EP.2049 โดยทั่วไปการครอบครู หรือไหว้ครูทุกๆ สถานที่เขาจะถือว่า ตัวพานครูเป็นของศักดิ์สิทธิ์ แต่ว่าสหปฏิบัติฯ เราถือว่าร่างกาย สังขารของคนที่มาร่วมพิธี ตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (อา. 13 ก.ย. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ย. 2026
37 ผู้เข้าชม
EP.2049 โดยทั่วไปการครอบครู หรือไหว้ครูทุกๆ สถานที่เขาจะถือว่า ตัวพานครูเป็นของศักดิ์สิทธิ์ แต่ว่าสหปฏิบัติฯ เราถือว่าร่างกาย สังขารของคนที่มาร่วมพิธี ตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เราเอาร่างกายเป็นสรณะของความศักดิ์สิทธิ์ เราไม่ได้ยึดวัสดุที่เป็นรูปพาน หรือเป็นรูปวัตถุหนึ่งวัตถุใดที่ตกแต่งอย่างสวยงามเป็นสรณะที่พึ่งที่อาศัย หรือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ แต่ตัวศักดิ์สิทธิ์จริงๆ อยู่ที่ตัวคน
สวัสดีทุกท่าน เพลงออกแขกจบลงตรงประยุกต์พานครูขันธ์ 5 เราประยุกต์ได้ยังไง ประยุกต์ขันธ์ 5 ซึ่งเป็นพานครู โดยทั่วไปการครอบครู หรือไหว้ครูทุกๆ สถานที่เขาจะถือว่า ตัวพานครูที่ทำด้วยโลหะและวัสดุต่างๆ แล้วก็ประดิษฐ์ตกแต่งให้สวยงามตามอัธยาศัยเป็นของศักดิ์สิทธิ์ แต่ว่าสหปฏิบัติฯ เราถือว่าร่างกาย สังขารของคนที่มาร่วมพิธีตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ว่าความรู้นี้ต้องประยุกต์ ประยุกต์ความรู้ต่างๆ เหล่านี้ ถ้าหากไม่ประยุกต์จนกระทั่งเข้าใจก็จะทำให้เกิดความสับสน
อันนี้ก็ขอเป็นการออกแขกเพื่อให้ได้ทราบว่า วันนี้วันอาทิตย์ที่ 13 แล้ว เดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2569 คริสต์ศักราช 2026 เป็นวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” วันเวลาแต่ละวันผ่านไป เราจะไม่ให้สูญเสียไปโดยสิ้นเชิง เราก็มาศึกษาหาความรู้ว่า การไหว้ครูก็ดี ครอบครูก็ดี ส่วนใหญ่ประเพณีที่ถือกันมาตั้งแต่บรรพกาล หรือดึกดำบรรพ์ ก็จะถือเรื่องของเครื่องบูชาทั้งหลายที่แต่ละสำนัก แต่ละสำนักนั้นเอาวัตถุต่างๆ มาประดับ หรือตกแต่งกันอย่างสวยสดงดงาม
แต่เราก็บอกว่า ความศักดิ์สิทธิ์อยู่ ณ ที่ตรงพานบูชาก็ดี ดอกไม้ธูปเทียนก็ดี หรือสิ่งที่นำมาเป็นอุปกรณ์ในการเข้าสู่พิธีก็ดี เป็นของศักดิ์สิทธิ์ แต่เรายืนยัน ยืนยันว่า ตัวบุคคลทุกคนตั้งแต่ผู้ใหญ่จนถึงลูกเด็กเล็กแดง ความสำคัญและความศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่ที่ร่างกาย ซึ่งในร่างกายของแต่ละคนนั้น ในทางพระพุทธศาสนาจะเรียกว่า สังขาร ประกอบด้วยขันธ์ 5
ขันธ์ตัวที่ 1 ศักดิ์สิทธิ์ ในฐานะอย่างไร คือ รูป รูปศักดิ์สิทธิ์เพราะอะไร แล้วก็มีคำสร้อยสอนว่า รูปคือ สิ่งที่จะต้องเสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้ง พอใครเข้าใจเรื่องรูปที่จะต้องเสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้ง รูปขันธ์ตัวที่ 1 ก็ศักดิ์สิทธิ์ เข้าใจอย่างไร เข้าใจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งศักดิ์สิทธิ์มากเท่านั้น
ขันธ์ตัวที่ 2 เวทนา เวทนาก็มีคำสร้อยบอกว่า ปรากฏการณ์ของเวทนาก็คือ จิตเสวยอารมณ์ อารมณ์ป่วนจิต จิตรับรู้อารมณ์ ถ้าใครเข้าใจขันธ์ตัวที่ 2 คือ เวทนา และเข้าใจสร้อยความ สร้อยความที่พูดมาก็คือ เวทนา คือ จิตเสวยอารมณ์ อารมณ์ป่วนจิต จิตรับรู้อารมณ์ เข้าใจลึกซึ้งแค่ไหน ขันธ์ตัวที่ 2 ก็จะศักดิ์สิทธิ์มากเท่านั้น
มาขันธ์ตัวที่ 3 สัญญา สัญญา คือ จำได้หมายรู้ ใครเข้าใจความสำคัญ ความหมายของขันธ์ตัวที่ 3 ได้ลึกซึ้งแค่ไหน ขันธ์ตัวที่ 3 ก็จะศักดิ์สิทธิ์มากเท่านั้น ก็คือ จำได้หมายรู้ สัญญา แปลว่า จำได้หมายรู้ มันจำได้ยังไง มันหมายรู้ยังไง แล้วก็ต่อไปเรื่อยจนกระทั่งรู้แจ้งแทงตลอด อะไรอย่างนี้ ขันธ์ตัวที่ 3 ก็ศักดิ์สิทธิ์
ขันธ์ตัวที่ 4 สังขาร คือ การปรุงแต่งของรูปและนาม ถ้าคนคิดออก คิดออก คิดเป็น และเข้าใจ เห็นมโนภาพของขันธ์ตัวที่ 4 สังขาร คือ การปรุงแต่ง มันปรุงยังไง ไม่ใช่แต่งตัวนะ แต่งตัวนี่ภายนอก สังขารมันปรุงแต่งอยู่ภายใน มันปรุงยังไง มันแต่งยังไง ถ้าเข้าใจ มีความรู้ ขันธ์ตัวที่ 4 ก็จะศักดิ์สิทธิ์
ขันธ์ตัวที่ 1 ศักดิ์สิทธิ์แล้ว คือ รูป ขันธ์ตัวที่ 2 ศักดิ์สิทธิ์แล้ว เวทนา ขันธ์ตัวที่ 3 ศักดิ์สิทธิ์แล้ว สัญญา ขันธ์ตัวที่ 4 สังขาร ทีนี้มาขันธ์ตัวที่ 5 วิญญาณ วิญญาณแปลสั้นๆ เป็นสร้อยความว่า ความรู้สึก ความรู้สึกอันนี้ไม่ใช่รู้สึกแค่ภายนอกเผินๆ ผิวๆ ธรรมดาๆ เป็นความรู้สึกที่ล้ำลึกเหลือกำหนด ขันธ์ตัวที่ 5 ก็จะศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นๆ
เมื่อใครศึกษาหาความรู้ในขันธ์ 5 ตั้งแต่รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จนกระทั่งเกิดความเรียกว่า ชัดเจน หรือแจ่มแจ้งพอสมควรแล้ว การครอบครูด้วยขันธ์ 5 การไหว้ครูด้วย 5 ขันธ์ ก็จะศักดิ์สิทธิ์เสมอยิ่งกว่าเครื่องรางของขลังที่มีราคา และมีค่าแพงๆ หรือหายาก โดยที่เราสำนักสหปฏิบัติฯ เน้นตรงร่างกายของบุคคลที่ประกอบด้วยขันธ์ 5 เป็นของศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะความรู้ ความชัดเจนทั้งหลาย ตั้งแต่ขันธ์ตัวที่ 1 ถึงขันธ์ตัวที่ 5 เป็นเรื่องสำคัญมาก
เพราะฉะนั้น คนที่ไม่เข้าใจ เราก็จะอธิบายต่อว่า เรื่องของอาหาร เมื่อวานก็ได้นำเรื่องของอาหารมาขยายความเพื่อให้เข้าใจในอาหาร 4 ถ้าเราให้อาหารแก่วิญญาณ วิญญาณาอาหาร อาหาร คือ วิญญาณ เป็นอาหารชนิดที่ 4 ในพจนานุกรมพุทธศาสน์ ประมวลศัพท์ และพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ประมวลธรรม ของเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) วิญญาณาหาร คือ วิญญาณ อาหาร คือ วิญญาณ ได้แก่ วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนาม รูป เมื่อกำหนดรู้วิญญาณาหารได้แล้ว ก็เป็นเป็นการกำหนดรู้นามรูปได้ด้วย อันนี้ก็คือ ความรู้ในวิญญาณาหารข้อที่ 4 แล้วถ้ายิ่งรู้ตั้งแต่ต้น อาหาร 4 ความละเอียดก็หมายความว่า สภาพที่นำมาซึ่งผลโดยความเป็นปัจจัยค้ำจุนรูปธรรมและนามธรรมทั้งหลาย เพื่อค้ำจุนชีวิต อาหาร 4 ชนิด สิ่งที่เลี้ยงร่างกายและจิตใจ ทำให้เกิดกำลัง เจริญเติบโต และวิวัฒน์ได้
อันที่ 1 กวฬิงการาหาร อาหารคือ คำข้าว ได้แก่ อาหารสามัญที่กลืนกินดูดซึมเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกาย อันนี้ก็ชัดๆ ก็คือ อาหารทางร่างกาย
อันที่ 2 ผัสสาหาร อาหารคือ ผัสสะ ได้แก่ การบรรจบแห่งอายตนะภายใน อายตนะภายนอก และวิญญาณ เป็นปัจจัยให้เกิดเวทนา พร้อมทั้งเจตสิกทั้งหลายที่จะเกิดตามมา อันนี้อาหารตัวที่ 2 เรียกว่า ผัสสาหาร
อันที่ 3 มโนสัญเจตนาหาร อาหาร คือ มโนสัญเจตนา ได้แก่ ความจงใจ จงใจ เป็นปัจจัยแห่งการทำ พูด คิด ซึ่งเรียกว่า กรรม ตัวนี้แหละตัวสร้างกรรม เป็นตัวชักนำมาซึ่งภพ คือ ให้เกิดปฏิสนธิในภพทั้งหลาย อันนี้ก็เมื่อกำหนดรู้มโนสัญเจตนาหารได้แล้ว ก็เป็นอันกำหนดรู้ตัณหา 3 ได้ด้วย อันนี้อาหารความหมายข้อที่ 3 มโนสัญเจตนาหาร
แล้วก็ 4. วิญญาณาหาร อาหารคือ วิญญาณ ได้แก่ วิญญาณเป็นปัจจัยให้เกิดนามรูป ความหมายก็คือ เมื่อกำหนดรู้วิญญาณ วิญญาณาหารได้แล้ว ก็เป็นอันกำหนดรู้นามรูปได้ด้วย
อันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ว่า เราครอบครู และหรือไหว้ครูวันที่ 20 มกราคม โดยที่เราประยุกต์สู่สากล ประยุกต์สู่ความเข้าใจในงานพระพุทธศาสนาในระดับต่างๆ เมื่อผู้ใดยังไม่สามารถกำหนดรู้ได้ล้ำลึกจนกระทั่งมากมายนัก ก็ยังไม่ต้องกังวล รู้เท่าที่รู้ เท่าที่รับรู้ได้ก็เพียงพอแก่ความต้องการ แต่ถ้าถามว่า แล้วการครอบครูของเราจะได้ผลศักดิ์สิทธิ์อย่างสำนักต่างๆ ที่เขามีจุดมุ่งหรือเปล่า ขอยืนยันว่า มีแน่นอน มีความศักดิ์สิทธิ์ มีความพร้อมที่จะแสดงปาฏิหาริย์ให้แก่ผู้ที่ทำการครอบครูหรือมาไหว้ครูกับเราในวันที่ 20 มกราคม
ส่วนครั้งนี้เป็นวันที่ 20 กันยายน หลายคนก็อาจจะงงๆ สำนักนี้แปลกจัง แทนที่จะโฆษณาว่าการครอบครูและไหว้ครูจะทำให้เกิดปาฏิหาริย์ ทำให้ผู้ที่มาเข้าสู่พิธีจะมีแต่ความสำเร็จสุข จะมีโชค ลาภ ผล เงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ อะไรต่อมิอะไร ขนาดนั้น ขนาดนี้ ขนาดโน้น ของเราก็ยืนยันว่ามี มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้กับทุกๆ คน ซึ่งขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัย แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เราจะได้เป็นผลพวง ก็คือ ความรู้ ความรู้เมื่อถูกบรรจุเข้าไปในวิญญาณธาตุ คือ วิญญาณคือ ความรู้สึก แล้วก็เพิ่มความรู้ คือ ความรู้ที่เข้าไปทางหู ทางตา โดยเฉพาะการฟังทางหู แล้วก็การอ่านทางตา ก็จะทำให้วิญญาณธาตุคือ ธาตุตัวที่ 4 เกิดความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น ศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น ศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น
ฉะนั้น การครอบครูและไหว้ครูของเราได้ทั้งโบราณ ได้ประโยชน์ทั้งโบราณ คือ ต้องการความศักดิ์สิทธิ์ ต้องการปาฏิหาริย์ ต้องการความสำเร็จก็ได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับพอดีจังหวะของแต่ละคนที่เข้าพิธีได้ประกอบกิจสำคัญแล้วลงตัวพอดีกับปาฏิหาริย์นั้นๆ ปาฏิหาริย์เกิดจากศักดิ์สิทธิ์ ปาฏิหาริย์เกิดจากอิทธิฤทธิ์ บังเอิญมีศักดิ์สิทธิ์มาพอดี ปาฏิหาริย์เกิดจากอิทธิฤทธิ์ แล้วก็เกิดเป็นปาฏิหาริย์ ปาฏิหาริย์เกิดจากเทพเทวดาสถิตลงมาในร่างกายพอดีระหว่างที่กำลังครอบครู ก็เกิดเป็นปาฏิหาริย์ขึ้น พอครอบครูไปเพียง 3 วัน 5 วัน 7 วันก็เกิดเป็นสิ่งที่ได้ผลดีอย่างเหลือเชื่อเกิดขึ้น และยังได้สิ่งที่เป็นความรู้ในลักษณะที่เป็นประยุกต์สู่สากลด้วย
อันนี้ที่อธิบายมาให้เข้าใจก็เพราะว่า เราอยากจะเห็นทุกคนนอกจากมาใช้บริการในการครอบครูและไหว้ครูแล้ว อนาคตข้างหน้าท่านควรจะเตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมกายที่จะเป็นครูสอนผู้อื่นต่อไปด้วย แต่ก็ต้องสอนให้สมกับการเป็นครู ไม่ใช่สอนแบบข้างๆ คูๆ แล้วก็ไปบอกว่า ฉันพร้อมจะเป็นครูแล้ว อันนี้ก็ไม่ใช่ สู้อย่าสอนดีกว่ามันเป็นอันตรายกับตัวคุณเองด้วย และเป็นปัญหาภายหลังได้
เอาละวันนี้อธิบายไปหลายคนคงบอกพูดอะไร หลายคนอาจจะพูดอย่างนี้นะ แต่หลายคนถ้าเอาไปทบทวน เอาความหมายที่เราพูดในวันนี้ไปทบทวนสักนิด แล้วก็จะเข้าใจทันทีว่า เราได้ 2 อย่างในขณะเดียวกัน ได้ทั้งผลจากปาฏิหาริย์ตามความเชื่อแบบโบร่ำโบราณ เมื่อถึงเวลาลงตัว ลงจังหวะพอดี เราก็จะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น อย่างเช่น โชคลาภ ลาบผลเงินทอง ความสำเร็จ ความปราศจากโรค รักษาโรค ทำให้เคราะห์ร้ายต่างๆ หมดไป อะไรอย่างนี้
แล้วเรายังได้ความรู้จากการครอบครู รู้ไปถึงขั้นว่ามีผลอย่างไรๆๆ อย่างที่ยกตัวอย่างมาว่า เรายึดร่างกายเป็นสรณะที่ศักดิ์สิทธิ์ ร่างกายของแต่ละคนไม่ว่าจะเป็นลูกเด็กเล็กแดง และผู้เฒ่าผู้แก่ ตั้งแต่หัวจรดเท้าถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อครอบครูแล้วก็จะยิ่งศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นๆ ใหญ่
อันนี้ก็ขอให้คำเหล่านี้ ฝากคำเหล่านี้ให้พิจารณาแด่ทุกๆ คนด้วย ถ้ายังไม่เข้าใจก็อย่าพึ่งไปกังวลใจ เรามาค่อยๆ คุยกัน ค่อยๆ แสดงความเห็นความมีเหตุมีผลต่อกันว่า เราเอาร่างกายเป็นสรณะของความศักดิ์สิทธิ์ เราไม่ได้ยึดวัสดุที่เป็นรูปพาน หรือเป็นรูปวัตถุหนึ่งวัตถุใดที่ตกแต่งอย่างสวยงามเป็นสรณะที่พึ่งที่อาศัย หรือเป็นสรณะ หรือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ แต่ตัวศักดิ์สิทธิ์จริงๆ อยู่ที่ตัวคน ขออภัยที่อธิบายแล้วบางคนอาจจะบอกวกวนไป ยากไป เข้าใจยาก ก็ไม่เป็นไร ค่อยๆ คิดเดี๋ยวก็จะค่อยๆ ง่ายขึ้น
วันนี้ตัดตอนมาที่ผลงานของคุณกันติชา เวชสุรียะกุล สองพันสี่สิบแปด EP. 2048 ตัวโปรยที่คุณกันติชาใส่ไว้ก็มี อาหารข้อที่ 4 ในทางพุทธศาสนา คือ วิญญาณาอาหาร หรืออาหารทางวิญญาณ วิญญาณ แปลว่า ความรู้สึก ถ้าเราใส่แต่ความรู้สึกเข้าไปในร่างกาย ไม่ใส่ความรู้เข้าไป ก็จะมีแต่ความรู้สึกที่แสดงออกมา ไม่มีตัวความรู้ที่มาควบคุมความรู้สึก เมื่อไม่มีตัวความรู้ คือ ข้อเท็จจริงมากำหนดความรู้สึก คลื่นพลังกรรมที่มีทั้งพลังบุญและพลังบาป ผลที่สุดก็จะมีแต่ปัญหาตามมามากมาย
ขออ่านซ้ำอีกทีหนึ่ง ผลงานของคุณกันติชา เวชสุรียะกุล 2048 อาหารข้อที่ 4 ในทางพุทธศาสนา คือ วิญญาณาอาหาร อาหาร คือ วิญญาณ หรืออาหารทางวิญญาณ วิญญาณ แปลว่า ความรู้สึก ถ้าเราใส่แต่ความรู้สึกเข้าไปในร่างกาย ไม่ใส่ความรู้เข้าไป ก็จะมีแต่ความรู้สึกที่แสดงออกมา ไม่มีตัวความรู้ที่มาควบคลุมความรู้สึก เมื่อไม่มีตัวความรู้ คือ ข้อเท็จจริงมากำหนดความรู้สึก คลื่นพลังกรรมที่มีทั้งพลังบุญและพลังบาป ผลที่สุดก็จะมีแต่ปัญหาตามมามากมาย เพราะลอยๆ ไม่มีตัวรู้ มีแต่ตัวรู้สึกว่า เทพเป็นอย่างนั้น รู้สึกว่าผีเป็นอย่างนี้ รู้สึกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างนั้น รู้สึกว่าตัวบุณเป็นอย่างนี้ ตัวบาปเป็นอย่างนั้น ซึ่งมันไม่ใช่ มันจะต้องมีเหตุมีผลมากกว่านั้น
ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เราจะค่อยๆ ไล่เรียงความรู้เหล่านี้จนกระทั่งท่านที่สนใจจริงๆ ร้องว่า อ๋อ อย่างนี้เองเขาเรียกว่า ถึงบางอ้อ ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลง แล้วมาฟังรายงานจากอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ พร้อมทั้งสวดมนต์สวดพรกันตามธรรมเนียมของเรา รายชื่อที่ส่งมาเราจะประกาศ เราจะอ่านแก่เทพเทวดาในโอกาส ในวันต่อๆ ไปที่เรียกว่า สะดวก แล้วเราพร้อมจะรายงาน ขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
ศึกษาธรรมะให้ได้ศิลปะครองตน ครองคน และครองงาน การครอบครูของเราได้ทั้งศักดิ์สิทธิ์แล้วก็ได้ทั้งศักยภาพ ขอให้ท่านพิจารณาคำแนะนำสักนิดแล้วท่านจะได้อะไรมากมาย วันนี้ก็ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบารมีแห่งพระรัตนตรัย มาอำนวยอวยพรให้กับทุกท่านที่เข้าสู่พิธี วันนี้เป็นวันที่ 13 อีก 1 สัปดาห์ ท่านพ่อแก่แม่เฒ่าก็จะลงมาอำนวยอวยพรให้แด่พวกเราแล้ว
อา. 13 ก.ย. 2569
รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถึงคราวที่คนเราวิญญาณหลุดออกจากร่าง โอปปาติกะก็จะแยกหน้าที่กันทำ 2 อย่าง ก็คือ ฝ่ายกรรมนิมิต และฝ่ายคตินิมิต เมื่อฝ่ายคตินิมิตเลือกที่เกิดโดยสัมภเวสี ตามวิบากที่ทำมาแล้ว ฝ่ายกรรมนิมิตก็จะพาดวงวิญญาณรวมทั้งวิบากกรรมไปสู่คติ จะไปสู่สุคติ หรือจะไปสู่ทุคติ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิบาก คือ ผลกรรมที่ได้ทำไว้
สรุปแล้วโอปปาติกะ จะมีบทบาทกับคนทุกคน จนกว่าคนๆ นั้น จะสำเร็จอรหันต์ในชาติหนึ่งชาติใด
19 ก.ค. 2026
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรเขาก็จะแซงกันมา พอเจ้าบุญนายคุณมาเตรียมให้สิ่งที่ดีกับเรา ฝ่ายบุญจะให้สิ่งที่ดีกับเรา เจ้ากรรมนายเวรก็เตรียมแซงหน้าเข้ามาเพื่อจะให้โทษกับเรา ชิงไหวชิงพริบกันอย่างนี้ตลอด
28 ก.ค. 2026
ฤทธิ์เกิดขึ้นบนฐานของอารมณ์ อารมณ์เป็นกำลังส่งให้กับฤทธิ์ แต่ถ้าหากว่าฤทธิ์มีจิตเข้ามาควบคุม จิตสุดท้าย คือ รู้ แจ้ง แทงตลอด ก็เท่ากับว่า ฤทธิ์สู้ตัวรู้ไม่ได้
28 ก.ค. 2026
