แชร์

EP.2067  ทุกคนเกิดมามีสิทธิ์เป็นร่างทรง เป็นคนทรงเจ้า เป็นเจ้าเข้าทรง เป็นคนมีองค์ เพราะทุกคนเกิดมามีองค์

อัพเดทล่าสุด: 7 ต.ค. 2026
12 ผู้เข้าชม
EP.2067  ทุกคนเกิดมามีสิทธิ์เป็นร่างทรง เป็นคนทรงเจ้า เป็นเจ้าเข้าทรง เป็นคนมีองค์ เพราะทุกคนเกิดมามีองค์
สวัสดีทุกท่าน ต้องขออภัยที่รายการพบกันทางเงาขาดหายไป 2 วัน เพราะเป็นเรื่องสุดวิสัย ไม่ใช่เรื่องเหนือสามัญวิสัย  วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 4 เดือนตุลาคม พุทธะ คริสต์ 69 และ 26 เป็นวันพระ แต่เป็นวันพระข้างแรม 8 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  เวลาแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อยต้องให้ได้อะไรบ้าง 
วันนี้เราก็คงจะต้องมาพูดกันอยู่ในแวดวงเรื่องของเหนือสามัญวิสัย ไม่ใช่สิ่งเรื่องสุดวิสัย เรื่องเหนือสามัญวิสัย ถ้า ถ้าเราเข้าใจ  เราพยายามทำความเข้าใจด้วยการทำแบบวางใจ ทำแบบสบายใจ ทำแบบไม่มีอะไรที่จะขุ่นมัวอยู่ในใจ ทำแบบสบายๆ พูดกันอย่างนั้นเถอะ เรื่องเหนือสามัญวิสัยจะได้ผล จะได้ผลเกินคาด 
ทีนี้เรื่องสุดวิสัย ให้เพียรพยายาม ทู่ซี๊ ภาษาจีนก็แปลว่า เอาเป็นเอาตาย ทำไปยังไงๆ มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้เพราะมันสุดวิสัย แต่ถ้าเรื่องเหนือสามัญวิสัย เชื่อเถอะ เรื่องศักดิ์สิทธิ์เป็นเหนือสามัญวิสัย อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบังอำพราง เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเหนือสามัญวิสัย ทุกคน ทุกคนเกิดมาสามารถจะทำได้ 
พูดกันอีกทีหนึ่ง สรุปทุกคนเกิดมามีสิทธิ์เป็นร่างทรง เป็นคนทรงเจ้า เป็นเจ้าเข้าทรง เป็นคนมีองค์ เพราะทุกคนเกิดมามีองค์  ทีนี้เกิดข้ออคติ ข้อรังเกียจ พอใครพูดถึงคนที่มีเทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ หรือคนทรงเจ้า เจ้าเข้าทรง ก็มักจะมองไปในแง่อคติ ก็คือ ในแง่ไม่ดี ในแง่ลบ แล้วก็มองกันแบบดูไม่แพง ดูไม่แพงก็คือ ดูถูก 
มันจึงเป็นเรื่องที่เราต้องบอกว่า หันมาเถอะนะ หันมาศึกษา ค้นคว้า วิจัย เก็บข้อมูล และประเมินผลแบบวิชาการ พูดไปอย่างนั้นแหละ บางเรื่องมันก็ทำได้ บางเรื่องก็ทำไม่ได้ ศึกษาได้ ค้นคว้าได้ เก็บข้อมูลได้ ศึกษา ค้นคว้า เก็บข้อมูล ประเมินผล ประเมินผลก็ได้ แล้วก็สรุปว่า มันเป็นเรื่องผลุบๆ โผล่ๆ ลับๆ ล่อๆ เป็นเรื่องที่จับไม่ได้มั่น คั้นไม่ได้ตาย หมายไม่ได้ตรง บอกตรงๆ นะ เราต้องทำความเข้าใจในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่ไปเอาเป็นเอาตาย ต้องตอบกันมาให้รู้คำตอบที่ชัดเจนนะว่า เรื่องศักดิ์สิทธิ์ เรื่องอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย มันเป็นเรื่อง 1 2 3 4 5 หรือว่า 5 6 7 8 9 หรือว่า 9 10 11 12 ว่ากันมาเลยให้ชัดเจนมา  ไม่ได้หรอกครับ ถ้าใครขืนไปท้าทายคำว่า ฉันจะให้สูตรเรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้นว่า สูตรที่ 1 ว่าอย่างนี้นะ เขียนออกมาเป็นสูตรแบบวิทยาศาสตร์  สูตรที่ 2 แบบนี้นะ เขียนออกมาเป็นสูตรแบบสูตรคณิตศาสตร์  สูตรที่ 3 ว่าอย่างนี้นะ เขียนออกมาเป็นสูตรแบบเคมี ชีวะ และฟิสิกส์ อะไรที่เขาศึกษากันทางนอก ไม่ได้ ไม่ได้ 
แต่ยืนยันได้ว่า เป็นเรื่องจริง เป็นของจริง มีประโยชน์จริงๆ ในทางกลับกันก็มีโทษมากมายจริงๆ เรื่องศักดิ์สิทธิ์ เรื่องอิทธิฤทธิ์ เรื่องปาฏิหาริย์ เรื่องเทพเทวดา เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้นทั้งหลาย มีทั้งคุณอนันต์ แล้วก็มีทั้งโทษมหันต์
ฉะนั้น จะทำยังไง เราก็ต้องศึกษาแล้วเอาไว้แยกไว้มุมหนึ่งของชีวิต เราจึงให้แยกเป็นสองฝากก่อนว่า หนึ่งเรื่องสามัญวิสัย เรื่องสามัญวิสัยก็เรื่องทั่วๆ ไป ตรงไปตรงมา อีกหนึ่งเรื่องเหนือสามัญวิสัย แยกกัน แยกให้เด็ดขาดก่อน พอแยกให้เด็ดขาดแล้วจบความเข้าใจดีแล้ว ก็มารวมกันให้สนิท  แยกให้เด็ดขาดเพราะอะไร เพราะว่าต้องเริ่มหาความรู้ทางนอกก่อน  แล้วก็แยกให้เด็ดขาดอย่างไร เริ่มหาความรู้ทางใน ก็คือ ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา แยกกันออกมาก่อน 
พอแยกกันศึกษาหาความรู้ พอจะเข้าใจกันดีแล้ว ก็เอาทั้ง 2 อย่างนี้ ทั้งเรื่องศักยภาพ สามัญวิสัยคือ เรื่องศักยภาพ แล้วก็เอาเรื่องศักดิ์สิทธิ์คือ เรื่องศักดิ์สิทธิ์ เรื่องศักยภาพคู่กับศักดิ์สิทธิ์ กับเรื่องศักดิ์สิทธิ์ เอามารวมกันในขันธ์ 5 แยกกันให้เด็ดขาดก่อน แล้วก็มารวมกันให้สนิทในขันธ์ 5 
ทีนี้พอรวมกันให้สนิท เราจะต้องรู้ความรู้ในขันธ์ 5 ของเรา โดยเฉพาะหลักทางพุทธศาสนาเป็นหลักที่ดีที่สุด พุทธศาสนาให้ความรู้ไว้ว่า มนุษย์ก็คือ คนนี่แหละ ประกอบด้วยขันธ์ 5 ขันธ์ตัวที่ 1 รูป มีขันธ์ตัวเดียวในชีวิตเราที่เป็นรูป มีขันธ์ตัวเดียว ส่วนข้อที่ 2 เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นนามธรรม อันแรกเป็นรูปธรรม  ขันธ์ตัวที่ 1 เป็นรูปธรรม ขันธ์ตัวที่ 2 3 4 5 เป็นนามธรรม แต่มันต้องรวมกันอยู่ในสังขารเราในตัวเราตั้งแต่หัวจรดเท้า
เรื่องเหนือสามัญวิสัยก็อยู่ในตัวเรา เรื่องสามัญวิสัยก็อยู่ในตัวเรา รู้ด้วยตัวเรา สัมผัสด้วยตัวเรา เราจึงบอกว่า ต้องรวมให้สนิท รวมให้สนิทก็รวมมาในตัวเรา แยกให้เด็ดขาด ถึงเวลาแยกก็แยกออกไป แต่ทั้งหมดก็ต้องกลับเข้ามาที่ขันธ์ 5 
ทีนี้ในงานพุทธศาสนาสอนให้วิเคราะห์ก่อน วิเคราะห์ว่า ร่างเราประกอบด้วยรูป แล้วรูปมันจะคงทนอยู่ไหม ไม่คงทน มันต้องทำไม มันต้องเสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้ง เรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย พอมาอยู่ในรูปของคนที่สมบูรณ์ เช่น เด็กหนุ่มเด็กสาว ถ้าเชื่อเรื่องนี้แล้วไม่ใช้จิตปฏิเสธตลอด ที่จริงเด็กหนุ่มเด็กสาวจะเป็นร่างทรงที่ดีที่สุด เพราะอะไร เพราะร่างกายพร้อม แต่บังเอิญส่วนมากแล้วจิตใจไม่พร้อม จิตไม่ยอมรับนั่นแหละ 
แล้วยิ่งสมัยนี้วิทยาศาสตร์มันก้าวกระโดด มันก้าวกระโดด เด็กหนุ่มเด็กสาว 10 คน 100 คน ก็แทบจะทั้งหมดไม่มีใครยอมรับเรื่องเหล่านี้ จะมีรับก็แอบไปทำแบบลับๆ แอบไปปฏิบัติเป็นร่างทรงเด็กหนุ่ม เป็นร่างทรงเด็กสาวไปประทับทรงแบบลับๆ ถ้าในสังคมที่เขาไม่จำเป็นต้องให้รู้ เขาก็จะไม่เปิดเผยตัวเขา เขาก็จะแอบไปปฏิบัติไปทำของเขา ก็เกิดมีปมด้อยขึ้น เกิดมีปมด้อยขึ้นว่า เด็กหนุ่มคนนี้หน้าตาก็ดี รูปร่างก็ดี การศึกษาก็ดี แอบประทับทรงที่บ้าน ก็เกิด Gossip Gossip คือ นินทากันไปทั่วไปหมด เด็กสาวคนนี้หน้าตาก็ดี การศึกษาก็ดี ตอนแรกก็สังคมดี อยู่ๆ ได้ข่าวเกิดการกระซิบกระซาบกันแล้ว Gossip ก็คือ นินทา บอกไปเป็นร่างทรงรู้ไหม ก็เลยเกิดปมด้อยกันขึ้นมา 
เด็กหนุ่มก็เกิดปมด้อย เด็กสาวก็มีปมด้อย มันเป็นซะอย่างนี้แหละ เพราะว่ามันไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า คุณแยกกันนะ เรื่องนี้เรื่องสามัญวิสัย เรื่องคอมมอนเซนส์ เรื่องธรรมดานะ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องซิกซ์เซนส์ เป็นเรื่องเหนือสามัญวิสัย ไม่ธรรมดานะ แต่มันก็ยังเป็นธรรมชาติอยู่นะ ไม่ได้เหนือธรรมชาติ  ก็จะเกิดการเป็นปกติ เป็นเรื่องที่พูดกันอย่างเปิดเผย แต่มันไม่ได้ สังคมเราหล่อหลอมกันมาด้วยความเข้าใจงานพุทธศาสนาที่ไม่ชัดเจน 
ที่จริงพระพุทธศาสนาไม่ได้ปฏิเสธ ไม่ได้ปฏิเสธว่า เรื่องศักดิ์สิทธิ์ เรื่องอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ไม่มีจริง บอกมีจริง พุทธเจ้าก็ทรงยืนยันว่า มีจริง แต่เราไม่สามารถที่จะเอามาพิจารณาให้มันชัดเจนเป็นเรื่องๆ ก็เอามาปนเปกันไปหมด เอามาคุยกันแบบแยกไม่สนิท รวมไม่เด็ดขาดอะไรอย่างนี้ มันก็เลยเกิดความอึดอัดขัดข้องกันไปหมด โดยเฉพาะการนินทาว่าร้าย ใส่ร้ายซึ่งกันและกันว่า ไปซะแล้ว คนนั้นอยู่ดีๆ ก็ไปประกาศตัวเองเป็นคนทรงเจ้า เจ้าเขาทรง เทพมาลง องค์ มาเข้าเจ้า มาประทับ เรื่องโกหกมดเท็จทั้งนั้น จริงที่ไหน ไม่มีเห็นมีอะไรเลย มันก็เกิดการต่อต้านกันอยู่ในใจ พอทีแรกไม่สามารถจะฝืนได้ก็คล้อยตามไป ก็โอ้โห คนก็นิยมกันว่าแม่นเหลือเกิน ศักดิ์สิทธิ์เหลือเกิน พอเริ่มรู้สึกตัวมากขึ้นๆ ร่างทรงก็จะต่อต้าน ก็จะเริ่มต่อต้านตัวเองว่า ไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวเพื่อนสนิท เดี๋ยวคนนั้นที่เราเกรงใจ เขามารู้เข้าว่าเรามีองค์ มีเทพ มีทรง เขาจะกลัวเรา เขาจะรังเกียจเรา เขาจะดูถูกเรา ก็ค่อยๆ ต้านๆ ต้านๆ พอต้านนานๆ เข้าสับสน เป็นความปรุงแต่งที่สับสน 
การปรุงแต่งที่สับสนในขันธ์ตัวที่ 4 คือ สังขารขันธ์ เพราะว่ามนุษย์ประกอบด้วยขันธ์ 5 คือ รูป  มีสร้อยในอภิธรรมว่า คือ สิ่งที่ต้องเสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้ง 2. เวทนา เวทนาคือ จิตเสวยอารมณ์ อารมณ์ป่วนจิต จิตรับรู้อารมณ์  3. สัญญา สัญญาตัวนี้สำคัญ จำ ได้ หมาย รู้ ถ้าสัญญาผิดก็เป็นสัญญาวิปลาส แล้วส่วนมากคนที่เป็นคนทรงเจ้า เจ้าเข้าทรง เทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ ก็มักจะรับเรื่องสัญญาวิปลาสเข้ามา สัญญาผิดๆ สัญญาไม่ตรง สัญญาโกหก แล้วก็เข้ามาหลอกกัน เพราะว่าใหม่ๆ เทพองค์จริงๆ ของร่างนาย ก นาง ข จะยังไม่มาประทับเต็มองค์หรอก ก็จะส่งบริวารมาก่อน บริวารก็มีทั้งเจ้ากรรมนายเวร มีทั้งเจ้าบุญนายคุณ มีทั้งองค์แท้ องค์เทียม ก็เข้ามาหลอกๆๆๆ ร่างก็ไม่รู้ รู้ตัวไม่ทัน บริวารของเทพที่จะมาจริงๆ ก็มาหลอก มาล่อ ตัวนี้สัญญาขันธ์ตัวที่ 3 สัญญาแปลว่า จำได้ หมาย รู้ แทนที่จะจำได้แบบถูกต้อง ก็ไปจำไม่ได้ หมายรู้ หมายในสิ่งที่ไม่รู้ จำ ได้ หมาย รู้ ก็กลายเป็นสัญญาวิปลาส สัญญาที่ผิดพลาด  ร่างทรงก็เจอสัญญาวิปลาสกันมาเยอะ กว่าจะเจอสัญญาจริงแล้วได้สติได้ก็ทำเอาแก่งั่กๆ กันไปแล้วแทบทั้งนั้น อันนี้ก็เป็นตัวที่ 3 
ขันธ์ตัวที่ 4 สังขาร คือ การปรุงแต่ง ปรุงแต่งความรู้ที่ผิดพลาด คลาดเคลื่อน เรื่องเทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับตั้งแต่นาทีแรกที่มีเทพมาอยู่ในตัว ปรุงไปปรุงมา แต่งไปแต่งมา เละเทะหมดเลย ไปปรุงแต่งแต่ข้อมูลผิดๆ ข้อมูลที่ถูกๆ ก็ไม่มี ขันธ์ตัวที่ 4 คือ สังขารขันธ์ การปรุงแต่งของรูปและนาม 
ขันธ์ตัวที่ 5 คือ วิญญาณ วิญญาณคือ ความรู้สึก มีความรู้สึกต่อเรื่องของเทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ ในลักษณะที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงหมด ผลที่สุดเละเทะหมด ความรู้สึกนึกคิดไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น ปัญหาอย่างนี้จะเกิด มันเกิดขึ้นมาตลอดกาลเวลา  แม้กระทั่งสังคมยุคไอที ยุคเทคนิคก้าวหน้า ขณะปัจจุบันนี้ ก็ยังมีบรรยากาศอย่างนี้เกิดขึ้นแก่บุคคลทั้งหลายอยู่ แต่ก็ปิดกันให้แซดไปหมด ไม่มีใครที่จะมาเปิดเผยความจริงต่อกัน 
ยังไงๆ กลับมาในงานพระพุทธศาสนา แล้วจะได้รับรู้ความจริงว่า อันนี้จริงนะ อันนี้เท็จนะ  อันนี้ดีนะ อันนี้ไม่ดีนะ  อันนี้ถูกต้อง อันนี้ผิดพลาด  อันนี้ให้คุณ อันนี้ให้โทษ ก็จะทำให้ผู้คนมองออกว่าอะไรคืออะไร ไม่มาปนเป มาปะปนกันวุ่นวาย แล้วก็เกิดความงวยงงสงสัยกันไปหมดว่า อะไรกันแน่  เพราะฉะนั้น ของแน่ๆ ที่แท้จริงมันมีอยู่ แต่ส่วนใหญ่ไปเจอของที่ไม่แน่ ของที่ไม่จริง ของเทียมนั่นแหละ อย่างวันก่อนที่เราบอกว่า วิญญาณแท้ วิญญาณแท้ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของคนที่มีสัมพันธ์กัน เช่น อย่างทิศ 6 ผู้ปฏิบัติต่อทิศเบื้องหน้าแบบผิดๆ พ่อแม่ที่เราจะต้องปฏิบัติต่อท่านอย่างทะนุถนอม ปฏิบัติต่อท่านอย่างเหมาะสม ปฏิบัติต่อท่านอย่างรู้พระคุณอันยิ่งใหญ่ของท่าน ลูกบางคนก็เนรคุณก็กลายเป็นปฏิบัติต่อพ่อแม่ผิด วิญญาณแท้ก็กลายเป็นวิญญาณเทียม อะไรทำนองอย่างนี้แหละ
เพราะฉะนั้น รู้อะไรก็ต้องรู้ให้ชัดเจน และสิ่งนั้นจะให้คุณ ทีนี้ก็ขอฝากทุกๆ ท่านไว้ เรามาดูผลงาน ผลงานของคุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ 2066 สองพันหกสิบหก พรหมลิขิตกับบุพเพสันนิวาสแตกต่างกันอย่างไร พรหมลิขิตมีความเมตตาเป็นนิจสิน  บุพเพสันนิวาสลำบากกว่า เพราะเป็นเรื่องของความปรารถนาต้องการ บริหารให้เมตตา อันนี้ก็ขอเติมไปหน่อยว่า บุพเพสันนิวาสนั้นคือ ความรัก ความปรารถนา ความใคร่ ความต้องการที่จะเสพ บุพเพสันนิวาส เพราะเป็นเรื่องของความปรารถนา ต้องบริหารให้เมตตาหมั่นควบคุมดูแลความเสน่หา  เพราะบุพเพสันนิวาสมันจะมีตัวเสน่หารุนแรง เพราะว่ามันมีสัญญากรรมตั้งแต่ชาติก่อนมา แล้วก็มาพบกันชาตินี้ มันเหมือนไฟช็อตเลยล่ะ มันก็เลยกลายเป็นเสน่หารุนแรง ควบคุมดูแลเสน่หาให้กลมกลืนกันให้ได้ ทำให้ได้ พรหมลิขิตนุ่มนวล บุพเพสันนิวาสค่อนข้างรุนแรง เอาความรุนแรงกับความอ่อนนุ่ม เบาบางมาประสานให้กลมกลืนกัน 
อันนี้เป็นข้อเขียนของคุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ 2066 ก็มีเหตุมีผล สรุปได้ว่า พรหมลิขิตคือ บุพเพสันนิวาสคือ แตกต่างกันตรงที่ว่า พรหมลิขิตเต็มไปด้วยเมตตา บุพเพสันนิวาสนั้นเต็มไปด้วยเสน่หา  เพราะฉะนั้น ต้องปฏิบัติให้เหมาะสม และระวังภัยที่จะเกิดขึ้นกับการปฏิบัติ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลงจากคุณชนัดดา วงษ์มณี แล้วก็มาสวดมนต์สวดพรกัน ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
เอาล่ะ เพลงที่จบลงไป ฟังดูก็สนุกสนานดีนะ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ถ้าไปถึงสุดท้ายเขาบอกว่า กายวิปริต จิตวิปลาส วิญญาณอาฆาต หมดสนุกเลยตอนนี้ ชีวิตใครที่ปล่อยให้ถึงขั้นมาสู่วิญญาณอาฆาตหมดสนุกเลย ทุกข์ตลอดชาติ ทุกข์ตลอดไปจนกว่าจะสิ้นภพสิ้นชาติ เพลงกายวิปริต จิตวิปลาส มันเก่า มันเก่านะ นานมาก จนกระทั่งในนี้ไม่สามารถบันทึกวันเดือนได้ บันทึกแต่ปี  ปี พ.ศ 2528  เท่าไหร่ล่ะปีนี้ 2569 กี่ปี เก่ามากแล้ว คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 1 ครูธวัช คณิตกุล  ทำนองและเสียงร้อง AI  จัดทำโดย คุณพัทธนันท์ พิมานพงศ์ภัทร 
เนื้อเพลงมีอยู่ว่า กายค้านกาย กายทรมานกาย กลายเป็นกายวิปริต จิตค้านจิต จิตทรมานจิต กลายเป็นจิตวิปลาส  ใครอย่าไปปล่อยให้กายมันค้านกายแล้วก็จิตมันค้านจิตนะ ผลสุดท้ายก็กลายเป็นวิปริตทางกาย วิปลาสทางจิต วิปลาสแปลว่า ผิดปกติกาย กายก็ผิดปกติ จิตก็บ้า  กายค้านจิต จิตค้านกาย กายทรมานจิต จิตทรมานกาย ค้านกันไปค้านกันมา ค้านกันมาค้านกันไป ทรมานกันไปทรมานกันมา ทรมานกันมาทรมานกันไป กลายเป็นกายวิปริต จิตวิปลาส  กายวิปริต จิตวิปลาส วิญญาณอาฆาต นะหมดกันเลย พอถึงขั้นวิญญาณอาฆาต ก็ตายแล้ว ล่องจุ๊นแล้ว หมดอนาคตแล้ว อันนี้ก็ฝากไว้ให้คิด
อา. 4 ต.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.2064  จิตเดิมแท้ กับ วิญญาณแท้  เหมือนกันหรือแตกต่างกัน (อ. 29 ก.ย. 2569)
จิตเดิมแท้เป็นประภัสสร หมายความว่า จิตของคนที่เกิดมาใหม่ๆ มันสะอาด บริสุทธิ์ แล้วก็ปราศจากความโลภ ความโกรธ ความหลง แต่พออยู่ไป นานๆ เข้า มันเกิดการสะสมสิ่งชั่วร้าย จิตเดิมแท้ก็เปลี่ยนไป จิตที่เคยสะอาด บริสุทธิ์ ก็เปลี่ยนเป็นสกปรก แล้วก็สกปรกขึ้นมาเรื่อยๆ  ส่วนวิญญาณแท้ เป็นเรื่องของเจตนา เจตจำนงของการกระทำ คนที่มีโอกาสพบกันในฐานะอะไรต่อมิอะไร เขาเรียกว่า พรหมลิขิตบันดาลชักพา ปฏิบัติต่อกันอย่างถูกต้องก็ได้วิญญาณแท้ แต่ถ้าปฏิบัติต่อกันไม่ถูกต้อง ก็ได้วิญญาณเทียม
7 ต.ค. 2026
EP.1919   เราจะสร้างพฤติกรรม คือ การกระทำ ให้เหมาะสม และสอดคล้องกับวิบากกรรมอย่างไร (อา. 12 เม.ย. 2569)
เราคิด เราพูด เราทำของเราไปอย่างกลางๆ  เราไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกล้า และไม่ต้องกร่าง แต่เราไปกลางๆ ดีที่สุด ไปเรื่อยๆ
20 เม.ย. 2026
EP.2011   รู้กับฤทธิ์ (ศ. 24 ก.ค. 2569)
ฤทธิ์เกิดขึ้นบนฐานของอารมณ์ อารมณ์เป็นกำลังส่งให้กับฤทธิ์ แต่ถ้าหากว่าฤทธิ์มีจิตเข้ามาควบคุม จิตสุดท้าย คือ รู้ แจ้ง แทงตลอด ก็เท่ากับว่า ฤทธิ์สู้ตัวรู้ไม่ได้
28 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy