EP.2006 คำสั่งจากฟากฟ้า จะสั่งลงมาเป็นคลื่นพลังกรรม ขอให้ทำจิตให้สงบ พอทำจิตให้สงบ โลภ โกรธ หลง กิเลส ตันหา อุปาทานลดลง จะทำให้การสัมผัสคำสั่งที่มาจากฟากฟ้า จะเป็นบรรยากาศ หรือเป็นอวกาศ สัมผัสแล้วแสดงปรากฏการณ์ต่างๆ อย่างสมเหตุสมผล
อัพเดทล่าสุด: 28 ก.ค. 2026
0 ผู้เข้าชม
EP.2006 คำสั่งจากฟากฟ้า จะสั่งลงมาเป็นคลื่นพลังกรรม ขอให้ทำจิตให้สงบ พอทำจิตให้สงบ โลภ โกรธ หลง กิเลส ตันหา อุปาทานลดลง จะทำให้การสัมผัสคำสั่งที่มาจากฟากฟ้า จะเป็นบรรยากาศ หรือเป็นอวกาศ สัมผัสแล้วแสดงปรากฏการณ์ต่างๆ อย่างสมเหตุสมผล
สวัสดีทุกท่าน วันนี้เราพบกันวันอาทิตย์ที่ 19 เดือนกรกฎาคม พุทธะ 69 คริสต์ 26 เป็นวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 8 แต่เป็น 8 หลัง ปีมะเมีย เรื่องที่ยังคุยกันทิ้งค้างไว้ก็ด้วยเรื่องของคำว่า คำสั่ง และเมื่อวานก็เป็นเรื่องของการบอกกล่าวเล่าแจ้งให้รู้ว่า ที่ร่างทรง หรือคนทรงเจ้าส่วนใหญ่มีความสงสัยว่า สิ่งที่ตนเองพูดออกมา แสดงความรู้สึกต่างๆ ออกมานั้น แล้วบางครั้งก็ไม่เป็นไปตามจุดประสงค์ มันเป็นด้วยเหตุอะไร ข้อสงสัยนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความลังเล คือ ไม่แน่ใจ
เอากันว่า เมื่อถึงเวลา เมื่อถึงเวลาชะตาชีวิตของนาย ก. ก็ดี นาง ข. ก็ดี ก็จะต้องทำตามคำสั่ง คำสั่งจากบนฟากฟ้าก็จะสั่งลงมาเป็นคลื่นพลังกรรม สั่งลงมาเป็นคลื่นพลังกรรม ถ้าเราจะเปรียบวิชาฟิสิกส์ก็เป็นคลื่นระดับธรรมดาก่อน เพราะว่าวิชาฟิสิกส์มี 2 ระดับคือ คลื่นทั่วไปกับคลื่นควอนตัม อันนี้ก็เป็นขั้นต้นก็เป็นคลื่นธรรมดาก่อน
ทีนี้พอคำสั่งลงมาประสานในตัวเรา ซึ่งการผลิตอารมณ์ของมนุษย์มันวู่วามซะส่วนใหญ่ อารมณ์ ฮอร์โมน เคมีในตัวมนุษย์มีลักษณะไม่ราบรื่น พออารมณ์ ฮอร์โมน เคมีมีลักษณะไม่ราบรื่น เวทนาก็ยากที่จะเป็นอทุกขมสุขเวทนา ปราณ ปราณที่ออกมาผ่านเวทนาออกมา ก็อาจจะเป็นปราณที่ไม่บริสุทธิ์ ราศี ราศีหรือเรียกกันภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า ออร่า ที่จะส่งออกไปก็ไม่ราบรื่น อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี เวทนา ปราณ ราศีสัมผัส สัมผัสคำสั่ง หรือการสั่งจากฟากฟ้า ก็แล้วแต่ว่าคนทรงเจ้าคนนั้นจะรับคำสั่งจากฟากฟ้าระดับบรรยากาศ บรรยากาศก็มีจาตุมหาราชิกา ยามา ดาวดึงส์ ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี หรืออาจจะต้องรับคำสั่งระดับสูงขึ้นไป คือ จากอวกาศซึ่งเป็นรังสีแห่งพรหม
การที่ราศีของนาย ก. หรือนาง ข. ออกไปรับคำสั่ง บางทีนาย ก. นาง ข. ไม่ประสีประสาอะไรเลย มีจิตวุ่นวาย โดยเฉพาะสมัยนี้ด้วยแล้ว จิตใจของหนุ่มสาวจะหาคนที่นิ่ง หรืออยู่ในระดับที่ไม่วุ่นวายหายาก ถ้าเกิดจิตมันวุ่นวายออกไปรับคำสั่ง อันนั้นไม่ใช่จิต ออกไปรับคำสั่งอันนั้นเป็นอารมณ์ เอาอารมณ์ไปรับคำสั่ง สมมติว่า นาย ก. หรือนาง ข. เกิดมามีระดับพรหมลิขิตสูง คำสั่งจากฟากฟ้ามาจากอวกาศ ไม่รู้ว่าเป็นพรหมระดับไหน ตั้งแต่พรหมชั้นที่ 12 ขึ้นไป อาจจะไปถึงชั้น 27 ก็ได้ไม่แน่ เพราะว่าบุญบารมีที่สั่งสมมา แต่มาชาตินี้มาพบกับสิ่งแวดล้อม มาพบกับปัญหาชีวิต มาพบกับความไม่พร้อมก็ใช้แต่อารมณ์ โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่น ก็จะใช้อารมณ์มากกว่าใช้จิต
พอเอาอารมณ์ออกไปรับคำสั่ง ทีนี้ไปคนละเรื่องเลย ไปคนละเรื่อง คำสั่งมาสูงมาก แต่การไปรับคำสั่งอยู่ในระดับด้อยมาก ก็ทำให้เกิดการประสาน ประสมประสานที่ไม่กลมกลืนกัน การแสดงออกมาของคนทรงเจ้า เจ้าเข้าทรง หรือคนมีองค์ ก็จะออกมาในรูปแบบไม่เนียน พูดกันว่าไม่เนียน ความเชื่อถือหรือโอกาสที่จะเชื่อถือมันน้อยลง หรือบางทีในช่วงต้นคลื่นพลังกรรมที่ส่งมามันแรง แล้วก็นาย ก. นาง ข.รับได้ ก็จะแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ แต่เป็นอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ในเบื้องต้นที่รุนแรง คนก็จะตื่น ตื่นร่างทรงคนนั้น เช่น ถ้าให้หวยแม่นไม่กี่งวด ก็จะเฮโลสาระพากันไปหาร่างทรงคนนั้นมากมาย ต่อมาๆ โอกาสที่คำสั่งเหล่านั้นต้องการจะสัมผัส ไม่ได้ต้องการสัมผัสอารมณ์ ต้องการจะสัมผัสระดับจิต ทำยังไงๆ นาย ก.หรือนาง ข.ก็ไม่ได้ใช้จิตไปรับ แต่อาจจะมีบางท่านบางคนใช้กระแสจิตออกไปรับคลื่นพลังกรรมเหล่านั้น ถ้าหากว่าใช้กระแสจิตออกไปรับ ทีนี้ล่ะก็เชื่อถือได้ ร่างทรงคนนั้นจะมีความโลภ โกรธ หลง กิเลส ตันหา อุปาทานน้อยลง พอน้อยลงความน่าเชื่อถือมันก็มากขึ้น
เพราะฉะนั้น ตรงนี้คือ ปัญหาใหญ่ที่ว่า ใครก็ดีที่พบกับอำนาจการสั่งมาจากฟากฟ้า แล้วมาเข้าที่ต่อม Pineal gland หรือต่อมจอมประสาทให้รับทำหน้าที่เป็นสื่อ สื่อทรงเจ้า ถ้าหากว่าเข้าใจสักนิดเดียว ยอมรับ แล้วก็ทำหน้าที่สักระยะหนึ่ง รางวัลชีวิตที่จะมีมาจากฟากฟ้า ก็จะได้มาเหมาะสมกับฐานะทีเดียว แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วล้มเหลว เท่าที่ติดตามสถิติมาจากคนทรงเจ้าจำนวนไม่ใช่น้อย ก็จะเห็นว่าล้มเหลวในบั้นปลาย เพราะว่าพอคลื่นพลังกรรมส่งมาที่คลื่นสมองของนาย ก. หรือนาง ข. คือ Pineal gland ต่อมจอมประสาท ส่งมาเมื่อปะทะกับอารมณ์ ประทะกับอารมณ์บ่อยมากๆ เข้า คลื่นพลังกรรมที่มาจากฟากฟ้าก็จะลดฐานะลง ลดฐานะลง
บางทีช่วงแรกเป็นคลื่นพลังกรรมของมหาพรหม เด็กหนุ่มเด็กสาวบางคนเริ่มประทับทรงใหม่ๆ ผู้ใหญ่เกิดความประหลาดใจว่า ทำไมลูกหลานฉันถึงได้ประทับทรงระดับมหาพรหม มหาเทพทีเดียว แล้วพอต่อไปๆ ก็ชักจะเริ่มเละแล้ว เพราะว่ากี่ทีๆ ก็ใช้แต่อารมณ์ออกไปรับ คือ ราศีที่ประสมประสานแล้วยังอยู่ในฐานะอารมณ์ออกไปรับ พลาดแล้วตอนนี้มันก็ไปคนละเรื่อง คำสั่งมาเป็นระดับมหาเทพมหาพรหม แต่เจ้าตัวใช้คลื่นพลังงานระดับอารมณ์ออกไปประสานกี่ทีๆ ก็ไม่ได้ใช้จิต
เพราะถ้าใช้จิตในหลักอภิธรรมจิตก็มีการทำงานระดับ 12 ขั้นตอน รับ รู้ คิด จำ 4 แล้ว จำ ได้ หมาย รู้ 8 แล้ว รู้ แจ้ง แทง ตลอด ถ้าสามารถไปถึงรู้ แจ้ง แทง ตลอดในระดับโลกียธรรมนะ อันนี้เรายังไม่ได้พูดถึงโลกุตรธรรม ก็จะมีเหตุมีผล คนทรงเจ้าทั้งหลายก็จะพูดกับผู้ที่มาพบหา ผู้ที่มาคารวะ ผู้ที่มาขอรับบารมี ขอรับคำทำนาย ขอรับอะไรต่ออะไรอย่างเหมาะสม อย่างเหมาะสมแก่การสนทนา ไม่ใช่ว่าจะไปพูดอะไร ทำอะไรในสถานะที่มันไม่ถูกต้อง
ฉะนั้น รับ รู้ คิด จำ จำ ได้ หมาย รู้ รู้ แจ้ง แทง ตลอด มีระดับ ระดับแรกเท่านั้นเองก็เพียงพอแก่การใช้งานแล้ว ก็คือ ระดับโลกียธรรม พูดอย่างนี้หลายๆ ท่านก็บอกข้อมูลเยอะจัง ชักจะงง ไม่ต้องงง จะทบทวนให้เข้าใจอีกเล็กน้อย แล้วถ้าหากยังไม่เข้าใจ เรามีโอกาสพบกันในรายการถามแอนด์ทอล์ค แต่ละครั้ง เราจัดเดือนละครั้ง
สิ่งที่เป็นคำสั่งจะมาตามกาลเวลา คำสั่งนี้มาจากฟากฟ้าเป็นคลื่น ถ้าเราจะเอาเป็นประยุกต์ก็เป็นเรื่องของคลื่น คลื่นแทรกสอด คลื่นสอดแทรกเป็นคลื่นธรรมดา คลื่นแทรกสอด ถ้าคลื่นแทรกสอด หรือคำสั่งมาแล้วเราใช้อารมณ์ออกไปรับ จะให้รู้สึกว่าในช่วงต้นๆ มันน่าทึ่ง มันมีการแสดงฤทธิ์ แสดงปาฏิหาริย์ บอกกล่าวสิ่งที่เป็นที่น่ามหัศจรรย์ เพราะอารมณ์ผสมกับสื่อที่ลงมาจากฟากฟ้า ก็จะทำให้เกิดฤทธิ์มากมาย ครั้นนานๆ เข้าสื่อจากฟากฟ้า หรือคำสั่งจากฟากฟ้า เขาต้องการที่จะให้ผู้ที่เป็นญาณ ร่างของเขาก้าวเข้าไปสู่การบอกกล่าวเล่าแจ้งในการสอนธรรมะ 2 ภาค คือ ภาคสามัญวิสัยกับเหนือสามัญวิสัย ก็ปรากฏว่าถ้าใช้แต่อารมณ์ส่งราศีออกไป ส่งราศีออกไปรับรังสี มันคนละเรื่องกัน รับมานานเท่าไหร่ๆ ก็ไม่ได้ใช้จิตออกไปรับสักที ยิ่งถ้าหากว่าคนทรงเจ้า เจ้าเข้าทรง คนมีองค์คนใดมีจิตมุ่งแต่จะโลภ โลภะ โทสะ โมหะ กิเลส ตันหา อุปาทาน ก็จะทำให้ขัดแย้งกัน ขัดแย้งกันกับคำสั่งที่เป็นคลื่นมาจากฟากฟ้า
ถ้าหากยิ่งมาจากอวกาศเป็นระดับตั้งแต่พรหมชั้นที่ 12 ขึ้นไปถึง 27 ก็จะขัดแย้งกันอย่างหนัก เพราะว่าใช้อารมณ์ออกไปรับ แต่คลื่นของพลังรังสีแห่งพรหมต้องการจะประสานกับจิต แต่ปรากฏว่ากี่ทีๆ นาย ก. หรือนาง ข.ก็ไม่สามารถที่จะจัดการอารมณ์ ฮอร์โมน เคมี เวทนา ปราณ ราศีของตัวเองให้อยู่ในระดับจิตได้ ก็ได้แต่ระดับอารมณ์ออกไปรับคลื่นเหล่านั้น การประสานก็ไม่กลมกลืนกัน พอไม่กลมกลืนก็จะเกิดความขัดแย้ง กระท่อนกระแท่น คำทำนายการบอกกล่าวไม่สมเหตุสมผลเลย มันก็จะเกิดความล่มสลายในภายหลัง
อย่างที่บอกว่า ผู้พูดเคยไปหาร่างทรงสมัยหนุ่มๆ ก็บอกว่าทำไมวันนี้ปิดทำการซะล่ะ ร่างทรงคนนั้นก็บอกว่า เสด็จพ่อเสด็จแม่อะไรของเขา เสด็จขึ้นไปจำศีลบนสวรรค์ แล้วถามว่า เมื่อไหร่จะกลับลงมา ก็ต้องแล้วแต่ท่าน ถ้าท่านยังไม่พร้อมที่จะกลับลงมา ท่านก็ยังไม่กลับลงมา ฉันก็ได้แต่คอยอยู่นี่แหละ แล้วก็เป็นที่จดจำมาว่า ก็แปลกดี ตัวเองก็เลยต้องมาศึกษาหาความรู้ในภายหลัง อ๋อ มันเป็นอย่างนี้เอง
ฉะนั้น จึงขอบอกกล่าวแด่ผู้ที่มีญาณวิถีชะตาชีวิตที่ดวงใหญ่ดวงโตว่า อย่าล้อเล่นไป เมื่อท่านสัมผัสกับสัมผัสที่ 6 คือ Sixth Sense เหล่านี้ ขอให้ท่านทำจิตให้สงบหน่อย เพราะว่าพอท่านทำจิตให้สงบ โลภลดลง โกรธลดลง หลงลดลง กิเลส ตันหา อุปาทานลดลง ก็จะทำให้การสัมผัสคำสั่งที่มาจากฟากฟ้า จะเป็นบรรยากาศ หรือจะเป็นอวกาศในระดับใดก็ได้ทั้งนั้นแหละ ก็จะสัมผัสแล้วออกมาแสดงปรากฏการณ์ต่างๆ อย่างสมเหตุสมผล ถ้ายิ่งสามารถแสดงปาฏิหาริย์ระดับอนุสาสนีปาฏิหาริย์ แต่อนุสาสนีปาฏิหาริย์นี้เป็นระดับโลกียะก่อนนะ ไม่ใช่โลกุตรธรรมนะ เอาโลกียธรรมก่อน ก็จะทำให้คนให้ความเชื่อถือ แล้วก็ยอมรับได้โดยไม่ยาก
ข้อความ 2 วันนี้ 2-3 วันนี้เป็นข้อความที่อาจจะทำให้หลายท่านฟังแล้วฉงน ฉงนเอ๊ะอะไรกันนักหนา เพิ่มความรู้มาเรื่อยๆ แล้วบางคนก็จะเกิดความรู้สึกรำคาญไม่อยากศึกษา ไม่อยากรับรู้แล้ว มันมากมายเหลือเกิน แต่ความจริงก็ไม่ได้มากอะไรหรอก มันเป็นการเพิ่มเติมให้เข้าใจว่า ถ้าท่านผู้ที่จะปฏิบัติหน้าที่ในธรรมะภาคที่ 2 คือ เหนือสามัญวิสัย แล้วต้องการความรู้โดยที่ว่าอย่าเห็นว่า เป็นการให้ข้อมูลมากไป ท่านรับไว้มากๆ ก่อนดีกว่าข้อมูลน้อยๆ แล้วถ้าเกิดในวันข้างหน้าท่านเกิดเปิดสำนักมีผู้คนมาหามาก มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย คนยุคนี้เขามีข้อมูลทางวิชาการมาก เขาต้องมีเหตุมีผลของเขา ถ้าเราตอบคำถามให้แก่เขาไม่สมเหตุสมผล ท่านจะกลายเป็นขาดเครดิต ไม่มีคนเชื่อถือ แล้วก็จะทำให้ทำหน้าที่ในการเป็นสื่อสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ดี เท่าที่ควร ก็จะทำให้ฉงน แล้วก็ไปออกโบ้ยไปว่า เสด็จพ่อเสด็จแม่เสด็จขึ้นไปจำศีลบนสวรรค์แล้ว บางคนก็ออกไปในรูปแบบว่า สงสัยว่าฉันคงไปทำอะไรผิด ไปทำอะไรพลาด องค์ของฉันก็เลยหนีฉันไปซะแล้ว อันนี้คือ คำพูดที่มันไม่สมเหตุสมผล
เพราะฉะนั้น เรามารับรู้เรียรู้กันให้สมเหตุสมผลดูจะดีกว่าที่ไปทิ้งงานครึ่งๆ กลางๆ ก็จะทำให้เสียความรู้สึกไปเปล่าๆ โดนใช่เหตุ ก็ขอยุติลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน สงสัยประการใดเราจะมาเฉลยกันในรายการถามแอนด์ทอล์คต่อไป ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลงแล้วก็มาสวดมนต์สวดพรกันตามปกติที่เราปฏิบัติกัน ขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
เอาล่ะเพลงที่จบลงไปชื่อเพลง แรงงาน แรงรัก คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 1 ครูธวัช คณิตกุล ทำนองและเสียงร้อง AI จัดทำโดย อาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ แรงงานต้องประสานแรงรัก เนื้อเพลงนะ แรงรักหมายถึงรักงาน รักผู้ร่วมงาน รักผลงาน สุดท้ายจึงค่อยคิดถึงค่าของแรงงาน อันนี้คนสมัยนี้ไม่ทราบตรงกันข้ามหรือเปล่า พอทำงานปั๊บก็บอกว่า ผม ดิฉัน จะได้ค่าตอบแทนค่าแรงเท่าไหร่ ยังไงก็ถามเรื่องเงินไว้ก่อนละ เราก็บอกว่า จริงๆ แล้วแรงงานก็ต้องอาศัยประสานแรงรัก คือ รักอันแรกก็คือ รักงาน แล้วก็รักผู้ร่วมงาน ตอนนี้ส่วนมากก็ทะเลาะกันแหลกลาญ อิจฉากันสุดๆ รักผู้ร่วมงาน รักผลงาน และสุดท้ายจึงค่อยคิดถึงค่าของแรงงาน จะมีผู้ใดที่มีอุดมคติในการทำงานอย่างนี้ เหลืออยู่กี่คนก็ไม่แน่ใจ
วันนี้ต้องขออภัยลืมผลงานของดร.วันพร จาปะเกษตร์ 2005 ช่วงต้นของฤทธิ์ เทพผสมกับอารมณ์ ถามว่ามีผลอย่างไร ก็มีผลแสดงปาฏิหาริย์ได้มาก เพราะว่าอารมณ์เป็นพลังรุนแรงมีทั้งคุณอนันต์มีทั้งโทษมหันต์ แต่มันจะเป็นช่วงหนึ่งของกาลเวลาเท่านั้น ทีนี้ถ้าเกิดเกิดสติคือ ความระลึกได้ขึ้นมา ก็จะเกิดการใช้จิต ต้องการจะใช้จิตคือ อารมณ์ส่งงานต่อให้จิต จิตในหลักอภิธรรมมี 12 ขั้นตอน ขั้นตอนสุดท้าย 4 ข้อหลังก็คือ รู้แจ้งแทงตลอด รับรู้คิดจำช่างแรก จำได้หมายรู้ท่ามกลาง แล้วก็รู้แจ้งแทงตลอด อันนี้เป็นโลกียธรรมนะ พอรู้แจ้งแทงตลอด จิตก็จะพาให้ร่างทรงคนนั้นเกิดเป็นความรอบรู้ และรู้รอบในโลกวิญญาณกับโลกสังขาร ก็คือ ทางนอกกับทางใน ที่จะประสานกันอย่างเหมาะสม
ขอย้ำอีกทีนึง ช่วงต้นของฤทธิ์เทพประสมกับอารมณ์ ช่วงต้นยังไงอารมณ์ก็ออกมาต้อนรับก่อน เพราะว่าเจ้าอารมณ์มันชอบเสนอหน้า ช่วงต้นของฤทธิ์เทพผสมกับอารมณ์ ถามว่ามีผลอย่างไร ก็มีผลแสดงปาฏิหาริย์ได้มาก แต่มันจะเป็นช่วงหนึ่งของกาลเวลาเท่านั้น ทีนี้ถ้าเกิดสติคือ ความระลึกได้ขึ้นมา ก็จะเกิดการใช้จิต จำเป็นต้องใช้จิตละ คือ อารมณ์ส่งงานต่อให้จิต จิตในหลักอภิธรรมมี 12 ขั้นตอน ขั้นตอนสุดท้าย 4 ข้อก็คือ รู้แจ้งแทงตลอด รับรู้คิดจำช่วงแรก จำได้หมายรู้ท่ามกลาง แล้วก็รู้แจ้งแทงตลอด พอรู้แจ้งแทงตลอดจิตก็จะพาให้ร่างทรงคนนั้นเกิดเป็นความรอบรู้ และรู้รอบในเรื่องโลกวิญญาณกับโลกสังขาร ก็คือ ทางนอกกับทางใน ที่จะประสานกันอย่างเหมาะสม ข้อเสนอของดร.วันพร จาปะเกษตร์ 2005 ก็ขอขอบคุณดร.วันพร จาปะเกษตร์
อา. 19 ก.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
คนจะเฮงหรือซวย มีตัวกำกับด้วยวิบากกรรม แล้วทำอย่างไรจึงจะเฮง ทำอย่างไรจึงจะพ้นซวย ต้องมาเรียนรู้
11 เม.ย. 2026
เมื่อถึงคราวที่คนเราวิญญาณหลุดออกจากร่าง โอปปาติกะก็จะแยกหน้าที่กันทำ 2 อย่าง ก็คือ ฝ่ายกรรมนิมิต และฝ่ายคตินิมิต เมื่อฝ่ายคตินิมิตเลือกที่เกิดโดยสัมภเวสี ตามวิบากที่ทำมาแล้ว ฝ่ายกรรมนิมิตก็จะพาดวงวิญญาณรวมทั้งวิบากกรรมไปสู่คติ จะไปสู่สุคติ หรือจะไปสู่ทุคติ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิบาก คือ ผลกรรมที่ได้ทำไว้
สรุปแล้วโอปปาติกะ จะมีบทบาทกับคนทุกคน จนกว่าคนๆ นั้น จะสำเร็จอรหันต์ในชาติหนึ่งชาติใด
19 ก.ค. 2026
