แชร์

EP.2050   ต่อไปนี้การครอบครู ไหว้ครูของเรา จะมุ่งในเรื่องของความใส่ใจใฝ่เรียนรู้เรื่องของขันธ์ 5 ที่อยู่ในงานการสั่งสอนของพระพุทธศาสนา คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ เพราะฉะนั้น นี่คือ จุดประสงค์ของสหปฏิบัติฯ ในการประยุกต์การไหว้ครูและครอบครูสู่สากล

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ย. 2026
9 ผู้เข้าชม
EP.2050   ต่อไปนี้การครอบครู ไหว้ครูของเรา จะมุ่งในเรื่องของความใส่ใจใฝ่เรียนรู้เรื่องของขันธ์ 5 ที่อยู่ในงานการสั่งสอนของพระพุทธศาสนา คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ เพราะฉะนั้น นี่คือ จุดประสงค์ของสหปฏิบัติฯ ในการประยุกต์การไหว้ครูและครอบครูสู่สากล
 
สวัสดีทุกท่าน วันนี้เพลงออกแขกจบลงตรงที่ว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ เป็นสิ่งที่เราจะคุยกันในวันนี้ วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 14 เดือนกันยายน พุทธศักราช 2569 คริสต์ศักราช  2026 เป็นวันข้างขึ้น 3 ค่ำ เดือน 10  ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เวลาในวันนี้เราจะไม่ให้ผ่านไปเปล่า เราจะต้องนำเวลาที่เหลืออยู่ไม่กี่ชั่วโมง แล้วก็จะข้ามคืนข้ามวันมาสนทนากัน แต่เราก็ไม่ได้ใช้เวลาถึงเที่ยงคืนที่จะสนทนากับทุกท่าน อย่างมากรายการของเราก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง กับ 30 นาทีเป็นอย่างมาก ก็หวังว่าทุกคนคงทนฟัง แล้วก็จะขอบคุณทุกท่านทุกทนที่ทนฟัง
           โดยประเพณีความเชื่อและความศรัทธาของแทบทุกสำนัก ไม่ว่าเขาจะทำอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องศักดิ์สิทธิ์  เรื่องของอิทธิฤทธิ์  เรื่องของปาฏิหาริย์  เรื่องของเทพเทวดา  เรื่องของสิ่งลึกลับทั้งหลาย เขาจะต้องมีสัญลักษณ์ คนโบราณเขามีกุศโลบาย มีสัญลักษณ์  
ศิษย์กับครูจะมีสื่อสัมพันธ์กันด้วยการมอบหมาย มอบหมายสิ่งเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งเขาก็จะเรียกว่า พานครู  ครูก็จะมอบให้ศิษย์  ส่วนมากก็จะเป็นพานดอกไม้ สุดแท้แต่จะตกแต่งกันแบบไหน จะใช้วัสดุสิ่งของอะไรมาเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งของเราก็เคยมี ของเรามีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมเรียกว่า “ธรรมนูญพานครูขันธ์ 5”  และต่อมา ต่อมา เราก็ค่อยๆ ซาลง  ซาลง เราก็บอกอยู่ที่ใจ สำคัญที่จิต สำคัญที่มโน แล้วก็สำคัญต่อวิญญาณ 
ถ้าผู้ใดมีความศรัทธาต่อองค์บรมครูผู้เฒ่าทั้งหลาย อันมีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธานสูงสุด ก็ขอให้ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่องของพ่อแก่แม่เฒ่าต่อไป แล้วเราก็ค่อยๆ ซาลง ซาลง ไม่ค่อยได้ให้ความใส่ใจสนใจกับธรรมนูญพานครูขันธ์ 5 เท่าไหร่นัก ผู้ได้รับไปแล้วถ้ามีศรัทธาจะตั้งบูชาไว้ จะเก็บไว้บูชาก็เป็นเรื่องของศรัทธา  ถ้าผู้ใดที่รู้สึกไม่ศรัทธา หรือศรัทธาน้อยลง มีความรู้สึกเป็นกังวล จะนำไปจำเริญด้วยการลอยน้ำ หรือไปไว้ใต้ต้นไม้ในวัดในวา อะไรก็สุดแท้แต่ มีบางคนมาขอจำเริญด้วยการรื้อออกมาเป็นชิ้นๆ แล้วก็แยกกันทิ้งถังขยะไป เขาถามว่าจะมีปัญหา จะมีโทษทัณฑ์อะไรไหม บอกไม่มี มันขึ้นอยู่กับจิตของเราที่มีความรู้สึกว่า เราทำแล้ว ปฏิบัติแล้วสบายใจ 
           เอาล่ะ เป็นว่า ขันธ์ 5 ของเราในวันนี้ก็กลับมาศึกษากันจริงๆ จังๆ กันที่ร่างกายและสังขาร  ที่คำว่า ขันธ์ 5  จริงๆ พระพุทธศาสนาไม่ได้ให้ใครไปติดยึดกับวัตถุสิ่งของที่เป็นรูปหนึ่งรูปใด ชิ้นหนึ่งชิ้นใด หรือจะกี่ชิ้นอะไร ก็ไม่ได้มีการให้ไปยึดอย่างนั้น แต่พุทธศาสนาสอนให้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสัจธรรมคือ ความเป็นจริงเกี่ยวกับรูปขันธ์ นามขันธ์ พุทธศาสนาบอกว่า คนเราประกอบด้วยรูปและนาม 
รูปก็คือ ร่างกายภายนอกที่มองเห็นนี่แหล่ะ ส่วนนามก็มีอีก 4 ขันธ์  รูปก็คือขันธ์ตัวแรก รูปขันธ์ และอีก 4 ขันธ์ ก็คือ นามขันธ์  ได้แก่ เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ แล้วพระพุทธศาสนาก็ยังสอนอีกว่า ขันธ์ 5 จะต้องทำงานร่วมกัน ทำหน้าที่ให้เกิดความสอดคล้องกัน ทำหน้าที่ให้เกิดความกลมกลืนกัน ถ้าขันธ์หนึ่งขันธ์ใดเกิดขัดแย้งกับขันธ์หนึ่งขันธ์ใด ชีวิตของ นาย ก. หรือนาง ข. ก็จะเกิดความผิดปกติ ถ้าหากว่าขันธ์ทั้ง 5 ปฏิบัติต่อสภาพของธรรมชาติ สภาวะคือ สภาพของธรรมชาติอย่างกลมกลืน คนๆ นั้นก็จะมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ มีจิตใจที่เรียกว่า เป็นปกติสุข ก็เริ่มตั้งแต่รูป  รูปคือ สิ่งที่เป็นกายภายนอก รูปขันธ์ก็คือ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ที่เราจับต้องได้  ที่เรามองเห็นได้ ถ้ามองไม่เห็นก็ไปส่องหน้ากระจก เราก็จะเห็นรูปขันธ์ของเรา แล้วคนอื่นเขาก็มองมา เขาก็จะเห็นรูปขันธ์ของเรา 
รูปคำแรกจะมีสร้อยคำว่า คือ “สิ่งที่จะต้องเสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้ง” เมื่อกี้คุณพรทิพย์ พุตติ ก็ถามว่า หนูไม่เข้าใจ รูปทำไมมันจึงต้องเสื่อมไปตามเหตุและปัจจัยที่ขัดแย้ง ก็บอกดูง่ายๆ ผิวของลูกสาวหนูซึ่งอายุไม่กี่ขวบ กับผิวของหนูซึ่งอายุหลายขวบแล้ว มันจะมีความอ่อนหยุ่นเท่ากันไหม ก็ไม่เท่า แล้วถ้ายิ่งมาดูผิวเหี่ยวๆ แห้งๆ ของคนพูดก็จะยิ่งผิดกันไปใหญ่ นี่แหล่ะคือ สิ่งที่ขัดแย้งด้วยอายุขัย ด้วยวันเวลา ด้วยแสงแดดและสายลม 
รูปคือ สิ่งที่ต้องเสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้ง มันขัดแย้งภายนอก ผิวภายนอกก็เหี่ยวย่นลงทุกวัน คล้ำลงทุกวัน ผิวไม่สวยเท่ากับเด็กๆ ที่กำลังเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ ต่อมาข้างใน รูปข้างใน ตับ ไต ไส้ พุง ม้าม เซี่ยงจี้ ทั้งหลายแหล่  มันใช้งานนานๆ เข้า บางทีบางคนบางเวลา บางโอกาสก็เป็นแผล เขาเรียกเป็นแผลอยู่ภายใน ถ้าเป็นแผลธรรมดา แพทย์ผ่าตัดลงไป เขาบอกไม่มีเชื้อมะเร็ง ถ้าแผลไม่ธรรมดา พอแพทย์ผ่าตัดเข้าไป เอาชิ้นเนื้อไปตรวจเขาบอกมีเชื้อมะเร็ง แล้วมะเร็งมันจะเล็งนานแค่ไหน มันจะเล็งแล้วมันจะเกิดลุกลามไปไกลขนาดใดก็สุดแท้แต่เหตุปัจจัย รูปภายในนะ รูปภายนอกก็เห็นแล้วบอกแล้ว 
ทีนี้มาขันธ์ตัวที่ 2 เวทนา ก็เริ่มเข้าสู่นามธรรมแล้ว นามธรรม ขันธ์ตัวที่ 2 คือ เวทนา เวทนามีสร้อยคำว่า “จิตเสวยอารมณ์ (เวทนานี่คือ อารมณ์) อารมณ์ป่วนจิต จิตรับรู้อารมณ์” นี่เรายังไม่อธิบายรายละเอียด เวทนาคือ จิตเสวยอารมณ์ อารมณ์ป่วนจิต จิตรับรู้อารมณ์  มันทำหน้าที่ของมันทำนองอย่างนี้ 
ขันธ์ตัวที่ 3 สัญญา สัญญาก็อยู่ในการทำงานของระบบนามธรรม ก็คือ จิตใจ สัญญาก็มีสร้อยคำว่า จำได้หมายรู้  รายละเอียดก็ว่ากันในโอกาสต่อไป  ขันธ์ตัวที่ 4 สังขาร สังขารคนเรามักจะใช้คำว่า สังขารนั้นไม่เที่ยง ก็หมายถึงภายนอกก็ไม่เที่ยง ภายในก็ไม่เที่ยง แต่สังขารจริงๆ ในทางพระ ก็คือ สิ่งปรุงแต่ง ก็มันปรุงแต่งไปปรุงแต่งมา มันก็ปรุงแต่งได้ ไม่ได้ที่บ้าง ได้ที่บ้าง ถ้ามันได้ที่ อวัยวะภายใน ภายนอกของเราก็เป็นปกติ แต่เกิดมันปรุงแต่งไปปรุงแต่งมา ผิดสูตร ไม่ได้ที่ มันก็ผิดปกติ สังขารคือ ขันธ์ตัวที่ 4 และรวมถึงความรู้สึกนึกคิดด้วย ตัวสังขารนี่นะ 
ตัวที่ 5 วิญญาณคือ ความรู้สึก ที่เราห่วงมากก็คือ ความรู้สึกที่ผิดพลาด ความรู้สึกที่ไม่ถูกต้อง ความรู้สึกที่ไม่ใช่ แล้วบางคนก็มาถือทิฏฐิว่า ใช่ ความรู้สึกของฉันอย่างนี้นะถูกต้อง ใครจะทำมาทำอะไร ใครจะมาทำไม ก็ถามกันอย่างนั้น ความจริงความรู้สึกที่ถูกต้องมันต้องไม่ขัดแย้งกับความเป็นจริงตามธรรมชาติ 
เอาล่ะ เรามาคร่าวๆ กันไปก่อน ส่วนรายละเอียดถ้าเราจะสนทนาธรรมกันในโอกาสต่อไป เราก็จะมาแจกแจงให้เห็นชัดว่า รูป มันเสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้งอย่างไร เวทนา จิตเสวยอารมณ์มันจะเสวยตอนไหน จิตรับรู้อารมณ์ จะรับรู้อย่างไร อารมณ์ป่วนจิต มันทำไมถึงมาป่วนจิตล่ะ  สัญญา จำได้หมายรู้ จำได้อะไร หมายรู้อะไร แล้วสัญญามันจะจำชาติเก่าภพเก่าได้หรือเปล่า หรือจำไม่ได้ อันนี้ก็ต้องเป็นเรื่องของธรรมชาติเหนือสามัญวิสัย สังขารคือ การปรุงแต่งของรูปและนาม มันจะปรุงแต่งไปถึงไหน มันจะแต่งไปถึงไหน แล้วสังขารที่ปรุงแต่งผิดธรรมชาติ สังขารปรุงแต่งถูกตามธรรมชาติจะมีผลดีผลเสียอย่างไร แล้ววิญญาณคือ ความรู้สึก รู้สึกอย่างนี้ รู้สึกอย่างนั้น รู้สึกอย่างโน้น รู้สึกอย่างไรเป็นคุณ รู้สึกอย่างไรเป็นโทษ 
วันนี้เราเพียงแค่ขั้นต้นๆ เท่านั้นของการชี้ให้เห็นขันธ์ 5 ที่เราประยุกต์จากขันธ์ที่เป็นวัตถุ ซึ่งก็ไม่มีวิญญาณ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น เราเป็นเพียงแค่วัตถุศรัทธา วัตถุที่เราศรัทธาเท่านั้น แต่เราหันมาศรัทธาใหม่แล้ว มาศรัทธาตัวเราเองว่า เราจะใช้ความรู้ธรรมชาติสามัญวิสัย และธรรมชาติเหนือสามัญวิสัยกับรูปของเราอย่างไร ชีวิตเราจึงจะอยู่อย่างสมบูรณ์และอยู่อย่างยืนยาวพอสมควรแก่อายุขัย เวทนาเป็นอย่างไร สัญญาเป็นอย่างไร สังขารเราจะเข้าใจอย่างไร 
ถ้าเรามีความรู้สึกและความรู้ตั้งแต่รูปขันธ์ตัวที่ 1  เรามีความรู้สึกและความรู้กับเวทนาขันธ์ตัวที่ 2  เรามีความรู้สึกและความรู้เกี่ยวกับสัญญาขันธ์ตัวที่ 3  เรามีตัวรู้สึกและความรู้เกี่ยวกับสังขารขันธ์ตัวที่ 4  เรามีความรู้สึกและความรู้เกี่ยวกับวิญญาณขันธ์ตัวที่ 5  ทั้งภาคสามัญวิสัยและภาคเหนือสามัญวิสัย เรามารถที่จะจัดการชีวิตของเราให้ดำรงอยู่อย่างค่อนข้างเป็นปกติสุขได้ 
เพราะฉะนั้น เราจึงเบี่ยงเบนจากขันธ์ 5 ที่เป็นวัตถุสิ่งของที่เราตกแต่งขึ้นมาให้ดูสวยงามว่า ให้ความใส่ใจมานานแล้ว ต่อไปนี้การครอบครู ไหว้ครูของเรา จะมุ่งในเรื่องของความใส่ใจใฝ่เรียนรู้เรื่องของขันธ์ 5 ที่อยู่ในงานการสั่งสอนของพระพุทธศาสนา คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ เพราะฉะนั้น นี่คือ จุดประสงค์ของสหปฏิบัติฯ ในการประยุกต์การไหว้ครูและครอบครูสู่สากล ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง 
แล้วถ้าหากว่า การอธิบายนี้เป็นความซับซ้อน หรือค่อนข้างยอกย้อน ละเอียดลออเกินไปก็ต้องขออภัยสำหรับผู้ที่ต้องการจะรับรู้แบบง่ายๆ และตรงไปตรงมา เราก็จะมาสนทนากันตามโอกาสและวาระที่สามารถจะคุยกันได้  วันนี้ก็ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง  
เดี๋ยวมาขอพูดถึงผลงานของผู้มีจิตศรัทธาอีกท่านหนึ่งก็คือ คุณอรสา กู้เกินพงษ์  2049  สองพันสี่สิบเก้า  “โดยทั่วไปการครอบครู หรือไหว้ครูทุกๆ สถานที่ เขาจะถือว่า ตัวพานครูเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ความจริงก็ศักดิ์สิทธิ์นะ ไม่ใช่ไม่ศักดิ์สิทธิ์นะ เพราะว่าจิตของเรามีความมุ่งมั่นว่า พานครูที่เป็นรูปวัตถุต่างๆ นั้นศักดิ์สิทธิ์ มันก็ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ แต่ถ้าจะเอาศักดิ์สิทธิ์แบบชัดเจน ก็ต้องเอาสังขารของเรา คือ ตัวเรานี่ล่ะ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มาสร้างความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเราเป็นชีวสาร แต่วัตถุเหล่านั้นเป็นอนินทรีย์สาร แต่ตัวเรานั้นเป็นอินทรีย์สาร 
ตัวพานครูเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ก็ศักดิ์สิทธิ์นะ ไม่ใช่ไม่ศักดิ์สิทธิ์นะ อย่าเข้าใจผิด แต่ว่าสหปฏิบัติฯ เราก็ถือว่าร่างกายสังขารของคนที่มาร่วมพิธี ตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เราเอาร่างกายเป็นสรณะของความศักดิ์สิทธิ์ เราไม่ได้ยึดวัตถุที่เป็นรูปพาน ขอเน้นย้ำอีกทีว่า รูปพานก็ศักดิ์สิทธิ์ แต่ศักดิ์สิทธิ์คนละแบบ เราเอาร่างกายเป็นสรณะของความศักดิ์สิทธิ์ เราไม่ได้ยึดวัตถุที่เป็นรูปพาน หรือเป็นรูปวัตถุหนึ่งวัตถุใดที่ตกแต่งอย่างสวยงามเป็นสรณะที่พึ่งที่อาศัย หรือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ แต่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ตัวคน  อันนี้ก็ขอฝากวาทะความรู้ให้ช่วยๆ กันคิด 
อีกครั้งหนึ่ง คุณอรสา กู้เกินพงษ์  2049 บอกว่า  “โดยทั่วไปการครอบครู หรือไหว้ครูทุกๆ สถานที่ เขาจะถือว่าตัวพานครูเป็นของศักดิ์สิทธิ์ แต่ว่าสหปฏิบัติฯ เราถือว่า ร่างกายสังขารของผู้ที่มาร่วมพิธี ตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เราเอาร่างกายเป็นสรณะของความศักดิ์สิทธิ์ เราไม่ได้ยึดวัตถุที่เป็นรูปพาน หรือเป็นวัตถุหนึ่งวัตถุใด ที่ตกแต่งอย่างสวยงามเป็นสรณะที่พึ่งที่อาศัย หรือเป็นของที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ตัวศักดิ์สิทธิ์จริงๆ อยู่ที่ตัวคน”  
ขอย้ำอีกทีหนึ่งนะ พานที่ผ่านมานั้น และพานของสำนักใดสำนักหนึ่ง พานครูของเขา เขาก็ศักดิ์สิทธิ์ของเขา พานครูของเราก็ศักดิ์สิทธิ์ของเรา  แต่คราวนี้ความศักดิ์สิทธิ์ที่จะเกิดได้ให้เห็นผลกันจริงๆ เรายึดสรณะที่ตัวเราคือ ร่างกาย ที่ตั้งแต่หัวจรดเท่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งที่ทุกคนทนฟัง เดี๋ยามาฟังเพลง แล้วก็มาฟังรายงานอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ มีรายงาน แล้วก็สวดมนต์สวดพรกันตามธรรมเนียมที่เราปฏิบัติอยู่ ขอขอบคุณทุกๆ คนที่ทนฟัง 
            
20 กันยา เรามีนัดกันที่ศาลาสหปฏิบัติฯ เราปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข กันมาหลายสิบปี นับเป็นสิบๆ ปี มาถึงปีนี้เราก็เริ่มเข้าใจกันแล้วว่า สิ่งเคารพทั้งหลาย สิ่งบูชาทั้งหลายที่เป็นวัตถุธรรม จะประกอบด้วยวัสดุสิ่งใดก็ดีทั้งนั้น รูปร่างของพานครูจะเป็นแบบไหนก็ถือว่าสวยงามทั้งนั้น เป็นสิ่งที่ต้องให้ความยอมรับด้วยกันทั้งนั้น 
แต่มาถึงปีนี้เราจะต้องให้ทุกคนเข้าใจว่า สิ่งบูชาทั้งหลายนอกจากวัตถุมงคล หรือสิ่งอันเป็นรูปเคารพทั้งหลาย มีความสำคัญ มีความจำเป็นที่เราจะต้องให้ความเคารพ และบูชาก็จริงอยู่ แต่สิ่งที่เราจะต้องให้ความเคารพ และบูชาทะนุถนอมทำการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง  แก้ไขให้ดีที่สุดก็คือ ร่างกายของคนเรานี่แหล่ะ ตั้งแต่ขันธ์ตัวแรก รูป  ขันธ์ตัวที่ 2 เวทนา  ขันธ์ตัวที่ 3 ดูแลสัญญา ขันธ์ตัวที่ 4 ดูแลการปรุงแต่งของสังขาร  และขันธ์ตัวที่ 5 ดูแลความรู้สึกของเราให้ดี แล้วชีวิตเราจะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าสืบต่อไป จนกว่าจะครบอายุขัยของแต่ละคนๆ นั่นแหล่ะ เราจึงต้องอาศัยธรรมชาติทั้งสองภาค ทั้งภาคสามัญและเหนือสามัญ สามัญนี่มนุษย์เราจัดการได้ มนุษย์ที่ใส่ใจใฝ่เรียนรู้จัดการได้ แต่เหนือสามัญนี่ต้องอาศัยศรัทธา และศรัทธาก้าวต่อไประวังจะลื่นล้ม จะพลาดท่า ก็คือ วิริยะ แปลว่า ความเพียร ที่ลื่นล้มก็คือ กลายเป็นความเพี้ยน 
คนที่ศรัทธาตัวเอง ศรัทธาผู้อื่น ศรัทธาวัตถุมงคล ศรัทธาวัตถุสิ่งของ พิธีกรรมทั้งหลายแบบเพียรจนเพี้ยน ก็ทำให้ชีวิตมีความทุกข์ มีความลำบาก มีความล้มเหลวได้ง่ายๆ จึงห่วงใยที่สุดก็คือ อย่าเพียรจนเพี้ยน ชีวิตจะหมดสภาพลงอย่างน่าเอน็จอนาถ ก็ขอทิ้งค้างไว้เท่านี้ก่อน เรามาตั้งใจอธิษฐานจิตขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยมีพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งที่อาศัย ให้ขันธ์ 5 ของเรา รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีความกลมกลืนกันและกลมกล่อม เพื่อชีวิตของเราจะได้ดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น 
จ. 14 ก.ย. 2569
รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.2038    สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องการความสมดุล ศักยภาพก็เหมือนกัน (ส. 22 ส.ค. 2569)
ถ้าทำอะไรเกินฐานของศักยภาพ แทนที่ศักยภาพจะมามีบัลลังก์รองรับ ประสบความสำเร็จในระดับนั่งบนบัลลังก์ของคนเก่ง คนมีชื่อเสียง นั่งได้แต่มันคนละบัน บันนั้นคือ บรรลัย  ก็ขออภัยที่พูดอย่างนี้ เพราะมีความห่วงใย เขาให้ค่อยๆ สั่งสม ค่อยๆ สั่งสม ค่อยๆ สั่งสม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะสั่งสมมาให้ ทยอยมาให้ ทยอยมาให้
30 ส.ค. 2026
EP.1932   คนใจแคบ เสียเปรียบที่จะได้โอกาส (อา. 26 เม.ย. 2569)
การที่ได้มีโอกาสร่วมงาน ร่วมการ ร่วมแรง ร่วมใจ ช่วยทำอะไรต่อมิอะไรให้กับใคร มันเท่ากับเปิดโอกาสให้กับคนๆ นั้น เพราะศักยภาพเกิดจากการทำงาน เกิดจากประสบการณ์ของชีวิต เกิดจากการต่อสู้กับปัญหาชีวิต ต่อสู้กับสิ่งยากๆ         สิ่งที่ลำบาก ที่ตัวเองอดทน อดออม อดกลั้น  ตั้งหน้า ตั้งตา ทำมันให้สำเร็จ ให้มันผ่านพ้นไปให้ได้ นี่เขาเรียกว่า ศักยภาพ   แล้วในเมื่อคุณใจแคบ ไม่มีใครเขาเอาคุณไปร่วมงาน ศักยภาพก็ไม่เกิด พอศักยภาพไม่เกิด ถามว่าศักดิ์สิทธิ์เกิดไหม  ศักดิ์สิทธิ์บอกไม่รู้จะไปเกิดยังไง เพราะเขาไม่ฝึกตัวเขาให้มีศักยภาพเลย
2 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy