EP.2007 เมื่อมนุย์มีวิบากกรรมต้องเป็น”ผู้ถูกเลือก” (light worker) ทำหน้าที่เป็นสื่อให้เทพเทวดา เทพเป็นพลังงาน มีอำนาจ มีอิทธิพล มีบารมี และมีการแสดงออกที่เรียกว่าฤทธิ์ ฤทธิ์คือ คลื่น ส่งมาที่ตัวเราโดยตรง มีต่อมจอมประสาท (Pineal gland) รับคลื่นเหล่านั้น
อัพเดทล่าสุด: 28 ก.ค. 2026
1 ผู้เข้าชม
EP.2007 เมื่อมนุย์มีวิบากกรรมต้องเป็น”ผู้ถูกเลือก” (light worker) ทำหน้าที่เป็นสื่อให้เทพเทวดา เทพเป็นพลังงาน มีอำนาจ มีอิทธิพล มีบารมี และมีการแสดงออกที่เรียกว่าฤทธิ์ ฤทธิ์คือ คลื่น ส่งมาที่ตัวเราโดยตรง มีต่อมจอมประสาท (Pineal gland) รับคลื่นเหล่านั้น แล้วมาแปลงสัญญาณออกมาอีกทีหนึ่ง
ถ้าแปลงสัญญาณผิดพลาดคลาดเคลื่อน เทพก็ต้องลงโทษเรา เพราะเขาต้องทำตาม กฎแห่งกรรม เกณฑ์แห่งเวร กติกาแห่งเทพ และระเบียบวินัยทางวิญญาณ
เมื่อมนุษย์ไม่ทำตามกฎกติกามารยาท มันก็เกิดเป็น “กรรมเก็บกด” เมื่อเราไม่สามารถที่จะรับใช้เทพในรูปแบบเก่า ตามแบบโบราณกาลหรือคนทรงเจ้า เจ้าเข้าทรง เทพมาลง องค์มาเข้า เราจึงเสนอความรู้ต่างๆ ให้เข้าไปอยู่ในธาตุรู้ แล้วธาตุรู้ก็จะไปผสานกับวิญญาณธาตุ ให้เป็นเรื่องของ”องค์แฝง”
สวัสดีทุกท่าน พบกันทางเงา ประจำวันวันจันทร์ที่ 20 เดือนกรกฎาคม 69 และ26 คือ พุทธะ และ คริสต์ ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 8 แต่เป็น 8 หลัง “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เราจะคุยเรื่องอะไร จึงจะทำให้วันนี้ เป็นประโยชน์อย่างมากที่สุด
เรื่องที่คุยต่อเนื่องกันมา บางคนก็บอกพอเข้าใจแล้ว บางคนบอกไม่เข้าใจเลย ก็นานาจิตตัง เป็นเรื่องธรรมดา ก็มารวบรวมเอาคำสงสัยของคนจำนวนหนึ่งว่า ตกลงแล้วเทพเทวดา ไม่ได้เป็นตัวเป็นตน มีรูปร่างอย่างที่เขาบอกกันอย่างนั้นหรือ ก็บอกว่าอันนั้นเราก็คงไม่ไปหักล้างหรือถกเถียงอะไรกับใครเขาหรอก เพราะว่าความเชื่อตามรูปแบบว่า เทพองค์นั้นรูปร่างอย่างนั้น เทพองค์นี้รูปร่างอย่างนี้ เขาจินตนาการและมีอุปาทาน ตลอดจนความศรัทธาและความเชื่อกันมาตั้งแต่โบราณกาล
ซึ่งเขาก็มีเหตุผล ซึ่งคนโบราณก็มีเหตุผลในการที่จะสร้างรูปจำลองของเทพเทวดา เป็นรูปนั้น รูปนี้ รูปโน้น เป็นในลักษณะอาการอย่างนี้ อย่างนั้น อย่างโน้น ก็ด้วยเหตุผลว่าเทพองค์นั้นมีฤทธิ์อย่างนั้น มีความสามารถอย่างนั้น ทำหน้าที่อย่างนั้น ๆ ก็จะต้องมีรูปร่างหน้าตา และก็ตลอดจนอาวุธยุทธโธปกรณ์ที่ทรงถืออยู่ ก็ต้องมีความสำคัญ ไม่ใช่ว่าไม่มีความหมาย แต่ในกรณีที่เราจะมาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องเทพเทวดา เพื่อสร้างความเชื่อและยอมรับให้กับคนรุ่นใหม่ สงสารเด็กรุ่นใหม่ค่อนข้างมากว่า เขาไม่เชื่อและเขาก็ไม่รู้ ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นว่า เทพเทวดาจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร และที่สำคัญที่สุดคือ เหตุและผลในลักษณะของเทพเป็นอย่างไร
เราก็ได้สรุปความกันมาหลายครั้งแล้วว่า เมื่อมนุษย์มีวิบากกรรม วิบากกรรมคือ ผลกรรมที่ทำไว้ แล้วจะต้องรับใช้เทพเทวดา องค์นั้น องค์นี้ องค์โน้น ก็ด้วยเหตุผลที่ว่า จะต้องทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจว่าเทพองค์นี้ ท่านมีประสงค์อย่างนี้ ถึงจะจำลองรูปร่างท่านออกมาแบบไหน อันนั้นก็ไม่ไปลบหลู่ หรือไม่ไปถกเถียง ไม่ไปหักล้าง แล้วก็เชื่อว่าเทพองค์นั้นรูปร่างอย่างนั้น อย่างนั้น ตามคติโบราณที่สืบทอดกันมา
แต่เราจะเรียนรู้เรื่องเทพด้วยความสมเหตุสมผล ใครจะเห็นด้วยหรือยังไม่เห็นด้วย เราไม่ว่ากัน ก็คือ เมื่อวิบากกรรมของเรา ที่จะต้องมาทำหน้าที่เป็นสื่อให้เทพเทวดา แล้วคนรุ่นใหม่ก็จะต้องมีเหตุมีผลในการอ้างอิงหลักของวิชาการทั้งหลาย เราจึงยืนยัน ยืนยันว่า เทพทั้งหลายนั้นเป็นพลังงาน มีอำนาจ มีอิทธิพล มีบารมี ยิ่งมีอำนาจมีอิทธิพลมีบารมีสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีแสดงออกที่เราเรียกกันว่า ฤทธิ์ เทพองค์นั้นมีฤทธิ์อย่างนั้น เทพองค์นี้มีฤทธิ์อย่างนี้ แล้วฤทธิ์เหล่านั้นก็คือ คลื่น คลื่นของเทพเหล่านั้นที่จะส่งลงมาที่ตัวเราโดยตรง
ถ้าเกิดผู้ใดที่เกิดมามีพันธะสัญญากรรม ว่าจะต้องเป็นสื่อให้เทพในระดับต่างๆ ต่อมจอมประสาทที่อยู่กลางกบาลเรานี่แหล่ะจะเป็นสื่อรับ รับคลื่นเหล่านั้น แต่นี้คลื่นเหล่านั้นจะส่งมายังไง ส่งมาอยู่ตลอดเวลาเหมือนอย่างกับว่า เราจะนั่งเดินยืนนอนอยู่ที่ใดก็แล้วแต่ ที่ตรงนั้น ถ้ามีอินเตอร์เน็ตหรือมีคลื่น ทีวีก็ดี วิทยุก็ดี คลื่นอินเตอร์เน็ตก็ดี ส่งลงมาที่ตรงๆ นั้น แล้วเรามีเครื่องรับ เราก็สามารถจะรับคลื่นเหล่านั้น อันนี้วิทยาศาสตร์ก่อนนะ รับคลื่นเหล่านั้น มาแปลงสัญญาณเป็นแสงสีเสียงได้ โดยเห็นเป็นภาพเช่นอย่างโทรทัศน์ เห็นทั้งภาพ ได้ยินทั้งเสียง
ก็เช่นเดียวกัน คลื่นจากเทพเทวดาส่งมาที่กลางกบาลเรา ซึ่งเรียกว่า ”ต่อมจอมประสาท” หรือ ไพเนียลแกรนด์ (Pineal gland) ถ้าหากเรามีจิตที่สงบ มีจิตที่สงบพอสมควร คงไม่สงบอย่างระดับอรหันต์หรอก เราก็จะสามารถรับคลื่นเหล่านั้นลงมา แล้วมาแปลงสัญญาณออกมาอีกทีหนึ่ง
ทีนี้ตอนแปลงสัญญาณขึ้นอยู่กับว่า เรามีความรู้สึกโลภมากไหม ถ้าโลภน้อยการแปลงสัญญาณก็ชัดเจน โลภมากการแปลงสัญญาณก็เข้าข้างตัวเอง มีโกรธมากไหม มีหลงมากไหม มีกิเลสมากไหม มีตัณหามากไหม มีอุปาทานมากไหม สิ่งเหล่านี้จะทำให้สัญญาณของเทพเทวดาที่สั่งการลงมาว่า ให้เรารับรู้สิ่งเหล่านี้ และเผยแพร่เป็นความรู้ต่างๆ ออกไป ก็จะทำให้เกิดความฟั่นเฟือน ผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปหมด เทพก็ลงโทษเรา ฉันส่งคลื่นอย่างนี้ลงมา สั่งให้แกพูดอย่างนี้ ให้แกคิดอย่างนี้ ให้แกทำอย่างนี้ แกกลับไปบิดเบือนคำสั่งของฉันโดยสิ้นเชิง ก็เกิดการปฏิคะ ปฏิคะก็แปลว่า ขัดแย้ง ขัดแย้งกับเทพเทวดาที่ส่งลงมาที่คลื่นสมองของเรา โดยมีต่อมจอมประสาทเหมือนเสาอากาศรับคลื่นเหล่านี้
เราจึงมีข้อแนะนำว่า ทำจิตให้สงบเถอะ ทำจิตให้สะอาดเถอะ ทำจิตให้สว่างเถอะ เพื่อที่จะได้รับคลื่นเหล่านี้ได้ไม่ต้องปล่อยให้อารมณ์ของเราซึ่งดีบ้าง เสียบ้าง ชัดเจนบ้าง ไม่ชัดเจนบ้าง ขึ้นอยู่กับอารมณ์ดี อารมณ์ไม่ดี มาแย่งหน้าที่รับคลื่นเหล่านี้หมด แล้วก็มาแปลงสัญญาณออกมาผิดๆ แทนที่เราจะใช้คลื่นจิตของเรา ถึงจะเป็น 12 ขั้นตอนก็ให้เป็นไปตามขั้นตอน รับรู้คิดจำ จำได้หมายรู้ และถ้าไปถึงชุดสุดท้ายได้ยิ่งดีใหญ่ คือ รู้แจ้งแทงตลอด ว่า เทพเทวดาท่านจะมาช่วยเรา ท่านจะมาโปรดมนุษย์ ทำให้เราเป็นสื่อ ซึ่งฝรั่งเขาเรียกว่า “ผู้ถูกเลือก ผู้ถูกเลือกก็คือ ไลท์เวิคเกอร์ (Lightworker) เป็นอย่างนี้ อย่างนี้ อย่างนี้ อีกไม่ช้าไม่นาน พอเรารับใช้เทพเทวดาได้ถูกพระทัย เทพเทวดาก็จะต้องส่งปาฏิหาริย์มาให้กับเราได้มีโอกาสมีสุขภาพกายที่ดี ถ้าเจ็บป่วยอยู่ก็จะหายป่วยได้ง่าย อาชีพการงานก็จะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ปัญหาคู่ครองความรักก็จะราบรื่น บุตรบริวารก็จะเป็นไปในทิศทางที่ไม่เดือดร้อน
แต่นี้ปัญหาอันนี้ มันเป็นปัญหาที่พูดได้ แต่เชื่อยาก หลายคนก็บอกว่า จะไปเชื่อได้ยังไง ในเมื่อแต่ก่อนร่อนชะไรมา เขาก็มีตำนานของเทพเทวดา องค์นั้นไม่ถูกกับองค์นี้ องค์นี้ไม่ถูกกับองค์โน้น องค์โน้นทะเลาะกับองค์นั้น อันนี้มันเป็นนวนิยายเทพ เทพนิยาย แต่ถ้าเราจะเอาจริงๆ ในเรื่องงานของเทพเทวดา เทพเทวดาพิจารณาเราตามวิบากกรรม
แต่นี้วิบากกรรมที่ส่งมา อย่างที่อธิบายมาแล้วว่า เป็นคลื่นพลังกรรม เราเกิดไปแปลงสัญญาณคลื่นพลังกรรมตามความต้องการของเราด้วยอำนาจโลภ แปลงแบบโลภๆ ด้วยอำนาจโกรธ แปลงแบบโกรธ ด้วยอำนาจหลง แปลงแบบหลง แปลงด้วยกิเลส แปลงด้วยตัณหา แปลงด้วยอุปาทาน มันก็ไปกันคนละเรื่อง คนก็เลยนั่งงวยงงสงสัย ร่างทรงมีจริงไหม ขอยืนยันว่า ร่างทรงมีจริง การที่เทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับในตัวมนุษย์นั้นมีจริง แต่เมื่อสัญญาณส่งมาเป็น 123 สมมติ นาย ก. กลับไปแปลงสัญญาณเป็น 456 มันคนละเรื่องเลย เทพก็ได้แต่ย้ำ ย้ำ ย้ำ นาย ก. ก็ย่ำอยู่กับที่ ฉันรับใช้เทพมา 5 ปีก็แล้ว 10 ปีก็แล้ว 15 ปีก็แล้ว 20 ปีก็แล้ว ทำไมจนป่านนี้ยังไม่เห็นมีผลดีอะไรจากเทพเทวดาเลย
ทีนี้บางคน บางคนนะ เกิดรับใช้เทพไปรับใช้เทพมา บุญวาสนาของตัวเองมาถึงพอดี ก็กลายเป็นทึกทักว่า เทพให้มา ก็มีประเภทหนึ่งเทพให้มาจริงๆ เพราะเทพเขารอจะให้ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์แบบ แล้วเขาจะให้รางวัลชีวิต หลายคนก็พลาดจากรางวัลชีวิต หนักๆ เข้าเมื่อใกล้จะต้องจากโลกนี้ไป เขาก็ห่วง ห่วงว่าจะไปเกิดในภพใหม่ที่เขาจะยังไม่สามารถจะใช้งานได้ดี เขาก็เร่ง เร่งรัดคนที่ต้องทนทุกข์ทรมานในบั้นปลายชีวิต อยู่อย่างน่าสมเพชเวทนา ก็มีจำนวนไม่ใช่น้อยที่ชีวิตพลิกผัน เขาเรียกว่า ลำบากตอนแก่ ทำไมเทพเทวดาไม่สงสาร เขาจะใช้คำว่า สงสารเราไม่ได้ เพราะเขาก็ต้องทำตาม กฎแห่งกรรม เกณฑ์แห่งเวร กติกาแห่งเทพ และระเบียบวินัยทางวิญญาณ
แต่นี้เราเกิดทำอะไรไม่ทำตามกฎ เกณฑ์ กติกา มารยาท มันก็เกิดเป็นกรรมเก็บกด ที่เราแต่ง 27 ตัว ก ขึ้นมาให้ศึกษากัน ก็เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วผู้คนรับใช้เทพเทวดาแบบ”กรรมเก็บกด” “กฎเกินเกณฑ์ เกณฑ์เกินกฎ เกณฑ์เกินกรรม กรรมเกินเกณฑ์ กรรมเกินกฎ กฎเกินกรรม กฎ เกณฑ์ กรรม เกินกำกับ เกินกำกับก็แสดงว่ากำกับไม่อยู่แล้ว เพราะไม่เป็นไปตามครรลองของคำสั่งของเขาก็กลายเป็น “กรรมเก็บกด”
วันนี้ให้ข้อมูลมากไป หรือยอกย้อนไปสักนิดหนึ่งก็ไม่เป็นไร เราพบกันมาแก้ไขความเข้าใจผิดกันได้ในทุกๆ เดือนในรายการถามแอนด์ทอล์ค เราก็ถือเป็นว่า กรณีศึกษาของเราเพื่อเราจะไปเป็นครูสอนผู้อื่นต่อไป การเป็นครูไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอดทน ครู มาจากคำว่า คุรุ คุรุแปลว่า หนัก คุรุนี่แปลว่า หนัก สระเสียงสั้นก็เป็นสระอุ “คุรุ” เสียงยาวก็เป็นอู อุกับอูก็เป็น “ครู” ผู้เป็นครูที่จะสอนผู้อื่น จะต้องหนักหนาสาหัส สาหัสกว่าหน้าที่อื่นๆ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
เดี่ยวมาดูรายการของคุณอรสา กู้เกินพงษ์ 2006 “คำสั่งจากฟากฟ้า จะสั่งลงมาเป็นคลื่นพลังกรรม ขอให้ทำจิตให้สงบ พอทำจิตให้สงบ โลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน ลดลง จะทำให้สัมผัสคำสั่งที่มาจากฟากฟ้า จะเป็นบรรยากาศ หรือเป็นอวกาศ สัมผัสแล้วแสดงปรากฎการณ์ต่างๆ อย่างสมเหตุสมผล”
ขอซ้ำอีกทีหนึ่ง คุณอรสา กู้เกินพงษ์ 2006 คำสั่งจากฟากฟ้า ฟากฟ้าเขาสั่งลงมาว่า นาย ก. นาง ข. ถ้าจะให้พ้นทุกข์ พ้นเคราะห์ รับหน้าที่ จะเป็นคนทรงเจ้าก็ได้ หากว่ายุคสมัยไม่อำนวย เพราะคนสมัยนี้จะไม่ยอมรับคนทรงเจ้าเท่าไหร่นัก นอกจากคนทรงเจ้าคนนั้นเป็นคนมีเครดิตสูง ผู้คนก็จะกล้อมแกล้มยอมรับ แต่ถ้าเครดิตไม่มี ยากจนด้วย ตำแหน่ง หน้าที่การงานก็ไม่ดี ก็จะไม่เป็นที่ยอมรับ ก็กลายเป็นว่า เราเสนอ 2 วิธี วิธีที่ 1 คือ เป็นคนทรงเจ้าก็ได้ ถ้าคุณไม่พร้อมที่จะรับใช้ชดใช้กรรมด้วยการเป็นคนทรงเจ้า ก็มีวิธีอีกวิธีหนึ่งที่เราเสนอให้ ก็คือ ใช้ “ญาณแฝง”
ถ้าทำจิตให้สงบ พอทำจิตให้สงบ ตัวโลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทานมันก็จะลดลง อย่างในข้อเขียนของคุณอรสา จะทำให้การสัมผัสคำสั่งที่มาจากฟากฟ้า จะเป็นบรรยากาศ หรืออวกาศ สัมผัสแล้วแสดงปรากฎการณ์ต่างๆ อย่างสมเหตุสมผล ก็เป็นญาณแฝงไป
ญาณแฝงหมายถึงยังไง ก็หมายถึงคนคุยกับคนนี่แหล่ะ แต่ถ้าญาณทรงก็เจ้าคุยกับคน เจ้าคุยกับมนุษย์ ซึ่งคนน้อยคน น้อยลงทุกวันด้วยที่จะยอมรับสิ่งเหล่านี้ อันนี้ด้วยความเคารพท่านผู้ที่เป็นร่างทรงทั้งหลายด้วยความเห็นใจ และเข้าใจท่านว่า การประทับทรงเป็นของจริง แล้วเป็นของดี ถ้าท่านพร้อม แต่ถ้าท่านไม่พร้อม เราก็เสนอให้รับรู้เรียนรู้แบบญาณแฝง ก็ประการใดก็แล้วแต่อัธยาศัยของแต่ละคน ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟังอีกครั้งนึง เดี๋ยวฟังเพลงจากคุณชนัดดา แล้วก็มาสวดมนต์สวดพรกัน
เพลงที่จบลงไป ชื่อเพลง “กฎแห่งกรรม” คำร้อง ธวัช คณิตกุล ทำนอง จิระวุฒิ กาญจนะผลิน เรียบเรียงคำร้อง หลง 2784 ขับร้อง วีระ บำรุงศรี จังหวะ ร็อก เนื้อเพลงมีอยู่ว่า “กฎแห่งกรรม กรรมนั้นหรือคือ วิบากกรรม วิบากกรรมคือ ผลกรรมที่ได้กระทำไว้ กฎเกินเกณฑ์ เกณฑ์เกินกฎ เกณฑ์เกินกรรม กรรมเกินเกณฑ์ กรรมเกินกฎ กฎเกินกรรม กฎ เกณฑ์ กรรม เกินกำกับ กรรมเก็บกด 27 ตัว ก ขอจงจำไว้ ใส่ใจใฝ่เรียนรู้กฎแห่งกรรม นี่ล่ะปัญหาว่า จะทำยังไงจะได้เรียนรู้ พ้นความชอกช้ำระกำ รู้เท่าทันกรรม น้อมนำสุขเอย
ทำยังไงเราจะได้รู้เท่าทันกรรม ก็ต้องชดใช้กรรม พอเราชดใช้กรรม ซึ่งเทพเป็นสักขีพยาน เรามี 5 ขั้นตอนใช่ไหม ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนซ่อนเร้นปิดบังอำพราง เป็นเรื่องที่ 5 พอเราศึกษาเรื่องเหล่านี้ชัดเจน หรือในระดับหนึ่งสมฐานะของกฎแห่งกรรมของเราแล้ว เทพเทวดาซึ่งเป็นอันดับที่ 4 จะเป็นสักขีพยานให้กับเรา ดลบันดาลให้เรา เรียกว่า เบาบางจากความทุกข์ แล้วก็ให้ประโยชน์ของความสุขเพิ่มขึ้นแก่เรา บรรเทาทุกข์แล้วก็เพิ่มสุขให้แก่เรา ความสำเร็จในชีวิตก็จะเกิดขึ้นได้โดยไม่ยาก
ทีนี้คนที่ย่ำอยู่กับที่ไปไหนไม่ได้สักที แล้วบางทีก็ชักจะโมโหตัวเอง ว่ามันอะไรกันนักกันหนา เพื่อนคนนั้นเก่งไม่เท่าเรา มันไม่ได้มีความสามารถเท่าเราเลย มันทำไมมีฐานะมีอนาคตไปไกลขนาดนั้น แล้วเราทำไมยังตามมันไม่ทัน ด้วยเหตุอันนี้แหล่ะ เราคือ ผู้ถูกเลือก ภาษาฝรั่งเขาเรียก ไลท์เวิคเกอร์ (Lightworker)
เมื่อเราผู้ถูกเลือก เลือกมาทำอะไร เลือกมาให้ศึกษาหาความรู้ เพื่อเป็นครูสอนผู้อื่นต่อ จะสอนในลักษณะประทับทรงก็ได้ แต่บอกแล้วว่าประทับทรงมันมีข้อเสียตรงที่ว่า เราจะใช้อารมณ์ในการแปลสัญญาณของเทพเทวดา เสียมากกว่า ใช้อารมณ์แปลมันก็จะเกิดการใช้โลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน เข้าไปแปลสัญญาณ แล้วก็บอกแก่ลูกศิษย์ลูกหา มันก็ย่ำอยู่กับที่ เทพเทวดาบอกว่า แกสอนอย่างนี้จงอยู่ต่อไปเถอะ จงลำบากต่อไปเถอะ ฉันยังให้รางวัลชีวิตแกไม่ได้ ฉันให้ได้แต่อาญากรรรม บางคนก็โมโหโกรธาหักดิบ กลั้นใจตั้งใจไม่รับสัญญาณเทพที่เขามา มีนะมีคนเล่าบอกว่า พอถึงเวลาที่เทพจะมาลง ลูกศิษย์มารอ เขาจะสะบัดหัวอย่างแรง ให้หายความรู้สึก แล้วก็รีบแต่งตัวหนีออกจากบ้านไปเลย แล้วเขาก็ไปพบอุบัติเหตุบนท้องถนน ก็บ่อยๆ อันนี้เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ
เมื่อเราไม่สามารถจะรับใช้เทพในรูปแบบเก่า ตามแบบโบราณกาล คือ คนทรงเจ้า เจ้าเข้าทรง คนมีองค์ เทพมาลง เทพมาประทับ เราจึงเสนอความรู้ต่างๆ ให้เข้าไปอยู่ในธาตุรู้ แล้วธาตุรู้ก็จะไปประสานกับวิญญาณธาตุ ให้เป็นเรื่องขององค์แฝง เพราะเวลาแฝง เราก็มีความรู้สึกเป็นปกติธรรมดา ก็คุยกันอย่างมนุษย์คุยกับมนุษย์ มากนิดเบาหน่อยยืดหยุ่นกันได้ พูดกันได้ เข้าใจกันได้ ไม่ต้องไปปรุงแต่งเป็นเทพมาคุยกับมนุษย์
ซึ่งขณะที่เทพประทับทรงอยู่ในตัวนาย ก. หรือ นาง ข. ไม่ใช่ว่า นาย ก. หรือ นาง ข. หลับไปหรือสลบไป เพราะว่าไม่ได้ฉีดยาสลบ ก็ยังรู้อยู่ว่าใครกำลังนั่งคุยกับเรา แต่มันเมาๆ มึนๆ งงๆ ก่งก๊ง อย่างภาษาจีนเขาว่า บางทีก็พูดออกไปอย่างแม่นย่ำ บางทีก็พูดออกไปอย่างผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ซึ่งมันอันตรายถ้าหากคลื่นพลังกรรมของเทพเทวดาแรงมาก ก็แม่นยำค่อนข้างชัดเจน ถ้าคลื่นของเทพเทวดามาน้อยในวันนั้น คลื่นรบกวนมันมาก ก็กลายเป็นว่า นาย ก.ต้องพูดแทนเทพ นาง ข. ต้องพูดแทนเสด็จแม่ ซึ่งโอกาสที่จะเสียหายและผิดพลาด มันมีมาก
เอาล่ะ ก็ขออธิบายไปวันละเล็กละน้อยเท่านี้ก่อน แล้วเราค่อยมาสนทนากันในรายการถามแอนด์ทอล์คต่อไป ก็ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในบารมีแห่งพระพุทธรัตนา พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ และโดยเฉพาะในเดือนนี้ วันที่ 29 เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของงานพระพุทธศาสนาคือวัน “อาสาฬหบูชา” ส่วนวันที่ 30 ก็เป็น วันเข้าพรรษา ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ของเราชาวพุทธ
จ. 20 ก.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
โลภ โกรธ หลง เป็นต้นฉบับ ต่อมาก็ขยายฉบับออกไป กิเลส ตัณหา อุปาทาน มันก็ไปปรุงแต่งตัณหา มานะ แล้วก็ไปปิดประตูสุดท้ายที่ทิฏฐิ ความใจแคบ
13 มี.ค. 2026
ทำสมาธิเพื่อให้เกิดเป็นคุณแก่ชีวิต และเรามีจริต 6 ชนิดที่แตกต่างกัน 1. ราคจริต คนบางคนมีราคจริตสูง 2. โทสจริต 3. โมหจริต 4. สัทธาจริต 5. พุทธิจริต 6. วิตกจริต
7 ก.ค. 2026
สร้างสวรรค์ทั้งเป็น แล้วหลีกหนีนรกทั้งที่ยังไม่ตาย ทำอย่างไรจึงจะมีปาฏิหาริย์ที่ดีเกิดขึ้น เริ่มต้นจากตัวเราก่อน 1. อารมณ์ 2. จิต 3. วิญญาณ ที่ทำงานคือ ร่างกาย จุดสุดท้ายคือ วิญญาณสร้างราศี กายต้องการความคล่อง จิตต้องการความนิ่ง วิญญาณเบาบางจากโลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน โดยเฉพาะอุปาทานทางเหนือสามัญวิสัย มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ชีวิตสับสนวุ่นวาย
3 ก.พ. 2026
