EP.1919 เราจะสร้างพฤติกรรม คือ การกระทำ ให้เหมาะสม และสอดคล้องกับวิบากกรรมอย่างไร (อา. 12 เม.ย. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 20 เม.ย. 2026
22 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกท่าน วันนี้วันที่ 12 แล้ว เป็นวันอาทิตย์ อาทิตย์ที่ 12 แรม 10 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย 69 และ 26 เป็นพุทธะ และคริสต์ศักราช “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พหุเกนะ วา” วันนี้เป็นวันเหลืออีกวันเดียวที่จะก้าวเข้าสู่วันมหาสงกรานต์ วันมหาสงกรานต์คือ วันที่ 13 วันที่ 13 เป็นวันมหาสงกรานต์ วันที่ 14 เป็นวันเนา วันที่ 15 เป็นวันเถลิงศก
สงกรานต์แปลว่า การย้าย การย้ายโหราศาสตร์ ดวงอาทิตย์ย้ายเข้าสู่ราศีเมษ มีเหตุมีผล มีอะไรต่อมิอะไรต่อคนที่เกี่ยวข้องกับชะตาชีวิต เอาล่ะจะยังไงทุกอย่างในโลก และจักรวาลก็โยงใยกันไปหมด ไม่มีอะไรไม่เกี่ยวกับอะไร แล้วก็ไม่มีใครไม่เกี่ยวกับใคร กงเกวียนกำเกวียนกรรมเก่าเกี่ยวกัน เราจะบริหารกรรมเก่าเกี่ยวเก่ากันอย่างไร นิสัยของแต่ละคนไม่ได้ตรงไปตรงมา อุปนิสัยใจคอของบางคนก็เป็นคนตรง ซื่อตรง บางคนก็คดในข้อ งอในกระดูก
ทีนี้เราจะบริหารยังไง มันจึงจะสอดคล้องระหว่างคนกับคน ทีนี้กับผู้ที่เราจะต้องเกี่ยวข้องด้วย แต่เขากับเราอัธยาศัยไม่ตรงกัน ก็เหมือนอย่างกับว่าเราพยายามจะทำศักยภาพให้สอดคล้องกับศักดิ์สิทธิ์ พยายามอยากจะรู้เรื่องศักดิ์สิทธิ์ว่ามันเป็นอย่างไร แล้วจะได้ให้สอดคล้องกับศักยภาพ มันเป็นเรื่องที่ต้องบริหารจัดการด้วยความยากยิ่ง มนุษย์เราจึงตกอยู่ในความทุกข์มากกว่าสุข ถ้าทุกอย่างมันสอดคล้องกันหมด มันไปกันได้ พูดกันง่ายๆ คนในบ้านก็พูดกันรู้เรื่อง ก็เข้าใจกัน ลดทิฏฐิตรงนั้นนิด ลดทิฏฐิตรงนี้หน่อย คนกับคนก็สัมพันธ์กันไปด้วยดี
ทีนี้วิบากกรรมคือ ผลกรรมที่ได้ทำไว้มันมาออกฤทธิ์ ออกฤทธิ์ ซึ่งให้ทั้งคุณแล้วก็ให้ทั้งโทษ เราก็ไม่รู้ว่า เจ้าวิบากกรรมมันมาออกฤทธิ์ แล้วมันจะให้คุณตอนไหน มันจะให้โทษตอนไหน เราจะสร้างพฤติกรรม พฤติกรรมคือ การกระทำให้มันเหมาะสมและสอดคล้องกับวิบากกรรมอย่างไร ตรงนี้ก็อีกประเด็นหนึ่งที่มันไม่ลงตัวกัน แค่คนอยู่ด้วยกันก็ไม่สามารถที่จะร่วมอะไรกันได้อย่างเรียกว่า ราบรื่นแล้ว ตัวพลังวิบากกรรมมันก็ยังเกิดความขัดแย้งกับพฤติกรรมของเรา
เพราะฉะนั้นมนุษย์จึงต้องเหนื่อย ไหนจะทำพูดคิดในชาติ คือ พฤติกรรมให้ดีที่สุดกับคนนี้ กับคนนั้น กับคนโน้น แล้วไหนจะต้องพยายามให้สอดคล้องกับวิบากกรรม คือ ผลกรรมที่ได้ทำไว้ก็คือ ศักดิ์สิทธิ์ ตรงนี้คือ สิ่งที่เราจะต้องมาช่วยกันคิดว่า เราจะทำยังไงดี ในเมื่อมันมาเจอสิ่งที่เป็นข้อบังคับซะแล้วว่า เราจะต้องพยายามทำ พูด คิด คือพฤติกรรม ให้เข้ากันกับสิ่งที่เราได้ทำมาเมื่อชาติปางก่อน แล้วทำมาตั้งแต่ชาติๆ ก่อนๆ นั้น คนเป็นตัวแปร เป็นตัวแปรที่สำคัญ สมมติว่าเราจะทำอะไรต่ออะไรให้มันลงตัว แล้วทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตในชาตินี้ จะได้มีความสวยสดงดงาม พูดกันง่ายๆ ประสบความสำเร็จ แล้วก็ปราศจากซึ่งภัยอันตราย
เช่น เจ็บไข้ได้ป่วย ความผิดหวัง ความผิดพลาดทั้งหลายทั้งปวงจะได้ไม่เกิด ก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าจะทำกับคนด้วยกัน แค่คนกับคนด้วยกันก็ยังพูดกันไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว แล้วคนจะไปตกลงกับคลื่นพลังกรรม ซึ่งคลื่นพลังกรรมเป็นคลื่นสอดแทรก แล้ววันดีคืนดี วันร้ายคืนร้ายยังมีคลื่นแทรกสอดเข้ามาอีก ถามว่าตรงนี้เราจะทำอย่างไร ผลที่สุดพูดไปพูดมา พูดมาพูดไป ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ทำแบบกลางๆ ทำแบบกลางๆ ก็คือ พอดีๆ อย่าไปทำแบบกร่างๆ ถ้าทำแบบกร่างๆ แล้วอันตราย ซึ่งเราไม่รู้ว่าวิบากกรรมที่มาในตัวนาย ก. แล้วเราต้องสัมพันธ์กับนาย ก. จะทำอย่างไรจึงจะเหมาะสม ไม่ขัดแย้งกันกับวิบากกรรมระหว่างเรากับนาย ก. ก็ไม่รู้เหมือนกัน เราก็ต้องทำอย่างกลางๆ ด้วยเหตุนี้แหล่ะพระพุทธศาสนาจึงให้เดินสายกลาง คือ มัชฌิมาปฏิปทา ให้เดินสายกลาง
มีคนกลุ้มใจมาถาม แล้วผม แล้วดิฉัน แล้วหนู จะไปรู้ได้อย่างไรว่า วิบากกรรมเขาต้องการให้ทำอะไร พูดอะไร คิดอะไร จึงจะสอดคล้องกับเขา ก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยบอกว่า ทำตามหลักของพระพุทธศาสนาคือ เดินสายกลาง อย่าไปเดินสายกร่าง แล้วก็อย่าไปเดินสายกลัว สายกลัวคือหมายความว่า กลัวไปหมด จะพูด จะคิด จะทำ ก็กลัวว่าไม่สอดคล้องกับวิบากกรรมคือ ผลกรรมที่ได้ทำไว้ บางคนก็ตรงกันข้าม มีความกร่างก๋า แล้วก็มีความเอาเป็นเอาตาย เอาชนิดที่ว่าให้มันรู้ไปทางหนึ่ง เรียกว่าเอากันให้ถึงที่สุด อันนั้นก็อันตราย
เพราะฉะนั้นพระพุทธศาสนาจึงให้ใช้คำว่า มัชฌิมะ มัชฌิมาปฏิปทา ให้คิดอย่างกลางๆ พูดอย่างกลางๆ ทำอย่างกลางๆ แล้ววิบากกรรมมันจะมาแบบไหน เราก็รับมันได้ เพราะฉะนั้นใครพบใคร ใครจะทำอะไรกับใคร ให้ยึดหลักของความพอดี พอดี พอดีไว้ อย่าไปเอาเป็นเอาตาย แล้วก็อย่าไปอ่อนแรงจนคนใกล้จะตาย ไปเรื่อยๆ วันต่อวัน ชั่วโมงต่อชั่วโมง นาทีต่อนาที กลางๆ ไว้แหละดีที่สุด อย่าริมสุด โต่งสุด ต่ำสุด ไม่ดี เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปตกใจว่า เราพบศัตรูแล้วจะทำยังไง ก็กลางๆ ไว้ แล้วถ้าศัตรูเขากร่างมา ก็ปล่อยให้เขากร่างไป เราพบมิตรแล้วเราจะทำยังไง เราจะรู้ได้ยังไง ก็กลางๆ ไว้ แล้วปล่อยให้มิตรเขาทำอะไร ให้มิตรเขาทำของเขาตามอำเภอใจไป เรากลางๆ ไว้ แล้วทุกอย่างก็จะปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
วันนี้มาดูผลงาน อาจารย์ปัญจพลจะมีรายงานต่อจากช่วงแรกนี้ แต่มาดูผลงานของคุณกันติชา เวชสุรียะกุล 1918 กินอาหารบำรุงร่างกายทำให้มีชีวิตอยู่ต่อ กินความรู้ทำให้ชีวิตมีความเฉลียวฉลาด สามารถจะลดความโง่คือ ไม่รู้ ลงไปได้เรื่อยๆ กินอาหารบำรุงร่างกายทำให้มีชีวิตอยู่ต่อ กินความรู้ทำให้ชีวิตมีความเฉลียวฉลาด สามารถจะลดความโง่คือ ความไม่รู้ลงไปได้เรื่อยๆ เมื่อเรารับรู้ ธาตุรู้ก็จะรับรู้แล้วส่งต่อให้วิญญาณธาตุ วิญญาณธาตุก็ทำงานไปจนถึงรู้แจ้งแทงตลอด นี่คือผลงานของคุณกันติชา เวชสุรียะกุล ก็ขอขอบคุณคุณกันติชา
มีผู้ถามมาวันนี้ว่า แล้วจะทำยังไง แล้วจะทำยังไง เราไม่สามารถจะรู้ได้ว่า วิบากกรรมที่ทำไว้ตั้งแต่ชาติที่แล้วมาจนถึงชาตินี้ สงกรานต์ปีนี้จะได้อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรเขาได้ถูกต้องกับที่เขาต้องการ ก็บอกไม่ต้องไปกังวล เราคิด เราพูด เราทำของเราไปอย่างกลางๆ เขาจะกร่างๆ มาก็ปล่อยเขา เขาจะกล้วๆ กล้าๆ มา เราก็ปล่อยเขา เราไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกล้า และไม่ต้องกร่าง แต่เราไปกลางๆ ดีที่สุด ไปเรื่อยๆ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาพบกับอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ในช่วงต่อไป
ก็จบลงไปด้วยเสียงเพลงจากวาทะธรรม ขำขัน เรามาอธิษฐานเนื่องในวันก่อนวันมหาสงกรานต์ 1 วัน พรุ่งนี้เป็นวันที่ 13 เป็นวันมหาสงกรานต์ วันที่ 14 เราจะทำบุญเลี้ยงพระที่โรงเก็บอัฏฐิ ส่วนวันที่ 15 เป็นวันเถลิงศก ก็เป็นอันว่าพักผ่อนกันไป
รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
อานาปาณสติ ก็เป็นการบอกถึงสติ กำหนดลมหายใจ ถ้าหากว่าทุกลมหายใจเข้าออกของเรา ได้รับการกำกับด้วยสติ โอกาสที่จะมีสตางค์ก็ไม่ยาก แล้วโอกาสที่จะปราศจากโรคก็ง่าย แล้วเรื่องของความสมปรารถนา ก็คงจะอยู่ใกล้ๆ ถ้าสติทำงานร่วมกับสมาธิ หรือสติทำงานร่วมกับปัญญา จะร่วมกับใครก็แล้วแต่ รับรองว่าเป็นของดีทั้งนั้น
11 เม.ย. 2026
ศ. 20 มี.ค. 2569
23 มี.ค. 2026
