EP.2074 พรหมลิขิต ลิขิตให้มนุษย์มีความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นอัปปมัญญาพรหม (อ. 13 ต.ค. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 15 ต.ค. 2026
8 ผู้เข้าชม
EP.2074 พรหมลิขิต ลิขิตให้มนุษย์มีความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นอัปปมัญญาพรหม แต่จิตมนุษย์มันสกปรกขึ้นทุกวัน ทุกวัน ด้วย โลภ โกรธ หลง /กิเลส ตัณหา อุปาทาน /ตัณหา มานะ ทิฎฐิ /พระพรหมก็ต้องส่งงานไปให้ท่านยม ท่านยมก็ขีดเขี่ย เจ็บไข้ได้ป่วย อาชีพการงาน คู่ครองแตกกันไปคนละทิศคนละทาง บุตรบริวารระเนระนาด ระส่ำระส่าย นั่นแหล่ะคือ ผลงานของพระยมขีดเขี่ย
สวัสดีทุกๆ ท่าน วันนี้เราพบกันวันอังคารที่ 13 เดือนตุลาคม สัญลักษณ์เป็นตาชั่ง ตราตุลย์ หมายถึงความยุติธรรม พุทธศักราช 2569 คริสต์ศักราช 2026 ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 11 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เวลาแต่ละวัน อย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อย ต้องให้ได้อะไรบ้าง วันนี้เราก็มาได้ความรู้ แต่เป็นความรู้ในภาคเหนือสามัญวิสัยซะส่วนใหญ่ ความรู้ที่เราจะได้รับกันวันนี้ก็คือว่า เริ่มเดิมทีทีเดียว ถ้าหากว่าผู้ใดมีจิตที่บริสุทธิ์ที่สุด เป็นสุดยอดของผู้บริสุทธิ์ เขาเรียกว่า พระอรหันต์ หรืออรหันต์ ถ้าอรหันต์หรือพระอรหันต์ก็จะไม่มี ไม่มีอะไร ไม่มีมลทินใดๆ ในใจเลย รองลงมาเมื่อเราเป็นปุถุชนคนธรรมดาเริ่มจากมีเมตตา พอมีเมตตาธรรมดาก็สูงขึ้นไปก็มีอัปปมัญญาพรหม เอาเป็นว่า เริ่มต้นที่อัปปมัญญาพรหม
อัปปมัญญาพรหม หมายถึงผู้มีเมตตาไม่มีที่สิ้นสุด มีเมตตาไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งก็ยาก ยากที่จะหาผู้ที่มีอัปปมัญญาพรหม ยิ่งสมัยนี้คำว่า พระอรหันต์ หรืออรหันต์ ก็ไม่แน่ใจ ว่าท่านอยู่ที่ใดบ้างและเราก็ไล่เรียงลงมาว่า ผู้มีกิเลส เริ่มมีกิเลส แต่มีเมตตาเป็นอัปปมัญญาพรหม เมตตาไม่มีที่สิ้นสุดก็หายาก ยากอย่างชนิดที่ว่า ก็ไม่รู้ว่าจะหาได้ที่ไหนเหมือนกัน เราก็ไม่รู้ว่าผู้ใดที่มีเมตตาไม่มีที่สิ้นสุด เช่นเดียวกับเราก็ไม่รู้ว่า พระอรหันต์อยู่ที่ไหน หรือผู้สำเร็จอรหันต์อยู่ที่ใด พอไล่เรียงลงมาผู้มีเมตตา จากอัปปมัญญาก็ลงมามีเมตตา ผู้มีเมตตาที่อยู่ในระดับพรหมวิหารธรรม ก็มีกรุณา มีมุทิตา แล้วก็มีอุเบกขา เมื่อฉันเมตตา ฉันกรุณา ฉันมุทิตากับเธอแล้วและแล้วไม่ได้ผล ฉันก็อุเบกขา อันนี้ก็ไล่เรียงลงมา
แต่นี้พอเริ่มต้นเข้าจริงๆ คนก็ต้องเริ่มมีกิเลส กิเลสโลภมาตัวแรกแล้ว ยังไงๆ การใช้ชีวิตของบุคคลธรรมดาก็ต้องมีโลภ มีโกรธ มีหลง 3 แล้วนะ โลภ โกรธ หลง พอโลภ โกรธ หลง ตกผลึกลงมาเป็นกิเลส ตัณหา อุปาทาน เอาแล้ว ก่อตัวแล้ว กิเลส ตัณหา อุปาทาน ก่อตัวเป็นพายุธรรมดาแล้ว แต่นี้ยังไม่จบ ถ้าไม่หยุด ก็เริ่มก่อตัวเป็นพายุ ลมพายุ ตัณหา มานะ ทิฎฐิ จากที่เริ่มก่อตัวจากโลภ โกรธ หลง ก็ก่อเป็นกิเลส กิเลสแปลว่า เครื่องเศร้าหมอง ทำความเศร้าหมองมาแล้ว กิเลส ตัณหา อุปาทาน 4 5 6 กิเลส ตัณหา อุปาทาน เป็นพายุธรรมดา
พอกิเลส ตัณหา อุปาทาน ไม่หยุด ไม่หยุด ซึ่งมีพื้นฐานมาจากโลภ โกรธ หลง คราวนี้พายุร้ายมาแล้ว พายุแรงมาแล้ว ตัณหา มานะ ทิฎฐิ 7 8 9 ตัณหา ตอนนี้ปรุงแต่งแล้ว ปรุงแต่ง อยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด ตัวที่ 8 มานะ อยากใหญ่ อยากใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด ใหญ่เท่านี้ เขาตั้งให้เป็นตำแหน่งนี้ เขาให้อยู่ในฐานะอย่างนี้ ไม่พอ ฉันต้องใหญ่กว่านี้ แล้วก็ใหญ่กว่านี้ แล้วก็ใหญ่กว่านี้ เขาเรียกมานะ ภาษาพระนะ ตัณหา มานะ ปปัญจสัญญา สัญญาปรุงแต่ง ปรุงแต่งมาจากกิเลส ตัณหา อุปาทาน กิเลส ตัณหา อุปาทาน ก็มีพื้นฐานมาจาก โลภ โกรธ หลง ตัณหา มานะ คราวนี้จบเห่ คอขวดมาแล้ว ทิฎฐิ มนุษย์ก็เริ่มมีทิฎฐิ คือ ใจแคบ
โลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน ตัณหา มานะ ทิฎฐิ เป็นตัวการใหญ่ทั้งหมดที่ทำให้พรหมลิขิตของเรา ซึ่งเกิดมามีจิตเป็นประภัสสร จิตประภัสสรก็คือ จิตบริสุทธิ์ เริ่มแปดเปื้อน แปดเปื้อนแล้วก็แปดเปื้อน สกปรก โสมมขึ้นเรื่อย เรื่อย เรื่อย เรื่อย ไม่มีที่สิ้นสุด มันเป็นอย่างนี้กับมนุษย์ที่ไม่หยุดความโลภ ไม่ลดความโลภ ไม่ลดความโกรธ ไม่หยุดความโกรธ ไม่ลดความหลง แล้วก็จะเรื่อยมา เรื่อยมาจนกระทั่งพรหมลิขิตที่เป็นรังสีอันบริสุทธิ์จากพรหมรังสี รังสีแห่งพรหมก็มีผลเสียหาย พระพรหมก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็ในเมื่อส่งรังสีแห่งพรหมอันสะอาดสะอ้าน บริสุทธิ์ผุดผ่องมาให้ ก็ไปปรุงแต่งซะเละเทะด้วยโลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน แล้วยังไปสร้างเป็นสัญญาปรุงแต่ง ตัณหา มานะ พอตัวที่ 9 ก็จบเห่เอวัง คือ ใจแคบ เป็นอย่างนี้กันมาตลอดเวลาตั้งแต่มีมนุษยชาติเกิดขึ้นมาในโลก และจะไม่ให้เราตั้งชื่อว่า มนุษย์อยู่ที่พรหมลิขิต
เมื่อพรหมลิขิต ลิขิตให้อย่างเป็นเรียกว่า เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นอัปปมัญญาพรหม เมตตาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เป็นพรหมบริสุทธิ์ ต้องการจะให้ชีวิตของนาย ก. นาง ข. อยู่ในอาณัติ อยู่ในสายพระเนตรพระกรรณของพระพรหม ก็ไม่ได้ พระพรหมก็ส่งต่อให้พระยมไปทำการขีดเขี่ย ขีดเขี่ยชะตาชีวิตต่อไป เดี๋ยวมีลาภ เดี๋ยวเสื่อมลาภ เดี๋ยวมียศ เดี๋ยวเสื่อมยศ เดี๋ยวสรรเสริญ เดี๋ยวนินทา เดี๋ยวสุข เดี๋ยวทุกข์ ก็สลับกันไปอย่างนี้ตลอดเวลา พระยมก็บอกงานท่านพรหมนี่สบายจริงๆ นะ ยุคหลังๆ ฉันดูรู้สึกว่า ท่านพรหมไม่ค่อยได้ต้องมีงานอะไรเลย
ท่านพรหมก็บอกว่า ก็นั่นนะสิ จิตมนุษย์มันสกปรกขึ้นทุกวัน ทุกวัน ด้วยโลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน ตัณหา มานะ ทิฎฐิ ฉันก็ต้องส่งงานไปให้ท่านยม ท่านยมก็ขีดเขี่ยเขาไปตามเรื่องตามราวก็แล้วกัน เขาจะเจ็บป่วยไข้ เขาจะมีอาชีพที่แร้นแค้น จะมีปัญหาเรื่องคู่ครอง อยู่ดีๆ จากคู่ธรรมดาก็กลายเป็นคู่ควายเทียมเกวียนของสหปฏิบัติฯ เขาไป ลากกันถูลู่ถูกังไปไม่เป็นเรื่องเป็นราว บุตรบริวารเหรอ เละเทะ ระส่ำระสายตั้งแต่เด็กเล็กๆ เด็กอายุสิบกว่าขวบนี่มันเริ่มทำตัวออกนอกลู่นอกทาง ไม่อยู่ในคำแนะนำสั่งสอนของพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย แล้วมิหนำซ้ำมันยังหาว่าพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย รู้เท่าไม่ทันมัน โดยเฉพาะมันอ้างว่า รู้เรื่องเทคนิคทั้งหลาย พ่อแม่ไม่มีความรู้เรื่องเทคนิค ก็เลยกลายเป็นโลกอลเวง อลวน
เราก็เลยบอกว่า โลกสมัยนี้เขาเรียกว่า พรหมลิขิต แล้วก็หยุดคิด คิดหนัก ว่าไม่ไหวแล้ว พระพรหมว่างงานจังเลย ไม่ค่อยได้ต้องลิขิตแล้ว เพราะอะไร งานไปกองอยู่ที่พระยมหมด พระยมก็ขีดเขี่ยไป เจ็บไข้ได้ป่วย อาชีพการงาน มีปัญหาคู่ครองแตกกันไปคนละทิศคนละทาง บุตรบริวารระเนระนาด ระส่ำระส่าย นั่นแหล่ะคือ ผลงานของพระยมขีดเขี่ย
แล้วผู้ใหญ่ล่ะ ก็เหมือนกัน บางทีอายุขัยได้เวลา พระพรหมกำลังจะดลบันดาลให้บุญกุศลเก่าที่สั่งสมไว้มาสนองมาให้ประโยชน์ จิตเกิดไม่มั่นคงซะอีกแล้ว จิตเกิดเป็นผิดปกติซะอีกแล้ว จิตเกิดมีจิตที่เป็นบาปซะอีกแล้ว พระพรหมก็บอกก็ไม่รู้จะให้มายังไง ให้ชีวิตอยู่ให้ครบอายุขัยก็บุญแล้ว ลาภผลเงินทอง ทรัพย์สิน ความยิ่งใหญ่ทั้งหลายแหล่ ก็ไม่รู้จะให้ยังไง ส่วนบางคนเสพไปเสพไป ร่ำรวยยิ่งใหญ่มีชื่อเสียงอยู่ดีๆ ก็ตกสวรรค์ซะอย่างนั้นแหล่ะ ที่เขาเรียกว่า เป็นดาวรุ่งพุ่งสุ่เมรุ มันก็เป็นเรื่องของความอลเวง อลวน อลพ่อ ไปหมดนี่แหล่ะ ก็พอสมควรแก่เวลา เดี๋ยวทนฟังมากไปก็จะรำคาญ
มาดูผลงานของคุณพรทิพย์ พุตติ 2073 ตัวโปรยของคุณพรทิพย์ค่อนข้างเยอะเชียว 2073 “พระพรหมเขามีลิขิตให้มามีจิตสงบ สะอาด สว่าง ด้วยจิตที่เมตตา แต่ตัวอารมณ์ที่มันประกอบด้วย โลภ โกรธ หลง /กิเลส ตัณหา อุปาทาน /ตัณหา มานะ ทิฎฐิ มันไปป่วน จนกระทั่งคนทั่วไปไม่รู้จักตัวเอง ว่าที่ตัวเองเกิดมาเป็นมนุษย์ได้ในชาตินี้ ก็เพราะว่ามีพระพรหมลิขิตให้มาเกิด
พอเกิดมาแล้ว แทนที่จะมีพรหมวิหารธรรม 4 คือ มีเมตตาเป็นตัวอันดับแรก ก็กลับกลายเป็นตรงกันข้าม พระยมก็ต้องรับหน้าที่ไปขีดเขี่ย ชีวิตก็เลยวุ่นวายสับสน เราสามารถที่จะบรรเทา หรือเปลี่ยนจากยมขีดเขี่ยให้เบาบางลงได้ด้วยความเมตตา จิตที่เมตตาอยู่ในอาณัติของพระพรหม ถ้าจิตที่เมตตาอยู่ในอาณัติของพระพรหม จิตที่มีความรักไล่ๆ ลงมาก็ยังอยู่ในอาณัติของพระพรหม”
คือ ถ้าเป็นความรักก็ยังอยู่ในอาณัติของพระพรหม ไม่ใช่ว่าถึงกับจะต้องบริสุทธิ์เป็นอรหันต์ ก็ไล่ลงมาเรื่อย เหมือนเมตตา ความรัก เสน่หา ความปรารถนา ความใคร่ แล้วก็กามารมณ์ กามคุณก็ยังดีนะ ส่วนมากแล้วมีกามารมณ์ต่อกันมันเป็นกามโทษ มีเจตนาทุจริตในการมีความรักและกามารมณ์ต่อกัน พระพรหมก็ทิ้งเลยไม่ดูแล ส่งหน้าที่ให้พระยมไปจัดการต่อ นี่ความหมายของคุณพรทิพย์ พุตติ มีความหมายอย่างนี้ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลงคั่นกลาง แล้วก็มาฟังรายงานจากอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ ขอขอบคุณ
(เพลงวาทะธรรม ขำขัน เล่ม 2 เพลง “สัญชาตญาณดิบ” “ของเถื่อนผิดกฎหมาย สันดานเถื่อนผิดกฎแห่งกรรม ของดิบๆ ผิดสำแดง สันชาตญาณดิบผิดวิสัยพฤติกรรม” )
น่ากลัวจัง เพลงที่จบลงไปมีทั้งของเถื่อน มีทั้งสันดานเถื่อน ฟังแล้วเป็นห่วงสังคมที่มันเปลี่ยนแปลงไป จนกระทั่งเป็นกังวลต่อลูกหลานที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต ถ้าผู้ใหญ่ที่บรรลุนิติภาวะแล้วไม่ช่วยกันแก้ไข ดูท่าจะเป็นปัญหาแน่
เรามาเข้าสู่การขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอนิดหนึ่ง รายชื่อที่ส่งมาเมื่อวันพระใหญ่ที่ผ่านมา ก็ขอเลื่อนในการออกอากาศไปก่อน แต่ว่าผู้ใดที่ส่งรายชื่อมาด้วยความศรัทธา บุญกุศลก็เกิดเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลว่า ยังไม่ได้เอามาประกาศออกเสียงทางอากาศที่ส่งมานี้ ก็ขอให้สบายใจ
อ. 13 ต.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ให้พ้นอำนาจขีดเขี่ยของพระยม มีตัวเดียวที่จะเป็นตัวขับเคลื่อน ก็คือ สิ่งที่ตรงกันข้ามกับเมตตา ก็คือ เสน่หา ตรงนี้คือ ตัวขับเคลื่อนของบุพเพสันนิวาส มันเป็นทั้งคุณและโทษมากมายมหาศาลที่มนุษย์ทุกคนต้องระวัง แล้วก็รักษาการปฏิบัติต่อเรื่องเสน่ห์หากับความรักและเมตตาให้เหมาะสม และถูกต้อง ถ้าปฏิบัติผิดพลาดก็เกิดเป็นเรื่องเสียหายต่อชะตาชีวิต
7 ต.ค. 2026
อยู่ที่จิตที่เราเลือก คิด พูด ทำ ทำ พูด คิด
คิดดี พูดดี ทำดี ชีวิตก็ถูกพระพรหมลิขิต
คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว ชีวิตก็ถูกพระยมขีดเขี่ย
15 ต.ค. 2026
ตรงกันข้าม ถ้าเรามีความประพฤติปฏิบัติ ไม่สมฐานะความเป็นมนุษย์ ตกต่ำลงไปเรื่อยๆ โอปปาติกะที่ประจำชะตาชีวิตเรา ก็จะลดฐานะลงไปเรื่อยๆ
2 ก.ค. 2026
