แชร์

EP.2005  ช่วงต้นของฤทธิ์ เทพผสมกับอารมณ์ ถามว่ามีผลอย่างไร ก็มีผลแสดงปาฏิหาริย์ได้มาก แต่มันจะเป็นช่วงหนึ่งของกาลเวลาเท่านั้น (ส. 18 ก.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 28 ก.ค. 2026
5 ผู้เข้าชม
EP.2005  ช่วงต้นของฤทธิ์ เทพผสมกับอารมณ์ ถามว่ามีผลอย่างไร ก็มีผลแสดงปาฏิหาริย์ได้มาก แต่มันจะเป็นช่วงหนึ่งของกาลเวลาเท่านั้น 
ทีนี้ถ้าเกิดสติ คือ ความระลึกได้ขึ้นมา ก็จะเกิดการใช้จิต คือ อารมณ์ส่งงานต่อให้จิต จิตในหลักอภิธรรมมี 12 ขั้นตอน ขั้นตอนสุดท้าย 4 ข้อ ก็คือ รู้แจ้งแทงตลอด รับ รู้ คิด จำ ช่วงแรก จำได้ หมายรู้ ท่ามกลาง  แล้วก็รู้แจ้งแทงตลอด 
พอรู้แจ้งแทงตลอด จิตก็จะพาให้ร่างทรงคนนั้นเกิดเป็นความรอบรู้ และรู้รอบในเรื่องโลกวิญญาณ กับโลกสังขารที่จะประสานกันอย่างเหมาะสม
สวัสดีทุกท่าน  รายการพบกันทางเงาเสาร์ที่ 18 เดือนกรกฎาคม พุทธะ 69 คริสต์ 26 ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 8  สองแปด แปดที่สอง  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  เวลาแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อยต้องให้ได้อะไรบ้าง  แล้วเราจะได้อะไรดีวันนี้ เอาล่ะมีผู้สงสัยอยู่ท่านหนึ่ง อยากจะรู้ความเป็นเป็นจริงเกี่ยวกับคนทรงเจ้า หรือเจ้าเข้าทรง ก็คงจะไม่สามารถให้รายละเอียดได้ถี่ถ้วน เราก็มาสนทนาให้พอเข้าใจคร่าวๆ โดยพอประมาณ
กรณีของผู้ที่มีดวงชะตาฟ้าลิขิต แต่เรามักจะใช้คำว่า พรหมลิขิต หรือกฎแห่งกรรม คนๆ นั้นก็จะมีฐานะในการเป็นสื่อ เป็นสื่อให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะเป็นระดับไหนก็สุดแท้แต่บุญกุศลที่สั่งสมสร้างมา  สมมติว่า นาย ก. มีชีวิตที่ดำเนินมาอย่างปกติตลอดระยะเวลาหนึ่ง และอยู่ๆ ก็เกิดผิดปกติ ชีวิตมีแต่ปัญหาบีบคั้น กดดัน รังควาน และปิดกั้น  นาย ก. ก็จะต้องกลายเป็นผู้ที่เขาเรียกว่า คนทรงเจ้า หรือเจ้าเข้าทรง หรือคนมีองค์  
ถ้านาย ก. ฝืน ฝืนการที่จะมีเทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ  นาย ก. ก็จะต้องมีสิ่งกระทบต่อร่างกาย และจิตใจอย่างรุนแรง เช่นว่า เจ็บไข้ได้ป่วยทางกาย หรือมีสภาวะจิตที่ผิดปกติวิปริตวิปลาสไปว่าอย่างนั้นเถอะ แต่ถ้านาย ก. เกิดได้รับฤทธิ์ ได้รับฤทธิ์จากเทพเทวดาในช่วงต้นๆ  นาย ก. ก็จะคล้อยตามไปกับฤทธิ์อันนั้นๆ ฤทธิ์ที่ลงมาในตัวนาย ก.  นาย ก. ตั้งรับไม่ทัน ตั้งรับด้วยอารมณ์ ไม่สามารถจะตั้งรับด้วยจิต  ก็ตั้งรับด้วยอารมณ์ เราก็จะใช้สูตรง่ายๆ ว่า อารมณ์บวกฤทธิ์ 
พออารมณ์บวกฤทธิ์ มันจะศักดิ์สิทธิ์ มีความแม่นยำ มีความแปลกประหลาดพิสดารมาก  นาย ก.  ซึ่งเป็นปุถุชนคนธรรมดาแล้วก็บางทีส่วนใหญ่นะ ชีวิตก็จะล้มเหลวมาก่อน ก็จะเกิดความฮึกเหิม นาย ก. เป็นร่างทรงที่ฮึกเหิม นาย ก. ก็จะใช้สูตรอารมณ์บวกฤทธิ์มาตลอด พอใช้ ใช้ ใช้ ใช้ไป นาย ก. อาจจะเริ่มได้สติ ประกอบจากการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับธรรมะ  เกี่ยวกับสิ่งอันเป็นปรากฏการณ์ต่างๆ ที่บูรณาการบอกกล่าวเล่าแจ้งกันมา ก็เรียกว่า นาย ก. อยู่ในแวดวงของเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ศาสนา ศรัทธา และความเชื่อ  นาย ก. ก็เริ่มจะตั้งสติได้  
ขณะที่นาย ก. ใช้ชีวิตมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ขณะนั้นน่ะนาย ก.ก็ใช้อารมณ์บวกกับฤทธิ์  ซึ่งมีทั้งคุณอนันต์คือ แม่นยำ ปาฏิหาริย์มาก แต่ว่าขาดความสุขุมรอบคอบ นาย ก. ก็เริ่มตั้งสติได้ สมมติตั้งสติได้  ต่อมานาย ก.  ก็จะเข้าสู่สูตรใหม่โดยคร่าวๆ นะว่า นาย ก. ก็จะใช้รู้บวกฤทธิ์ ก็คือ ใช้จิตนั่นแหละ ขั้นแรกก็ใช้อารมณ์ผสมพลังของเสด็จพ่อ เจ้าพ่อหรือหรือองค์ศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งองค์ใด ที่มาสัมพันธ์ในต่อมจอมประสาทของนาย ก.  นาย ก. ก็ใช้ฤทธิ์ผสมอารมณ์ อารมณ์พาให้ฤทธิ์ยิ่งฟุ้งกระจายออกมาเป็นที่น่าตกอกตกใจ 
ต่อมาพอนาย ก. ตั้งสติได้  นาย ก. เริ่มจะใช้จิต เราเคยพูดอยู่เสมอใช่ไหมว่า ขบวนการของจิตตามหลักอภิธรรมจะมีอยู่ 12 ขั้น  รับ รู้ คิด จำ  จำได้ หมาย รู้ และบ่อยครั้งที่สภาพจิตของนาย ก. กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ประสานกันในชุดสุดท้ายของกระบวนการของจิต ก็คือ รู้แจ้งแทงตลอด  นาย ก. เริ่มมองเห็นความจริงของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มองเห็นเห็นความจริงว่า จิตของเราถ้าหากว่า อยู่ในความสงบอยู่ในความเป็นปกติ เราก็จะรู้แจ้งแทงตลอดว่า อะไรคืออะไร สิ่งนี้ควรเป็นอย่างนั้น สิ่งที่ควรเป็นอย่างนี้ สิ่งนี้ควรเป็นอย่างโน้น นาย ก. ก็จะสุขุมรอบคอบ เขาเรียกว่า อนุสาสนีปาฏิหาริย์ หรือเป็นปาฏิหาริย์ที่มีความสุขุมรอบคอบ 
พูดกันง่ายๆ ว่า ร่างทรงที่ใช้อารมณ์ผสมฤทธิ์ได้คุณอนันต์ แล้วก็ถ้าเกิดผลเสียหายก็เกิดเป็นโทษมหันต์ แต่ถ้าร่างทรงคนใดเกิดตั้งสติได้แล้ว รับ รู้ คิด จำ  จำได้ หมายรู้ รู้แจ้ง แทงตลอดด้วยกระบวนการของจิต โดยเฉพาะรู้แจ้งแทงตลอด ร่างทรงคนนั้นก็จะมีเหตุมีผลในการสนทนาธรรมโดยเฉพาะธรรมะภาคที่สอง คือ เหนือสามัญวิสัย 
ถ้าทุกคนหมายถึงว่า รู้เท่าทัน หรือเชื่อกันว่า ถ้าเราได้รับอำนาจบีบคั้น กดดัน  รังควาน ปิดกั้นจากการดำเนินชีวิตมากๆ  เดี๋ยวอีกไม่ช้าไม่นานเราจะกลายเป็นคนทรงเจ้า หรือเจ้าเข้าทรงไปโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็หันมาเร่ง รับรู้ เรียนรู้ สิ่งอันเป็นศาสนา ศรัทธา ความเชื่อ และวิธีในการปฏิบัติที่ถูกต้อง เราจะเรียกสิ่งนี้ว่า ญาณแฝง 
ท่านผู้ที่คิดว่า ตัวเองกำลังอยู่ในกรณีไหน ถูกบีบคั้น กดดัน รังควาน แล้วก็ปิดกั้นในชีวิตหรือ เปล่า ถ้าเป็นอย่างนี้ ถ้าหากว่าไม่ประสงค์ที่จะเป็นคนทรงเจ้า หรือเจ้าเข้าทรงในอนาคตข้างหน้า ซึ่งก็การเป็นคนทรงเจ้า เจ้าเข้าทรง เทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ  ถ้าคนที่ไม่มีมีฐานะจริงๆ หรือมีตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือทรัพย์สินเงินทองมากมายก่ายกองจริงๆ  ก็จะเป็นที่ดูถูกดูแคลนของคนส่วนใหญ่ได้ง่ายๆ  
นอกจากว่า ในช่วงต้นใช้อารมณ์ผสมฤทธิ์  แล้วก็เกิดมีปาฏิหาริย์เป็นที่น่าตกอกตกใจ คนก็จะเฮโลสาระพามาหากันอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วก็จะค่อยๆ ขาดตอนไป ถ้าร่างทรงคนนั้นไม่สามารถที่จะเชื่อมต่อองค์ความรู้ต่างๆ เข้ามาให้สมเหตุสมผลได้ ด้วยการใช้ขบวนการของจิตเข้าไปรับพลังศักดิ์สิทธิ์ จิตผสมพลังศักดิ์สิทธิ์ หรือ จะใช้อารมณ์ผสมพลังศักดิ์สิทธิ์บ้างก็เป็นบางครั้งบางคราว ก็จะมีลักษณะที่เราเรียกว่า ร่างทรงคนนั้นเตรียมการ เตรียมการให้เป็นญาณแฝง ก็จะปลอดภัยในระดับหนึ่ง ก็คือ จะกลายเป็นมาสเตอร์คือ ครู กลายเป็นกูรูคือ ผู้เชี่ยวชาญในการที่จะบอกกล่าวเล่าแจ้งแด่สาธุชนทั้งหลาย ที่ฝรั่งเขาเรียกว่า “มาสเตอร์ หรือกูรู” 
เพราะฉะนั้น สิ่งที่เป็นกระบวนการของคนทรงเจ้า เจ้าเข้าทรง  เทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ ขอยืนยันว่า มีจริงแล้วเป็นเรื่องจริง  แต่เราจะต้องรู้ขั้นตอนว่า ขั้นตอนแรกอันตรายนะ มีทั้งคุณอนันต์แล้วก็โทษมหันต์ ขั้นตอนต่อมาท่ามกลางเชื่อมต่อระหว่างการใช้อารมณ์ผสมฤทธิ์ กับจิตผสมฤทธิ์ ช่วงนี้ต้องระวังตัวให้ดี ช่วงต่อที่จะลดการประทับทรง หรืองด งดคงยาก คงจะแค่ลดการประทับทรง แล้วมาใช้วิธีการทำนองเปรียบเทียบกับอนุสาสนีปาฏิหาริย์ คือ ปาฏิหาริย์ในการสอนสั่งและสั่งสอนอย่างถูกต้อง และต่อเนื่อง 
อันนี้วิธีการอันนี้ ฝากผู้ที่เชื่อว่า ตัวเองมีเทพ มีองค์ จะต้องประทับทรง แต่ยุคสมัยนี้ก็อย่างที่บอกแล้วว่า ถ้าร่างไม่มีฐานะเป็นที่โดดเด่นจริงๆ ผู้คนที่จะดูถูกดูแคลนมากกว่าผู้คนที่จะให้ความเคารพนับถือ 
เพราะฉะนั้น ขอฝากข้อคิดในวันนี้ไว้ว่า ขอให้ท่านหมั่นสดับรับฟังความรู้ทั้งหลายทั้งปวงไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แล้วจิตของท่านก็จะรับ รู้ คิด จำ  จำได้ หมายรู้  รู้แจ้งแทงตลอดว่า เรื่องของธรรมะสามัญวิสัยเป็นอย่างนี้  เรื่องธรรมะเหนือสามัญวิสัยเป็นอย่างนี้ แล้วเราจะนำเอาธรรมะสองภาคนี้มาประสานให้กลมกลืนกันได้อย่างไรในชีวิตประจำวัน
คนที่เวลาขานรับ ขานรับเรื่องศักดิ์สิทธิ์ก็เอาเป็นเอาตาย เวลาปฏิเสธก็ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงอย่างนี้ มันเป็นไปไม่ได้เพราะทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทุกประการ เขาเตรียมพร้อมมาในสังขารของคุณแล้ว ถ้าคุณต้าน คุณขืน คุณปฏิเสธ คุณไม่ยอมรับ ก็เท่ากับคุณทะเลาะกับคลื่นพลังกรรม 
คลื่นพลังกรรมที่ลงมา ถ้าคนถามว่า แล้วคลื่นศักดิ์สิทธิ์มาประสานอารมณ์ในเบื้องต้น คลื่นศักดิ์สิทธิ์มาประสานจิตในบั้นปลายเพราะอะไร จะเปรียบเทียบกับข้อวิทยาการ หรือวิทยาศาสตร์ได้ ก็คือ เรื่องของฟิสิกส์  ขั้นต้นก็เป็นฟิสิกส์สามัญ ฟิสิกส์ทั่วไป ก็คือ เรื่องของคลื่นพลังงาน แต่ถ้าหากจะเอาให้ละเอียดลออและสูงขึ้นไปกว่านั้นก็คือ เรื่องของควอนตัมฟิสิกส์ เราจึงบอกว่า ควรจะนำเอามาสนทนากันให้ชัดเจนทั้งเรื่องของสามัญวิสัย และเหนือสามัญวิสัย วิทยาการ วิทยาศาสตร์ว่า มีการเปรียบเทียบกันได้โดยนัยยะอย่างไร วันนี้รู้สึกว่าจะให้ข้อมูลเข้าคร่าวๆ ไว้ก่อน ส่วนรายละเอียดเรามาสนทนากันตามโอกาสที่จะพบกัน เช่น ในรายการถามแอนด์ทอล์คต่อไป ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
เดี๋ยวมาทนฟัง ก่อนจะทนฟัง มาดูข้อเขียน ข้อเสนอของ คุณกันติชา เวชสุรียะกุล  2004 สองพันสี่แล้ว  หัวข้อคุณกันติชาให้ไว้ว่า สั่ง....สอน สั่งกับสอน สั่งด้วยผู้มีแปดมือ คนสั่งนี่นะ อันนี้ข้อความเมื่อวาน คนสั่ง ผู้สั่งไม่มีตัวตนหรอก แต่โดยจินตนาการเขามีแปดมือ สอนด้วยผู้มีสองมือ ก็คือ มนุษย์ปุถุชนนี่แหละ จะเป็นสื่อ แล้วก็ยังบอกว่า ผู้สอนด้วยผู้มีสองมือนี่ซึ่งอยู่ที่นี่ มือเหี่ยวๆ แล้วล่ะ  
หากผู้รับคำสอนไม่ทำตามคำสั่งจะถูกบีบคอ หรือถูกบีบด้วย 4 ข้อ คอที่ 1 หรือข้อที่ 1 เจ็บไข้ได้ป่วย การเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดก็ดี หรือป่วยโดยตามกาลเวลา แต่มันเป็นป่วยหนักก็ดี สมควรแก่เวลา ยังไม่สมควรแก่เวลา  ข้อที่ 1 เขาก็บีบด้วยเจ็บไข้ได้ป่วยนั่นแหละ เอามือสองมือบีบไปที่คอเลย  ข้อที่ 2 บีบด้วยอาชีพการงาน ความไม่ก้าวหน้า หรือความตกต่ำในอาชีพการงาน แม้จะมีความสามารถ และความขยันสักเท่าไหร่ก็ถูกบีบคั้น กดดัน  ข้อที่ 3 บีบด้วยคู่ครองความรัก ปัญหาความรัก ความสัมพันธ์ หรือการพลัดพรากจากกันก่อนเวลาอันควร  อันนี้ก็บีบด้วยคู่ครองความรัก  ข้อที่ 4 บีบด้วยบุตรบริวาร การสูญเสีย หรือปัญหาเกี่ยวกับบุตร ญาติพี่น้อง หรือผู้ใต้บังคับบัญชา มีความปั่นป่วนไปหมดว่าอย่างนั้นเถอะ คือ ผู้ที่เขามีอำนาจเขาสั่งมา แต่เขาไม่ได้มาบอก ไม่ได้มาแจ้งเป็นตัวอักษร เป็นเสียงส่งลงมา  ตอนนี้เขาฝากมากับผู้ที่เป็นสื่อ ผู้เป็นสื่อก็พยามที่จะสอนให้สอดคล้อง ให้เหมาะสมกับคำสั่ง แต่ยาก บอกกันตรงๆ เลยว่า ยากเหลือเกิน  ผู้สอนก็สอนไปบอกว่า  เขาสั่งมาว่า อย่างนี้ อย่างนี้ อย่างนี้นะ ก็มีการถกเถียงกันว่า เอาอะไรมาพูด ใครที่ไหนจะมาสอน จะมาสั่ง มนุษย์เท่านั้นที่เก่งที่สุด ปัญหาของมนุษย์จึงถูกบีบคั้นด้วย 4 ข้อที่ว่านี้ ก็คือ เจ็บป่วยไข้ อาชีพการงาน ปัญหาคู่ครองความรัก และบุตรบริวาร เขาเรียกว่า วิบัติ 4  
เพราะฉะนั้น คนที่โดนอำนาจลึกๆ และลับๆ อันนี้ ในยุคนี้เท่าที่มองทั่วๆ ไป หนาหูหนาตาเหลือเกิน ก็น่าสมเพชเวทนา ยุคสมัยที่มันขัดแย้งต่อความรู้สึกเพราะวิทยาการ วิทยาศาสตร์มันก้าวกระโดด ไสยศาสตร์บอกว่า อย่าเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ถอยให้เธอแม้นแต่ก้าวเดียว  ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลง แล้วสวดมนต์สวดพรภาวนากัน
เอาละเพลงที่จบลงไปก็มีส่วนสอดคล้องกับข้อคิดในวันนี้ ก็คือ คนที่เป็นคนทรงเจ้า หรือเจ้าเข้าทรง ก็ว่าจะว่า สิบคนขอวิจารณ์ว่า ก็จะงงๆ สักเก้าคนครึ่ง ทำไมถึงงงๆ ตั้งเก้าคนครึ่ง  ยังแยกแยะไม่ออก แล้วก็ทำหน้าที่ไปแต่ละวัน แต่ละวัน เพราะช่วงต้นของฤทธิ์ของเทพผสมกับอารมณ์ ถามว่ามีผลอย่างไร ก็มีผลแสดงปาฏิหาริย์ได้มาก แต่มันจะเป็นช่วงหนึ่งของกาลเวลาเท่านั้น 
ทีนี้ถ้าเกิดสติคือ ความระลึกได้ขึ้นมา ก็จะเกิดการใช้จิตคือ อารมณ์ส่งงานต่อให้จิต  จิตในหลักอภิธรรมมี 9 ขั้นตอน ขั้นตอนสุดท้าย 4 ข้อก็คือ รู้แจ้งแทงตลอด รับ รู้ คิด จำ ช่วงแรก  จำได้ หมายรู้ ท่ามกลาง  แล้วก็รู้แจ้งแทงตลอด  พอรู้แจ้งแทงตลอด จิตก็จะพาให้ร่างทรงคนนั้นเกิดเป็นความรอบรู้และรู้รอบในเรื่องโลกวิญญาณ กับโลกสังขาร ที่จะประสานกันอย่างเหมาะสม 
คนที่เป็นร่างทรงเห็นมามากก็บอกว่า ตอนนี้เสด็จพ่อ หรือเสด็จแม่ท่านเสด็จขึ้นไปจำศีลบนสวรรค์แล้ว ไม่มาประทับส่งในตัวฉันแล้ว บางคนก็บอกว่า ฉันน่ะไม่ดีเองแหละ ไปเผลอทำผิด ทำพลาดอะไรบางอย่าง ท่านคงจะทรงพระพิโรธหนีฉันไปแล้ว เคยไปหาร่างทรง พอนานๆ บอกทำไมเลิกซะแล้ว ก็บอกอย่างนี้แหละ 
ที่จริงความจริงเทพไม่ได้ไปไหน เทพก็มาตั้งแต่พาเรามาตั้งแต่เกิดก็คือ โอปปาติกะ และสัมภเวสี ตลอดจนเทพทีมีบารมีกับเรา  สิ่งสองสิ่งนี้จะเห็นภาพได้ชัดว่า เรารู้ไว้ใช่ว่า แล้วก็หมั่นศึกษาหาความรู้ ชีวิตของเราจะได้ไม่ต้องพูดกันง่ายๆ ว่า อับปางลง บางคนก็หมดอนาคตไปเลย พอเป็นซะอย่างนี้แล้วก็ทำให้คนเกลียด และกลัวการประทับทรง ก็หนีเท่าไหร่ก็หนีไม่พ้น จะพ้นก็คือ มาพบกับวิบัติ  พบกับวิบัติ บางคนก็ผิดปกติทางร่างกาย ร่างกายผิดปกติ บางคนก็ผิดปกติทางจิตใจ ไม่สมประดีไปเลย 
เพราะฉะนั้น รับรู้ไว้เถอะ ปลอดภัยกว่าที่จะทำเป็นเพิกเฉยซะ  ข้อเท็จจริงมันมีอยู่ แล้วสำหรับผู้ที่ต้องการข้อเปรียบเทียบ หรือข้อรู้ที่ทันสมัย เราก็บอกว่า ความจริงมันก็คือ เรื่องของคลื่นพลังทั้งหลายแล่ ถ้าจะเอาคลื่นชั้นสูงก็คือ ควอนตัมฟิสิกส์ คลื่นธรรมดาก็เป็นฟิสิกส์ทั่วไป ที่เอามาเปรียบเทียบนี้มิได้ถือโอกาสนะ แต่มันเป็นเรื่องเดียวกัน ขอพูดภาษาสำนวนวัยรุ่นหน่อยว่า พูดกันคนละเรื่องเดียวกัน  เพราะฉะนั้น ก็ขอฝากข้อรู้ต่างๆ เหล่านี้ไว้ให้กับทุกๆ ท่าน ทุกๆ คน ถ้าหากมีโอกาสก็จะได้ช่วยเผยแพร่ต่อไปเอาบุญ เอาบุญกับผู้ที่เขาได้รับฟัง  
เอาล่ะเดี๋ยวจะยาวเกินไป ก็มาดูเรื่องเพลงที่เพิ่งจะจบลงไป เพลงชื่อว่า คนละครึ่ง คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 3/1  ครูธวัช คณิตกุล  ทำนองและเสียงร้อง AI   จัดทำโดย อาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ หรืออาจารย์โอ๊ต 
เนื้อเพลงมีอยู่ว่า บูรณาการงานทางมนุษย์ครึ่งหนึ่ง คนก็สงสัยทำไมต้องครึ่งหนึ่ง ทางวิญญาณครึ่งหนึ่ง คนก็บางคนก็จะไปให้ตลอดตั้งแต่หนุ่มจนแก่ จะไปให้ตลอดตั้งแต่สาวจนแก่ ซึ่งถ้าเจอกับคนที่มีญาณวิถีปกติก็พอจะฝืนๆ ไปได้ แต่ผู้ที่มีญาณวิถี ญาณกำเนิดที่แก่กล้า มันดำเนินชีวิตยาก มันจะทำให้กลายเป็นผิดพลาด 
“บูรณาการทางมนุษย์ครึ่งหนึ่ง ทางวิญญาณครึ่งหนึ่ง คนละครึ่ง ครบถ้วนตามสิทธิสัญญากรรม ลิขิตพรหม”  อันนี้ให้ไว้เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน  พุทธศักราช 2568  ก็ขอขอบคุณที่ช่วยรับฟังนะ 
ส. 18 ก.ค. 2569
รวบรวมโดย ดร.วันพร จาปะเกษตร์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.2008   การที่มีเทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับคือ ของจริง แต่บางทีบางครั้งผู้ที่เป็นร่างมีสภาวะจิตใจแตกต่างกัน ไม่ได้ใช้จิตออกมารับเทพเทวดา เพราะในขณะที่จิตยังไม่สงบส่วนใหญ่อารมณ์ออกมากลบ  อารมณ์ออกมาทำงานแทน (อ. 21 ก.ค. 2569)
ถ้าเราเอาสิ่งที่เป็นอารมณ์ออกมาทำหน้าที่ในงานของเทพเทวา โอกาสที่จะผิดพลาด โอกาสที่จะเสียหายมีมากมาย ถ้าคิด ทำ พูดด้วยจิตจริงๆ  แต่ละร่าง แต่ละองค์ แต่ละทรง ก็เป็นที่ขานรับ เป็นที่ยอมรับ แล้วก็ยังสามารถจะช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับผู้ที่ไปพบปะหรือไปปรึกษาหารือ ไปพบกับผู้ที่เป็นคนทรงเจ้า  เรามีวิธีที่จะหาทางออกให้กับคนรุ่นใหม่ด้วยการเรียนรู้ว่า ในตัวคนเรามีอยู่ 6 ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศธาตุ และวิญญาณธาตุ จะมีธาตุรู้ คือ ธาตุที่ต้องการความรู้ใส่เข้าไปทางหู ทางตา ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ทางสมอง ให้หมั่นใส่ใจใฝ่เรียนรู้เรื่องสิ่งเหนือสามัญวิสัยสักนิด เหมือนกับซอฟต์แวร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์
28 ก.ค. 2026
EP.1967   จักรธรรมคือ 1. ปฏิรูปเทสวาสะ อยู่ในสถานที่ที่ดี  2. สัปปุริสูปัสสยะ คบคนดี  3. อัตตสัมมาปณิธิ  ตั้งตนไว้ชอบ  4. แล้วพลังศักดิ์สิทธิ์จะนำบุญเก่ามา  จักรธรรมเป็นทั้งศักดิ์สิทธิ์ และศักยภาพ ขึ้นอยู่กับหลักไตรลักษณ์ (พฤ. 4 มิ.ย. 2569)
เส้นตัดกันระหว่างเส้นรุ้งตะแคง แวงตั้ง ค่าพายอาร์ 22 ส่วน 7  เป็นเคล็ดลับเรื่องศักดิ์สิทธิ์ และเรื่องศักยภาพ มีอิทธิพลต่อที่อยู่อาศัย มีอิทธิพลต่อต่อมจอมประสาทที่เป็นที่ใช้ความคิด
9 มิ.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy