แชร์

EP.1932   คนใจแคบ เสียเปรียบที่จะได้โอกาส (อา. 26 เม.ย. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 2 พ.ค. 2026
2 ผู้เข้าชม
EP.1932   คนใจแคบ เสียเปรียบที่จะได้โอกาส: 
การที่ได้มีโอกาสร่วมงาน ร่วมการ ร่วมแรง ร่วมใจ ช่วยทำอะไรต่อมิอะไรให้กับใคร มันเท่ากับเปิดโอกาสให้กับคนๆ นั้น เพราะศักยภาพเกิดจากการทำงาน เกิดจากประสบการณ์ของชีวิต เกิดจากการต่อสู้กับปัญหาชีวิต ต่อสู้กับสิ่งยากๆ         สิ่งที่ลำบาก ที่ตัวเองอดทน อดออม อดกลั้น  ตั้งหน้า ตั้งตา ทำมันให้สำเร็จ ให้มันผ่านพ้นไปให้ได้ นี่เขาเรียกว่า ศักยภาพ  
แล้วในเมื่อคุณใจแคบ ไม่มีใครเขาเอาคุณไปร่วมงาน ศักยภาพก็ไม่เกิด พอศักยภาพไม่เกิด ถามว่าศักดิ์สิทธิ์เกิดไหม  ศักดิ์สิทธิ์บอกไม่รู้จะไปเกิดยังไง เพราะเขาไม่ฝึกตัวเขาให้มีศักยภาพเลย
 
สวัสดีทุกๆ ท่าน วันนี้เราพบกันวันอาทิตย์ที่ 26  อาทิตย์ที่ 26 เดือนเมษายน พุทธะ คริสต์ 69 และ 26 ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พหุเกนะ วา”  เอาเวลา วัน และทุกนาทีมาทำประโยชน์  อย่าเอาไปเสียประโยชน์  ประโยชน์จะต้องเกิดจากเวลา ถ้าไม่มีเวลา ไม่มีประโยชน์ ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ  
คนบอกขอเวลาหน่อย ยมบาลบอกให้ไม่ได้แล้ว  พอเวลาพญายมมามารอเรียกในนิมิตของคนที่ใกล้จะสิ้นชีวิต  มักจะร้องขอ ร้องขอเวลากับพญายม พญายมบอกว่า ไม่รู้จะให้แกได้ยังไง ก็ตลอดเวลาที่มหาพรหมเขาลิขิตชีวิตมาให้ แล้วเขาก็ให้เวลาชีวิตมา ทำไมไม่ใช้เวลาในชีวิตของมหาพรหมให้เป็นประโยชน์ ใช้ชีวิตในเวลาของมหาพรหม ก็คือ  จะต้องใช้ชีวิตอย่างมีเมตตา มีเมตตาตามฐานะของพระพรหม หรือมหาพรหม 
ทีนี้พอคนจะมาใช้ชีวิตในเวลาของพญายม พญายมบอกไม่มี เวลาของฉัน ก็คือ  การลงโทษ การทรมาน การทำให้ทุกข์เข็ญ ฉะนั้นโดยนัยยะ โดยปรัชญา คนที่กำลังใช้เวลาในพรหมลิขิต แล้วใช้ผิด แทนที่จะใช้อย่างมีเมตตา คือ ชีวิตที่อยู่กับพรหมลิขิตต้องมีเมตตาเป็นอันดับแรก ทำไมคุณกลับไปใช้แบบพยาบาทอาฆาต สร้างแต่ความทุกข์ยากให้กับตัวเองและผู้อื่นล่ะ อันนั้นมันผิดกฎ พระพรหมบอกว่า ฉันลิขิตชีวิตมนุษย์มา มนุษย์จะต้องใช้ชีวิตที่ฉันลิขิตให้แบบตามฉายาของฉัน ฉายาของพระพรหมคืออะไร  พรหมวิหารธรรม ข้อที่ 1 เมตตา ตัวแรกเลย 
ฉันอยากมีชีวิตในพรหมลิขิตที่มีความสุข ความสบาย แล้วก็อยู่ได้อย่างยาวนาน แต่ฉันโหด  ฉันเหี้ยม ฉันชั่วช้าเลวทราม มันผิด ผิดชัดๆ เลย  คุณใช้ชีวิตในพรหมลิขิต แล้วคุณใช้ชีวิตแบบเป็นบุคคลอำมหิต  ทำแต่สิ่งที่ชั่ว  ทำแต่สิ่งที่เลวร้าย พระพรหมบอก เฮ้ยๆๆ ไม่ใช่แล้ว ฉันไม่ได้ให้แกไปใช้ชีวิตในพรหมลิขิตแบบอำมหิต ถ้าเธอ ถ้าแกจะใช้ชีวิตแบบอำมหิต เดี๋ยวแกต้องไปใช้ชีวิตกับพระยม กับพญายม 
พอเวลาพญายมมาเรียกให้กลับ กลับจากการเกิดเป็นมนุษย์ เลิกเป็นมนุษย์ก็ไปเป็นผี จะโหดร้าย จะเหี้ยมหาญ จะทารุณ จะเลวร้ายยังไงก็ว่าตามขั้นตอนของนรกที่เธอไปตก ไปตกนรกขั้นไหน ขั้นไหน ขั้นไหน  นรกชั้นนี้เหี้ยมโหดเลวทรามต่ำช้าเท่านี้ นรกชั้นนี้เหี้ยมโหดเลวทรามต่ำช้าเท่านั้น  ก็ว่าไปตามขั้นตอนของนรกที่พญายมจะจับให้ไปอยู่  แต่เกิดเป็นมนุษย์เขาเรียกพรหมลิขิต  เขาไม่เรียกว่า ยมลิขิต หรือพญายมขีดเขี่ยไม่ให้ อันนั้นพูดเป็นนัยๆ  แต่จริงๆ คือ ใช้ชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายมันเป็นชีวิตช่วงพรหมลิขิต 
ไหนคุณหมอลองดูให้ฉันหน่อยสิว่า พรหมลิขิตชะตาชีวิตของฉันช่วงนี้มันเป็นยังไง แล้วปีหน้าจะดีกว่านี้ไหม ก็คือ ใช้ชีวิตในพรหมลิขิต พระพรหมเป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตา พรหมวิหารธรรม 4 ข้อ ธรรมะ 4 ข้อ เรียกว่า เป็นธรรมะของพระพรหม ก็คือ 1.เมตตา มาข้อแรกแล้วเมตตา แล้วแต่คุณไปใช้ชีวิตแบบเหี้ยมโหด โหดเหี้ยม เลวทรามต่ำช้า  สร้างแต่ความทุกข์ให้ตัวเอง แล้วสร้างแต่ความทุกข์ให้ผู้อื่น สร้างแต่ปัญหา อันนี้คุณใช้ชีวิตผิด ใช้ชีวิตพลาด ถึงจะยังมีชีวิตอยู่เพราะว่ากำหนดชะตาชีวิตยังไม่สิ้นสุด เดี๋ยวเขาก็เอาทุกข์มาให้ ได้จังหวะ ได้โอกาสพระยมเก็บหมด  เพราะว่า อะไรที่เราให้ข้อคิดไว้  เดี๋ยวค่อยเอาให้คุณกนกวรรณมาเปิดอ่านให้ฟัง
ทีนี้คนคิดผิด คนที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างค่อนข้างเป็นปกติสุข ถึงจะมีทุกข์บ้างก็เป็นธรรมชาติ  คิดผิด ฉันจะต้องใช้ความโลภ โลภ ก็คือ ขาดเมตตา  ใช้ความโกรธ โกรธก็คือ ขาดเมตตา ใช้ความหลง  โลภ โกรธ หลง  ลืมตัว หลง หลงตัวเอง หลงผู้อื่น  หลงอะไรก็ไม่รู้  พอ 3 ตัวแรกผิดหลักพระพรหมแล้ว โลภ โกรธ หลง เกิดปัญหาอะไรขึ้น เกิดกิเลส กิเลส เกิดตัณหา ตัวแรกโลภ โกรธ หลงภาษาไทย เกิดกิเลส เกิดตัณหา เกิดอุปาทาน 
พระพรหมบอกไม่ใช่แล้ว ไม่ใช่แล้ว เธอใช้เวลาในพรหมลิขิตผิดพลาดแล้ว กิเลส ตัณหา อุปาทาน  ไม่พอ 6 ตัวแล้วยังไม่พอ โลภ โกรธ หลง  กิเลส ตัณหา อุปาทาน  อุปาทานแปลว่า ยึดมั่นถือมั่น กูต้องใหญ่  กูต้องโต  กูต้องรวย  กูต้องวิเศษ  กูต้องเหนือกว่าใคร  ใครจะต้องเอาใจกู  ขออภัย กูจะไม่เอาใจใคร  
6 ตัวผ่านไปแล้ว ยังไปสร้างอีก 3 ตัวเลวร้าย คือ ตัณหาความอยากใหญ่ จะเอาใหญ่สักแค่ไหน น้ำหนัก 100 กิโล สูง 200 เซนติเมตร ยักษ์เดินมาแล้วนั่น ตัณหาแปลว่า อยากได้ อยากได้เยอะๆ  มานะ อยากใหญ่ มันไม่ใช่พรหมลิขิตอยากใหญ่เกินเหตุ  ไม่ใช่พรหมลิขิต อยากได้เกินเหตุเกินไปไม่ใช่พรหมลิขิต  ตัณหา มานะ  พอไปตัวที่ 9 ทิฏฐิ ใจแคบ 
วันนี้มี 1931 คือ ผลงานของ ดร.วันพร จาปะเกษตร์ ที่สุดของความล้มเหลว ก็คือ ตัวที่ 9 คือ ทิฏฐิ แปลว่า ใจแคบ พระพรหมถามว่าจะแคบไปทำไม ฉันยังให้อายุขัยเธออยู่ ยังมีชีวิตอยู่ในโลก แล้วทำไมใจแคบ พระพรหมก็ถามมา พระยมบอกไม่เป็นไรท่านพรหม เขาใจแคบเดี๋ยวฉันจัดการกับเขาให้เร็วที่สุด ตอนนี้ยังไม่ถึงสมควรแก่การเก็บเข้าไป เดี๋ยวฉันจะค่อยๆ เก็บ 
แล้วท่านยมจะเก็บยังไง ให้มันค่อยๆ ป่วยตายไปทีละนิด ตายไปทีละหน่อย  เอาทุกข์ให้มันทีละนิดทีละหน่อย แล้วเดี๋ยวมันก็ตายไปเอง ท่านพรหมท่านให้เขามาเยอะแล้ว เขาก็ไม่สำนึกสักที กลายเป็นอย่างนั้นไป  
ที่สุดของความล้มเหลว คือ ตัวที่ 9 คือ ทิฏฐิ แปลว่า ใจแคบ  ตัวที่ 9 ก่อนจะมาถึงตัวที่ 9 นะ  โลภ โกรธ หลง พระพรหมบอกไม่ชอบเลย   กิเลส ตัณหา อุปาทาน  กิเลส ตัณหา อุปาทาน  กิเลสคือ เศร้าหมอง ก็มันโลภมากๆ มันก็เศร้ามาก  โกรธมากๆ มันก็เศร้ามาก  หลงมากๆ มันก็เศร้ามาก  
กิเลส คือ เครื่องเศร้าหมอง ตันหาความต้องการไม่สิ้นสุด  ใหญ่เท่าไหร่ๆ ก็ไม่พอ  เท่าไหร่ๆ ก็ไม่พอ อยู่ดีกินดี อยู่กันปกติเป็นธรรมดาก็ไม่พอ จะเอาให้มันมากขึ้นๆๆ กิเลส ตัณหา อุปาทาน อุปาทานยึดมั่น นี่ก็ของกู นี่ก็ของกู  นั่นก็ของกู นี่ของกู  ของทั้งๆ ที่ไม่ใช่ของกู ไม่ใช่ของมึง มึงก็ไปเอาของเขามายึดมั่นถือมั่น  นี่กูจะเอา  นี่กูจะเอา ของมึงกูก็จะเอา ของกูกูก็ไม่ให้ อันนี้เขาเรียกว่า อุปาทาน ตัวที่ 6  ยังไม่พอสร้างขึ้นไปอีก 3 ตัว อย่างที่ ดร.วันพร เขียนไว้ใน 1931 คือ ปปัญจสัญญา สัญญาปรุงแต่ง ตัณหา อยากแล้วมาปรุงแต่งความอยาก  มานะอยากใหญ่ มานะใหญ่  หาวิธีใหญ่ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยกลก็เอาด้วยมนต์คาถา ฉันจะใหญ่ ใครจะทำไม  ฉันต้องใหญ่ ตัณหา มานะ พอมาเจอตัวสุดท้ายที่ 9 ปิดฉากเลย ใจแคบ ไปไม่รอด 
เดี๋ยวมาอ่านดู ที่สุดของความล้มเหลว ก็คือ ตัวที่ 9 คือ ทิฏฐิแปลว่า ใจแคบ ตัวที่ 9 มาจากไหน ก็มาจากพื้นฐานโลภ โกรธ หลง ต่อมาก็คือ กิเลส เกิดกิเลส เกิดกิเลสขึ้น ตัณหาเกิดขึ้น  อุปาทานยึดมั่นถือมั่น จิตก็ไปปรุงแต่งตัณหา เขาเรียกว่า ปปัญจสัญญา ตัวที่ 2 มันก็ตามมาเลย  ตามมาก็คือ มานะ อยากใหญ่ มาเสร็จ มาตาย มาจอด ตัวมานะมาตาย มาจอด มาหยุดที่ตรงใจแคบ พออยากใหญ่ตอนนี้ก็เริ่มใจแคบ นี่คือ จุดตายของการทำงานทั้งทางนอกและทางใน 
คนที่ใจแคบเขาคิดว่า เขาได้เปรียบ ถ้าคิดจริงๆ จนครบวงจร คิดให้ครบวงจรนะ จะรู้เลยว่าคนใจแคบเสียเปรียบ เสียเปรียบอะไร เสียเปรียบที่จะได้โอกาส เพราะคนใจแคบไม่มีใครเขาเอาด้วยแล้ว  อ๋อ นั่นเหรอ อย่าไปยุ่งกับมันเลย ปล่อยมันไปเถอะ  อย่าไปเกี่ยวกับมัน  อย่าไปพูดถึงมัน  เห็นแก่ตัวชิบเลย อย่าไปยุ่ง อย่าไปยุง  โอกาสหมดไปแล้ว คนใจแคบหมดโอกาสแล้ว  ไม่มีใครให้การรับรองสนับสนุนแล้ว  ไปวานคนนั้นเขามาช่วยหน่อย  อย่าๆๆ อย่าไปยุ่งกับเขา เขาเป็นคนเห็นแก่ตัวและใจแคบที่สุด เท่านั้นน่ะคนใจแคบหมดโอกาสไปแล้ว 
เพราะการที่ได้มีโอกาสร่วมงาน ร่วมการ ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยทำอะไรต่อมิอะไรให้กับใคร มันเท่ากับเปิดโอกาสให้กับคนๆ นั้นใช่ไหม  วันๆ นึงใจคอฉันจะกินแล้วฉันก็จะนอน แล้วฉันจะงอมืองอเท้าอยู่อย่างนี้  ศักยภาพหมดเลย ไม่ได้สร้าง  พอคุณไม่ได้สร้างศักยภาพ แล้วคุณจะหวังความศักดิ์สิทธิ์เหรอ อย่าหวัง มันผิดสูตร 
เมื่อคุณไม่ได้มีโอกาสสร้างความเก่ง กล้า สามารถทางหนึ่งทางใด เพราะคนเขาไม่กล้ามายุ่งกับคุณ เขาไม่อยากจะมาเกี่ยวกับคุณเพราะคุณเห็นแก่ตัวมาก   ก็กลายเป็นว่าไม่ได้ฝึกตัวเอง จะทำอะไรให้ใครหน่อย แบมือเท่าไหร่ล่ะ จะให้ฉันเท่าไหร่ ถ้าให้ฉันไม่พอเป็นอย่างที่ฉันต้องการ ฉันไม่ทำ ฉันไม่ทำฉันก็ไม่มีศักยภาพ เพราะศักยภาพเกิดจากการทำงาน  ศักยภาพเกิดจากประสบการณ์ของชีวิต  ศักยภาพเกิดจากการต่อสู้ปัญหาชีวิต  ต่อสู้กับสิ่งยากๆ  สิ่งที่ลำบากที่ตัวเองอดทน  อดออม  อดกลั้น  ตั้งหน้าตั้งตาทำมันให้สำเร็จ  ให้มันผ่านพ้นไปให้ได้ นี่เขาเรียกว่า ศักยภาพ  
แล้วถ้าในเมื่อคุณใจแคบ ไม่มีใครเขาเอาคุณไปร่วมงาน คุณจะไปร่วมงานกับใคร เขาบอกเขาไม่เอา คนใจแคบอย่างนี้เขาเอาไปก็เสียเวลา  เห็นแก่ตัว  เห็นแก่ได้  ศักยภาพก็ไม่เกิด พอศักยภาพไม่เกิดถามว่า ศักดิ์สิทธิ์เกิดไหม ศักดิ์สิทธิ์บอกไม่รู้จะไปเกิดยังไง เพราะเขาไม่ฝึกตัวเขาให้มีศักยภาพเลย  เก่งก็เก่งไม่จริง เพราะว่ายังไม่ได้ถึงขั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญ  ยังไม่ได้ถึงขั้นเป็นผู้ชำนาญการ  อย่างที่ฝรั่งเขาเรียก Experience กับ Expert  ไม่เป็นเลย  อะไรก็ไม่เก่งสักอย่าง  ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่รู้จะสร้างเกิดขึ้นมาตัวนาย ก. ได้ยังไง  เพราะนาย ก. ไม่เอาอะไรเลย นาย ก. ใจแคบมาก จะทำอะไรให้ใครทีก็ผลประโยชน์ ผลประโยชน์ และก็ผลประโยชน์  ฉันจะได้เท่าไหร่  ถ้าไม่ได้ ฉันไม่ทำ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดว่า ทุกอย่างมันเกี่ยวข้องและโยงใยกันไปหมด 
ขอขอบคุณคุณกนกวรรณที่เอาสูตร เป็นเพลงสูตรความรัก สูตรความลับ สูตรที่ 1 “ความรัก คือ ความลับ ที่พระพรหมจับใส่ไว้ในตัวมนุษย์  จิตกำกับ วิญญาณกำหนด  จิตวิญญาณเกินกำกับ เกินกำหนด พระยมเก็บหมด” อันนี้ก็คือ ความลับ ก็คือ เมตตาที่บริสุทธิ์ เมตตาคือ ความรักที่บริสุทธิ์ 
สูตรที่ 2 ความรัก คือ วิถีทางลัด ที่นำทางไปสู่ฤทธิ์ทางใจ พร้อมทั้งธรรมะในภายในจิต  คือ คนเราถ้าไม่ได้รักกัน ไม่ได้รักงาน ไม่ได้รักที่จะสร้างสรรค์ส่วนรวม คือ เป็นคนทิฏฐิ  เป็นคนใจแคบ ก็ไม่มีใครเขาอยากมายุ่งด้วย  แรกๆ เขาไม่รู้จักเขาก็อาจจะเข้ามายุ่งด้วย แต่พอหนักๆ เขาก็บอกคนนี้ Get out ไปให้ไกลๆ ออกไปให้ห่างๆ ขืนอยู่ไปก็เสนียดจัญไรวินาศสันติ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวกลับมาพบกันในช่วงที่ 2  สวดมนต์สวดพร  ฟังเพลงคั่นเวลาสักครู่หนึ่ง
เอาล่ะ มาทวนกันอีกสักนิดหนึ่ง คนทุกคนเกิดมาแล้วโกหก  โกหกใคร  โกหกธรรมชาติไม่ได้ โกหกคนด้วยกันโกหกได้  โกหกอย่างสนิท หลอกอย่างแนบเนียน แต่ไม่ช้าไม่นานก็ความจริงก็อาจจะถูกเปิดเผยออกมาว่า คนนี้โกหก 
ตอนนี้สิ่งหนึ่งที่บุคคลเดียวในโลกนี้ที่เราจะโกหกไม่ได้ ก็คือ โกหกตัวเอง เหตุที่เราโกหกตัวเองไม่ได้ก็เพราะว่าเรามีพรหมลิขิต พระพรหมประจำชีวิตเรา เขาไม่ให้เราโกหก เราโกหกพระพรหม ก็เท่ากับโกหกตัวเอง โกหกคนอื่นร้อยคน พันคน หมื่นคน โกหกได้ โกหกตัวเองคนเดียวโกหกไม่ได้ พระพรหมบอกไม่ให้โกหก เพราะพระพรหมกำหนดชะตาชีวิตเรา  
แต่มันเป็นกรรมอะไรของมนุษย์อย่างหนึ่ง มาเจอโลภ โกรธ หลง  มาเจอกิเลส ตัณหา อุปาทาน  มาเจอตัณหา มานะ ทิฎฐิ ตัวที่ 9 คือ ใจแคบ ก็เลยโกหกกันใหญ่  โกหกตัวเอง บอกฉันไม่ได้โกหก ฉันโกหกคนอื่น  ก็นั่นแหละโกหกตัวเอง ผลที่สุดชีวิตควรจะยาวก็กลับสั้น สั้นลง เพราะพระพรหมบอกว่า ส่งลิขิตให้ไม่ได้แล้ว 
บางคนบอกว่า ไม่จริง ฉันเห็นคนชั่วอายุมันยืน เขาจะค่อยๆ จะค่อยๆ หาทางบั่นทอน  บั่นทอนชีวิต อยู่ไปก็ทุกข์  เท่าไหร่ เท่าไหร่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่บุญทำมา  พระอินทร์ก็เตรียมจะให้ร่ำรวยเพื่อให้อยากอยู่ต่อไป และจะได้ร่ำรวย สมมตินาย ก. ลำบากมาทั้งชาติ  นาย ก.จะต้องร่ำรวยในอายุ 80 ขึ้นไป อย่างนี้  แต่ทว่านาย ก. ขาดความเมตตา  พระอินทร์ก็ไม่รู้จะให้นาย ก. รวยตอนบั้นปลายชีวิตได้ยังไง เพราะมันมีเงื่อนไขว่า จะรวยได้ต้องผ่านพรหมลิขิต  ถ้าผ่านพรหมลิขิตต้องมีเมตตา ก็รวยไม่ได้ ก็รออยู่นั่นแหละ รอจะให้นาย ก. รวยก่อนตาย  อันนี้เปรียบเทียบ 
เพราะฉะนั้นธรรมชาติไม่เคยยอมใคร  มนุษย์จัดสรรตัวเองให้ดีเถอะ  เทพจะเสกสรรให้ และธรรมชาติก็จะสร้างสรรค์
ด้วยอำนาจแห่งพระรัตนตรัย อันมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และคุณบิดามารดาของทุกคน ตลอดจนคุณครูบาอาจารย์ จงมาอำนวยอวยพรให้กับทุกๆ ท่าน ได้เข้าใจเรื่องที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้ในวันนี้ และเพื่อที่ทุกๆ ท่านจะได้ผ่านพ้นจากความทุกข์ ความขัดสน ความลำบาก ความทุกข์ยากทั้งหลายทั้งปวง เพราะจะได้เข้าใจคำว่า พรหมลิขิต เขาให้มีชีวิตอยู่ด้วยความมีน้ำใจและเมตตา
วันนี้รายชื่อโดยละเอียดในการขอพรไม่ได้แจกแจง ไม่ได้แจกแจงรายละเอียด เพราะต้องการจะรวมความหมายว่า ผู้ใดที่อยู่ภายใต้บารมีองค์พรหมอานันทชัย อย่าพลาดพลั้งไปอยู่ในภายใต้บารมีของพญายม  เราเรียกชื่อให้เพราะว่า องค์พรหมมหันตภัย จะต้องพบภัยอันแสนสาหัสสากรรจ์  จึงกล่าวตักเตือนมาด้วยความห่วงใย ขอได้โปรดพิจารณา.....
หวังว่าจะลดความมีจิตอันเป็นอกุศลจิตของผู้ที่กำลังคิดผิด คิดพลาด ลงไปได้ ก็จะปลอดภัย
อธิษฐานเพื่อการดับทุกข์ โศก โรคภัย ไข้เจ็บ และระลึกถึงความจริงของพรหมลิขิตของตัวเองแต่ละคน แต่ละคนว่า เป็นข้อเท็จ ข้อจริงแค่ไหน  

รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1894   พิจารณา 3 อย่างแรก  โลภ โกรธ หลง  มีลักษณะของโทษเป็นอย่างไร (พ. 11 มี.ค. 2569)
แล้วนำไปสู่การพิจารณา  กิเลส ตัณหา อุปาทาน ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร  มีผลดีผลร้ายอย่างไร
13 มี.ค. 2026
EP. 1858    งานของสหปฏิบัติฯ คือ พูดคิดทำ ในสิ่งที่เหมาะสม สมควร แล้วเป็นประโยชน์ ไม่เป็นโทษ (จ. 26  ม.ค. 2569)
งานของสหปฏิบัติฯ คือ พูดคิดทำ ในสิ่งที่เหมาะสม สมควร แล้วเป็นประโยชน์ ไม่เป็นโทษ มี 2 หลักใหญ่ คือ งานสามัญวิสัยและงานเหนือสามัญวิสัย เพื่อให้รู้ว่า คนเรามีศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ตัว ไม่ต้องตะลอนหาที่ไหน แต่ต้องดึงออกมา และทำให้ธรรมชาติสองอย่างสมดุลกันทั้งศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ ชีวิตก็จะเป็นปกติสุข แต่วิธีการอย่างไร มีรายละเอียด ต้องศึกษาเรียนรู้
29 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy