EP.2000 สัมภเวสีมีชื่อชัดๆ ว่า“ผู้ที่เลือกให้เกิด” โอปปาติกะพาไปเกิดแน่นอน ตามวิบากกรรมของภพภูมินั้นๆ แต่สัมภเวสีเลือกที่เกิด (จ. 13 ก.ค. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 19 ก.ค. 2026
12 ผู้เข้าชม
EP.2000 สัมภเวสีมีชื่อชัดๆ ว่า“ผู้ที่เลือกให้เกิด” โอปปาติกะพาไปเกิดแน่นอน ตามวิบากกรรมของภพภูมินั้นๆ แต่สัมภเวสีเลือกที่เกิด
เมื่อผู้มีสิทธิ์เลือก ก็คือ มีเทคนิค มีศิลปะในการที่จะสามารถช่วยเปลี่ยนชาติภพวังวนเวรกรรมก่อนที่จะไปเกิด ซึ่งบังเอิญเป็นชาติภพที่ไม่ดีเลย จะต้องลำบากลำบนอีกหนึ่งชาติ แต่สัมภเวสีก็มีสิทธิ์ที่จะใช้ “ชวนจิต” สับเปลี่ยนชาติภพ ให้เป็นชาติที่ไม่ทุกข์ทน ลำบากลำบนจนเกินไป
แต่จะมีสิทธิ์มากน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับชาติภพก่อนที่จะไปเกิด ผู้นั้นมีจิตสงบพอสมควร สะอาดพอสมควร สว่างพอสมควร ส่วนชาติถัดไปก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของ นาย ก. และนาง ข.ในชาตินั้น ๆ
สวัสดีทุกๆ ท่าน วันนี้เราพบกันวันจันทร์ที่ 13 เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช 69 และ คริสต์ศักราช 26 แรม 14 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” วันแต่ละวัน อย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อย ควรจะต้องให้ได้อะไรบ้าง
วันนี้เราก็จะมาได้ความรู้เล็กๆ น้อยๆ ไปก่อน ก็คือ เรื่องของ “โอปปาติกะ”และเพิ่มเติมด้วยเรื่องคำว่า “สัมภเวสี” โอปปาติกะชาวบ้านบางคนก็คิดไปว่า เป็นผี ส่วนสัมภเวสี ชาวบ้านบางคนก็คิดว่า เป็นสาง สรุปแล้วเรื่องโอปปาติกะกับสัมภเวสี ก็เลยกลายเป็นเรื่องผีสางนางไม้ รุกขเทวดา หรือบรรดาพวกโลกวิญญาณที่เป็นอันตราย เป็นเรื่องร้าย ซึ่งความจริงก็เกี่ยวข้อง เกี่ยวข้องกับผีสางนางไม้เหมือนกัน แต่ว่าอันนั้นเล็กน้อยมาก ความเกี่ยวข้องกับผีสางนางไม้ มันเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก
แต่เรื่องใหญ่ใจความที่เราจะต้องเรียนรู้ รับรู้ และบรรจุความรู้เหล่านี้ให้อยู่ในวิญญาณ แล้วก็ธาตุรู้ทั้งหลาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไปในวันข้างหน้าของเรา แม้นแต่เวลาเราตายไปแล้ว แล้วไปเกิดใหม่ โอกาสที่จะพลิกฐานะของชาติภพที่ไปเกิดใหม่ ก็ยังมีโอกาสดี เรามีเหตุผลอย่างไร เหตุผลในรายละเอียดเราคงไม่สามารถจะบอกกันได้จบภายในวันนี้ แล้วเราค่อยยกยอดไปสนทนากันในรายการถามแอนด์ทอล์คต่อไป
แต่วันนี้เรามาพูดกันคร่าวๆ ว่า โอปปาติกะ เราจะเรียกว่า วิญญาณศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่ง หรืออำนาจศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ เป็นอำนาจ หรือวิญญาณ พลังอะไรสักอย่างที่ศักดิ์สิทธิ์ที่พาเรามาเกิด ตามที่พูดซ้ำ พูดไปหลายครั้งแล้ว พูดซ้ำก็จะกลายเป็นเบื่อว่า พูดซ้ำซาก
เริ่มต้นเรามี โอปปาติกะ พาเรามาจุติในชาตินี้ก่อน เอาในชาตินี้ก่อน ชาตินี้เราจะเห็นได้ชัดว่า ก่อนเราเกิด จะมีโอปปาติกะภาคเดียวนะ ภาคคตินิมิตพาเรามาเกิด ภาคคตินิมิตพาเรามาเกิด เราจึงได้ยินอยู่เสมอๆ ว่า เวลาคนตายแล้ว ก็จะมีผู้ไปให้คำกล่าวว่า ขอให้ นาย ก. ผู้ตาย นาง ข. ผู้สิ้นชีวิต จงไปสู่สุคติ สุคตินะ อันนี้เราจะได้ยินบ่อยๆ เวลาคนไปงานศพหรือไปพบผู้ตาย ก็จะบอกว่า ขอให้ไปสู่สุคติ สุคติ อันนี้ก็แปลว่า ให้ไปสุคติ 4 คติมี 4 ข้อ นาย ก. หรือ นาง ข. ไปสู่สุคติไปด้วยเหตุ 4 ประการ 1. ไปเกิดมีฐานะเป็นคติสมบัติ หรือคติสมบัติ กาลสมบัติ หรือ กาลวิบัติ อุปธิสมบัติ หรืออุปธิวิบัติ ปโยคสมบัติ ปโยควิบัติ เขาเรียกว่า ”คติ 4” ก็มีทั้งดีและไม่ดี พอเป็นคติ 4 ก็ไปอภิณหปัจจเวกขณ์ 5 อันนี้รายละเอียดเราคงไม่มาพูดกันในโอกาสนี้ แล้วก็เกิดวิบากกรรมขึ้นมา 6 อย่าง
ใครๆ ก็อยากจะ ถึงตัวเองตายไปแล้ว ยังไม่ตายหรือตายไปแล้ว ก็อยากจะไปเกิดในที่ดีทั้งนั้น คติ 4 อภิณหปัจจเวกขณ์ 5 วิบาก 6 แต่นี้เกิดมีสิ่งหนึ่งซึ่งทำงานร่วมกันโอปปาติกะ แต่ความจริงจะว่าเป็นโอปปาติกะอีกภาคหนึ่งมันก็ไม่เชิง เขาเรียกว่า ”สัมภเวสี” สัมภเวสีมีชื่อชัด ๆ ว่า“ผู้ที่เลือกให้เกิด” เป็นสัตว์ที่เลือกให้เกิด
สมมติ นาย ก. ตายไป จะต้องไปเกิดในภูมิภพที่ไม่ดี จะต้องไปลำบากอีกหนึ่งชาติ หรือลำบากอีกกี่ชาติก็แล้วแต่ เกิดนาย ก. มีจิตที่บริสุทธิ์ จิตที่สงบ จิตที่สะอาด จิตที่สว่าง ทั้งที่ยังไม่ตายยังมีชีวิตอยู่ และพอตายไปแล้ว นาย ก. จะต้องไปเกิดในภพต่อไปที่ไม่ดี ตัวสัมภเวสี อำนาจของสัมภเวสี มีสิทธิ์ แต่จะมีสิทธิ์ใช้มาก ใช้น้อยก็ขึ้นอยู่กับจิตของ นาย ก. ที่สงบตอนมีชีวิตอยู่ไหม สะอาดพอสมควรในตอนมีชีวิตอยู่หรือเปล่า และมีจิตที่สว่าง คือ ไม่มืดมนเป็นคนย่ำแย่ เป็นคนอยู่ในความที่ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ไม่รู้อะไรทั้งนั้น ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ฉันอยู่ของฉันอย่างทึ่มๆ ทื่อๆ มืดๆ มนๆ ของฉันไปวันหนึ่งๆ อย่างนี้ โอกาสที่สัมภเวสีจะเปลี่ยนภพ หรือจะหาภพใหม่ที่เกิดใหม่ ให้พลิกแพลง
พูดกันง่ายๆ สัมภเวสีก็สามารถจะพลิกแพลง ก็ไม่สามารถพลิกแพลงให้ได้ เพราะว่าสัมภเวสี จะใช้ชวนจิต จิตที่สับเปลี่ยน ได้หรือไม่ได้ ขึ้นอยู่กับจิตของ นาย ก. ตอนที่มีชีวิตอยู่ ชวนจิตมีโอกาสก็จะนำมาไล่เรียงให้ฟัง เพราะว่ามีความละเอียดพอสมควร ผู้พูดก็ยอมรับว่า จำขั้นตอนของชวนจิต เคยจำได้แล้วก็ลืมไปแล้ว แล้วก็จำไม่ได้แล้ว ก็จะต้องไปหาตำรับตำรามาเปิดบอกกับผู้ฟังในวันต่อๆ ไป
นาย ก. นาง ข. ถ้าใช้ชีวิตอยู่ด้วยจิตที่ไม่สงบมาซะส่วนใหญ่ สกปรกมาซะส่วนมาก คือ ไม่สะอาด แล้วก็มีจิตที่มืดมนอนธการ ไม่สว่าง โอกาสที่สัมภเวสีจะใช้ชวนจิต ไปปรับปรับเปลี่ยนชาติภพให้นาย ก. หรือ นาง ข. ก็ทำได้ยาก เพราะว่าโอปปาติกะพาคตินิมิต พาให้ไปเกิดในคตินิมิตตรงไปตรงมา โอปปาติก็ก็จะพาไปเกิดแบบตรงไปตรงมา
ทีนี้เกิดการจะไปเกิดตรงไปตรงมาในชาติต่อไป ที่นาย ก. ตาย หรือนาง ข. ตาย มันเป็น ชาติที่ไม่ดีเลย จะต้องไปลำบากทุกข์ยากแสนสาหัสทั้งชาติเชียว ถ้านาย ก. เป็นคนทำบุญทำกุศล มีจิตสงบ สะอาด สว่าง ไว้อย่างดีพอสมควร นาง ข. จิตไม่วุ่นวาย ไม่สกปรกจนเกินไป ไม่มืดมนอนธการจนเกินเหตุ โอกาสที่สัมภเวสีของนาย ก.และ นาย ข. จะหาวิธี ถ้าคนสมัยนี้เขาเรียกว่า มีเทคนิค มีเทคนิคในการปรับเปลี่ยนโดยใช้ คำว่า “ชวนจิต” มาปรับเปลี่ยนชาติภพที่จะต้องไปเกิดใหม่ ซึ่งบังเอิญเป็นชาติภพที่ไม่ดีเลย จะต้องลำบากลำบนอีกหนึ่งชาติ ส่วนชาติถัดไปก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของ นาย ก. และนาง ข.ในชาตินั้นๆ แล้วก็ไปชาติที่ 3 ถ้าเทียบต่อไป
สัมภเวสีจะต้องมีสิ่งเหล่านี้มาเป็นตัวอำนวย จึงจะสามารถช่วยให้ชาติภพใหม่ของ นาย ก. หรือ นาง ข. พลิกล็อกไปอยู่ในชาติที่พอสมควร ไม่ทุกข์ทรมาน ไม่ลำบากลำบนจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นความรักที่จะสมหวังกับเขาบ้าง ความรวยที่พอจะมีฐานะกับเขาบ้าง โรคภัยไข้เจ็บก็ไม่ถึงกับเจ็บป่วยไข้เรื้อรัง หรือเป็นโรคนอนติดเตียงกันครึ่งค่อนชาติอะไรอย่างนี้ สัมภเวสีก็พอจะช่วยได้ เพราะโอปปาติกะพาไปแล้วว่า ต้องมาเกิดชาติถัดไปที่ลำบากแสนสาหัสสากรรจ์ทีเดียว แต่สัมภเวสีก็มีสิทธิ์ที่จะปรับเปลี่ยนใช้ “ชวนจิต” ได้
อันนี้เหตุผลกลใด บางตำราก็อาจจะไม่เห็นด้วย บางตำราก็บอกว่าเป็นไปได้ อันนี้ก็ต้องขอพูดกันอย่างตรงๆ ว่า อาจจะมีตำราไม่เหมือนกัน แล้วผู้บอกกล่าวเล่าแจ้งที่แสดงถึงหน้าที่ของโอปปาติกะ และอำนาจหน้าที่ของสัมภเวสีก็จะผิดแผกแตกต่างกัน
ถ้าจะถามกันแบบซื่อๆ ว่า โอปปาติกะใช่ผีหรือเปล่า จะว่าจะผีก็ไม่ใช่ จะว่าไม่ใช่ผีก็ไม่เชิง แล้วคุณคิดว่าผีมีฐานะตามสภาวะอย่างไร สัมภเวสีใช่ผีหรือเปล่า อีกเหมือนกัน สัมภเวสีไม่ใช่ผี หรือผี ก็อีกนั่นแหล่ะ เพราะคำว่า ผี มันเป็นภาษาไทย ภาษาไทยที่ถือกันมานมนานเต็มทีว่า น่ากลัว น่าเกลียด แล้วก็เป็นอันตราย เช่น ผีหลอก ผีเข้า อะไรอย่างนี้
ที่จริงแล้วอำนาจของโอปปาติกะกับสัมภเวสี เป็นผู้แสดงในฐานะปรากฏการณ์ของวิญญาณมากมายทีเดียว แต่โอปปาติกะจะเห็นได้ชัดเจนตอนที่เปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติในระหว่างที่มีชีวิตอยู่ มีชีวิตอยู่ เช่นว่า เราอยู่ในภูมิที่ 5 มีโอปปาติกะ ภูมิที่ 4 เดรัจฉานไม่มีโอปปาติกะ แต่โอปปาติกะของเดรัจฉานถูกควบคุมด้วยอำนาจของเจ้าของ หรือผู้เกี่ยวข้องกับสัตว์นั้นๆ ส่วนภูมิที่ 3 เป็นโอปปติกะที่เริ่มเลวร้ายมาก ก็คือ ยักษ์ อสูรกาย พวกยักษ์มาร โอปปาติกะ ภูมิที่ 2 เปรต น่าเกลียด น่ากลัว พวกนี้เลวร้าย เลวร้ายเกือบจะพอๆ กับภูมิที่ 1 พวกนี้ภูมิที่ 2 กับ ภูมิที่ 1 มันจะใกล้ชิดกันมาก มันจะช่วยเหลือกัน เปรตภูมิที่ 2 นรกภูมิที่ 1
ภูมิที่ 1 นรก ภูมิที่ 2 เปรต ภูมิที่ 3 อสูรกาย เดรัจฉานโดยนัยยะบางตำราเขาบอกว่า มีโอปปาติกะ แต่ในอภิธรรมบอกว่า ไม่มีโอปปาติกะ ก็มาภูมิที่ 5 มนุษย์มีโอปปาติกะ แล้วก็ขึ้นไป ขึ้นไป ภูมิที่ 6 7 8 9 10 11 ก็มีโอปปาติกะ แล้ว 12-27 ก็ยังเป็นโอปปาติกะ โอปปาติกะในรูปพรหม ชั้นที่ 12-27 พอไปชั้น 28 29 30 31 ก็เป็นอรูปพรหม โอปปาติกะก็ทำหน้าที่อย่างสุขุมคัมภีรภาพรอบคอบทีเดียว
เรามาดูกันว่า โอปปาติกะก็ทำหน้าที่เป็นส่วนใหญ่ในความเป็นมนุษย์ แล้วก็ยกฐานะขึ้นไปทั้งหลายทั้งปวง ก็เป็นความสำเร็จทางจิตของมนุษย์ ส่วนเทพเทวดาตั้งแต่ชั้นที่ 6 ขึ้นไปถ้าจะเอาเป็นบุคลาธิษฐานก็ต้องเป็นตัวมนุษย์ แต่ถ้าเอาเป็นสัตยาธิษฐาน เป็นพลังศรัทธาที่เราเชื่อว่า เทวดาอยู่บนฟ้า แล้วขึ้นไปอีกชั้นที่ 12-27 ก็เป็นรูปพรหม16 ชั้น ก็เป็นโอปปาติกะมีฐานะเป็นรูปพรหม
แต่สัมภเวสี ในตำราว่าไว้โดยเฉพาะเลยว่า เป็น “ผู้เลือกที่เกิด” โอปปาติกะพาไปเกิด เอาสั้นๆ แค่นี้ก่อนว่า โอปปาติกะพาไปเกิดแน่นอนตามภพภูมินั้นๆ แต่สัมภเวสีเลือกที่เกิด เมื่อผู้มีสิทธิ์เลือก ก็มีเทคนิค มีศิลปะ ในการที่จะสามารถช่วยเปลี่ยนชาติภพวังวนเวรกรรม ชาตินี้ นาย ก. ตายจากนาย ก. ไปเกิดใหม่ หรือนาง ข. ตายไปไปเกิดใหม่ จะต้องไปรับกรรมลำบากลำบนมาก แต่นาย ก. กับ นาง ข. ใช้ภพใช้ชาติก่อนไปเกิดในชาติที่จะต้องไปลำบาก ด้วยจิตที่สงบพอสมควร สะอาดพอสมควร สว่างพอสมควร สัมภเวสีก็มีสิทธิ์ที่จะใช้ชวนจิตปรับเปลี่ยนชาติภพ ให้เป็นชาติที่ดีอีกหนึ่งชาติได้
หลายคนบอก เอ๊ะ มันยังไงกัน ก็ไม่เป็นไร เราพร้อมจะชี้แจงกันอีกทีหนึ่งในโอกาสต่อไป ในรายการถามแอนด์ทอล์ค ก็วันนี้ถ้าให้ข้อมูลมากกว่านี้ เดี๋ยวผู้ฟังต้องทนฟังด้วยความรำคาญก็ได้
ก็มาดูผลงานสักเล็กน้อย ก่อนดูผลงานของคุณ อรสา กู้เกินพงษ์ 1999 เดี๋ยวมาขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในบารมี มาอำนวยอวยพรให้แด่ท่านผู้ที่มีชื่อ และนามดังต่อไปนี้ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ขอให้มีความสุขความเจริญ คิดสิ่งใดให้สมความปรารถนา ก็มีท่าน รศ.ดร.สุปราณี ลิ้มสุวรรณ คุณวงศ์วริศ เผอิญโชค เด็กหญิงหลิน ติระวรมงคล รายการที่ 2 กับรายการที่ 3 คือ คุณวงศ์วริศ กับคุณหลิน อันนี้เป็นข้อบอกกล่าวเล่าแจ้งของคุณอุบลวรรณ หรือป้าจ๋า ก็ขอให้ทั้ง 3 ท่าน คือ รศ.ดร.สุปราณี ลิ้มสุวรรณ คุณวงศ์วริศ เผอิญโชค แล้วก็เด็กหญิงหลิน ติระวรมงคล จงสุขสันต์วันเกิด คิดสิ่งใดปรารถนาสิ่งใดก็ขอให้สมความปรารถนา มีสุขภาพที่สมบูรณ์แล้วก็แข็งแรงยิ่งๆ ขึ้น ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อำนวยอวยพร
ตอนนี้มาดูผลงาน 1999 คุณอรสา กู้เกินพงษ์ โอปปาติกะ สัมภเวสี สัมภเวสีเป็นผู้เลือกที่เกิด ก็อธิบายไปแล้วว่า โอปปาติกะนั้นเจาะจงพาไปเกิดโดยตรง ภาคหนึ่งนะ ภาคเดียวคือ ภาคที่เรียกว่า คตินิมิต ส่วนสัมภเวสีเป็นผู้เลือก เลือกชาติภพจะเกิดอีกทีหนี่งว่า จะเกิดในชาติภพที่ดีหรือไม่ดี สัมภเวสีก็มีสิทธิ์เล่นแร่แปรธาตุได้
“โอปปาติกะ สัมภเวสี สัมภเวสีเป็นผู้เลือกที่เกิด เมื่อถึงคราวที่คนเราวิญญาณหลุดออกจากร่าง โอปปาติกะก็จะแยกหน้าที่กันทำหน้าที่ 2 อย่าง ก็คือ ฝ่ายกรรมนิมิต และฝ่ายคตินิมิต เมื่อฝ่ายคตินิมิตเลือกที่เกิดโดยสัมภเวสี ตามวิบากที่ทำมาแล้ว ฝ่ายกรรมนิมิตก็จะพาดวงวิญญาณรวมทั้งวิบากกรรมไปสู่คติ จะไปสู่สุคติหรือจะไปสู่ทุคติ อันนี้ก็ขึ้นกับวิบาก คือ ผลกรรมที่ทำไว้ สรุปแล้วโอปปาติกะจะมีบทบาทกับคนทุกคน จนกว่าคนๆ นั้นจะสำเร็จอรหันต์ในชาติหนึ่งชาติใด” อันนี้คือ ตัวโปรย ที่คุณอรสา กู้เกินพงษ์ ใส่ไว้ใน Episode ที่ 1999 ก็ขอขอบคุณอรสา กู้เกินพงษ์
เอาล่ะข้อความวันนี้ที่เพิ่มเติมบทบาทของสัมภเวสีเข้ามา อาจจะทำให้ผู้ฟังต้องทนฟังข้อความเพิ่มเติมมากไปหน่อย ก็คงยังจะไม่เข้าใจบ้าง เข้าใจบ้าง สุดแท้แต่แต่ละท่าน แต่ละท่าน ส่วนถ้าไม่เข้าใจกันจริงๆ เราจะเปิดโอกาสให้รายการถามแอนด์ทอล์คในกลางเดือนหน้า มาขยายความเรื่องนี้ให้เป็นที่เหมาะสมและชัดเจนต่อไป แล้วก็อาจารย์ ดร.หทัยกร กิตติมานนท์ หรือหมอป้อม ก็อาจจะเมตตาช่วยหาข้อมูลของสัมภเวสี มาให้แก่พวกเราอีก อย่างเฉกเช่นเมื่อวันก่อนที่ได้ข้อมูลจาก ดร.หทัยกร มา ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลงแล้วก็สวดมนต์ภาวนากัน ให้มีความเป็นสิริมงคลต่อไป
เพลง เงื่อนกรรม ทุกคนพอทำกรรมอะไรไว้มันก็เป็นเงื่อน เงื่อนนั้นบางเงื่อนก็แก้ยาก เหมือนกับเงื่อนที่เราผูกเชือก บางเงื่อนก็พอแก้ได้ เพราะฉะนั้น คนที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง ทำอะไรด้วยความโลภให้ถึงที่สุด โกรธถึงที่สุด หลงถึงที่สุด ก็จะเกิดเป็นกิเลส ตัณหา อุปาทาน ที่รุนแรง
เมื่อกิเลส ตัณหา อุปาทานที่รุนแรง นอกจากจะส่งผลเสียในชาตินี้แล้ว โดยเฉพาะสุขภาพกาย สุขภาพจิต ยังจะส่งผลไปในชาติหน้า แทนที่สัมภเวสีจะใช้วิธีสลับชาติภพ ให้เราไม่ต้องไปเกิดในชาติที่ลำบากจนแสนสาหัส ก็ไม่รู้จะทำยังไง พอเปลี่ยนไป แล้วชาติต่อไปเรายังมีโอกาสไปแก้ตัว ไปทำความดี ชาติต่อๆ ไปมันก็เบาบางลง โอกาสที่เราจะไปผ่านพ้นอีกร้อยชาติ พันชาติ หมื่นชาติ แสนชาติ ล้านชาติ ก็ไม่แน่ จะได้นิพพานกับเขาเสียที ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิด เพราะว่าการเกิดเป็นทุกข์ ก็ต้องไปรับทุกข์กันไม่สิ้นสุดนับไม่ถ้วนชาติ อันนี้พูดแล้วก็ดูจะยาวไป ฟังยากไป ก็ขอให้เข้าใจว่า เราทำอะไรไปมันก็เป็นเงื่อนกรรมทั้งนั้นแหล่ะ ทำให้ลำบากในอนาคตโดยใช่เหตุ
จ. 13 ก.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
การเล่นของ ให้มาเป็น ของเล่น ของเล่นส่วนมากจะเป็นของเด็กๆ ที่ไม่มีสาระ ถ้าเราเข้าใจในเนื้อหา ความเป็นจริง เราสามารถเอาของเล่นกลับมาเป็นอุปกรณ์ในการเล่นของได้
23 มี.ค. 2026
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรเขาก็จะแซงกันมา พอเจ้าบุญนายคุณมาเตรียมให้สิ่งที่ดีกับเรา ฝ่ายบุญจะให้สิ่งที่ดีกับเรา เจ้ากรรมนายเวรก็เตรียมแซงหน้าเข้ามาเพื่อจะให้โทษกับเรา ชิงไหวชิงพริบกันอย่างนี้ตลอด
28 ก.ค. 2026
