฟ้าดินลงโทษ ฟ้าไม่ยุติธรรม ดินอำมหิต ผลที่สุดเขาก็บอกว่า ในเมื่อฟ้าดินไม่ยุติธรรม และอำมหิตกับชีวิตเขา เขาก็จะไม่ตั้งตนไว้ชอบ เขาจะตั้งตนไว้ชั่ว
เคยได้ยินคนกล่าวและคิดเช่นนี้บอกตรงๆ ว่า สยองขวัญ สยองขวัญจริงๆ สงสาร สงสารผู้ที่ขาดความเข้าใจธรรมชาติภาคเหนือสามัญวิสัย แต่คนเหล่านั้นเขากลับแสดงความอหังกา ส่วนมากจะแสดงความโอหัง เขาจะใช้ความมุทะลุดุดันต่อสู้ชีวิตต่อไป เขาบอกว่าเขายอมตายกับการที่จะสร้างฐานะทำให้ชนะให้ได้ ซึ่งเรามองแล้วว่าเขาไปไม่รอด และเขาเหล่านั้นจำนวนหลากหลายๆ คน ก็ได้ตายจากคนพูดไปจำนวนไม่รู้เท่าไหร่ไม่ได้นับ ก็ยิ่งทำให้เกิดเป็นกรณีที่จะต้องนำมาคิดพิจารณา แล้วก็เป็นห่วง เป็นห่วงผู้อหังกา โอหังต่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะทำยังไงจึงจะสะกิดช่วยเขาได้
อันนี้ก็บ่นไปอย่างนั้นแหละก็รู้อยู่ว่า ความทิฏฐิของคนที่ต้องอำนาจลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางไม่มีหนทางใดที่จะไปเตือนสติเขาได้เลย เขายิ่ง ยิ่งไปเตือนเขายิ่งแสดงอาการกระด้างกระเดื่องหนักขึ้นๆ แล้วก็หนักขึ้น จนผลที่สุดเราต้องปล่อย ปล่อยวางไปตามยถากรรม แล้วต้องมานั่งใช้คำง่ายๆ ซึ่งได้ยินกันประจำ “กรรมใคร กรรมมัน ถ้าไม่ยอมรับมัน ก็ต้องไปรับเผือกร้อนในมือ ถ้าไม่ยอมรับเผือกร้อนในมือ ก็ต้องไปรับมันต่อเผือกในวิญญาณ” คราวนี้หนักหนาสาหัสสากรรจ์ทีเดียวล่ะ
บางคนบอกทำไมรายการนี้พูดแต่เรื่องติดลบ การแก้ปัญหาจะมานั่งยกย่อง หรือยกคำสรรเสริญ ยกคำชม ยกยอปอปั้นกันแบบให้สุดๆ ไปกระนั้นหรือ ไม่มีประโยชน์ ชมอยู่ในใจและสำหรับหลายๆ คนก็น่าชื่นชม แต่เสียเวลา จะมานั่งชมกันอยู่ทำไมในเมื่อเขาดีแล้ว เขาเป็นสุขแล้ว เขาสบายแล้ว เขาปลอดภัยแล้ว จะมานั่งชมเพื่ออะไร ยกยอปอปั้นเพื่ออะไร ถ้าเป็นอย่างนี้ก็หมายความว่า มายกยอปอปั้นเพื่อประโยชน์ แต่เราไม่ได้ต้องการประโยชน์ เราอยากจะให้เขาพ้นโทษอาถรรพ์ ไม่ได้ต้องการประโยชน์จากผู้ใด
เมื่อคุณดีแล้ว ก็ขอแสดงความยินดี แต่คุณกำลังหมิ่นเหม่กับอันตราย เป็นหน้าที่ของเราที่เราต้องพยายามหาทางตักเตือนคุณ เท่าที่สามารถจะตักเตือนได้ มันก็เลยมองว่ารายการพบกันทางเงามีแต่ว่า ว่า ว่า อย่างกรณีที่ก่อนสิ้นปีผ่านมาแล้วมาขึ้นปีใหม่ไม่กี่วัน คำว่า สตอรี่หมา สตอรี่แปลว่า เรื่องราวเกี่ยวกับหมา มาคู่กับสตอแหลคน คนก็ไม่พอใจ มีคนจำนวนมากไม่พอใจ บอกทำไมต้องแสดงความไม่พอใจล่ะ ก็ยังไม่ได้ออกชื่อคุณเลยแม้แต่คำเดียว แสดงความไม่พอใจ เดี๋ยวเขาก็จับพิรุธได้หรอกว่า ตัวสตอแหลนั่นแหละคือ คุณนั้นแหละ เดี๋ยวจับพิรุธได้
บางคนบอกไม่สุภาพเลย สุภาพเป็นไหม บอกสุภาพเป็น อย่างคำว่า พูดอะไรง่ายๆ เป็นไหม พูดเป็น ง่าย ง่าย ง่าย จะไปยากอะไรพูดง่ายๆ แต่พูดยากๆ นี่สิ มันลำบากนะ มันเป็นเรื่องที่ต้องคิดพิจารณาหาเรื่องที่มันยากๆ เพื่อมาแก้ปัญหาที่มันยุ่งยาก ยิ่งปัญหายุ่งยากมากเท่าไหร่ ความรู้จากที่จะเอามาแก้ปัญหาที่ยุ่งยาก ก็ต้องยิ่งเป็นความรู้ที่สลับซับซ้อนมากกว่าปกติธรรมดา มันไม่ใช่เรื่องที่แก้กันง่ายๆ
เอาล่ะ บ่นไปพอประมาณแล้ว เดี๋ยววันนี้อาจารย์ปัญจพลก็จะมีบทความของผู้ที่มีจิตศรัทธาเขียนส่งมา ขอมาที่ผลงานของคุณอรสา กู้เกินพงษ์ 1839 คุณอรสาขยันเขียนทั้งตัวโปรยและตัวธรรมดาเต็มหน้าเชียว เทพจะเสกสรรสิ่งอันเป็นประโยชน์ทั้งหลาย ที่มนุษย์ต้องการให้กับมนุษย์ที่จัดสรรเท่านั้น ถ้ามนุษย์ไม่จัดสรร เทพก็ไม่สามารถจะเสกสรร ในขณะที่ธรรมชาติตั้งใจจะสร้างสรรค์ ธรรมชาติก็สร้างสรรค์ไปตามธรรมชาติ แต่เทพไม่สามารถจะเสกสรร เพราะมนุษย์ไม่จัดสรรตัวเอง
ข้อนี้ก็มีผู้ถามมาเหมือนกันว่า มนุษย์จะจัดสรรตัวเองยังไงเพื่อให้เทพเสกสรร บอกจัดสรรตัวเองให้มีระเบียบด้วยกาย อย่าทำอะไรส่งเดช อย่างคนจีนเขาเรียกว่า ซี๊ซั๊วทำ ทำอะไรให้มันมีสติ วาจานี่สำคัญมาก จะพูดอะไรอย่าพล่อยๆ พูดพล่อยๆ มันพลาดๆ แล้วต่อไปคุณก็จะดิ้นพลาดๆ ความคิดอย่าคิดฟุ้งซ่าน อย่าคิดแต่เรื่องที่ไม่ควรคิด อย่าคิดเรื่องสกปรก คิดให้มันสะอาดๆ อย่างนี้เขาเรียกว่า จัดสรรกาย วาจา ใจ
พอคุณจัดสรรให้จิตสงบ เทพก็บอกค่อยยังชั่วหน่อย เดี๋ยวเสด็จพ่อ เสด็จแม่จะเสกสรรเต็มที่ ลูกต้องการให้สมความปรารถนาภายใน ปี 69 หรือ 26 นี้ล่ะนะ มนุษย์ได้ยินเข้าบอกขอต้นปีเลยนะท่าน ท่านพ่อท่านแม่ กลางปีได้ไหม ช้าไปรอไม่ไหวขอต้นปีเถอะ นี่แหละมนุษย์ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวกลับมารายงานชื่อและนามที่ส่งมาทางอากาศผ่านเครื่องรับของคุณศิริวรรณ รื่นเอม ที่ค้างอยู่โดยที่ยังไม่ได้รายงานเมื่อวานนี้ ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
เหตุที่สุขภาพใจดี ร่างกายแข็งแรงดี แต่ทำไมมันยังทุกข์ ก็เพราะวิญญาณของคุณยังมีโลภ มีโกรธ มีหลง มีกิเลส ตัณหา อุปาทาน วิญญาณก็เลยหนัก เพราะวิญญาณของคุณไปค้านกันกับความจริงของธรรมชาติในโลกเหนือสามัญวิสัย
ออร่าที่ออกมาเป็นราศีจากตัวเรา ไม่สามารถทะลุชั้นบรรยากาศได้ ก็ไปติดอยู่แค่ในอากาศซึ่งมี Space and time คือ มีเวลาเป็นตัวบังคับร่างกาย จิตใจ และวิญญาณเรา เราก็เหมือนกับผู้ต้องโทษ ไม่สามารถจะมีอิสระ ขยับกายก็ลำบาก จะขับเคลื่อนจิตก็แสนยากเพราะวิญญาณอาฆาต
พัฒนารัศมีในตัวเองออกไปให้ไปสู่ชั้นอวกาศ ในชั้นอวกาศเราอุปมาเปรียบเทียบเป็นรังสีแห่งพรหม มีความเบาบาง ผ่อนคลาย สบาย ไม่เครียด ไม่ขึง ไม่ตึง ไม่หย่อนจนเกินไป เพราะรังสีแห่งพรหมจะเกิดความเหมาะสมกับพรหมลิขิตของทุกชีวิต
29 ม.ค. 2026
1.ทำไมต้องมีครอบครู ไหว้ครูวันที่ 20 ทุกครั้ง เพราะเราต้องการบูชาพระพรหมบนสวรรค์ 20 ชั้น ให้รู้จักพรหม 20 ชั้น
2.เพลงไหว้ครูไหว้ ให้รู้จักตนเอง และผู้อื่น ว่าต่างคน ต่างก็เป็นครูให้กันและกัน ทั้งครูที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน ควรมีทั้งศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์
สิ่งที่กั้นระหว่างมนุษย์กับเทพ มนุษย์กับผี มนุษย์กับสวรรค์ มนุษย์กับนรก กระดาษบางๆแผ่นเดียว คือเส้นผมบังภูเขานี่แหล่ะ เพราะความรู้สึกของคนที่อคติ อคติแปลว่าไม่มี นิดเดียวไปแล้ว หน่อยเดียวหมดโอกาสแล้ว พอคิดถูกหน่อยเดียวมีโอกาส คิดตรงหน่อยเดียวโอกาสมี อะไรที่มันเล็กๆน้อยๆ ที่มันรู้สึกสูญเสีย หรือเสียโอกาสหรือเสียประโยชน์ก็ปลงๆมันซะบ้าง ปล่อยๆมันซะบ้าง พอจิตเราว่าง เราถึงครู พอจิตเราว่าง เราคือครู จิตไม่ว่าง แล้วเราไม่ปล่อยวาง ไม่เจอครู แล้วตัวเองก็ไม่ได้เป็นครู แล้วคนอื่นก็ไม่ได้นับถือว่าตัวเองเป็นครู เพราะใครๆก็เป็นได้ทั้งศิษย์และเป็นได้ทั้งครู เทพเขามีเกมของเขา เขามีกลของเขา เขามีวิธีการของเขา เส้นผมบังภูเขานิดเดียว
3.สตอรี่หมา สตอแหลคน หมารู้คุณคน คนไม่รู้คุณคนเลวยิ่งกว่าหมา สงสารคนที่มาสตอแหล มันเป็นผลเสียกับพรหมลิขิต ของคนที่เอานิสัยอย่างนี้มาใช้อย่างยิ่ง เสียดายโอกาส ถ้าคนคิดเป็น จะทำให้คนพลิกฐานะ จากย่ำแย่ กลายเป็นย่ำดีไปเลย โจรกลับใจ ยังกลับมายิ่งใหญ่ เป็นคนสำคัญควรแก่การเคารพนับถือบูชาก็มาก เพราะฉะนั้น คนที่ไม่คิดจะเปลี่ยนใจ เปลี่ยนเถอะ เปลี่ยนเพื่อใคร ก็เปลี่ยนเพื่อตัวคุณเอง
25 ม.ค. 2026
พอความรู้ชนิดหนึ่งชนิดใดที่ผ่านเข้ามาในวิญญาณธาตุ แล้วมันตรงขั้วกับวิญญาณ กับธาตุของวิญญาณนั้นพอดี ความรู้นั้นจะเกาะติดในธาตุวิญญาณ จะเกิดการประสานกับความรู้สึกในเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ความรู้เรื่องศักดิ์สิทธิ์กับความรู้สึกเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ก็จะเกิดการรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว
12 ก.พ. 2026
