EP.2008 การที่มีเทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับคือ ของจริง แต่บางทีบางครั้งผู้ที่เป็นร่างมีสภาวะจิตใจแตกต่างกัน ไม่ได้ใช้จิตออกมารับเทพเทวดา เพราะในขณะที่จิตยังไม่สงบส่วนใหญ่อารมณ์ออกมากลบ อารมณ์ออกมาทำงานแทน (อ. 21 ก.ค. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 28 ก.ค. 2026
4 ผู้เข้าชม
EP.2008 การที่มีเทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับคือ ของจริง แต่บางทีบางครั้งผู้ที่เป็นร่างมีสภาวะจิตใจแตกต่างกัน ไม่ได้ใช้จิตออกมารับเทพเทวดา เพราะในขณะที่จิตยังไม่สงบส่วนใหญ่อารมณ์ออกมากลบ อารมณ์ออกมาทำงานแทน
ถ้าเราเอาสิ่งที่เป็นอารมณ์ออกมาทำหน้าที่ในงานของเทพเทวา โอกาสที่จะผิดพลาด โอกาสที่จะเสียหายมีมากมาย ถ้าคิด ทำ พูดด้วยจิตจริงๆ แต่ละร่าง แต่ละองค์ แต่ละทรง ก็เป็นที่ขานรับ เป็นที่ยอมรับ แล้วก็ยังสามารถจะช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับผู้ที่ไปพบปะหรือไปปรึกษาหารือ ไปพบกับผู้ที่เป็นคนทรงเจ้า
เรามีวิธีที่จะหาทางออกให้กับคนรุ่นใหม่ด้วยการเรียนรู้ว่า ในตัวคนเรามีอยู่ 6 ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศธาตุ และวิญญาณธาตุ จะมีธาตุรู้ คือ ธาตุที่ต้องการความรู้ใส่เข้าไปทางหู ทางตา ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ทางสมอง ให้หมั่นใส่ใจใฝ่เรียนรู้เรื่องสิ่งเหนือสามัญวิสัยสักนิด เหมือนกับซอฟต์แวร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์
สวัสดีทุกๆ ท่าน 21 กรกฎา 69 และ 26 คือ คริสต์ และพุทธะ วันนี้เป็นวันอังคารขึ้น 7 ค่ำ เดือน 8 แต่เป็น 8 หลัง “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เวลาวันนี้จะเป็นประโยชน์แด่เราชาวสหปฏิบัติฯ ถ้าเราสนทนาธรรมะภาคที่ 2 และภาคที่ 1 เป็นที่เข้าใจกัน ก็จะเป็นประโยชน์แด่สาธุชนทุกคนและทุกท่าน ยังไงก็ต้องขอยืนยันว่า อย่าเข้าใจผิด การที่มีเทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับนั้นถ้าว่ากันตรงๆ คือ ของจริง ของจริงแต่บางทีผู้ที่เป็นร่างของทวยเทพทั้งหลาย ไม่ได้ใช้จิตใจออกมารับเทพเทวดา ส่วนใหญ่บางคนก็จะใช้อารมณ์ออกมาต้อนรับเทพเทวดาที่เสด็จมายังขันธ์ 5 ปัญหาก็จะเกิดขึ้นมากมายว่า ไหนบอกว่าทำนายแม่นยำ ให้หวยคือ ลอตเตอรี่ไม่ผิดพลาด ทำไมครั้งนี้จึงผิด การทำนายก็พลาด
อันนี้จึงขอแสดงความคิดเห็นในความรู้ที่เกี่ยวกับเทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ ไม่ได้หมายความว่าจะปฏิเสธว่า เรื่องเทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับเป็นของไม่จริง ขอยืนยันว่า เป็นของจริง แต่บางทีบางครั้งร่างแต่ละร่างก็มีภาวะจิตใจแตกต่างกัน ในขณะที่จิตยังไม่สงบ อารมณ์ออกมากลบ ออกมาลบล้าง ออกมาทำงานแทน เทพก็ต้องใช้อารมณ์ขับเคลื่อนไป ซึ่งอารมณ์ที่ขับเคลื่อนคำพูดต่างๆ หรือคำสั่งต่างๆ คำสอนต่างๆ ออกมานั้นบางครั้งมันก็ดูเฝื่อนๆ บางครั้งก็ดูประหลาดๆ บางครั้งก็ดูแปลกๆ แต่แน่นอนเมื่อฤทธิ์ของเทพประสานกับอารมณ์ของมนุษย์ สิ่งอันเป็นประสบการณ์ ปาฏิหาริย์ และศักดิ์สิทธิ์ก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน แต่ความถูกต้องนั้นบางทีไม่เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง
เราจึงขอเสนอว่า ทุกคนเมื่อถึงคราวที่จะต้องถูกเลือกให้มาเป็นเจ้าเข้าทรง คนทรงเจ้า หรือเทพเจ้าจะมาประทับ ซึ่งฝรั่งเขาจะเรียกว่า เป็น Light worker ทำให้สับสนวุ่นวายเข้าใจผิดกันไปมากมาย บางคนถึงขนาดพอพูดถึงคำว่า คนทรงเจ้า หรือร่างทรง คนมีองค์ ก็กล่าวคำไม่สุภาพ ก็กล่าวคำประณาม บางคนถึงขนาดทะเลาะเบาะแว้งกันก็มี เพราะฉะนั้น จึงขอให้เข้าใจด้วยว่า ถ้าเราเอาสิ่งที่เป็นอารมณ์ออกมาทำหน้าที่ในงานของเทพเทวา โอกาสที่จะผิดพลาด โอกาสที่จะเสียหายมีมากมาย แล้วใครจะรู้ล่ะว่า ตอนนี้ฉันพูดด้วยจิตนะ ตอนนี้ฉันคิดด้วยจิตนะ ตอนนี้ฉันทำด้วยจิตนะ
ถ้าคิด ทำ พูดด้วยจิตจริงๆ จนถึงช่วงสุดท้ายของจิตตามหลักอภิธรรมซึ่งมี 12 ข้อก็คือ รับ รู้ คิด จำ จำ ได้ หมาย รู้ รู้ แจ้ง แทง ตลอด ก็คงจะเป็นการดี แต่ละร่าง แต่ละองค์ แต่ละทรง ก็เป็นที่ขานรับ เป็นที่ยอมรับ แล้วก็ยังสามารถจะช่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับผู้ที่ไปพบปะหรือไปปรึกษาหารือ ไปพบกับผู้ที่เป็นคนทรงเจ้า ความจริงก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น บางครั้งก็แม่นยำเหลือหลาย บางครั้งก็กลายเป็นอะไรกันไปไม่รู้เรื่อง ไปคนละเรื่องว่ากันอย่างนั้นเถอะ
ฉะนั้น สิ่งเสนอของเราจึงบอกว่า อย่ากระไรเลยเพราะว่าหากว่า ท่านยังจำเป็นอยู่ในภาวะที่ต้องให้เทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับก็มีคำแนะนำ ไม่ใช่สั่งสอนนะ แนะนำว่าให้ท่านทำจิตให้สงบ จิตให้สะอาด จิตให้สว่าง โอกาสที่จะเป็นคนทรงเจ้าที่ดี มีความถูกต้อง และแม่นยำก็จะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก แต่หลังจากนั้นแล้วสมควรอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องศึกษาหาความรู้ให้ถ่องแท้สักเล็กน้อย อาการประทับทรงเกิดจากอะไร อะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผล ทำไมเทพเจ้าจึงเสด็จมาอยู่ในกายของมนุษย์ มนุษย์มีความเหม็นสาป บางคนมีความเชื่อแล้วก็กล่าวขานในทำนองว่า เป็นไปไม่ได้ เทพเจ้าจะเข้ามาอยู่ในตัวมนุษย์ มนุษย์นั้นมีกลิ่นสาป เทวดาหรือเทพเจ้ามีความบริสุทธิ์ อันนี้ก็คือ ความเข้าใจกันผิดอีกส่วนหนึ่ง
สิ่งสำคัญที่สุด มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีเทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ ยกเว้นในโลกนี้ยกเว้นแต่พระอรหันต์ หรือผู้สำเร็จเป็นอรหันต์แล้วเท่านั้นที่เทพเทวดาทุกระดับ ทุกชั้นฟ้า จะไม่มายุ่งเกี่ยว แล้วก็ไม่เกี่ยวข้องกัน กลับตรงข้ามจะต้องกราบขอบารมีผู้สำเร็จอรหันต์แล้วด้วยซ้ำไป
อันนี้ก็กลับมาในฐานะที่เรายังเป็นปุถุชน ปุถุชน แปลว่า ชนผู้ยังหนาแน่นไปด้วยกิเลส ตัณหา และอุปาทาน เมื่อเรายังมีกิเลส มีตัณหา มีอุปาทาน ขันธ์ 5 ของเราก็ยังเป็นของเทพเทวดาท่านด้วย เพราะท่านพาเรามาเกิด
อย่างที่หลายวันก่อนได้เสนอบอกเล่าไปว่า ทุกคนมีโอปปาติกะ โอปปาติกะ คือ ผู้ที่พาเรามาสู่คติ จะเป็นทุคติหรือสุคติก็แล้วฐานะของวิบากกรรม เมื่อโอปปาติกะพาเรามาสู่การมีคติ เราก็จำเป็นที่จะต้องเกี่ยวข้องกับโอปปาติกะ โอปปาติกะจะสูงขึ้นเมื่อจิตใจเราสูง โอปปาติกะจะต่ำลงเมื่อจิตใจเราต่ำลง นี่ก็เป็นเรื่องตรงไปตรงมา ส่วนสิ่งที่เรามาเปรียบเทียบในวิชาการบางวิชาการ เช่น เคมี ชีวะ และฟิสิกส์ ก็เพื่อ เพื่อใคร เพื่อเยาวชน เพื่อคนรุ่นใหม่ที่เขามีชีวิตที่สับสนวุ่นวาย เด็กหนุ่ม เด็กสาวจำนวนมากถูกเลือกให้เป็น Light worker ตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มสาว ชีวิตก็สับสน ปรากฎว่าหนทางชีวิตไม่เป็นไปตามทิศทางที่ควรจะเป็น
เราก็เลยเอาวิชาต่างๆ เหล่านี้มาเปรียบเทียบ ไม่ได้มาแทนค่า มาเปรียบเทียบให้ฟังว่า คลื่นพลังกรรมก็เป็นความเหมือนกับคลื่นของพลังงานฟิสิกส์ ฟิสิกส์มี 2 ระดับ จับง่ายๆ ก่อน ฟิสิกส์ในระดับทั่วไป กับ ฟิสิกส์ในระดับควอนตัมฟิสิกส์ เราก็มาเปรียบเทียบเท่านั้นว่า คลื่นที่เข้ามาแต่ละคลื่นมีฐานะเปรียบเทียบเป็นคลื่นฟิสิกส์และคลื่นควอนตัมฟิสิกส์ แล้วก็ยังมีโอกาสที่จะต้องเปรียบเทียบว่า ความจริงถ้าศึกษาหาความรู้กันจริงๆ เราก็จะเรียกว่า เป็นคลื่นของไบโอฟิสิกส์ ไบโอเคม ไบโออะไรพวกนั้น
แต่เอาล่ะจะไม่ลงรายละเอียดทางวิชาการ แต่เราจะเพียงแตะๆ เพื่อให้เยาวชนเด็กหนุ่ม เด็กสาวหันมาพิจารณาว่า ถ้าเราไม่พร้อมเป็นคนทรงเจ้า เนื่องจากเรายังติดอยู่กับการเรียน การศึกษา เนื่องจากเรายังต้องติดอยู่กับการทำมาหากินในโลกทันสมัยใหม่เสมอ เรายังต้องระวัง หรือแคร์การที่สังคมจะมองว่า เราผิดปกติทางพฤติกรรม ก็คือ เป็นบ้าเป็นบอไปแล้วหรือยังไง อยู่ดีๆ ยังหนุ่มอยู่ ยังสาวอยู่ก็มาประกาศตัวเป็นคนทรงเจ้า
เราก็บอกว่า มีวิธีที่จะหาทางออกให้กับคนรุ่นใหม่ด้วยการเรียนรู้ว่า ในตัวคนเราตามหลักอภิธรรมมีอยู่ 6 ธาตุ แต่ถ้าหากพุทธธรรมมีอยู่ 4 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ส่วนอภิธรรมก็มี ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศธาตุ และวิญญาณธาตุ ในธาตุทั้ง 6 จะมีธาตุรู้ ธาตุที่ต้องการความรู้ ถ้าเราไม่ป้อนความรู้ให้กับธาตุรู้ ก็เปรียบเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ซื้อมาจากร้านแล้วไม่มีข้อมูลอะไรเลย ฮาร์ดแวร์ก็คอยอยู่อย่างนั้นคือ กระด้างภัณฑ์ ไม่มีข้อมูลจากละมุนภัณฑ์ หรือซอฟต์แวร์ป้อนเข้าไปให้ ฉันใดก็ฉันนั้นธาตุรู้ไม่มีความรู้ที่เจ้าของชีวิตจะใส่เข้าไปทางหู ทางตา ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ทางสมองนั่นเอง
แล้วตรงนี้จะไปทำยังไง เราก็บอกว่า หมั่นใส่ใจใฝ่เรียนรู้เรื่องสิ่งเหนือสามัญวิสัยสักนิด แล้วชีวิตจะปลอดภัย คุณสามารถที่จะเลือกทำหน้าที่เป็นองค์แฝงได้ โดยไม่ต้องมาแสดงอาการเป็นเจ้าเข้าทรง คนทรงเจ้า ให้เป็นที่คลางแคลงกับเพื่อนฝูง หรือบรรดาคนรุ่นใหม่ จะมองไปในแง่ว่า ผิดเพี้ยน ที่จริงก็ไม่ได้ผิดเพี้ยน ร่างทรงไม่ได้ผิดเพี้ยน เพียงแต่คนไหนผิดเพี้ยนไปเองก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้
อันนี้จึงขอบอกว่า ธาตุรู้ต้องการความรู้เหมือนฮาร์ดแวร์ในคอมพิวเตอร์ ต้องการให้ใส่ซอฟต์แวร์เข้าไป เมื่อมีความรู้เข้าไปในธาตุรู้ วิญญาณธาตุคือ ธาตุแห่งความรู้สึก ก็จะรู้สึกที่ถูกต้อง ความรู้ทั้งหลายที่เรานำมาเสนอเป็นทำนองเพลงสนุกสนานบ้าง เป็นประกายคารมคำคมธรรมะในวาทะธรรม ขำขันบ้าง อะไรบ้าง สิ่งเหล่านี้ก็เพื่อที่จะทำหน้าที่เป็นเหมือนกับซอฟต์แวร์ที่เตรียมจะบรรจุเข้าไปในฮาร์ดแวร์
เพราะฉะนั้น คนที่ไม่เข้าใจก็จะหาว่า สหปฏิบัติฯ นี่เรื่องมากจัง จะพูดอะไรให้มันสั้นๆ กว่านี้ก็ได้ ก็ได้ถ้าจะพูดสั้นๆ แต่พูดยาวๆ แล้วมากๆ ให้ผู้บริโภคนำไปเลือกใช้ไม่ดีกว่าหรือ อันนี้ก็เป็นข้อเสนอว่า เป็นสิ่งที่เราห่วงใย ไม่ได้เจตนาจะมาเสนอความคิดเห็นให้มันมากเรื่อง เพราะฉะนั้น คนที่มีดวงชะตาอันยิ่งใหญ่ จะต้องได้รับสิ่งต่อต้านอย่างรุนแรง แล้วท่านถูกต่อต้าน ถ้าไม่ได้มีข้อรู้อย่างเพียงพอ แล้วจะไปบอกกล่าวเล่าแจ้งแด่สาธุชนเขาได้อย่างไร เขาก็คงไม่เชื่อกัน ก็มาหาว่า อะไรข้อมูลแค่นี้จะมาพอเพียงอะไรกับการที่จะมาเสนอข้อคิดเห็นว่า ธรรมะภาคที่ 2 ก็ประยุกต์ได้ ธรรมะประยุกต์ ทันยุคสมัยนั่นเอง
เราขอหยุดลงแค่นี้ไว้ก่อน เดี๋ยวผู้ฟังจะมีความรู้สึกว่ามันเป็นข้อมูลที่เฟ้อมากไป มาดูผลงานของผู้อาสาในวันนี้จะเป็นใคร ของคุณพรทิพย์ พุตติ EP. ที่ 2007 คุณพรทิพย์ขยันให้ตัวโปรยไว้มากมาย เมื่อมนุษย์มีวิบากกรรมต้องเป็นผู้ถูกเลือก Light worker ทำหน้าที่เป็นสื่อให้เทพเทวดา เทพเป็นพลังงาน มีอำนาจ มีอิทธิพล มีบารมี และมีการแสดงออกที่เรียกว่า ฤทธิ์ หรือ ฤทธิ์ก็คือ คลื่นพลังกรรม ส่งมาที่ตัวเราโดยตรง มีต่อมจอมประสาท Pineal grand ที่อยู่กลางกบาลนี่แหละ รับคลื่นเหล่านั้นแล้วมาแปลงสัญญาณออกมาอีกทีหนึ่ง ถ้าหากแปลงสัญญาณผิดพลาดคลาดเคลื่อน เทพก็ต้องลงโทษเรา เพราะเขาต้องทำตามกฎแห่งกรรม เกณฑ์แห่งเวร กติกาแห่งเทพ และระเบียบวินัยทางวิญญาณ
เมื่อมนุษย์ไม่ทำตามกฎ กติกา มารยาท มันก็เกิดเป็นกรรมเก็บกด เมื่อเราไม่สามารถที่จะรับใช้เทพในรูปแบบเก่าตามแบบโบราณกาล หรือคนทรงเจ้า เจ้าเข้าทรง เทพมาลง องค์มาเข้า เราจึงเสนอความรู้ต่างๆ ให้เข้าไปอยู่ในธาตุรู้ แล้วธาตุรู้ก็จะไปประสานกับวิญญาณธาตุให้เป็นเรื่องขององค์แฝง
ขอซ้ำอีกทีนึง 2007 เมื่อมนุษย์มีวิบากกรรมต้องเป็นผู้ถูกเลือก Light worker ทำหน้าที่เป็นสื่อให้เทพเทวดา เทพเป็นพลังงาน มีอำนาจ มีอิทธิพล มีบารมี และมีการแสดงออกที่เรียกว่า ฤทธิ์ ฤทธิ์คือ คลื่นส่งมาที่ตัวเราโดยตรง มีต่อมจอมประสาท Pineal grand รับคลื่นเหล่านั้นแล้วมาแปลงสัญญาณออกมาอีกทีหนึ่ง ถ้าหากแปลงสัญญาณผิดพลาดคลาดเคลื่อน เทพก็ต้องลงโทษเรา เพราะเขาต้องทำตามกฎแห่งกรรม เกณฑ์แห่งเวร กติกาแห่งเทพ และระเบียบวินัยทางวิญญาณ
เมื่อมนุษย์ไม่ทำตามกฎ กติกา มารยาท มันก็เกิดเป็นกรรมเก็บกด เมื่อเราไม่สามารถที่จะรับใช้เทพในรูปแบบเก่าตามแบบโบราณกาล หรือคนทรงเจ้า เจ้าเข้าทรง เทพมาลง องค์มาเข้า เราจึงเสนอความรู้ต่างๆ ให้เข้าไปอยู่ในธาตุรู้ แล้วธาตุรู้ก็จะไปประสานกับวิญญาณธาตุให้เป็นเรื่องขององค์แฝง
ขอขอบคุณคุณพรทิพย์ พุตติ หรือคุณอิ๋ว เรียกกันทั่วไปที่นี่ว่า แม่เง็กนึ๊ง เป็นประโยชน์อย่างมาก ข้อมูลที่คุณพรทิพย์ให้มา ก็ฝากทุกคนช่วยกันพิจารณา เห็นด้วยก็ขอบคุณ ไม่เห็นด้วยก็ขออภัย ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลงจากการคัดเลือกของคุณ ชนัดดา วงษ์มณี แล้วก็มาสวดมนต์สวดพรกันตามกำหนดที่เราได้กำหนดไว้ ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
เพลงที่คุณชนัดดานำมาเสนอ ชื่อเพลง ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 3/1 ครูธวัช คณิตกุล ทำนอง เสียงร้อง AI จัดทำโดย คุณพัทธนันท์ พิมานพงศ์ภัทร หรือคุณแจน เนื้อเพลงนะ “ลึกซึ้ง ลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง วิญญาณรู้ เปรียบซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์เท่ากับละมุนภัณฑ์ ธาตุรู้ เปรียบฮาร์ดแวร์ ฮาร์ดแวร์เท่ากับกระด้างภัณฑ์ ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์รวมกัน เปรียบดั่งวิญญาณธาตุ”
ก็ขอฝากให้ทุกท่านช่วยกันนำไปพิจารณาตามเนื้อเพลงนี้ว่า นี่คือ ต้นทางของการที่จะเปลี่ยนจากคนทรงเจ้า เจ้าเข้าทรง เทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ ซึ่งบางคนก็บอกว่า กลัวเสียภาพพจน์ กลัวถูกนินทา บางคนที่มีฐานะด้อย ไม่มีเครดิตในสังคม ก็จะถูกว่ากล่าวสารพัดที่จะสรรหามาว่ากัน เพราะคนสมัยนี้ไม่ค่อยจะมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ได้โอกาสก็จะโจมตีกันล่ะ ว่าอย่างนั้นเถอะ
เพราะฉะนั้น เราจึงมีข้อเสนอว่า ถ้าเราเลี่ยงหรือจำเป็นต้องเลี่ยงจากการที่เป็นคนทรงเจ้า เจ้าเข้าทรงมาเป็นองค์แฝง มันจะทำได้ทั้ง 2 กรณีคือ ถึงเป็นองค์แฝงแล้วถ้ามีโอกาสและมีความเหมาะสม สะดวก จำเป็นต้องทำหน้าที่เป็นคนทรงเจ้าก็ทำได้
คนทรงเจ้าจะมาเป็นองค์แฝงต้องฝึก ฝึกอะไร ฝึกบรรจุความรู้เข้าไปในธาตุรู้ แล้วธาตุรู้กับวิญญาณธาตุก็จะประสานงานกันออกมาเป็นองค์แฝง ซึ่งพูดกันอย่างภาษาวัยรุ่นเขาบอกดูเนียนๆ หน่อย ดูจะเนียนกว่าคนทรงเจ้า ก็แล้วแต่ผู้ที่ประสงค์จะเลือกทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งถ้าคิดว่า ตัวเองถูกกำหนดมา ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า เป็น Light worker อันนี้ก็สุดแท้แต่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ มันเป็นสิทธิของแต่ละคน
อ. 21 ก.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณวิษณุ กระจ่างศรี
บทความที่เกี่ยวข้อง
เพราะถ้าเรียนรู้ชีวิตแบบใจแคบ ก็จะเรียนรู้แบบผิดๆ พลาดๆ รู้ไม่จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางของชะตาชีวิต และพรหมลิขิต ต้องเรียนรู้ด้วยความใจกว้าง ชีวิตเราก็จะปลอดภัย และค่อยๆ ดีขึ้นๆ มากเท่านั้น
2 มิ.ย. 2026
ถ้าคุณทำกายของคุณให้เบา ทำใจให้ปลอดโปร่งโล่งสบาย ลดความโลภสักนิด คุณจะเข้าใจว่า วิบากกรรมในภพเก่าของเรา ที่มาเชื่อมต่อวิบากกรรมคือ ผลกรรมที่เราทำไว้ในชาตินี้ที่เริ่มจำความ มันผิดตรงไหน มันต้องแก้ไขตรงไหน มันต้องยอมตรงไหน ไม่ยอมตรงไหน
3 ก.พ. 2026
หากจะมองว่าไม่เป็นธรรมเลยทำไมต้องมาเลือกฉันด้วย ก็ขอตอบว่า..คุณเสนอตัวคุณเองตั้งแต่ชาติปางก่อน
ที่เราถูกเลือกนั้นเขาให้โอกาสเรา เวลาที่เราจะมีเคราะห์ มีโศก มีโรค มีภัย มีทุกข์ มีความลำบากแสนสาหัสสากรรจ์ เขาให้เรามาเข้าเกมกลกรรมในกลไกกรรมโดยการทำพฤติกรรมให้ถูกต้อง
คุณมีสิทธิ์สร้างภาควิบากกรรมในเกมกลกรรมโดยการทำกลไกกรรมให้เป็นปาฏิหาริย์หรือ Sixth sense
18 ก.พ. 2026
