แชร์

EP.2025  วิญญาณแท้ คือ การสัมผัสกับคนใดคนหนึ่ง ณ กาลเวลาหนึ่ง สถานที่หนึ่ง โอกาสหนึ่ง และบุคคลใดบุคคลหนึ่ง  เมื่อสัมผัสกันแล้ว ความสัมพันธ์เกิดขึ้น สัมพันธ์ แล้วก็สัมผัสกัน จนกระทั่งตกผลึก ก็คือ สัมพัทธ์ คือ ลงตัว พอดี วิญญาณแท้ก็จะเกิดขึ้น

อัพเดทล่าสุด: 11 ส.ค. 2026
11 ผู้เข้าชม
EP.2025  วิญญาณแท้ คือ การสัมผัสกับคนใดคนหนึ่ง ณ กาลเวลาหนึ่ง สถานที่หนึ่ง โอกาสหนึ่ง และบุคคลใดบุคคลหนึ่ง  เมื่อสัมผัสกันแล้ว ความสัมพันธ์เกิดขึ้น สัมพันธ์ แล้วก็สัมผัสกัน จนกระทั่งตกผลึก ก็คือ สัมพัทธ์ คือ ลงตัว พอดี วิญญาณแท้ก็จะเกิดขึ้น
สวัสดีทุกท่าน วันนี้รายการพบกันทางเงา เป็นวันอาทิตย์ที่ 9 เดือนสิงหาคม พุทธะ 69 คริสต์ 26 แรม 11 ค่ำ เดือน 8 แต่เป็น 8 หลัง ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ  พหุเกนะ วา” เวลาแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปเปล่า วันนี้เราจะเอาเวลาที่จะกำลังจะผ่านไป เหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้ามาเติมต่อความรู้เรื่องวิญญาณแท้  
หลายคนตั้งข้อสงสัย ทำไมมันยุ่งยากจัง วิญญาณก็วิญญาณถ้าในหลักพระพุทธศาสนา วิญญาณ แปลว่า ความรู้สึก เป็นขันธ์ตัวที่ 5  ขันธ์ตัวแรกก็รูป  ขันธ์ตัวที่2 เวทนา  ขันธ์ตัวที่ 3 สัญญา  ขันธ์ตัวที่ 4 สังขาร และขันธ์ตัวที่ 5 คือ วิญญาณ  ซึ่งคำจำกัดความของวิญญาณ แปลว่า ความรู้สึก มันก็เท่านั้นเอง แต่วิญญาณแท้มันเป็นความรู้สึกที่ย้อนภพ ย้อนชาติ ย้อนยุคในชาตินี้ด้วย ย้อนภพด้วย ย้อนชาติในชาติก่อนๆ ด้วย มันเลยเป็นเรื่องที่ต้องมาหาความรู้ความเข้าใจกันให้กว้างสักนิด แล้วก็ลึกสักหน่อย คือ ปกติทุกคนก็จะมีวิญญาณขันธ์คือ ขันธ์ตัวที่ 5 อย่างที่ว่าไปแล้วก็คือ วิญญาณ แปลว่า ความรู้สึก
ทีนี้ความรู้สึกของคนเรา บางอารมณ์ บางภาวะจิต มันรู้สึกมีลางสังหรณ์ ลางสังหรณ์บ้าง รู้สึกมันมีสัมผัสพิเศษ สัมผัสพิเศษบ้าง บางทีก็มีรู้สึกว่า มีความรู้สึกบางอย่างที่เป็นการบอกเหตุ  อย่างความฝันมี 2 อย่างจริง  2 อย่างไม่จริง ถ้าหากว่าลางสังหรณ์จริงแต่ไม่ดี  เทวดาบอกเหตุจริงแต่ดี  ธาตุแปรปรวนไม่จริง  แล้วก็จิตนิวรณ์ไม่จริง  2 อย่างจริง  2 อย่างไม่จริง แล้ว 2 อย่างที่จริงนั้นมีจริงหนึ่งดี จริงหนึ่งไม่ดี ก็คือ เทวดาบอกเหตุดี แต่ถ้าลางสังหรณ์ไม่ดี 
วิญญาณแท้ก็คล้ายๆ กับอย่างนี้ เมื่อเราพบกับใครคนใดคนหนึ่งโดยที่เราพบกันในสถานที่แห่งหนึ่ง ณ กาลเวลาหนึ่ง เริ่มจากกาลเวลาก่อน ถ้าโบราณคนจีน หรือคนไทย คนไทยก็บอกว่า ฤกษ์ผานาที  ถ้าคนจีนเขาเรียกว่า ซี๊ ซี๊ก็คือ เวลา เวลานี้ที่พบกับนาย ก. มันจะมีอะไรพิเศษ  ฤกษ์ผานาทีที่พบกันจะต้องมีอะไรพิเศษ จะต้องมีอะไรวิเศษ 
เมื่อเราพบกับผู้ใดผู้หนึ่งตามกาลเวลาใดเวลาหนึ่ง ถ้าคนที่มีสถิติเกี่ยวกับฤกษ์ผานาที หรือถ้าคนจีนเรียกว่า ซี๊ กาลเวลา  กาลเวลาหนึ่ง สถานที่แห่งหนึ่ง โอกาส โอกาสนี่มันแปลก โอกาสนี้มันน่าจะโอกาสใดโอกาสหนึ่ง และบุคคลหนึ่งบุคคลใด บุคคลสำคัญ เป็นอันที่ 4   เมื่อเราพบกับบุคคลหนึ่งบุคคลใด โอกาสหนึ่งโอกาสใดที่เป็นโอกาสแปลกประหลาด พิสดาร หรือพิเศษ เราพบกันสถานที่แห่งหนึ่งแห่งใด และ/หรือ กาลเวลาหนึ่งเวลาใด ส่วนมากเขาจะไล่จากกาลเวลา สถานที่ โอกาส วิธีการ จังหวะ แล้วก็บุคคล อันที่ 4 ก็มาเจอบุคคล
ถ้าคนที่มีเขาเรียกว่า สัมผัสพิเศษ เขามี Sixth Sense หรือสัมผัสพิเศษ ก็จะสังเกตได้ว่า ตอนนี้น่าจะพบกับผู้ที่มีโอกาสที่จะปฏิสัมพันธ์ หรือสร้างวิญญาณแท้ให้ซึ่งกันและกันแล้ว ก็จะรู้สึกว่า เดี๋ยวๆ เดี๋ยวๆ ก่อน คนนี้ต้องดูกันดีๆ ดูกันนานๆ เราจะทำการเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน อะไรกัน ต้องดูกันอีกนิดหนึ่ง แล้วก็จะกลายเป็นเกิดเป็นวิญญาณแท้ขึ้น 
พูดกันง่ายๆ ว่า วิญญาณแท้คือ การสัมผัสกับคนใดคนหนึ่ง ณ กาลเวลาหนึ่ง สถานที่หนึ่ง โอกาสหนึ่ง และบุคคนใดบุคคลหนึ่ง เมื่อสัมผัสกันแล้วความสัมพันธ์เกิดขึ้น สัมผัสเท่าไหร่ สัมพันธ์เท่าไหร่จึงจะได้สัมพัทธ์ ตัวสัมพัทธ์คือ ลงตัว พอดี คือ วิญญาณแท้ก็จะเกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นการเคว้งคว้าง เวิ้งว้าง กว้างไกล บางคนบอกแล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไง ณ กาลเวลานี้ สถานที่แห่งนี้ โอกาสนี้ คนๆ นี้มายืนต่อหน้าฉันอย่างนี้ ฉันจะต้องให้การต้อนรับขับสู้เขาอย่างดี หรือเพียงแค่ทักทายปราศรัยธรรมดาแล้วก็เดินหนีไป ไม่ต้องไปใส่ใจ ไม่ต้องไปสนใจ  น่านน่ะสิ ปัญหามันเกิดขึ้นตรงไม่รู้ ตรงที่หนูไม่รู้เขามาเองอะไรอย่างนี้ หนูไม่รู้เขามาเอง เขามายังไง เขามาเพื่อจะสร้างความสำเร็จในชีวิตที่ยิ่งใหญ่ให้กับฉัน แต่ฉันเกิดไม่รู้ แล้วก็ไม่ได้ให้ความสสำคัญ ไม่ได้ให้ความสนใจ ไม่ได้ให้ความหมายกับเขาอย่างนั้นเถอะ เพราะฉะนั้น ตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ลำบากที่สุดว่า แล้วเราจะเอาอะไรเป็นเกณฑ์ตัดสิน
เพราะฉะนั้น คนที่มีจิตสงบ สงบอย่างระดับหนึ่ง สะอาดระดับหนึ่ง สว่างระดับหนึ่ง ก็จะตัดสินใจลงไปได้ค่อนข้างแม่นยำ เอาละคนคนๆ นี้วันนี้วันที่ 9 สิงหาคม สมมตินะวันนี้วันที่ 9 สิงหาคม ฉันพบเขาเวลานี้ สถานที่แห่งนี้ โอกาสนี้ จังหวะนี้ คนๆ นี้ฉันต้องใส่ใจ สนใจ ให้ความสำคัญแก่เขาเป็นกรณีพิเศษ เสร็จแล้วความที่เราตัดสินใจลงไปว่า คนๆ นี้จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ ก็จะทำให้เดินไปสู่ความสำเร็จในการติดต่อคบหาสมาคมกัน 
ทีนี้คนส่วนมากไม่รู้ ก็ตัดสินกันด้วยความรู้สึกภายนอก ความรู้สึกสามัญธรรมดาว่า ดูน่าจะดี โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ก็จะใช้วิชาจิตวิทยาเข้ามาเป็นสโคป (Scope) ส่อง ใช้จิตวิทยาพิจารณาตามหลัก Phycology แล้ว คนบุคลิกอย่างนี้ คนท่าทางอย่างนี้ คนหน้าตาอย่างนี้ ต้องรีบไขว่คว้าคบหาสนิทสนมด้วย เปล่า เอาเข้าจริงๆ บางทีไปเจอจิ้งจอกสังคมซะอย่างนั้นแหละ มันก็มี ก็มี 
บางทีคนนี้ดูแล้วไม่น่าเลย เห็นแล้วไม่น่าคบหา ก็เอาความรู้สึกเหนือสามัญวิสัยมาเป็นตัวพิจารณา  ไม่ได้ๆ เดี๋ยวเราจะต้องให้ความสำคัญกับเขาพอสมควร ถึงจะเป็นเพื่อนใหม่ในวันนี้ แต่กาลเวลาที่เราพบเขามันนับตามจำนวนของความรู้แล้ว มันเป็นเวลาที่น่าจะมีความหมาย เราไปพบกับเขาสถานที่แห่งนี้ ความหมายมันต้องมีแน่นอน โอกาสนี้ จังหวะนี้มันต้องมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น 
ฉะนั้น คนที่ทำจิตให้ว่างไว้มากกว่าวุ่น จึงมีโอกาสที่จะสร้างสัมพันธ์ แล้วสัมพันธ์กับคนนั้น คนนี้ คนโน้นให้เกิดวิญญาณแท้ขึ้น วิญญาณแท้เป็นของดีทีเดียว แต่ส่วนมากแล้วเราจะไม่ค่อยได้สร้างมันขึ้นมา จะไปสร้างวิญญาณเทียมแล้วก็เป็นตุเป็นตะเป็นเรื่องเป็นราว เอาเป็นเอาตายกัน มีความรู้สึกว่าเอาทั้งนอก พูดกันง่ายๆ เอาความรู้สึกทั้งนอกมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน 
จึงยืนยันมาในกระทู้หลายวันแล้วว่า จิตวิทยา Phycology หรือจะสู้จิตวิญญาณ จิตวิญญาณอันนี้ก็พูดแล้วว่า โดยเฉพาะนักการศาสนา เขาก็จะไม่ค่อยจะให้ความยอมรับเท่าไหร่ว่า เอามาพูดซ้ำกันนี่  วิญญาณก็วิญญาณมันก็คำเดียวกัน มันเป็นไวพจน์ของกันและกันเท่านั้นเอง เพราะว่าไวพจน์ของคำว่า ใจ จิต มโน วิญญาณ ในพจนานุกรมบอกเป็นคำเดียวกัน เป็นไวพจน์ซึ่งกันและกัน อันนี้ยอมรับว่า ใช่ แต่ในความรู้สึกนึกคิดของคนทั่วไปส่วนใหญ่ จะมีความรู้สึกว่า จิตกับวิญญาณมันจะมีน้ำหนัก มีน้ำหนักแตกต่างกัน ใจก็รู้สึกอย่างนั้นๆ แหละ พอพูดถึงคำว่า จิต เป็นนามธรรมเต็มตัวแล้ว ถ้าใจก็เป็นเรื่องอวัยวะที่อยู่ข้างในทรวงอกด้านซ้าย เป็นตัวสูบฉีดโลหิต หัวใจ หัวใจ แล้วก็จิตจะรู้สึกว่า มีน้ำหนักไปในทางนามธรรมมากขึ้น  มโน รู้สึกมโนมันเป็นจิตศักดิ์สิทธิ์ เช่นอย่าง มโนมยิทธิ ฤทธิ์ทางใจอย่างนี้ แล้วพอยิ่งวิญญาณ คนก็จะให้น้ำหนักมากขึ้นในทางศักดิ์สิทธิ์  เรื่องวิญญาณนะ เรื่องศักดิ์สิทธิ์นะ คนไทยเราก็ส่วนมากก็จะมีบรรยากาศอย่างนี้แหละ 
เพราะฉะนั้น เราจึงให้กระทู้ไว้มาหลายวันแล้วว่า จิตวิทยาก็ยังสู้จิตวิญญาณไม่ได้ หรือจิตวิทยายังไม่สู้จิตวิญญาณ จิตวิญญาณเราต้องการให้เป็นสื่อกลาง สื่อกลางระหว่างทัศนะความรู้สึกเกี่ยวกับจิตวิทยา แล้วก็ทัศนะความรู้สึกเกี่ยวกับวิญญาณ หรือวิญญาณแท้ จิตวิทยาก็ยังไม่สู้จิตวิญญาณ จิตวิญญาณก็เป็นกลางๆ ระหว่างจิตสำนึก จิตนอกสำนึก จิตกึ่งสำนึก แล้วก็จิตใต้สำนึก จิตไร้สำนึกจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างนั้นก็คือ จิตวิญญาณจะเป็นตัวกลาง ตัวกลางเพื่อจะก้าวไปสู่การเรียนรู้วิญญาณแท้ 
พูดกันง่ายๆ ใครที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ของวิญญาณแท้ขึ้นมาได้หนึ่งครั้ง ก็จะมีผลดีหนึ่งครั้ง 10 ครั้งก็จะมีผลดี 10 ครั้ง หรือ 10 เท่า  ถ้ายิ่ง 100 ครั้งก็จะมีผลดี 100 เท่าเลย เผลอๆ ถูกรางวัลที่ 1 เอาง่ายๆ 
เพราะฉะนั้น วิญญาณแท้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด คนพูดก็พยายาม พยายามให้บุคคลทั้งหลายมองกันในแง่ดี แล้วก็ถนอมน้ำใจซึ่งกันและกันไว้เถอะ แต่ แต่ยุคนี้สมัยนี้ผู้ที่มีจิตไม่ว่าง จิตมันวุ่นมากขึ้นๆ เลยมิใยที่จะขอร้องใครต่อใครได้ ขอร้องใครให้สามัคคีกับใคร  ขอร้องใครให้เห็นใจใครๆ  ขอร้องใครให้มีความเมตตาต่อใคร ก็ไม่ค่อยได้ผล ต่างคนต่างก็เลือก เลือกที่จะคบตามอัธยาศัยของตัว สังเกตเวลาเราอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งแห่งใด เวลาอยู่ในโอกาสที่ไม่อยู่ในกิจกรรม คนนี้นาย ก. นาย ข. นาย ค. นาย ง. ก็จะจับกลุ่มหนึ่ง นาย จ. นาย ฉ. นาย ช. นาย ซ. ก็จะจับกลุ่มอีกกลุ่มหนึ่ง แล้วอีกกลุ่มหนึ่งก็จะออกไปกลุ่มหนึ่ง เขาจะแยกสัดส่วนการสนทนากันอย่างชัดเจน ไม่เอากัน  
กลุ่ม A ไม่เอากับกลุ่ม B  กลุ่ม B ไม่เอากับกลุ่ม  C  ก็จะจับกลุ่มอยู่ในเฉพาะกลุ่ม B  กลุ่ม A ก็จะจับกุมอยู่ในเฉพาะกลุ่ม A  กลุ่ม C ก็จะจับกุมอยู่ในเฉพาะกลุ่ม C  อย่างนี้โอกาสที่จะสร้างวิญญาณแท้ให้เกิดขึ้นมากับเขาสักครั้งหนึ่งแล้วจะได้เกิดโชคเกิดลาภ เกิดผลประโยชน์มากมาย มันก็ยาก 
ผู้พูดก็ได้แต่นั่งมองด้วยความปลงแล้วปลงอีก ปลงอีกปลงแล้ว ปลงจนไม่รู้จะปลงยังไง ก็ต้องปล่อยไปตามยถากรรม เพราะไม่มีใครที่จะสร้างวิญญาณแท้ขึ้นมาได้ง่ายๆ เพราะวิญญาณแท้ที่มันข้ามกลุ่มมา กลุ่ม A มีคนๆ หนึ่งถูกโฉลกกับอีกคนหนึ่งในกลุ่ม C ในกลุ่ม C  แต่กลุ่ม A กับกลุ่ม C ไม่ถูกกัน ไม่ถูกคอกันด้วย  กลุ่ม B กับกลุ่ม A ก็ไม่ถูกคอกัน  กลุ่ม B กับกลุ่ม C ก็ไม่ถูกคอกัน  ก็จะจับกลุ่มอยู่เฉพาะๆๆ อย่างนั้นๆๆ ไป มันเป็นเรื่องแปลกแต่จริง
เอาละบ่นให้ฟังเรื่องวิญญาณแท้เป็นอย่างนี้คือ สัมพันธ์ แล้วก็สัมผัสกัน จนกระทั่งตกผลึก ตกผลึก ไม่ใช่ตกตึกนะ ตกผลึก ถ้าตกตึกลงมาล่ะก็ไม่เหลือ  ตกผลึกก็คือ สัมพัทธ์ แล้วสิ่งสารพัดที่เราต้องการก็จะตามมา แต่ส่วนมากแล้วขอกระซิบนะ เจ้ากรรมนายเวรเขาจะจัด จะจัดการแทรกสอดให้ จะแทรกสอดด้วยคนของเจ้ากรรมนายเวร จะเข้ามากีดกัน  แล้วก็ไม่ให้สัมพัทธ์กัน เพราะต้องการจะให้รับโทษต่อไป อันนี้ก็เป็นเรื่องแปลกแต่จริง
หันมาดูผลงานของคุณใครเอ่ย คุณกันติชา เวชสุรียะกุล อีกสักนิดหนึ่ง 2024 ถ้าใครที่มีความรู้สึกท้อแท้ในชีวิต แน่นอนเพราะว่าทำยังไงๆ วิญญาณแท้ซึ่งเป็นผลประโยชน์มากมายมหาศาล เป็นสิ่งที่ดีเหลือหลายไม่เกิดขึ้นสักที เพราะว่าคนรุ่นใหม่ ยิ่งรุ่นใหม่มากเท่าไหร่จะมีทิฏฐิมากเท่านั้น ฉันกลุ่ม A แกอย่ามายุ่งกับฉัน  ฉันกลุ่ม B กลุ่ม A แกอย่ามายุ่งกับฉัน  ฉันกลุ่ม B กลุ่ม C แกอย่ามายุ่งกับฉัน ต่างคนต่างถือทิฏฐิ 
ต่อของคุณกันติชานิดหนึ่ง ถ้าใครที่มีความรู้สึกท้อแท้ในชีวิต ที่ท้อแท้เพราะไม่เกิดวิญญาณแท้นั่นแหละ ให้เร่งหาความจริงของวิญญาณแท้ของตัวเอง แล้วความท้อแท้ซึ่งเกิดจากวิญญาณท้อแท้ก็จะค่อยๆ ลดลง ลดลง และหายไปในที่สุด 
อีกครั้งหนึ่ง ถ้าใครที่มีความรู้สึกท้อแท้ในชีวิต ให้เร่งหาความจริงของวิญญาณแท้ของตัวเอง  แล้วความท้อแท้ซึ่งเกิดจากวิญญาณท้อแท้ ก็จะค่อยๆ ลดลง และหายไปในที่สุด เช่น เจ็บไข้ได้ป่วยก็จะหาย อาชีพการงานก็จะเจริญรุ่งเรืองขึ้น คู่ครองความรักก็จะมั่นคงถาวร แล้วก็บุตรบริวารก็จะอยู่ในความสงบ แล้วก็มีความสุขปลอดภัย
อันนี้เป็นเรื่องที่เราเห็นมาแล้วก็ได้แต่เห็นใจ เห็นมาแล้วก็ได้แต่เห็นใจ ไม่รู้จะทำยังไง ในครอบครัวหนึ่งๆ ซึ่งก็มีกันอยู่ไม่กี่คนบางครอบครัว พ่อ แม่ ลูก แล้วก็มีญาติ มีญาติบางคนมาอยู่ด้วย ทั้งนั้นแหละ แบ่งพรรคแบ่งพวก แบ่งอะไรต่อมิอะไรกันชนิดที่ว่า เหมือนอย่างกับมีพรมแดนที่กว้าง ที่ยิ่งใหญ่ขวางอยู่อย่างนั้นแหละ คนนี้ไม่เอากับคนนั้น คนนั้นไม่เอากับคนนี้ คนนี้ไม่เอากับคนโน้น คนโน้นไม่เอากับคนนั้น วุ่นไปหมด พุทธองค์ก็เลยตรัสว่า สุขา สังฆัสสะ สามัคคี ความสามัคคีนำมาซึ่งความสุข หายาก ลำบาก ยากยิ่งขึ้นทุกวันแล้วที่จะหาคนมีใจคอกว้างขวาง ส่วนมากจะไม่มีกว้าง จะมีแต่กับคำหลังคือ ขวางๆ 
วันนี้เป็นวันมงคลของคุณชุติกาญจน์ กันพินัย หรือน้องจิ้บ ลูกสาวของคุณอุทุมพร กันพินัย เป็นวันคล้ายวันเกิดขอให้คุณชุติกาญจน์ กันพินัย หรือน้องจิ้บ มีความสุขความเจริญ คิดสิ่งใดปรารถนาสิ่งใดขอให้สมความปรารถนา สุขสันต์วันเกิด เดี๋ยวเรามาฟังเพลงกันสักเล็กน้อย คุณกนกวรรณ วงษ์มณี มีรายงาน หลังจากนั้นเราก็มาสวดมนต์สวดพรกัน ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
เพลงที่จบลงไปเป็นเพลงชื่อเพลงว่า กระดิกหาง คนคงไม่มีหางนะ แต่ที่มีหางนี่ก็อีกแบบหนึ่ง เพลง กระดิกหาง คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 3/1 ครูธวัช คณิตกุล  ทำนองและเสียงร้อง AI  จัดทำโดย คุณพัทธนันท์ พิมานพงศ์ภัทร หรือคุณแจน
เนื้อเพลงก็มีอยู่ว่า อย่าเพิ่งให้ท้าย ถือท้ายใคร หากท่านยังไม่รู้หัวและกลางของเขา ก็หมายความว่า ตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ตอนกลางที่ผ่านมาไม่รู้ รู้แต่เดี๋ยวนี้เขาประจบสอพลอ กระดิกหางเข้ามาหาเหมือนสุนัข ท่านเพียงเห็นเขากระดิกหางเหมือนสุนัขเข้ามาหา อันนี้ก็เป็นวาทะธรรม ขำขัน ขำไม่ออก ขันไม่หยุดในตำรา 
อา. 9 ส.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1933 “พรหมลิขิต” คือ ให้เดินชีวิตตามพรหมด้วยเมตตา อยากเข้าถึงพรหมลิขิต ต้องมีจิตเมตตาและอย่าใจแคบ (จ. 27 เม.ย. 2569)
ทุกคนมีพรหมลิขิต ที่ได้รับมาแล้วตั้งแต่เกิด  ส่วนใหญ่เป็นพรหมลิขิตที่ดีทั้งนั้น แต่ที่ไม่ดีเพราะคุณไปฝืนพรหมลิขิต โดยการขาดจิตเมตตา คำว่า “พรหมลิขิต” คือ ให้เดินชีวิตตามพรหมด้วยเมตตา อยากเข้าถึงพรหมลิขิต ต้องมีจิตเมตตาและอย่าใจแคบ  “ใจแคบ”  พระพรหมเกลียดที่สุด
2 พ.ค. 2026
EP. 1876   ความศักดิ์สิทธิ์เกิดจากตัวคุณเอง  อิทธิฤทธิ์ก็เกิดทั้งจากตัวคุณและจากผู้อื่น  จากสิ่งอื่น (พฤ. 19 ก.พ. 2569)
ถ้าต้องการจะเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างแท้จริง  ต้องใช้ปาฏิหาริย์  มาฆบูชาเป็นวันมหัศจรรย์  อาถรรพ์ มหัศจรรย์ ก็คล้ายๆ กัน คือ ต้องรู้จักและรู้สึกอย่างถูกต้อง  โดยมีความรู้มากำกับ
2 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy