แชร์

EP.2056   การครอบครูเพื่อการครอบครองขันธ์ 5 เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ของการทำให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ และความมีศักยภาพในระดับหนึ่ง (

อัพเดทล่าสุด: 26 ก.ย. 2026
25 ผู้เข้าชม
EP.2056   การครอบครูเพื่อการครอบครองขันธ์ 5 เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ของการทำให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ และความมีศักยภาพในระดับหนึ่ง  จุดสำคัญที่สุดเราต้องการให้ท่านสนใจ ใส่ใจเป็นพิเศษคือ”ร่างกาย”ของตัวเรา  สนใจกระบวนการ หรือระบบการทำงานของร่างกายมนุษย์ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นสิ่งที่พร้อมบรรจุศักยภาพคือ ความเก่ง กล้า สามารถ และสถิตความศักดิ์สิทธิ์  ทั้งเก่งและเฮงก็อยู่ในตัวเรา 
ให้หันกลับมาใส่ใจ ใส่ความรู้และความรู้สึกลงไปในขันธ์ 5 กันให้เต็มที่ เดี๋ยวความศักดิ์สิทธิ์และความมีศักยภาพคือ ความเฮงและความเก่งก็จะเกิดขึ้นมากับทุกๆ ท่าน”          
สวัสดีทุกท่าน ขอให้ท่านผู้ที่มาในงานครอบครูเมื่อวาน และถึงที่ไม่ได้มา ได้รับอานิสงค์อันศักดิ์สิทธิ์ และสมความปรารถนาแด่ทุกๆ ท่าน งานครอบครูประจำปีของเราก็ผ่านไปด้วยดี ขอเอาบุญมาฝากทุกๆ ท่าน ทั้งที่มาและไม่ได้มา ทั้งที่อยู่ทางบ้านและทั้งที่อยู่ที่นี่ 
          วันนี้เราก็มาพูดถึงเหตุผลในการที่เราให้หันมาใส่ใจ สนใจ ศรัทธาในขันธ์ 5 ของตัวเองว่า มีเหตุผลอย่างไร วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 21 เดือนกันยายน พุทธะ คริสต์  69 และ 26 ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 10  ปีมะเมีย 
             จุดสำคัญที่สุดที่เราต้องการให้ท่านใส่ใจสนใจเป็นพิเศษ ก็คือ ร่างกายของตัวเรา สนใจเป็นพิเศษไม่ใช่หมายความว่า จะมาดูแลความสวยสำหรับคุณผู้หญิง จะมาดูแลความหล่อสำหรับคุณผู้ชาย แต่เราให้สนใจกระบวนการ หรือระบบการทำงานของร่างกายมนุษย์ ซึ่งวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าตามวิถีของวิทยาศาสตร์ไป แต่สิ่งที่เราอยากจะซ้ำย้ำๆ ก็คือ “พุทธศาสตร์”  พุทธศาสนาสอนว่า มนุษย์ประกอบด้วยรูปและนาม คนประกอบด้วยรูปและนาม แต่ในอภิธรรมแยกออกเป็นขันธ์ 5 มนุษย์ประกอบด้วยขันธ์ 5 มีรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ    
          รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นสิ่งที่พร้อมบรรจุ และพร้อมจะสถิต บรรจุอะไร บรรจุศักยภาพ คือ ความเก่ง กล้า สามารถ  สถิตอะไร สถิตความศักดิ์สิทธิ์ ทั้งเก่งก็อยู่ในตัวเรา ทั้งเฮงก็คือ ศักดิ์สิทธิ์ก็อยู่ในตัวเรา แต่เราต้องมีสิ่งที่เป็นความรู้คู่ความรู้สึก ให้หันกลับมาใส่ใจ ใส่ความรู้ และความรู้สึกลงไปในขันธ์ 5 กันให้เต็มที่ ถึงแม้นแต่กระทั่งเราจะผ่านพิธีครอบครูไปแล้วเมื่อวานนี้ ก็ให้ระลึกอยู่เสมอว่า ร่างกายเรานี่แหล่ะจะทำประโยชน์ จะแก้ไขปัญหา จะทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าแก่ชีวิตของเรา 
          เริ่มต้นตั้งแต่รูป อภิธรรมมีสร้อยว่า “คือ สิ่งที่จะต้องเสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้ง” พอเรารู้อย่างนี้แล้ว เราอย่าสร้างสิ่งที่ขัดแย้งให้แก่รูปของเราโดยไม่จำเป็น พยายามทำให้รูปของเรา เป็นไปด้วยความราบรื่น เป็นปกติสุข เช่น อาหารที่เป็นพิษ สิ่งที่เป็นภัย อย่ามาให้แก่รูปของเรา อย่าใส่เข้าไปในรูปของเรา เราก็ต้องศึกษา อาหารชนิดไหนที่กินแล้วเป็นพิษเป็นภัยแก่รูปของเรา รูปของเรามันจะได้ไม่เสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้งเร็วเกินไป แต่ความจริงแล้วก็คือ ธรรมชาติ ก็ต้องเสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้งเป็นธรรมดา แต่ระวังอย่าให้เสื่อมจนผิดปกติ
           ขันธ์ตัวที่ 2 อันนี้นามแล้ว ขันธ์ตัวแรกเป็นรูป ขันธ์ตัวที่ 2 เป็นนามแล้ว จนไปถึงขันธ์ตัวที่ 5 ก็เป็นนาม ขันธ์ตัวที่ 2 คือเวทนา เวทนาแปลว่า เรื่องของความรู้สึกนึกคิด การที่มีอารมณ์นั่นแหล่ะ เวทนา เวทนามีสร้อยตามอภิธรรมว่า “คือ จิตเสวยอารมณ์ จิตเสวยอารมณ์อย่างไร อารมณ์ชนิดไหนที่จิตเสวย เสวยแปลว่า ยอมรับอย่างปราณีต ยอมรับอย่างละเอียดลออ ละมุนละม่อม ละเมียดละไม เวทนาคือ จิตเสวยอารมณ์ดีที่สุด แต่ที่เลวที่สุดก็คือ  “อารมณ์ป่วนจิต” ถ้าเรารู้สึกว่ามันไม่สบายใจ มันหงุดหงิด เรารีบระงับลงได้ไหม หรือถ้าไม่จำเป็นจะต้องให้ตัวเองหงุดหงิด ก็หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้เราหงุดหงิด ก็จะทำให้เวทนาของเราคงเส้นคงวา  เวทนานอกจากจิตเสวยอารมณ์ ถ้าอารมณ์นั้นปราณีต อีกสิ่งหนึ่งก็คือ “จิตรับรู้อารมณ์” ไม่ดีไม่ร้าย แค่เป็นกลาง รับรู้  แต่สิ่งที่ร้ายที่สุดที่คนเราทำร้ายตัวเองมากที่สุดก็คือ เอาอารมณ์มาป่วนจิต อารมณ์ป่วนจิต ตรงนี้ตัวร้ายที่สุด ที่ทำให้ทุกอย่างมันรวนไปหมด อารมณ์ป่วนจิต 
           ขันธ์ตัวที่ 3 สัญญา อย่าให้เป็นสัญญาวิปลาส สัญญา คือ”จำได้หมายรู้” เราจำได้หมายรู้ว่าอย่างไร ก็ยอมรับและรู้สึกต่อสัญญานั้นๆ เป็นอย่างนั้น อย่าไปเอาสัญญาที่ผิดๆ สัญญาที่ไม่ใช่สัญญาที่ถูกต้องมาใส่ในความรู้สึกของการกำหนดรู้ สัญญาคือ จำได้หมายรู้ ระวังอย่าให้สัญญาวิปลาส วิปลาสแปลว่า ผิดปกติ 
          ขันธ์ตัวที่ 4 สังขาร คือ”การปรุงแต่งของรูปและนาม” เมื่อสังขารภายในปรุงแต่งรูปและนาม ก็ต้องให้รู้ว่า สิ่งใดเป็นรูป สิ่งใดเป็นนาม ควรจะปรุงอย่างไร ควรจะแต่งอย่างไร สังขารคือ การปรุงแต่งของรูปและนามตามความรู้และความรู้สึก เมื่อมันปรุงแต่งดี สังขารเราก็เป็นปกติ เมื่อมันปรุงแต่งไม่ดี ปรุงแต่ผิด สังขารเราก็ผิดปกติ 
         5. วิญญาณ วิญญาณ คือ”ความรู้สึก” ความรู้สึกของเราดี ความรู้สึกของเราไม่ดี ความรู้สึกของเรารุนแรง ความรู้สึกของเราแผ่วเบาเกินไป ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหากับขันธ์ตัวที่ 5 วิญญาณคือ ความรู้สึก วันหนึ่งคืนหนึ่งเราใช้ความรู้สึกอย่างไรต่อตัวเรา ใช้ความรู้สึกอย่างไรต่อสิ่งภายนอก ใช้ความรู้สึกอย่างไรต่อการใช้ชีวิต ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เราจะรักษาขันธ์ 5 ของเราให้คงเส้นคงวา
          การครอบครูเพื่อการครอบครองขันธ์ 5 เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ส่วนหนึ่งของการทำให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ในระดับหนึ่ง ทำให้เกิดความมีศักยภาพในระดับหนึ่ง แต่เราต้องรักษาระดับ รักษาระดับของเราอยู่เสมอว่า วันนี้เราจะให้รูปของเราเสื่อมน้อยที่สุด วันนี้เราจะให้เวทนาของเราเป็นเวทนาที่ดีที่สุดก็คือ จิตเสวยอารมณ์ วันนี้เราจะให้สัญญาของเราคงเส้นคงวาเป็นปกติ ไม่ใช่สัญญาวิปลาสผิดปกติ วันนี้เราจะให้สังขารของเราปรุงแต่งให้เหมาะสมทั้งรูปและนามให้เข้ากัน ให้เกิดความพอดีกัน และวันนี้เราจะรักษาความรู้สึกของความเป็นคนให้เป็นปกติวิสัย พูดอย่างนี้คนก็บอกว่า ฟังดูมันง่าย แต่จริงๆ แล้ว มันก็ไม่ยากจนเกินไปที่เราจะนั่งกำหนดรู้ว่า อะไรควรเป็น อะไรไม่ควรให้เป็น 
          วิธีการครอบครูเพื่อการครอบครองของเราเมื่อวานนี้ เราประยุกต์ เราใช้วิธีประยุกต์สู่สากล บางคนก็อาจจะบอกว่า ทำไมไม่มุ่งแต่เรื่องของปาฏิหาริย์ ไม่มุ่งของเรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา นี่แหล่ะเรามุ่งแล้ว ขอให้รักษาความรู้ความเข้าใจในรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณให้สม่ำเสมอ เดี๋ยวความศักดิ์สิทธิ์และความมีศักยภาพคือ ความเฮงและความเก่งก็จะเกิดขึ้นมากับทุกๆ ท่าน 
          เราก็อยากจะบอกว่า พิธีใดๆ ของเราทุกวิธี พิธีกรรมทำไปโดยแบบสบายๆ เราจะไม่ติดยึดในรูปแบบตามที่บอกต่อๆ กันมาเท่าไรนัก ถ้าสิ่งที่คนโบราณบอกต่อๆ กันมา แล้วเราพิจารณาว่า สิ่งนั้นเหมาะสม เราก็ทำตาม แต่ถ้าที่คนโบราณบอกต่อๆ กันมาแล้วเราพิจารณาแล้วว่า สิ่งนั้นมันไม่เหมาะสมกาลเวลาแล้วก็ยุคสมัยมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว เราก็ไม่ทำตาม 
สิ่งที่เรายังทำตามกันอยู่ก็คือ  สิ่งที่เป็นเครื่องบูชา สิ่งที่เป็นเครื่องเซ่นไหว้ ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเขามีจริง เราคล้อยตามเขา เพื่อเขาจะได้คล้อยตามเรา  พอสิ่งใดที่เราประยุกต์ เขาก็เห็นว่า เป็นความจำเป็น เป็นความเหมาะสม เขาก็ปล่อยผ่านให้เราผ่านพ้นไปด้วยดี แต่ถ้าสิ่งใดที่เห็นว่า ไม่ถูกต้อง ยังไม่เหมาะสมแก่พิธีกรรมนั้นๆ เขาก็จะมาท้วงเรา เราก็จะไม่เปลี่ยนแปลง ณ ตรงนั้น เช่น เครื่องเซ่นไหว้ทั้งหลาย ที่เรายังจำเป็นต้องมีของคาว ของหวาน ของหอม ของปราณีตตามจำนวนที่เหมาะสม เราก็ได้ทำให้สมบูรณ์แล้ว 
ส่วนความรู้ที่เป็นประยุกต์ คือ เป็นแบบปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข เราจะดำเนินการต่อไป เรียกว่า เก่าผสมใหม่ โบราณผสมกับปัจจุบันกาลเพื่อส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคตข้างหน้า จะได้ปฏิบัติได้เหมาะสม อะไรที่เป็นภาระรุงรังหรือเสียสตางค์มากเกินไป แล้วเราควรจะตัดออกได้ เราก็ตัดออก อันไหนที่พอจะอนุโลมทำตามคติของคนโบราณ ที่ส่งทอดวัฒนธรรมการบูชาทั้งหลาย เช่น เฉพาะการครอบครูเมื่อวาน เราก็จะคล้อยตามฉพาะส่วนที่ควรคล้อยตาม อะไรที่ไม่คล้อยตามเราก็ไม่คล้อยตาม อย่างนี้คือ งานของสหปฏิบัติฯ 
         จากนี้มาดูผลงานค้างไว้ตั้งแต่วันก่อน รวมทั้งรายชื่อที่ส่งมาในอากาศเราก็ยังไม่ได้บอกกล่าวเล่าแจ้ง ผลงานของดร.วันพร จาปะเกษตร์ เมื่อวันก่อน ข้อความตัวโปรยบอกไว้ว่า “ความรู้ที่จะได้มาเป็นประโยชน์กับความรู้สึก จะมีอะไรที่เป็นความรู้ดีไปกว่าความรู้ในธรรมะแห่งงานพระพุทธศาสนา จุดมุ่งที่เราอยากจะให้ทุกคนเข้าถึงการครอบครู แล้วได้รับการครอบครอง จนกระทั่งกลายเป็นคนเก่ง กล้า สามารถ มีความรอบรู้และรู้รอบจริงๆ จนกระทั่งมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาสถิตในตัวเรา โดยไม่ต้องไปกังวลอะไร เขามาเอง
ขอซ้ำอีกทีนึง ผลงานของดร.วันพร จาปะเกษตร์  2055 ความรู้ที่จะได้มาเป็นประโยชน์กับความรู้สึก จะมีอะไรที่เป็นความรู้ดีไปกว่าความรู้ในธรรมะแห่งงานพระพุทธศาสนา จุดมุ่งที่เราอยากจะให้ทุกคนเข้าถึงการครอบครู แล้วได้รับการครอบครอง จนกระทั่งกลายเป็นคนเก่ง กล้า สามารถ มีความรอบรู้และรู้รอบจริงๆ จนกระทั่งมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาสถิตในตัวเรา โดยไม่ต้องไปกังวลอะไร เขามาเอง
          อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราจะประยุกต์ต่อไป ก็บอกแล้วว่า อะไรที่เราจำเป็น เราก็จะคงไว้ให้เป็นไปตามโบราณกาล อะไรที่ไม่จำเป็นสามารถจะตัดออกไปได้ เราก็ตัดออกไป อะไรที่เห็นว่าปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ เราก็ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข เพื่อให้เข้าสู่ยุคสมัย  
แต่ขอยืนยันว่า ความศักดิ์สิทธิ์ในศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลายยังคงอยู่ และจะให้คงต่อไป และศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้นด้วยซ้ำไป ขอรับรองและยืนยันตามนี้ ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลง และมารับรายงานจากอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ หลังจากนั้นเราก็มาสวดมนต์สวดพร ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันเพื่อความเป็นสิริมงคล ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
           เขย่าขวัญ มันทุกข์มาก ถูกเขย่าขวัญ แต่รับขวัญ มันสุขมาก ก็เป็นเพลงที่ขำขัน บางคนบอกขันอะไร ขันไม่ออก เราก็มาสวดมนต์สวดพร ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันมีพระรัตนตรัยมาอำนวยอวยพรให้กับทุกท่าน
จ. 21 ก.ย. 2569
รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1894   พิจารณา 3 อย่างแรก  โลภ โกรธ หลง  มีลักษณะของโทษเป็นอย่างไร (พ. 11 มี.ค. 2569)
แล้วนำไปสู่การพิจารณา  กิเลส ตัณหา อุปาทาน ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร  มีผลดีผลร้ายอย่างไร
13 มี.ค. 2026
EP.1929 พอมนุษย์จัดสรร เทพเสกสรร ธรรมชาติสร้างสรรค์ (พฤ. 23 เม.ย. 2569)
ความรอบคอบ และความรอบรู้  ต้องให้เกิดความเหมาะสม  พอมนุษย์จัดสรรค์วามคิด คำพูด การกระทำให้ดี เทพก็จะมาเสกสรรชีวิตให้ แล้วธรรมชาติก็จะสร้างสรรให้ลงตัว ทั้งธรรมชาติสามัญ และเหนือสามัญ ให้ศักยภาพเป็นทัพหน้า ให้ศักดิ์สิทธิ์เป็นกำลังเสริม
25 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy