แชร์

EP.1945   คนสมัยใหม่มีศักยภาพสูงรวดเร็วมากมาย แต่ห่างเหินเรื่องศักดิ์สิทธิ์เพราะคิดแต่เรื่องวัตถุนิยม ศักดิ์สิทธิ์ต้องเกิดจากศรัทธาความเชื่อและความดี เมื่อความเก่งมันห่างไกลจากความเฮง ความเฮงต้องเปลี่ยนฐานะเป็นความซวย กลายเป็นคนเฮงซวย

อัพเดทล่าสุด: 17 พ.ค. 2026
7 ผู้เข้าชม
EP.1945   คนสมัยใหม่มีศักยภาพสูงรวดเร็วมากมาย แต่ห่างเหินเรื่องศักดิ์สิทธิ์เพราะคิดแต่เรื่องวัตถุนิยม ศักดิ์สิทธิ์ต้องเกิดจากศรัทธาความเชื่อและความดี เมื่อความเก่งมันห่างไกลจากความเฮง ความเฮงต้องเปลี่ยนฐานะเป็นความซวย กลายเป็นคนเฮงซวย
          
สวัสดีทุกท่าน พอเพลงออกแขกจบลงตรง “มรณสติ”   “มรณะก็แปลว่า ตาย”   “สติ แปลว่า ความระลึกได้”  มันดูจะขัดๆ กัน  ถ้าเอา 2 คำมาต่อกัน  สติแปลว่า ความระลึกได้  มรณะมันก็เป็นความรู้สึกที่ต้องพิจารณา  คนใกล้จะตายมันแสนสาหัส ทุกข์ทรมานอย่างสุดจะพรรณนา จะให้ตั้งสติกันได้อย่างไร  อันนี้ก็นำมาเพื่อให้เกิดความรู้สึกสังเวช  มันเป็นสิทธิ์ของทุกคนที่เกิดมาแล้วก็ต้องตาย  แต่นี้ข้อสำคัญเราจะตายแบบไหน ตายอย่างมีสติ  ตายไปแล้วไม่มีสติ มันจบแล้ว แต่มันจะมีสติได้ก่อนตาย ผลเป็นอย่างไร  ต้องคุยกันในอีกความหมายหนึ่ง
          วันนี้เราพบกันวันจันทร์ที่ 11 เดือนพฤษภาคม “พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง  โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี  นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์  สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา”   พุทธศักราช 69  คริสต์ศักราช 26  เป็นวันแรม 10 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” วันเวลาแต่ละวัน อย่าให้ผ่านไปเปล่า วันนี้ก็ผ่านไปเกือบหมดวันแล้ว ไม่มากก็น้อย ต้องให้ได้อะไรบ้าง 
ความจริงแล้ว คนเขาบอกได้อะไรไม่ดีที่สุดเท่ากับได้เงิน  อย่างวันนี้ มหาเศรษฐี หรือนักธุรกิจระดับต่างๆ ก็อาจจะได้เงินกำไรเข้ากระเป๋าตัวเองมา นับไม่รู้จะเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ตามฐานะของธุรกิจการค้า แต่คนส่วนใหญ่ คนส่วนใหญ่ เงินมันออกจากกระเป๋าไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ก็เลยไม่รู้ว่า ที่คนที่เขามีรายได้เข้ามา กับคนที่ขาดรายได้หรือจ่ายเงินออกไป ก็ไม่รู้มันต่างกันเท่าไหร่ สถิติปีนี้คงจะทำยาก หาสถิติอันนี้ยาก 
เรามาเปรียบเทียบเหมือนอย่างกับวันนี้ความรู้สึกของเราที่ดี เปรียบเหมือนได้เงินมา เราก็ไม่รู้สึกว่ารู้สึกดีเท่าไหร่ แล้วความรู้สึกที่เสีย  เสียความรู้สึก เราก็ไม่รู้ว่าเสียไปเท่าไหร่เหมือนกัน 
          ก็เอาคร่าวๆ ว่า พยายาม พยายาม ทำใจให้สบาย เดี๋ยวจะไม่สบาย  คนเขาบอกมันจะไปสบายใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีโชค มีลาภ มีผล มีเงินมีทอง  อันนี้ต้องหันกลับเข้ามาเรียนรู้ความจริงของชีวิตว่า ชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ความไม่แน่นอนทั้งหลายแหล่ มันจะเกิดกับอีกส่วนหนึ่งก็คือ เรื่องของทางใน 
ความแน่นอนที่คนพยายามจะจับให้มั่น คั้นให้ตาย หมายให้ตรง เช่น นักการค้า นักธุรกิจ ดีดลูกคิดรางแก้วแล้วว่า วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม คือวันนี้ ฉันจะต้องได้กำไรจากการค้าเท่านั้น เท่านั้น เท่านั้น ประมาณว่า  ก็ได้ ทำได้ แต่ความรู้สึกที่เสีย กับความรู้สึกที่ได้ มันประมาณไม่ได้ เพราะมันมีตัวแปรอีกอีกตัวหนึ่ง ตัวแปรอันหนึ่งที่ทำให้คนเสียความรู้สึก เสียใจ เศร้าใจ สลดหดหู่ใจ ไม่สบายใจ มีความทุกข์ใจ น้อยเนื้อต่ำใจ อะไรอย่างนี้  
เชื่อหรือไม่ว่า ส่วนที่มีความรู้สึกที่ไม่ดี ทั้งๆ ที่เราพยายามจะทำให้ดีที่สุดแล้วในวันนี้ทั้งวัน แต่บางคนตื่นขึ้นมาแล้วแต่เช้ายันค่ำ ถึงตอนนี้  19 นาฬิกาโดยประมาณ มันมีความรู้สึกเสีย เสีย เสียตลอด ไม่สบายใจ ไม่สบายใจ ไม่สบายใจตลอด  ไม่รู้เป็นเพราะอะไร  โทรศัพท์มาคุยกัน ถามว่า แล้วคุณมีอาการไม่สบายหรือเปล่า เขาบอกก็สบายดี  มื้อเช้าทานข้าวลงไหม ก็ทานลง  มื้อกลางวันได้ทานหรือเปล่า ก็ทานได้   มื้อเย็นล่ะ มื้อเย็นก็ยังทานอีก  แล้วมันรู้สึกเป็นยังไง รู้สึกไม่สบายใจ  รู้สึกมันมีความเป็นกังวล เป็นทุกข์เป็นร้อน เป็นนู่น เป็นนี่ เป็นนั่น แล้วดีไม่ดีก็พาลปวดหัวตัวร้อน เจ็บปวดตามตัวไปหมดเลย หลายต่อหลายคนมีอาการอย่างนี้ ทั้งๆ ที่ทุกอย่างพิจารณาแล้วไม่มีอะไร ที่จะเป็นสาเหตุแห่งการที่จะทำให้ตัวเองต้องทุกข์ ต้องสลดหดหู่ใจ เกิดความกังวล เกิดความรู้สึกวิตกทุกข์ร้อนสารพัดไปหมด 
ก็เลยบอกว่า เอาใหม่ คุณลองไปพิจารณาในวันพรุ่งนี้ ตื่นขึ้นมาก็คิดถึงธรรมสองภาค  ธรรมสองภาคก็คือ ภาคสามัญวิสัยกับเหนือสามัญวิสัย ภาคศักยภาพกับภาคศักดิ์สิทธิ์  พรุ่งนี้คุณก็พยายามทำภาคศักยภาพกับภาคศักดิ์สิทธิ์ สามัญวิสัย เหนือสามัญวิสัย ทำให้ดีที่สุดในภาคที่คุณรู้สึกได้  รู้สึกอย่างไร   กลัวว่าร่างกายจะไม่สบาย ก็พยายามชำระล้างร่างกาย อาบน้ำอาบท่า ทานอาหาร หาของที่ถูกปากถูกคอกินให้เอร็ดอร่อย  ทำอะไรก็ทำให้สบายใจ  แล้วดูซิว่า ยังจะไม่สบายใจอีกหรือเปล่า 
          มีคนจำนวนไม่ใช่น้อยเลยโทรมาปรับทุกข์ว่า มันเป็นอะไรไม่เข้าใจตัวเอง ทำไมมันจึงได้หงุดหงิดงุ่นง่าน ฟุ้งซ่านรำคาญ ลังเลสงสัย อึดอัดคับข้องไปหมดตลอด มากกว่าที่จะเป็นปกติ  เรื่องทางในไม่ใช่เรื่องโกหก แต่ถ้าเรื่องทางในที่คนไม่เข้าใจเรื่องทางใน เรื่องทางในต้องยกกำลังโกหก โกหกเสียยิ่งกว่าโกหก  เพราะเรื่องนี้พอคุณเกิดความรู้สึกไม่เข้าใจ  เกิดความรู้สึกรับไม่ได้  เกิดความรู้สึกไม่สนใจ  เกิดความรู้สึกจริงหรือไม่จริง และยิ่งถ้าบอกว่า ไม่จริง ไปคนละเรื่องเลย เรื่องทางในเป็นเรื่องที่โกหกทันทีเลย โกหกยกกำลังโกหกเลยด้วย ไม่ใช่โกหกเฉยๆ 
          เพราะฉะนั้นลองพิจารณาตัวท่านเองให้ดีว่า เรื่องทางใน เขามีมาตั้งแต่เราเกิดแล้ว และพอเราเกิดมาเราก็ไม่รู้เรื่อง เพราะเราเป็นเด็กแบเบาะอยู่  กว่าจะโตขึ้นมา ตีเสียว่า 5 ขวบ  ระหว่าง 1-5 ขวบ เราได้รับการแนะนำสั่งสอนในสมัยโบราณ ก็ยังมีติดหู ติดความรู้สึกอยู่บ้างว่า ให้คิดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้คิดถึงเรื่องเทพเทวดา ให้คิดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้คิดถึงหลวงพ่อองค์นั้น องค์นี้ องค์โน้น  พ่อแม่สมัยเก่าก็ยังปลูกฝังเด็ก 1 ถึง 5 ขวบ   5 ขวบ ถึง 13 ขวบ   13 ขวบ ถึง 18 ขวบ  18 ถึง 25 ขวบ อะไรอย่างนี้ ก็ยังมีปลูกฝังกันให้ระลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ให้ระลึกถึงองค์นั้น องค์นี้  ส่วนมากสมัยก่อนพ่อแม่ก็จะยึดหลวงพ่อพุทธโสธร  พอลูกโตขึ้นมาหน่อยก็พาไปไหว้หลวงพ่อโสธร อะไรอย่างนี้  เด็กก็ยังมีความระลึกถึง  คิดถึงที่พ่อแม่สอน  ไปไหว้เจ้า คนจีนก็พาลูกไปไหว้เจ้า คนไทยก็พาลูกไปไหว้พระ พาลูกไปวัดไปหาหลวงพ่อ หิ้วปิ่นโตอาหารไปถวายเพล อะไรอย่างนี้ 
แต่สมัยนี้มันเป็นสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปเกือบหมดแล้ว ถ้าบรรยากาศที่พ่อแม่คนไทยจะพาลูกไปไหว้พระน้อยมาก  ส่วนมากก็จะพาไปสถานที่บันเทิงไปสนุกสนาน ไปหาของเล่นของกินกันซะส่วนใหญ่ คนจีนจะพาลูกไปไหว้เจ้า ก็คงจะน้อยแล้ว แต่เรื่องศรัทธาที่จะต้องมีความรู้สึกต่อตัวเองอยู่ตลอดเวลา  เขาไม่ได้ถอยห่างทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไปเลยแม้แต่นิดเดียว เขาไม่ได้ถอยห่างเลย  เขาอยู่ในตัว ควบคุมตัวเรา ติดกับตัวเรา แล้วเราเปลี่ยนแปลงไป  บางคนก็เปลี่ยนนิสัยไป บางคนก็เปลี่ยนจิตเปลี่ยนใจไป เขาคอยให้เราเข้าสู่กระบวนการของเขา ก็คือ มีจิตที่มีศรัทธา มีจิตที่มีความเชื่อถือ มีจิตที่มีความเมตตาอยู่ตลอดเวลา ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปก็ทำไม่ได้  ทำไม่ได้ก็ตื่นขึ้นมาก็มีแต่เรื่องวัตถุนิยม  มีแต่เรื่องของกินของใช้  มีแต่เรื่องของการไปเที่ยว ไปหาความสนุกสนาน ค่ำนี้จะไปดูหนัง ไปดูละคร ไปเที่ยวที่ไหน 
สิ่งเหล่านี้ทำให้เรื่องของทางนอกกับทางในเกิดความห่างเหินกันอย่างน่าวิตก ห่างเหินกันอย่างน่าเป็นห่วง เช่น เขาบอกว่า คนมีองค์เทพใหญ่ต้องฝึกให้เด็กคนนั้น หรือคนๆ นั้นมีจิตศรัทธา แล้วก็มีจิตเมตตาเป็นที่ตั้ง  เปล่า  เอาเข้าจริงๆ สมัยนี้ มันตรงกันข้ามหมดแล้ว  คิดแต่เงิน  คิดแต่ทอง  คิดแต่สนุก  คิดแต่สนาน  คิดแต่สิ่งที่เอาประโยชน์  เอาเปรียบ  เอากำไร  ภัยอันที่เกิดจากเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็สุมตัวอยู่ในขันธ์ 5  แอบอยู่ในขันธ์ 5  จังหวะหนึ่งจังหวะใด โอกาสหนึ่งโอกาสใด ที่ขาดความสมดุลระหว่างศักดิ์สิทธิ์กับศักยภาพ ที่เราบอกว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์เป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ”  
ถึงคราวที่เด็กชาย ก. หรือนาย ก. จะต้องขึ้นนั่งบัลลังก์ของความศักดิ์สิทธิ์แล้ว แต่เด็กชาย ก. หรือเด็กหญิง ข. ยังก้าวไม่ถึงความศักดิ์สิทธิ์เลยแม้นแต่ก้าวเดียว แต่ศักยภาพ พ่อแม่หาสิ่งอันเป็นบำรุงบำเรอ หาสิ่งอันเป็นบริการ หาสิ่งที่เป็นการประเคนประโคมให้ลูกหลาน จนกระทั่งเด็กตัวเล็กตัวน้อยก็กดเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างแม่นยำ โทรศัพท์มือถือใช้ได้เก่งกว่าผู้ใหญ่หลายๆ คน นี่คือ ศักยภาพ แต่ศักดิ์สิทธิ์ห่างไกลจากตัวเด็กคนนั้น ห่างไกลจากเด็กคนนั้นโดยปริยาย แต่ก็ไม่ห่างจริง  เขาก็ยังคงอยู่ในร่างกาย  
สักวันหนึ่งความผิดปกติระหว่างศักยภาพที่สูงขึ้นไป สูงขึ้นไป เนื่องจากมีสิ่งอำนวยช่วยให้ศักยภาพของเด็กสมัยนี้เก่งกล้าสามารถได้อย่างรวดเร็วและมากมาย ศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถจะเข้ามารองรับ ความเก่งคือ ศักยภาพ ศักดิ์สิทธิ์คือ ความเฮง ห่างไกลกันมากมายเหลือเกิน ผลที่สุดศักยภาพคือ ความเก่ง พุ่งพรวดพราดขึ้นไปในระดับสูงมาก แต่ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปไม่ได้เท่าไหร่ ศักดิ์สิทธิ์ต้องเปลี่ยนฐานะจากเด็ก จากผู้ใหญ่ที่เก่ง ความเฮงคือ ศักดิ์สิทธิ์ รอที่จะเข้ามารองรับศักยภาพไม่ได้สัดส่วนกัน  ความศักดิ์สิทธิ์คือ ความเฮง ศักยภาพคือ ความเก่งก็ปรากฏว่า จากเฮง ขออภัยเถอะ กลายเป็นซวย เด็กคนนั้นหรือผู้ใหญ่คนนั้นกลายเป็นมนุษย์เฮงซวย ฟังแล้วไม่เพราะ 
แต่ขอบอกว่า ขอวิเคราะห์อย่างนี้  แล้วก็ขอบอกตรงๆ ว่า เป็นห่วง คนรุ่นใหม่จริงๆ เพราะความเก่งมันห่างไกลจากความเฮง ความเฮงต้องเปลี่ยนฐานะเป็นความซวย กลายเป็นคนเฮงซวย ก็ขออภัยที่ใช้คำบางคำที่ไม่สุภาพ ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง 
           
เอาล่ะ เพลงที่จบลงไป ชื่อเพลง “เงื่อนกรรม” ประพันธ์โดยอาจารย์สมศักดิ์ หรือครูหลง สมศักดิ์ รักไพบูลย์สมบัติ  เมื่อสักครู่หลังจากคุยกันจบลง ก็ออกไปพบกับอาจารย์วรพรรณ เนียมน้ำเพชร หรืออาจารย์บิว ถามแกว่าที่พูดไปประมาณ10 กว่า 20 นาที แกคิดอย่างไร ถามว่า งงไหม แกบอกงง  
อันนี้ก็ขอคลี่คลายความงงสักเล็กน้อยก่อน วันหลังก็จะมาชี้แจงกันให้เข้าใจกันกระจ่างกว่านี้ คือ บ่นไปสักครู่นั้นหมายความว่า คนรุ่นใหม่ เก่ง เก่งกล้าสามารถมากขึ้น มากขึ้น เพราะว่าสิ่งอำนวยความสามารถในการทำงานทำมาหากิน ในการทำงาน ในการเรียนมันมีมาก แล้วก็สะดวกมาก คนก็เก่งมากขึ้นๆ ในทางหน้าที่การงาน ในการใช้อุปกรณ์ต่างๆ  เช่น  อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เป็นต้น 
          แต่สิ่งหนึ่งที่คนรุ่นใหม่ห่างไกล และละทิ้งโดยไม่รู้ตัว หรือรู้ตัวแต่ไม่สนใจ ก็คือ เรื่องของความเฮง  ความเฮงเราหมายถึงเรื่องของศักดิ์สิทธิ์  ความเก่งหมายถึงเรื่องศักยภาพ      ศักยภาพก็คือ เก่ง ตรงไปตรงมา แต่ความเฮงกับศักดิ์สิทธิ์ฟังดูแล้ว  ถ้าศักดิ์สิทธิ์กับโชคดี หรือเฮงมันก็พอมองเห็นนะว่า มันจริง มันห่างไกลออกไปเหลือเกิน ก็เพราะอะไร เพราะความศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องการศรัทธาจากเจ้าของชีวิต  ศักยภาพก็ต้องการปัญญา หรือความรู้จากเจ้าของชีวิต แต่นี้คนส่วนใหญ่สมัยนี้มีแต่ความรู้ แล้วก็ไปสู่ปัญญา ส่วนศรัทธาที่จะมีต่อตัวเอง ก็ศรัทธาในเรื่องของศักยภาพ   ศรัทธาในเรื่องความเก่งกล้าสามารถ ว่าฉันทำได้ ฉันทำได้ ฉันต้องทำได้ แล้วเขาก็ทำได้จริงๆ แต่ศรัทธาในเรื่องศักดิ์สิทธิ์ แทบจะหาคนที่เชื่อมั่นในตัวเองว่า ฉันเป็นคนศักดิ์สิทธิ์ น้อยมาก 
          ส่วนบางคนเกิดความศรัทธาว่า ฉันเป็นคนศักดิ์สิทธิ์ แต่จับจุดของความศักดิ์สิทธิ์ไม่ถูก ก็บอกแล้วว่า ความศักดิ์สิทธิ์ ต้องเกิดจากความเชื่อและคุณความดี  คนก็ไม่มีทั้งความเชื่อ  และคุณความดีก็หาน้อยลงทุกวัน ทุกวัน มันก็เลยเกิดความลักลั่นกันระหว่างศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์  
เราก็เลยสรุปท้ายว่า คนมีศักยภาพคือ เก่ง  คนขาดความศักดิ์สิทธิ์คือ ไม่เฮง ก็คือ ซวย ก็เลยเจอแต่คนเก่งแต่เฮงซวย ไม่ศักดิ์สิทธิ์ โชคไม่ดีซะส่วนใหญ่  คนเก่งแต่ไม่ดีคือ คนเฮงซวย อันนี้ก็ขออภัยที่รุนแรง แล้วก็รุนแรงไปนิดหนึ่ง 
          เอาล่ะ ถูกผิดกันยังไงเรามาอธิบายกันวันหลังได้ เรามาพบกันในวันถามแอนด์ทอล์ค ซึ่งครั้งต่อไปกำหนดวันที่ 13 มิถุนายน คือ เดือนหน้านี่แหล่ะ เราก็มาคุยกัน คนที่ไม่สะดวกจะเดินทางมา  ตอนนี้อาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์และคณะ ก็เปิดทางออนไลน์ ไม่สามารถจะเดินทางมาสนทนา มาถามมาทอล์คได้ ก็ถามและทอล์คมาทางออนไลน์ก็จะได้ประโยชน์ร่วมกัน 
กลับมาที่ Episode ที่ 1944 โดยคุณอรสา กู้เกินพงษ์  วันนี้คุณอรสา ให้ข้อความน้อยๆ แต่ต่อยหนัก  ความศักดิ์สิทธิ์ติดตัวคนมาทุกคน ขณะเดียวกันศักยภาพก็พร้อมที่จะเกิดขึ้นในตัวคนทุกคนเหมือนกัน คุณจะฝึกมันขึ้นมาไหมความเก่ง  แล้วก็ความศักดิ์สิทธิ์จะให้เขาเกิดขึ้นมาในตัวคุณไหม เกิดได้ถ้าคุณต้องการให้เกิด และคุณรู้วิธีเกิด  
ก็ยืนยันแล้วว่า ถ้าคุณเก่งแล้วคุณเฮง ก็คือ คุณมีความเก่งและศักดิ์สิทธิ์ คุณมีศักยภาพและคุณมีความศักดิ์สิทธิ์  ความศักดิ์สิทธิ์ติดตัวคุณมาทุกคน ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด เกิดมาก็ศักดิ์สิทธิ์แล้ว สมัยโบราณเขาจะบอกว่า ไม่เป็นไรเด็กนอนแบเบาะ อายุ 1 2 3 ขวบ ถึงจะเกิดมีอุบัติเหตุอะไรรุนแรง  เช่น  พลาดตกบันไดก็ไม่เป็นอะไร  ส่วนมากไม่เป็นไรนะ เพราะมีพ่อซื้อแม่ซื้อรับไว้ พ่อซื้อแม่ซื้อคือใคร พ่อซื้อแม่ซื้อก็คือ องค์ในของเด็ก เทพประจำชีวิตของเด็ก จุติเทพของเด็กที่รองรับเด็กไว้ อันนี้โบราณก็บอกกันมาอย่างนั้น แต่สมัยนี้หมดสมัยซะแล้ว 
ก็ขอกลับมาที่ 1944 อีกครั้งหนึ่งว่า ความศักดิ์สิทธิ์ติดตัวคนมาทุกคน ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด ก็แปลว่า ความเฮงติดตัวคุณมาทุกคน ติดตัวคุณมาตั้งแต่กำเนิด คุณไม่ต้องไปแสวงหาความเฮงที่ไหนหรอก อยู่ในตัวคุณ เร่งสร้างมันขึ้นมาเถอะ ก็คือ ความศักดิ์สิทธิ์  ก็ขอยุติลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณเพลงที่คุณผึ้ง หรือคุณสมพร เหลี่ยมมณี เป็นผู้ร้อง  กำเนิดเกิดมาก็มีอะไร  มีดีอยู่ในตัวคุณทั้งนั้นแหล่ะ 

รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1893   3 ประโยค  9 วลี  ถ้าใครเข้าใจอย่างลึกซึ้งจริงๆ  ก็จะเข้าใจเรื่องลึกลับด้วย (อ. 10 มี.ค. 2569)
โลภ โกรธ หลง เป็นต้นฉบับ  ต่อมาก็ขยายฉบับออกไป กิเลส ตัณหา อุปาทาน  มันก็ไปปรุงแต่งตัณหา มานะ  แล้วก็ไปปิดประตูสุดท้ายที่ทิฏฐิ ความใจแคบ
13 มี.ค. 2026
EP.1952   มาช่วยกันพาเรื่องทั่วไปธรรมดา สามัญวิสัย common sense ข้ามไปสู่เรื่องเหนือสามัญวิสัย sixth sense (พ. 20 พ.ค. 2569)
ด้วยการทำความเข้าใจ อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี ที่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง จากสารสื่อ 7 ชนิด
25 พ.ค. 2026
EP. 1876   ความศักดิ์สิทธิ์เกิดจากตัวคุณเอง  อิทธิฤทธิ์ก็เกิดทั้งจากตัวคุณและจากผู้อื่น  จากสิ่งอื่น (พฤ. 19 ก.พ. 2569)
ถ้าต้องการจะเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างแท้จริง  ต้องใช้ปาฏิหาริย์  มาฆบูชาเป็นวันมหัศจรรย์  อาถรรพ์ มหัศจรรย์ ก็คล้ายๆ กัน คือ ต้องรู้จักและรู้สึกอย่างถูกต้อง  โดยมีความรู้มากำกับ
2 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy