EP.2065 จิตเดิมแท้ ต่างกับ วิญญาณแท้ อย่างไร
อัพเดทล่าสุด: 7 ต.ค. 2026
12 ผู้เข้าชม
EP.2065 จิตเดิมแท้ ต่างกับ วิญญาณแท้ อย่างไร
จิตเดิมแท้ เป็นจิตที่มีมาตั้งแต่เราเกิด เรียกว่า ประภัสสร แต่พอถูกปรุงแต่งด้วยกิเลส ตัณหา อุปาทานตอนเราเติบโตขึ้น จากการที่ต้องใช้จิต ก็เปลี่ยนมาใช้อารมณ์
วิญญาณแท้ เป็นสิ่งที่เราทำของเราเอง ด้วยการมีพฤติกรรม พูด ทำ คิด ตามทิศทั้ง 6 มีพฤติกรรมที่เหมาะสมก็เกิดวิญญาณแท้ เป็นประโยชน์ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็เกิดวิญญาณเทียม เป็นโทษ
วันนี้เป็นวันสิ้นเดือนที่มีสัญลักษณ์มีความหมายว่า สาวงาม กันยายน เราก็จะมาคุยกันถึงจิตที่งดงาม ก็เรียกว่า จิตประภัสสร
ประภัสสร จิตตัง ภิกขเว จิตเดิมแท้เป็นประภัสสร ซึ่งอาจารย์บิวได้ถามในลักษณะเทียบเคียงว่า จิตเดิมแท้ที่เป็นจิตประภัสสร กับวิญญาณแท้ ความหมายมันต่างกันอย่างไร
เมื่อเรามีความเชื่อจิตของเราก็มีพลัง แต่จิตเดิมแท้ที่เกิดมาใหม่ๆ ยังไม่ได้แปดเปื้อนอะไรเลย ทำไมมันจึงสวยงาม ก็เพราะว่ามันยังไม่ได้ปรุงแต่ง ยังไม่มีกิเลส ตัณหา อุปาทาน จิตเดิมแท้ของเด็กไร้เดียงสา ยังไม่มีโลภ ความต้องการ โกรธ ความไม่พอใจ หลง ความลุ่มหลงงมงาย เมื่อจิตเดิมแท้ยังไม่โลภ ไม่มีโกรธ ไม่มีหลง ก็ยังสวยงามอยู่ เป็นประภัสสร
ครั้นพอต่อมาๆๆ จิตเริ่มมีความโลภเกิดขึ้น กิเลสก็เกิดขึ้น ตัณหาก็ตามมา อุปาทาน คือความยึดมั่นถือมั่นว่า ต้องอย่างนั้น ไม่อย่างนั้นไม่ได้ ต้องเอาอย่างนั้น จิตก็เริ่มผันผวน เริ่มแปรปรวนไป จากความเป็นประภัสสรสวยงาม ก็เริ่มน่าเกลียด แล้วบางคนไม่ระงับจิตระงับใจ ปล่อยจิตปล่อยใจตัวเองไปตามความต้องการ ยิ่งน่าเกลียดขึ้นทุกวันๆ อันนี้คือ จิตเดิมแท้ไม่เป็นประภัสสรเสียแล้ว ไม่สวยงามเสียแล้ว แล้วยังกลับน่าเกลียดด้วย
เมื่อจิตของเรามีความน่าเกลียดน่าชัง พฤติกรรมคือ การกระทำต้องอาศัยจิต จิตก็ไม่สามารถจะขับเคลื่อนอะไรได้ มันก็เลยกลายเป็นหน้าที่ของอารมณ์ อารมณ์แสดงออกทางการพูด แสดงออกทางความคิด อารมณ์แสดงออกทางการกระทำ ล้วนแล้วแต่ กลายเป็นเรื่องที่เขรอะขระไปด้วยกิเลส กิเลสคือ เครื่องเศร้าหมอง
เมื่อจิตมีความไม่สะอาด จิตไม่ทำงาน อารมณ์ก็ทำงาน คนที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยการใช้อารมณ์มาก มีมากทีเดียว นานๆ เขาจึงจะใช้จิตออกมาพูดสักทีหนึ่ง นานๆ เขาจึงจะใช้จิตเอามาคิดสักทีหนึ่ง นานๆ เขาจึงจะใช้จิตเอามาทำสักทีหนึ่ง อันนี้จิตเดิมแท้เป็นประภัสสร เพราะว่าจิตใช้นานๆ เข้าไม่สวยงามเสียแล้ว สกปรกซะแล้ว น่าเกลียดน่าชังซะแล้ว เป็นสภาพที่ไม่น่าดูซะแล้ว นี่คือ จิตเป็นประภัสสร
ส่วนจิตที่เป็นเดิมแท้ ต่างจาก วิญญาณแท้ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรม การกระทำ ความคิด และคำพูดที่ตนมักปฏิบัติต่อผู้อื่นในฐานะต่างๆ เช่น ปฏิบัติตามทิศทั้ง 6 เช่น ลูกปฏิบัติต่อพ่อแม่ พ่อแม่ปฏิบัติต่อลูก ถ้าทำอย่างเหมาะสมเกิดวิญญาณแท้ต่อลูก เกิดวิญญาณแท้ต่อพ่อแม่ ทิศใดทิศหนึ่งก็แล้วแต่ถ้าปฏิบัติต่อกันไม่เหมาะสมก็ไม่เกิดวิญญาณแท้ เป็นวิญญาณเทียม
วิญญาณเทียมนั้นให้โทษ วิญญาณแท้ให้ประโยชน์
พ. 30 ก.ย. 2569
รวบรวมและเรียบเรียงโดย คุณปุนนภา รักษาวงษ์
สวัสดีทุกท่าน วันนี้สิ้นเดือนกันยายนแล้ว พรุ่งนี้ก็จะขึ้นเดือนใหม่เป็นเดือนตุลาคม วันนี้เราพบกันทางเงา วันพุธที่ 30 เดือนกันยายน พุทธศักราช 69 และคริสต์ศักราช 26 เป็นวันแรม 4 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เวลาแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อย ต้องให้ได้อะไรบ้าง
วันนี้เป็นวันสิ้นเดือน สิ้นสุดทุกสิ่งทุกอย่างของเดือนที่มีสัญลักษณ์มีความหมายชื่อว่า สาวงาม กันยายน เราก็จะมาคุยกันถึงจิตที่งดงาม จิตที่งดงามเขาเรียกว่า “จิตประภัสสร” ประภัสสร จิตตัง ภิกขเว จิตเดิมแท้เป็นประภัสสร” ซึ่งอาจารย์วรพรรณ เนียมน้ำเพชร หรืออาจารย์บิว ได้ถาม ถามในลักษณะเทียบเคียงว่า จิตเดิมแท้ คือ ที่เป็นจิตประภัสสร กับ วิญญาณแท้ ความหมายมันต่างกันอย่างไร ซึ่งเมื่อวานก็ได้พูดไปบ้างแล้ว
วันนี้ก็ขอเพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อย แล้วเราก็จะเอารายชื่อที่ค้าง ค้างคาอยู่เป็นเวลาหลายวันแล้ว มากล่าวขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะว่าวันนี้เป็นวันสิ้นเดือน เจ้าของรายชื่อทุกท่านก็จะได้สิ้นเคราะห์ สิ้นโศก สิ้นโรค สิ้นภัย ด้วยศรัทธาจริต คือ ความเชื่อ
เมื่อเรามีความเชื่อ จิตของเราก็มีพลัง แต่”จิตเดิมแท้” จิตเดิมแท้ที่เกิดมาใหม่ๆ ยังไม่ได้แปดเปื้อนอะไรเลย ทำไมมันจึงสวยงาม ก็เพราะมันยังไม่ได้ปรุงแต่ง ยังไม่มีกิเลส ตัณหา อุปาทานมาปรุงแต่งมัน จิตเดิมแท้ของเด็กไร้เดียงสา ยังไม่มีโลภ คือ ความต้องการ โกรธ คือ ความไม่พอใจ หลง คือ ความลุ่มหลงงมงาย
เมื่อจิตเดิมแท้ยังไม่มีโลภ ไม่มีโกรธ ไม่มีหลง ก็ยังสวยงามอยู่ เป็นประภัสสร ครั้นต่อมา ต่อมา จิตเริ่มมีความโลภเกิดขึ้น กิเลสก็เกิดขึ้น ตัณหาก็ตามมา อุปาทานคือ ความยึดมั่นถือมั่นว่า ต้องอย่างนั้น ไม่อย่างนั้นไม่ได้ ต้องเอาถึงอย่างนั้น จิตก็เริ่มผันผวน เริ่มแปรปรวนไป จากความเป็นประภัสสรคือ สวยงาม ก็เริ่มน่าเกลียด แล้วบางคนไม่ระงับจิตระงับใจ ปล่อยจิตปล่อยใจตัวเองไปตามความต้องการ ก็ยิ่งน่าเกลียดขึ้นทุกวันๆ อันนี้คือ จิตเดิมแท้ไม่เป็นประภัสสรซะแล้ว ไม่สวยงามซะแล้ว แล้วยังตรงกันข้ามยังกลับน่าเกลียดด้วย
เมื่อจิตของเรามีความน่าเกลียดน่าชัง พฤติกรรมคือ การกระทำ ต้องอาศัยจิต จิตก็ไม่สามารถจะขับเคลื่อนอะไรได้ มันก็เลยกลายเป็นหน้าที่ของอารมณ์ อารมณ์แสดงออกทางการพูด แสดงออกทางความคิด อารมณ์แสดงออกทางการกระทำ ล้วนแล้วแต่กลายเป็นเรื่องที่เขรอะขระไปด้วยกิเลส กิเลสคือ เครื่องเศร้าหมอง
เมื่อจิตคิดมีความไม่สะอาด จิตไม่ทำงาน อารมณ์ก็ทำงาน คนที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยการใช้อารมณ์มีมากทีเดียว นานๆ เขาจึงจะได้ใช้จิตออกมาพูดสักทีหนึ่ง นานๆ เขาจึงจะได้ใช้จิตเอามาคิดสักทีหนึ่ง นานๆ เขาจึงจะได้ใช้จิตออกมาพูดสักทีหนึ่ง นานๆ เขาจึงจะได้ใช้จิตออกมาคิดสักทีหนึ่ง นานๆ เขาจึงจะได้ใช้จิตออกมาทำสักทีหนึ่ง อันนี้จิตเดิมแท้เป็นประภัสสร แต่พอจิตเริ่มใช้นานๆ เข้า ไม่สวยงามซะแล้ว สกปรกซะแล้ว น่าเกลียดน่าชังซะแล้ว เป็นสภาพที่ไม่น่าดูซะแล้ว นี่คือจิตเป็นประภัสสร จิตสวยสดงดงาม
ส่วนจิตที่เป็นเดิมแท้ ต่างจากกับวิญญาณแท้ วิญญาณแท้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรม การกระทำ ความคิด และคำพูดที่ตนมักปฏิบัติต่อผู้อื่นในฐานะต่างๆ อันนี้ก็มองที่ทิศทั้ง 6 ได้ว่า เช่น พ่อแม่ ลูกปฏิบัติต่อพ่อแม่ พ่อแม่ปฏิบัติต่อลูก ปฏิบัติอย่างลงตัว พอดี เหมาะสม สมกับเป็นพ่อเป็นแม่ สมกับเป็นลูก ถ้าทำอย่างเหมาะสม ทำอย่างสมเหตุสมผลเกิดวิญญาณแท้ เกิดวิญญาณแท้ขึ้นกับลูกและพ่อแม่
ทิศเบื้องหลัง สามีปฏิบัติต่อภรรยา ภรรยาปฏิบัติต่อสามีอย่างสมเหตุสมผล เหมาะสม ก็เกิดเป็นวิญญาณแท้ ถ้าไม่เหมาะสมก็เป็นวิญญาณเทียม ซึ่งให้โทษ ไม่เป็นคุณ ทิศใดทิศหนึ่งก็แล้วแต่ ทิศเบื้องขวา ครูบาอาจารย์กับลูกศิษย์ ปฏิบัติต่อกันไม่เหมาะสมก็เกิดเป็นวิญญาณเทียมขึ้น ไม่ใช่วิญญาณแท้ วิญญาณเทียมนั้นให้โทษ วิญญาณแท้เป็นประโยชน์
ทุกทิศ ทั้ง 6 ทั้งเหนือ ทั้งข้างล่าง ทั้งซ้าย ทั้งขวา ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง เป็นลักษณะอย่างนี้คือ ผู้ที่ปฏิบัติต่อกันถูกต้อง เหมาะสม และสมควร ก็เป็นวิญญาณแท้ แต่ถ้าไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ไม่สมควร คุณก็ใช้วิญญาณเทียมของคุณไปนั่นแหล่ะ แล้วพอสักวันหนึ่ง พรหมลิขิตดำเนินไปถึงขีดอันตราย ไม่มีตัวช่วยเลย จิตก็ไม่บริสุทธิ์ วิญญาณแท้ก็เป็นวิญญาณเทียม ไม่สะอาด คนๆ นั้นก็จะต้องรับชะตากรรม รับเคราะห์กรรมที่เลวร้าย มีชีวิตอยู่อย่างน่าทุกขเวทนา ไม่มีตัวช่วยพูดกันง่ายๆ มีแต่ตัวฉุด ฉุด แล้วฉุดลง
อันนี้ก็เป็นการบอกให้ง่ายๆ เห็นให้ชัดๆ ว่า วิญญาณแท้เราทำของเราเอง ส่วนจิตเดิมแท้เป็นบริสุทธิ์มาตั้งแต่เกิด แล้วเราก็มาคลุกเคล้าแปดเปื้อนจนกระทั่งกลายเป็นจิตสกปรก ไม่สะอาด ไม่สวยงาม น่าเกลียด อย่างนี้แหล่ะคือ จิตบริสุทธิ์กับวิญญาณแท้ หรือวิญญาณเทียม ก็ตัดเวลาให้เหลือไว้เพื่อจะถวายรายชื่อ
มาดูผลงานของคุณพรทิพย์ พุตติ หรือคุณอิ๋ว แม่เง็กนึ้ง นั่นล่ะ 2064 “จิตเดิมแท้” กับ ”วิญญาณแท้” เหมือนกันหรือแตกต่างกัน จิตเดิมแท้เป็นประภัสสร หมายความว่า จิตของคนที่เกิดมาใหม่ๆ มันสะอาด บริสุทธิ์ แล้วก็ปราศจากความโลภ ความโกรธ ความหลง แต่พออยู่ไปนานๆ เข้า มันเกิดการสะสมสิ่งชั่วร้าย จิตเดิมแท้ก็เปลี่ยนไป จิตที่เคยสะอาด บริสุทธิ์ ก็เปลี่ยนเป็นสกปรก แล้วก็สกปรกขึ้นมาเรื่อยๆ
ส่วนวิญญาณแท้ เป็นเรื่องของเจตนา เจตจำนงของการกระทำ คนที่มีโอกาสพบกันในฐานะอะไรต่อมิอะไร เขาเรียกว่า พรหมลิขิตบันดาลชักพา ปฏิบัติต่อกันอย่างถูกต้อง ก็ได้วิญญาณแท้ แต่ถ้าปฏิบัติต่อกันไม่ถูกต้อง ก็ได้วิญญาณเทียม” ซึ่งเป็นโทษ ไม่เป็นประโยชน์ ซึ่งคุณพรทิพย์ พุตติ ได้ชี้แจงไว้ใน 2064 ถูกต้องและชัดเจน
ขออ่านอีกครั้งหนึ่ง “จิตเดิมแท้” กับ ”วิญญาณแท้” เหมือนกันหรือแตกต่างกัน จิตเดิมแท้เป็นประภัสสร ในภาษาบาลีก็บอกว่า ประภัสสร จิตตัง ภิกขเว หมายความว่า จิตของคนที่เกิดมาใหม่ๆ มันสะอาด บริสุทธิ์ แล้วก็ปราศจากความโลภ ความโกรธ ความหลง แต่พออยู่ไป นาน ๆ เข้า มันเกิดการสะสมสิ่งชั่วร้าย จิตเดิมแท้ก็เปลี่ยนไป จิตที่เคยสะอาด บริสุทธิ์ ก็เปลี่ยนเป็นสกปรก แล้วก็สกปรกขึ้นมาเรื่อยๆ ส่วนวิญญาณแท้ เป็นเรื่องของเจตนา เจตจำนงของการกระทำ คนที่มีโอกาสพบกันในฐานะอะไรต่อมิอะไร เขาเรียกว่า พรหมลิขิตบันดาลชักพา ปฏิบัติต่อกันอย่างถูกต้อง ก็ได้วิญญาณแท้ แต่ถ้าปฏิบัติต่อกันไม่ถูกต้อง ก็ได้วิญญาณเทียม”
ก็ขอขอบคุณคุณพรทิพย์ พุตติ หรือคุณอิ๋ว ที่คัดสรรตัวโปรยออกมาได้อย่างชัดเจน เดี๋ยวเรามาฟังเพลงคั่นรายการสักครู่หนึ่ง แล้วก็มากล่าวขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กับเจ้าของรายชื่อที่ได้ส่งมา รวมทั้งที่ได้เข้ามาร่วมงานในวันนี้ด้วย ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
เอาล่ะ เพลงที่จบลงไป ก็มีมาช้านานแล้วของสหปฏิบัติฯ ชื่อว่า เพลง “มายิงมะเร็ง” คำร้อง ธวัช คณิตกุล หลง 2784 ทำนอง ทหารแก่ ขับร้องโดย สมพร เหลี่ยมมณี หรือคุณผึ้ง จังหวะฟอกซ์ทรอต เนื้อเพลงชัดเจนมาก แต่หลายคนก็บอกว่า ฟังเพลงนี้ทีไรก็งงๆ งงๆ
เนื้อเพลงมีอยู่ว่า “จะเอาหลักจิตศาสตร์ ผูกสวาทรักใคร่ในวิญญาณ ของซิกมันด์ ฟรอยด์ ชื่นสมอุรา เปรียบเหมือนว่าเป็นด้ามปืนแทนใจ จะเอาหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถค้นหาความจริงได้ เป็นตัวผลักดันของไอน์สไตน์ ให้ร่างกายเป็นกระสุนแทนตัว จะเอาหลักทางวิญญาณ มาผสานจิตทางธรรมหายขุ่นมัว ลั่นไกปืนด้วยเมตตาธรรมไปทั่ว แล้วยิงรัวมะเร็งร้ายวายชีวา จะเอาหลักอยู่อย่างพอเพียง ถนอมเลี้ยงกายใจด้วยปัญญา อนุมูลภัยร้ายให้พรากพา อยู่อย่างมีค่าแม้ว่าจะเลือนราง” เนื้อเพลงทุกขั้นตอนเราเชื่อว่าชัดเจน แต่หลายบอกฟังแล้วยังงงๆ ก็ค่อยๆ สนทนากันต่อไป
บทความที่เกี่ยวข้อง
ถ้าไม่ได้รับการขุดค้นขึ้นมาใช้ นอกจากไม่เกิดประโยชน์ที่ควรจะเกิดแล้ว กลับตรงกันข้าม มันเป็นอำนาจลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางชนิดหนึ่งที่ทำให้ชีวิตคนย่ำแย่ เพราะมันเป็นพลังที่เกิดมาจากกำเนิด พลังกำเนิด 2 อย่างนี้จะต้องมีน้ำหนัก มีจำนวน มีขนาด มีอำนาจในระดับที่จะต้องคานอำนาจซึ่งกันและกัน ก็คือ สร้างความสมดุลของพฤติกรรมคือ เรื่องภายนอก กับสร้างความสมดุลของวิบากกรรมคือ เรื่องภายใน
23 มี.ค. 2026
ถ้า เป็นคลื่นพิเศษ วิเศษ “คลื่นแทรกสอด” ระดับควอนตัมฟิสิกส์ ตั้งแต่ชั้นพรหม 16 ชั้นและชั้นมหาพรหมรังสี 4 ชั้น อยู่ในชั้นอวกาศ เป็น Space time
9 มิ.ย. 2026
